*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2016-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 165
  • จำนวนผู้ชม : 111473
  • จำนวนผู้โหวต : 248
  • ส่ง msg :
  • โหวต 248 คน
วันอังคาร ที่ 8 มิถุนายน 2564
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 284 , 09:36:09 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

ไทยเชื่อไทยและใช้ภูมิปัญญาไทยกันบ้างเถิดครับ

เคยเขียนบทความเรื่อง “ดีใจที่ประเทศไทยไม่เชื่อฝรั่งบ้างแล้ว” เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๔ โดยเขียนเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติปลดล็อกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ รายละเอียดที่ http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup-govservice/2021/01/09/entry-1

เรื่องกระท่อมนั้นผู้เขียนเขียนถึงหลายครั้งมาก เพราะเขียนตั้งแต่กระท่อมยังเป็นยาเสพติดตามกฎหมาย ตอนนี้ดีใจมากที่ทราบว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไป จะปลูกกินเองหรือขายก็ถูกกฎหมายแล้ว แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎและระเบียบที่ทางราชการกำหนดด้วย

คราวนี้ละครับ จะได้ส่งออกกระท่อมไปตลาดต่างประเทศและโกยเงินเข้าประเทศไทยกันได้เสียที หลังจากถูกหลอกมาเสียนาน ต่อไปนี้กระท่อมจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญตัวใหม่ของไทยอีกตัวหนึ่ง โดยเฉพาะทางภาคใต้ เพราะที่นั่นกระท่อมเจริญงอกงามดีและมีพันธ์ดีๆ อีกด้วย

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

แล้วก็มีเรื่องที่น่าดีใจที่ชี้ให้เห็นเป็นรูปธรรมอีกเรื่องหนึ่งว่าศักยภาพของคนไทยนั้นมีความรู้ความสามารถและมีประสบการณไม่แพ้คนชาติใดในโลก

นั่นก็คือก็คือการที่บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด บริษัทผู้ผลิตยาชีววัตถุแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๒ ตามพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพของคนไทย ด้วยทุนจดทะเบียน ๔,๘๐๐ ล้านบาท

ปัจจุบันได้เป็นผู้ผลิตวัคซีนแอสตร้า เซเนก้า ได้ตามมาตรฐาน และบัดนี้วัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยได้เริ่มฉีดให้แก่คนไทยตั้งแต่เมื่อวานนี้ คือวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ลบคำสบประมาทของคนไทยกลุ่มหนึ่งที่พยายามจะด้อยค่าคนไทยด้วยกันไปเรียบร้อยแล้ว

ยังมีอีกหลายสถาบันและหลายบริษัทของไทยที่กำลังพยายามสร้างวัคซีนโดยฝีมือคนไทย บางรายก็เริ่มเห็นผลแล้ว คาดว่าอีกไม่ช้าคงประสบผลสำเร็จ แล้วก็คอยดูพวกที่ชอบไม่พาย แต่เอาเท้าราน้ำว่าจะแสดงอิทธิฤทธิ์อย่างไรอีก

ดีใจอีกที่เห็นผู้บริหารสูงสุดของไทยได้เริ่มเชื่อมั่นและเชื่อถือคนไทยมากยิ่งขึ้น นั่นคือการที่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อนุมัติงบประมาณกว่า ๒,๘๐๕ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการวิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด-19 ในประเทศ

และสำหรับเป็นทุนหนุนในการเพิ่มศักยภาพประเทศของไทย พร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันและการระบาดของโรคอุบัติใหม่ในอนาคต

ดีใจกันเถิดครับ

มาถึงเรืองที่ต้องการเน้นแล้วละครับ คือเรื่องที่คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติได้ประกาศให้ “ฟ้าทะลายโจร” เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด


แต่ฟังข่าวเช้าเมื่อวานนี้แล้วอดที่จะแสดงความคิดเห็นไม่ได้

ข่าวแจ้งว่าที่จริงฟ้าทะลายโจรนั้นเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติที่แพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทยสามารถสั่งจ่ายให้แกผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดได้อยู่แล้ว

แต่การสั่งฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาผู้ป่วยโควิดนั้น ข่าวแจ้งว่าให้แพทย์แผนปัจจุบันเป็นผู้สั่งเท่านั้น แพทย์แผนไทยไม่มีสิทธิสั่งจ่ายยานี้

การใช้ฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาผู้ป่วยโควิดนั้น กระทรวงสาธารณสุขก็ไม่ได้แนะนำวิธีการรักษาให้แพทย์แผนปัจจุบัน แต่ประการใด โดยแจ้งว่าให้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์แผนปัจจุบัน

โดยที่แพทย์แผนปัจจุบันไม่ได้เชี่ยวชาญการใช้สมุนไพรไทย เพราะตอนเรียนมาและประกอบวิชาชีพก็ไม่เคยสั่งยาสมุนไพร เน้นการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันอย่างเดียว ประกอบกับการสั่งยาใดๆ รักษา ก็ย่อมต้องมั่นใจในตัวยานั้นๆ ว่าสามารถรักษาโรคนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

เมื่อไม่เชี่ยวชาญเรื่องฟ้าทะลายโจร แน่นอนครับ ก็ไม่กล้าสั่ง เพราะหมอทุกคนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้สั่งยาไป หากมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น ครับ หากผู้เขียนเป็นแพทย์แผนปัจจุบันก็คงไม่สั่งฟ้าทะลายโจรเป็นยาเพื่อการรักษาโควิดเช่นเดียวกัน

หากข้อเท็จจริงเป็นตามที่ได้ฟังจากวิทยุ ผู้เขียนก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดกระทรวงสาธารณสุขสั่งการเช่นนั้น

และไม่เข้าใจว่าทำไมจึงไม่รีบเร่งให้ความรู้แก่แพทย์แผนปัจจุบันในเรื่องการรักษาโควิดโดยใช้ฟ้าทะลายโจร

ให้หมอที่รักษาที่เรือนจำเชียงใหม่เป็นวิทยากรออนไลน์ให้ก็ได้ว่า การใช้ฟ้าทะลายโจรและกระชายขาวรักษาผู้ติดโควิดได้อย่างไรถึงได้หายอย่างรวดเร็ว

นอกจากนั้น ยังไม่เข้าใจอีกเช่นกันว่าเหตุใดจึงไม่ให้แพทย์แผนไทยสั่งฟ้าทะลายโจรเพื่อการรักษาโควิดเหมือนที่ให้สั่งให้แก่ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ หากทำได้แพทย์แผน

จะจริงเท็จอย่างไรก็ขอได้โปรดกระทรวงสาธารณสุขรับไปพิจารณาเถิดนะครับ

ผู้เขียนทราบดีว่ากระทรวงสาธารณสุขก็ได้ให้ความสนใจเรื่องสมุนไพรไทยครับ ไม่งั้นคงไม่ตั้งกรมการแพทย์แผนไทยและกรมการแพทย์ทางเลือกหรอก แต่อยากเห็นกระทรวงสาธารณสุขให้ความสนใจและส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทยให้มากกวานี้

ได้เขียนบทความเรื่องสมุนไพรไทยหลายต่อหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายได้เขียนเรื่อง “ส่งเสริมสนับสนุนให้ใช้สมุนไพรไทยอย่างจริงจังเถิดครับ” ติดตามชมรายละเอียดได้ที่ http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup-govservice/2021/05/09/entry-1

ดังนั้น หากกระทรวงสาธารณสุขให้การส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทยอย่างจริงจัง ก็ควรให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเรื่องสมุนไพรไทยให้มากขึ้น

และขอให้แพทย์แผนปัจจุบันและบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับได้เปิดใจพร้อมให้การรักษาด้วยสมุนไพรไทยให้มากขึ้นด้วย โดยพยายามใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นการประหยัดเงินของชาติที่ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศอีกต่างหาก

รวมทั้งส่งเสริมการวิจัย พัฒนาและผลิตยาที่ทำจากสมุนไพรไทยให้ใช้ประโยชน์ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ดูตัวอย่างที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรก็ได้ครับ มีผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ยาหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ

เพราะประเทศไทยเป็นแหล่งสมุนไทยชั้นดีและมีประโยชน์มากมายและราคาก็ไม่แพง เช่น กัญชา เราก็มีพันธุ์ทีดีที่สุดในโลกพันธุ์หนึ่งไม่ใช่หรือ แต่ก็ต้องสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาลเพราะหลงเชื่อคนต่างชาติที่กำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติด  

 

โปรดอย่าปล่อยให้คนต่างชาติกว้านซื้อสมุนไพรไทยไปพัฒนาต่อยอด แล้วส่งยาที่ผลิตได้กลับมาขายที่เมืองไทยอีกเลยครับ

เพราะเมื่อนั้นก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

พุธทรัพย์ มณีศรี


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 08/06/2021 เวลา : 21.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ใช่เลยครับคุณเจ้าหญิง นำไปใช้ประโยชน์ยังไม่พอครับ จดลิขสิทธิ์จนคนไทยอ้าปากค้างครับ

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 08/06/2021 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ที่ผ่านมาสมุนไพรไทย ก็ได้ถูกนำไปขายต่างชาติมาเยอะนักต่อนักแล้ว ยิ่งสมุนไพรในป่า ยิ่งหายไป เพราะป่าถูกทำลาย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน