*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 119
  • จำนวนผู้ชม : 82002
  • จำนวนผู้โหวต : 204
  • ส่ง msg :
  • โหวต 204 คน
<< มิถุนายน 2018 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 29 มิถุนายน 2561
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 1511 , 10:50:57 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ni_gul , นายธรรมยุติ และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

อ่างทอง : ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินกว่าที่จะไปสัมผัส

ตั้งใจจะลงเรื่องราวท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่เนื่องจากการเที่ยวครั้งนี้มีหลายตอน หากลงเรื่องอ่างทองแทรก ท่านผู้อ่านก็จะอ่านไม่ติดต่อกัน จึงขอลงเรื่องนี้ก่อน แล้วสัญญาว่าจะลงเรื่องราวที่ไปเที่ยวต่างประเทศต่อไป

เนื่องจากคุณแม่ของคุณปราโมทย์ แก้วสุข เสียชีวิต ตั้งสวดพระอภิธรรมศพที่วัดช้างวิเศษชัยชาญ อ่างทอง คุณปราโมทย์และคุณสายพิณ ภรรยาผู้เขียนนั้นได้เริ่มสร้างโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย มาด้วยกัน โดยคุณปราโมทย์ สร้างที่สุพรรณบุรี แต่คุณสายพิณ สร้างที่นครปฐม

เพราะความสนิทสนมที่มีต่อกัน คุณสายพิณจึงตกลงใจไปฟังสวดพระอภิธรรมศพคุณแม่ที่อ่างทอง แต่งานสวดเริ่มต้นเวลา ๑๙.๓๐ น. การไปค้างคืนที่อ่างทองจึงสะดวกที่สุด

ผู้เขียนและคุณสายพิณ ออกเดินทางไปอ่างทองในช่วงสายๆ  โดยตั้งใจไปกินอาหารกลางวันที่อยุธยาโดยเฉพาะ เพื่อนซึ่งเป็นคนอยุธยาแนะนำให้กินอาหารกลางวันที่ร้านเจ้าปลูก ก็ตัดสินใจไปกินที่นั่น

เพื่อนแนะนำให้ใช้ทางด่วนไปลงบางปะอิน แล้วใช้เส้นทางบางปะหันจนไปบรรจบกับสายเอเชีย ขับไปอีกไม่ไกล ออกนอกสายเอเซียหน่อยเดียวก็ถึงร้านเจ้าปลูก ๑  อ้อ เขามีเจ้าปลูก ๒ ด้วยนะครับ

ถามว่าที่นี่อาหารอะไรที่ขึ้นชื่อ คำตอบคือเมี่ยงปลาช่อนก็ตอบตกลง นึกได้ว่าปลาช่อนคงตัวโต จึงสั่งปลาเนื้ออ่อนผัดพริกมาอีกเพียงอย่างเดียว

 

ปลาช่อนตัวโตจริงๆ ครับ พุงยังอยู่ไม่ได้หายไปไหน มีสะเดาน้ำปลาหวานแถมด้วย อร่อยจนต้องสั่งผักมาเพิ่มอีกจานหนึ่ง ตบท้ายด้วยของหวาน ไม่คิดว่าจะหลับครับ เพราะขับอีก ๒๐ นาที ก็ถึงที่หมาย

ทราบราคาก็ตกใจครับ ตกใจว่าทำไมราคาถึงถูกอย่างนั้น เคยซื้อปลาช่อนที่บางปะหันนำกลับบ้านตัวละ ๓๕๐ บาท แต่ที่ร้านเจ้าปลูกเพียง ๒๐๐ บาท มื้อนี้ราคารวม ๓๒๐ บาท ไม่รวมน้ำเพราะหิ้วไปเอง

เข้าไปรู้จักกับที่พักก่อน ชื่อ แซม ซี รีสอร์ต (Sam Cee Resort) อยู่ในอำเภอวิเศษชัยชาญ เจ้าของเป็นอดีตครูทั้งคู่ครับ สามีเป็นอดีตผู้อำนวยการ ส่วนภรรยาเป็นอดีตครู มาสร้างรีสอร์ตที่นี่ ๑๔ หลัง ในพื้นที่ ๕ ไร่ ใช้ชื่อเล่นของลูกชายและลูกสาวตั้งชื่อ แล้วให้ลูกทั้งสองบริหารงาน

 

ที่พักค่อนข้างใหม่ สะดวกสบายครับ มีแอร์ ทีวีและตู้เย็น แต่ไม่มีอาหารเช้า อย่างไรก็ตาม มีกาแฟและขนมปังไว้บริการฟรี ค่าเช่าเพียงคืนละ ๕๐๐ บาท เท่านั้น

เก็บข้าวของแล้ว ก็ไปไหว้พระกัน บ่ายวันนั้นได้ไหว้พระถึง ๓ วัด ๓ อำเภอ  อย่าตกใจครับ อำเภอในอ่างทองไม่ห่างไกลกันหรอกครับ

วัดแรกคือวัดม่วง อยู่ในอำเภอวิเศษชัยชาญ ได้ไหว้พระองค์ใหญ่ หน้าตักกว้าง ๖๓ เมตร สูง ๙๕ เมตร ได้ไหว้รูปปั้นบูรพมหากษัตริย์บางองค์ด้วย

 

ชมบริเวณวัดที่มีรูปปั้นมากมาย ได้ตักบาตรข้าวสาร ปิดทองลูกนิมิต ชมและไหว้พระในวิหารแก้ว และชมพระอุโบสถที่มีฐานกลีบบัวล้อมรอบ วัดนี้ถือได้ว่าเป็นวัดที่สวยงามมากวัดหนึ่งครับ

 

วัดที่สองคือวัดขุนอินทประมูล อยู่ในอำเภอโพธิ์ทอง เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย ได้ไหว้พระนอนองค์ใหญ่แห่งทุ่งโพธิ์ทองหรือพระพุทธไสยาสน์ด้วย

 

ทราบว่าท่านชอบนอนตากแดด ตากลมและตากฝน เคยมีวิหารกันแดดกันฝนให้ท่าน แต่ฟ้าผ่าวิหารนี้พังไป ๒ ครั้ง จึงไม่ได้สร้างวิหารอีก ได้รับคำแนะนำให้ปิดทองที่พระบาทของท่านด้วย เพื่อให้มีอายุยืน

 

ได้ไหว้รูปปั้นขุนอินทประมูล ซึ่งเป็นนายอากรบ่อนเบี้ยสมัยอยุธยา มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้ร่วมกับชาวบ้านบูรณะวัดและพระพุทธไสยยาสน์ จนถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินหลวงมาสร้าง แม้จะถูกเฆี่ยนตีจนตายแต่ท่านก็ไม่ยอมรับ สุดท้ายเมื่อทราบความจริง วัดนี้จึงได้ชื่อว่าวัดขุนอินทประมูล

 

ได้ไปไหว้พระในพระอุโบสถซึ่งมีรูปปั้นสมเด็จโต พรหมรังสี อยู่หน้าอุโบสถด้วย อุโบสถของวัดขุนอินทประมูลมี ๒ ชั้น ทันสมัยมาก มีบันไดเลื่อนซึ่งขึ้นหรือลงในตัวเดียวกัน

 

วัดที่สามคือวัดเกษไชโย หรือวัดไชโยวรวิหาร อำเภอไชโย ได้ไหว้และถวายผ้าห่มพระมหาพุทธพิมพ์ พระประธานในพระอุโบสถ และไปไหว้รูปปั้นสมเด็จพระพุทธาจารย์ (โต พรพมรังสี) ที่วิหารสมเด็จโต

 

วันที่ ๒๒ มิถุนายน วันที่ผู้เขียนไปไหว้นั้นเป็นวันพิเศษ เพราะเป็นคล้ายวันที่สมเด็จโต มรณภาพ มีงานแสดงนิทัศการเกี่ยวกับพระองค์ท่าน รวมทั้งแสดงพระเครื่องสมเด็จโตเกษไชโยด้วย

 · 

หลังจากกลับมาที่พักอาบน้ำแต่งตัวแล้ว ได้เดินทางไปวัดช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ ถนน 3454 ซึ่งอยู่ริมคลองชลประทานมีต้นไม้เรียงรายสวยงามมาก หากตัดหญ้าสักหน่อยก็จะทำให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้านได้เป็นอย่างดี ท่านใดรู้จัก อบต. ที่ดูแลพื้นที่นี้ก็กรุณาสะกิดหน่อยนะครับ

 

รีสอร์ตที่พักนั้นมีดาดฟ้าด้วยครับ เช้าวันรุ่งขึ้นได้ขึ้นไปถ่ายภาพ ขึ้นไปแล้วก็เห็นพระองค์ใหญ่ของวัดม่วงชัดเจน อากาศดีมากครับ ได้สูดอากาศล้างปอดกันเต็มที่

 

วัดแรกที่ไปไหว้พระในวันนั้นคือวัดสี่ร้อย อยู่ในอำเภอวิเศษชัยชาญ หลวงพ่อองค์ใหญ่ คงเหมือนพระนอนองค์ใหญ่แห่งทุ่งโพธิ์ทองที่วัดอินทประมูล เพราะท่านไม่ยอมให้ทำร่มให้ ทำให้ทีไรฟ้าผ่าหักทุกที

 

ขุนรองปลัดชู เป็นวีรบุรุษอ่างทองในสงครามกรุงศรีอยุธยา สู้รบกับพม่า จนตัวเองและประชาชน รวม ๔๐๐ คน เสียชีวิตที่นี่ ได้บรรจุกระดูกไว้ในสถูป ทราบแล้วก็รักชาติขึ้นเป็นกอง ไม่เหมือนคนไทยบางคนในปัจจุบัน นอกจากไม่รักชาติแล้วยังพยายามทำลายชาติอีกด้วย

 

ไปเยี่ยมหมู่บ้านทำกลอง ซึ่งมีกลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใบใหญ่สุดราคา ๕ แสน เขาซื้อไปถวายวัดกันครับ ส่วนลูกเล็กหน่อยก็ขายตามขนาดของหน้ากลอง เช่น ๑๕ นิ้ว ราคา ๒,๕๐๐ บาท เป็นต้น


 

ส่วนกลองยาวขายตามขนาดของหน้ากลองเช่นกัน เช่น ขนาด ๙ นิ้ว ราคา ๙๐๐ บาท ขนาด ๑๐ นิ้ว ราคา ๑,๐๐๐ บาท เป็นต้น

 

กลองทุกชนิดทำจากไม้ก้ามปูทั้งต้นครับ ส่งออกนอก ญี่ปุ่นและไต้หวัน แน่นอนของดีส่งออก ตำหนิหน่อยก็ขายในไทย ใช้หนังวัวครับ ส่วนใหญ่นำเข้าจากมาเลเซีย

 

วัดป่าโมกวรวิหาร อยู่ในอำเภอป่าโมก มีพระสมเด็จพระไสยาสน์ (หลวงพ่อโต) ซึ่งหลายคนเชื่อว่าท่านพูดได้ ทราบว่ามีบางคนได้ทดลองแล้ว ได้ถวายผ้าห่มท่านด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคล

 

อ้อ ถามใครก็ไม่มีใครทราบนะครับว่าเขียนอย่างไรจึงถูกต้องระหว่าง “ป่าโมกข์” และ “ป่าโมก” เพราะเห็นเขียนกันทั้งสองแบบ แต่ไม่มีคำตอบครับ

ไปเยี่ยมศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ เป็นโครงการพระราชดำริในการสอนปั้นตุ๊กตาชาววังตัวเล็กๆ ตั้งศูนย์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นกลุ่มชาวบ้านมาร่วมกันทำ แรกๆ มีครูจากเพาะช่างมาสอน มีคนมาทำ ๑๐๐  กว่าคน ตอนนี้เหลือประมาณ ๕๐ คน เท่านั้น คนเก่าแก่ก็สอนเด็กๆ กันต่อไป

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศานุวงศ์ได้เสด็จมาทอดพระเนตรบ่อยๆ

 

บนคุ้มสุวรรณภูมิชั้นสอง มีผลงานปั้นช้างดินเผาฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และตุ๊กตาดินเผาฝีพระหัตถ์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ผลงานส่วนใหญ่ส่งขายที่ศูนย์ศิลปาชีพและสถานที่ต่างๆ

 

ชอบสถานที่ที่นี่จังครับเพราะร่มรื่นมาก นอกจากเป็นที่สอนและปั้นตุ๊กตาชาววังแล้ว ยังฝึกการร้องเพลงเรือและเพลงเกี่ยวข้าวด้วย

 

ผู้เขียนชื่นชอบมากครับ เพราะนอกจากเป็นการรักษาเพลงเรือและเพลงเกี่ยวข้าวแล้ว ยังทำให้เยาวชนรักวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามของไทยด้วย ได้ถ่ายวีดิโอมาให้ฟังและถ่ายภาพกับครูฝึกและเด็กๆ ด้วย ลองฟังดูซิครับ  https://youtu.be/mNJcTbtAAH8

 

กินอาหารกลางวันที่ร้านไก่ชน เป็นร้านที่คนกรุงเทพมากินกันเยอะ โดยเฉพาะช่วงเทศกาล ถึงขนาดต้องสั่งจองทีเดียว คนอ่างทองก็รู้จักแต่ไม่ค่อยได้มากิน กับข้าวที่กินในวันนั้น มีต้มยำปลาช่อน ไก่รวน สาวสองหน้าและปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมพริกไทย

 

วัดสุดท้ายที่ได้ไปไหวพระคือวัดต้นสน ภายในพระวิหารพระพุทธรูป สมเด็จพระศรีเมืองทอง เป็นพระทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีคำแนะนำให้อธิษฐานจิตแล้วปิดทองที่หัวแม่มือ เอาหัวไปแตะ ดูรายละเอียดจากภาพได้นะครับ ภายนอกมีพระพุทธรูปองค์โตด้วย

 

ที่นี่มีศูนย์พิพิธภัณฑ์บางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง ซึ่งเป็นศูนย์จักสาน อ่างทอง จำหน่ายเครื่องจักรสานที่ชาวบ้านได้ทำขึ้น และยังมีร้านของชาวบ้านในบริเวณศูนย์ นอกจากนั้น ยังมีโรงเรียน OTOP โรงเรียนผู้สูงอายุและเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP อีกด้วย

 

มาพบกระท้อนที่เจ้าของมาขายเอง มีให้เลือกตามขนาดครับโตสุดก็ กก. ละ ๗๐ บาท ขนาดเล็กลงก็ถูกลง เป็น กก. ละ๕๐ บาท หรือ ๓ กก. ร้อย อร่อยเหมือนกัน เพียงแต่ลูกโตก็มีเนื้อมากหน่อย

 

ถามคนขายแล้วครับว่าขายดีครับ วันละ ๑๐-๓๐ เข่งๆ ละ ๓๕ กก. เมื่อวันวานขายได้เกือบสองหมื่นบาท เห็นวิธีปอกกระท้อนลูกละ ๔ ส่วน แล้วหยิบกินเข้าปากเลย โดยไม่ต้องปอกเปลือกให้เสียเวลา สนใจก็ชมวีดิโอนี้นะครับ https://www.youtube.com/watch?v=icjazw1qDrg

จุดสุดท้ายที่แวะชมคือต้นยางทอง ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ ๔ ของประเทศ มีเส้นรอบวง ๑๐ เมตร ๑๑ นิ้ว สูง ๘๐ นิ้ว เสียดายที่ไม่ทราบว่าต้นยางทองซึ่งใหญ่เป็นอันดับ ๑ – ๓ อยู่ที่ใด

 

ได้เที่ยวอ่างทองบ่ายวันศุกร์และในวันเสาร์ ครบถ้วนตามคำขวัญของจังหวัดอ่างทองที่ว่า “พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน”

ก็ขอขอบคุณคุณอ้อยทิพย์ ชี่นตา หัวหน้าสำนักงานบ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดอ่างทอง ที่ได้กรุณาให้น้องๆ ที่บ้านพักเด็กฯ นำเที่ยวในบ่ายวันศุกร์ และได้นำเที่ยวเองในวันเสาร์ ไม่นึกหรอกว่าอ่างทองจะมีพระดังๆ ให้ไหว้ และจังหวัดมีสิ่งดีๆ ให้ชมเยอะมาก

 

และสิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือคุณอ้อยทิพย์ ชี่นตา เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสตรีวิทยา และเป็นลูกศิษย์คุณสายพิณ แหม กว่าลูกศิษย์กับครูจะจำกันได้ ก็นานเชียว ครับ โลกนี้กลมจริงๆ

ท่านผู้อ่านละครับ พอมีเวลาไหมครับ ไปเที่ยวอ่างทองกันเถอะ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ไปไหว้พระ ชมของดี สูดอากาศให้เต็มปอด ที่สำคัญเที่ยวเมืองไทยเงินทองไม่รั่วไหลไปต่างประเทศครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 09/07/2018 เวลา : 21.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณครับนายธรรมยุติครับ ด้วยความยินดีครับ

ความคิดเห็นที่ 3 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายธรรมยุติ วันที่ : 09/07/2018 เวลา : 07.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Dhammayuth

แวะมาเยี่ยมชมครับคุณพุธทรัพย์
ขอบคุณที่พาเที่ยวและไหว้พระครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 29/06/2018 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

สาธุครับ คุณ Wullopp

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 29/06/2018 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอไหว้พระมาด้วยความเคารพ ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน