*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 125
  • จำนวนผู้ชม : 85752
  • จำนวนผู้โหวต : 210
  • ส่ง msg :
  • โหวต 210 คน
<< พฤษภาคม 2018 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 14 พฤษภาคม 2561
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 983 , 08:56:27 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนที่ ๑ การเดินทางที่ยาวไกล

ชุด “ตามรอยพระบาทพระพุทธองค์ : เหนื่อยกาย แต่ใจสงบ” 

ผู้เขียนได้เดินทางไปอินเดียมาแล้ว ๔ ครั้ง และเนปาล ๓ ครั้ง เหตุที่ไปที่อินเดียมากกว่า ๑ ครั้ง เพราะครั้งแรกนั้นได้ไปทัศนะศึกษาสามเหลี่ยมวัฒนธรรม (The golden triangle หรือ Cultural triangle)  คือเมืองนิวเดลี (New Delhi) อัครา (Agra) และชัยปุระ (Jaipur)

ส่วนที่อินเดียและเนปาลรวม ๓ ครั้งหลังนั้น ได้เดินทางไปกับคณะพระธรรมทูตสายต่างประเทศที่เข้ารับการอบรมที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร

ไปช่วยงานครับ โดยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทำหน้าที่สอนงาน (Coaching) ของกลุ่มพระธรรมทูต ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มๆ และได้รับมอบหมายให้ไปศึกษาดูงานในแต่ละด้าน

จุดมุ่งหมายหลักของ มจร ในการให้พระธรรมทูตที่เข้ารับการอบรมตามโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศนี้ คือการฝึกปฏิบัติ ศึกษาดูงานและกราบนมัสการสังเวชนียสถาน ณ แดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดียและเนปาล

นอกจากสังเวชนียสถาน ๔ แห่ง คือสถานที่ประสูติ สถานที่ตรัสรู้ สถานที่แสดงปฐมเทศนาและสถานที่ปรินิพพานแล้ว ยังไปชมสถานที่สำคัญต่างๆ ด้วย เช่น วัดพระพุทธศาสนาแห่งแรกของโลก และเสาอโศก เป็นต้น

๒ ปี ที่แล้วมา ผู้เขียนขออนุญาตเว้นวรรค ไม่ได้เดินทางไปกับคณะพระธรรมทูต อย่างไรก็ตาม ในการอบรมพระธรรมทูตรุ่นที่ ๒๔ ประจำปี ๒๕๖๑ วิทยาลัยพระธรรมทูต มจร ได้ขอให้เดินทางไปด้วย โดยเดินทางในระหว่างวันที่ ๒๔ เมษายน – ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑

พร้อมมีทางเลือกให้ด้วยว่า หากไปทั้ง ๑๓ วัน ไม่ได้ ไปเพียงครึ่งเดียวก็ได้ จึงตัดสินใจไปช่วยงาน และเดินทางกลับวันที่ ๑ พฤษภาคม ไม่ได้ไปเมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพาน และเมืองไวสาลี เท่านั้น

ผู้เขียนก็ได้มีโอกาสร่วมสวดมนต์และกราบสักการะสังเวชนียสถาน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมทอดผ้าป่าที่วัดไทยต่างๆ จึงขออนุโมทนาบุญที่ได้รับให้แก่ผู้อ่านทุกท่านด้วยครับ

บทความเรื่องนี้ไม่ใช่บทความเชิงท่องเที่ยวที่แท้จริงหรอกครับ แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นการท่องเที่ยว แต่เขียนเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่าก่อนที่จะเป็นพระธรรมทูตสายต่างประเทศนั้น ต้องศึกษาอบรมวิชาการต่างๆ ฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นแรมเดือน และเดินทางไปฝึกปฏิบัติ ศึกษาดูงานและกราบนมัสการสังเวชนียสถาน ณ แดนพุทธภูมิ ด้วย

เพื่อประหยัดเวลาในการเขียนและการอ่าน จะเขียนเฉพาะไปสถานที่ใดบ้าง อธิบายสั้นๆ โดยไม่ขอลงในรายละเอียด และเน้นเฉพาะเรื่องที่น่าสนใจและข้อสังเกตที่พบเห็น เท่านั้น

การเดินทางครั้งนี้ไม่อยู่ในช่วงแสวงบุญ ซึ่งอยู่ระหว่างปลายเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนมีนาคม ช่วงนั้นอากาศดีครับ แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้ไประหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม เพราะอินเดียช่วงหลังนี้ร้อนสุดขีด ขนาดที่อินเดียไม่อาจจัดงานนานาชาติในช่วงเวลานั้นได้ก็แล้วกัน

ช่วงที่คณะพระธรรมทูตเดินทางไป แม้จะเริ่มร้อน แต่ปีนี้อาจเป็นเพราะบุญ ผู้ที่อยู่ประจำที่อินเดียแจ้งว่าไม่ร้อนเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา ปีนี้อุณหภูมิอยู่ระหว่าง ๓๖ – ๔๒ องศาเซนเซียส เท่านั้น

เพราะไม่ได้ไปในช่วงแสวงบุญทำให้คณะพระธรรมทูตไม่อาจบินไปลงที่พุทธคยาเหมือนเช่นเดิมได้ ต้องไปลงที่เมืองกัลกัตตา ระยะทางระหว่างกัลกัตตานั้น กูเกิ้ลแจ้งว่า ๔๗๒ กม. ซึ่งหากการจราจรปกติ เดินทางเร็วที่สุด ๘ ชม ๒๔ นาที แต่จริงๆ เป็นอย่างไร อ่านต่อไปก็ทราบครับ

ในวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๑ คณะพระธรรมทูต ๑๒๕ รูป และคณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิและเจ้าหน้าที่ของ มจร ก็ได้เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทย ในเวลา ๒๓.๔๕ น.

 

การเดินทางกับสายการบินอื่นผู้เขียนชอบถ่ายภาพกับแอร์โฮสเตสของสายการบินนั้น บินกับการบินไทย ก็ขอถ่ายภาพแอร์การบินไทยมาให้ดูกันบ้าง คราวนี้ผู้เขียนไม่ได้ถ่ายด้วยนะครับ

 

ถึงเมือง Kolkata แต่คนไทยยังเรียกว่ากัลกัตตาเวลา ๐.๕๕ น. ช้ากว่ากำหนด ๑๐ นาที เวลาในอินเดียช้ากว่าไทย ๑ ชั่วโมงครึ่ง ดังนั้น ในตอนที่ไปถึงนั้นเวลาที่เมืองไทยก็ ๐๒.๒๕ น. ไปแล้ว

 

สัมผัสกับเมืองกัลกัตตาครั้งที่สาม ครั้งแรกปี พ.ศ. ๒๕๑๒ แค่พักเครื่องกลางดึก ฝนตก ร้อนที่สุดและมีขอทานมาก ครั้งที่สองไปและกลับภูฏานเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ลงจากเครื่องหรอกครับ

แม้ว่าเป็นครั้งที่สาม แต่ก็เห็นแค่สนามบินเหมือนเดิมเพราะดึกแล้ว คงต้องหาโอกาสไปเที่ยวให้ทั่วกัลกัตตา น่าจะมีอะไรให้ดูเยอะ มิฉะนั้น อังกฤษคงไม่เลือกกัลกัตตาเป็นเมืองหลวงในระหว่างปกครองอินเดีย อ้อ พออังกฤษกลับบ้านอินเดียก็เปลี่ยนชื่อจากกัลกัตตาเป็น Kolkata ทันทีครับ

กว่าจะออกจากสนามบินกัลกัตตาและขึ้นรถบัส ๔ คัน ก็ประมาณ ๐๓.๓๐ น. แล้ว Sim 2 fly ที่ซื้อไปจากเมืองไทยมีปัญหา โทรศัพท์หาโอเปอร์เรเตอร์ที่เมืองไทยก็ไม่ได้ นอนก่อนดีกว่า แต่ไม่ค่อยหลับหรอกครับ เพราะคนขับรถบัสคันที่ผู้เขียนนั่งบีบแตรตลอดเวลา

ตื่น ๖ โมงกว่าๆ โทรศัพท์หาโอเปอร์เรเตอร์ คุยกันอยู่นาน แต่ฟรีครับ จนท. แจ้งว่าจะให้ จนท. เทคนิคติดต่อกลับ แต่ผู้เขียนต้องเสียเงินนาทีละ ๑๕ บาท ตอบไปว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาของผู้เขียน จึงไม่ขอจ่าย สักพักหนึ่งก็ใช้เน็ตได้ เขียนย้ำไว้เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับผู้อ่านถ้าพบปัญหานี้ครับ

หลังจากกินอาหารกล่องซึ่งเป็นข้าวใบกะเพราไข่ดาวบนรถแล้ว ก็ได้พบกับถนน ๖ เลน เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นถนนแบบนี้ในอินเดีย ข้างทางไม่ได้ถ่ายรูปให้ดูหรอกครับ เพราะที่ไหนๆ ในอินเดียก็คล้ายๆ กัน

 

รถที่นี่ไม่ใช้วิธี U turn ครับ เมื่อต้องการจะแวะจุดหนึ่งจุดใดฝั่งตรงกันข้าม เขาก็ออกตรงทางหนึ่งทางใดที่รถเข้าได้ แล้วขับย้อนศร รถที่ขับสวนมาไม่บีบแตรไล่นะครับ เพราะเห็นว่าเข้ามาเพียงชั่วคราวเท่านั้น ก็เป็นเรื่องแปลกอย่างหนึ่งครับ

แวะเข้าห้องน้ำ วันนั้นร้านที่แวะถูก Jackpot เพราะมีลูกค้ามาอุดหนุนกว่า ๑๔๐ รูป/คน เข้าห้องน้ำซื้อของแล้วขึ้นรถและกินอาหารกลางวันบนรถเข่นเดิม อาหารนำจากเมืองไทยเป็นข้าวเหนียวหมูทอด

 

ถ่ายภาพรถโดยสารประจำทางที่อินเดียที่ผู้โดยสารนั่งบนหลังคาได้ทันคันหนึ่ง ค่าโดยสารไม่ได้ถูกกว่าคนที่นั่งข้างในหรอกครับ ราคาเท่ากัน เป็นความสมัครใจของผู้โดยสารเองเพราะที่นั่งในรถเต็ม หากคอยให้ที่นั่งภายในรถว่างก็อาจจะไม่ได้เดินทางในวันนั้นและวันต่อๆ ไปด้วย

 

ที่อินเดียมีด่านเก็บค่าผ่านทางเป็นระยะๆ ทั้งๆ ที่ถนนหนทางไม่ได้มีอะไรพิเศษ อย่างไรก็ตาม การเก็บค่าผ่านทางนี้ทำให้อินเดียสร้างทางหลวงได้ดีและมีเพิ่มมากขึ้น บ้านเราสายหลักน่าทำบ้างนะครับ

 

ผ่านตลาดนัดดูโกลาหลดี ก็ถ่ายรูปมาฝากครับ

 

มองเห็นไกลๆ นึกว่าเป็นบ้าน แต่ไม่ใช่ครับ เป็นกองฟางที่จัดได้สวยงามทีเดียว ครั้งแรกเข้าใจว่าเก็บไว้เฉพาะให้วัวกินในหน้าร้อน แต่เมื่อไปถึงบ้านนางสุชาดา จึงได้เห็นของจริงว่า ได้นำฟางมาป่นผสมกับมูลวัวแล้วตากแห้ง เก็บไว้เป็นเชื้อเพลิงต่อไป

 

ที่นั่นใช้เหล็กล้อมต้นไม้เล็กๆ ชอบใจครับ ไม่เหมือนบ้านเราปลูกต้นไม้ ๑ ต้น ต้องไปตัดไม้ที่โตจากที่อื่นมาค้ำ ไม่รู้ว่าปลูกหรือทำลายต้นไม้กันแน่ เจตนาอื่นที่ใช้เหล็กล้อมก็เพื่อไม่ให้วัวมาแทะเล็มกินใบ  อย่างไรก็ตาม บ้านเราคงใช้เหล็กล้อมแบบนี้ไม่ได้ มีลูกอีช่างตัดมาตัดเหล็กเหล่านี้ไปขายแน่นอน

 

หลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งมานานกว่า ๑๑ ชม. แวะเข้าห้องน้ำอันกว้างใหญ่ ๑ ครั้ง และห้องน้ำของร้านค้า ๑  ครั้ง กินข้าวบนรถ เจอสภาพถนนทุกชนิด เสียงบีบแตรรถและการฟัดเหวี่ยงของรถ รวมทั้งเบรคจนหัวเกือบทิ่มหลายครั้ง คณะก็เดินทางถึงวัดไทยพุทธคยาโดยปลอดภัยครับ

คงต้องขอหยุดไว้แค่นี้ก่อนนะครับ ตอนต่อไปค่อยไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสถานที่สำคัญๆ ในเมืองและรอบเมืองพุทธคยากันครับ

 

พุธทรัพย์ มณีศรี



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน