*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 164
  • จำนวนผู้ชม : 113944
  • จำนวนผู้โหวต : 292
  • ส่ง msg :
  • โหวต 292 คน
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 9 กันยายน 2561
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 560 , 16:40:25 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน Chaoying , มะอึก และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

เบิกบานสราญใจในเมืองลิกอร์

ตอนที่ ๑ มนต์เสน่ห์คีรีวง 

หลายท่านอาจงงว่าคราวนี้ผู้เขียนไปเที่ยวเมืองที่มีชื่อแปลกดี เมืองลิกอร์อยู่ที่ไหน ไม่เคยได้ยิน แต่บางท่านเมื่อเห็นคำว่า “เมืองลิกอร์” ก็ถึงบางอ้อแล้วครับ

เมืองลิกอร์เป็นเมืองที่เก่าแก่ มีอายุทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นชุมชนขนาดใหญ่ในอ่าวไทยมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ ปี

นอกจากชื่อเมืองลิกอร์แล้ว เมืองนี้ยังมีชื่อเรียกอีกหลายชื่อครับ คือ ตามพรลิงค์ ตั่งหม่าหลิ่ง โลแค็ก ศรีธรรมราช ศิริธรรมนคร นครตอนพระ โดยชื่อดังกล่าวทั้งหมดนี้ ปัจจุบันคือจังหวัดนครศรีธรรมราชครับ


เหตุที่ผู้เขียนใช้ชื่อเมืองลิกอร์แทนที่จะใช้จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากจะสร้างจุดสนใจให้ท่านผู้อ่านแล้ว ยังได้ประชาสัมพันธ์ชื่อเมืองเก่าแก่ให้รู้จักกันอย่างแพร่หลายด้วย

ผู้เขียนเคยไปนครศรีธรรมราชแล้วหลายครั้ง ได้พักค้างคืนตั้งแต่ ๑ -  ๓ คืน แต่เนื่องจากส่วนใหญ่ไปงานราชการ ดังนั้น จึงไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่อำเภอต่างๆ ส่วนใหญ่วนเวียนอยู่แถวโรงแรมในเมืองหรือไม่ก็อยู่ในเขตอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชนั่นแหละครับ

ที่ไปเที่ยวจริง  ๆ มีครั้งเดียวครับ คือไปเที่ยวขนอม ไปนอนที่นั่น ๒ คืน ครับ ประทับใจมาก เขียนลงในบล็อกนี้แหละครับ ชื่อ ขนอม (อ่านว่า ขะ-หนอม) : เพชรเม็ดงามแห่งใหม่ที่ต้องไปสัมผัส” ท่านที่ไม่ได้อ่านก็แวะไปชมได้ที่

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2017/04/28/entry-1 นะครับ

เพราะความโด่งดังของหมู่บ้านคีรีวง ซึ่งเป็นสถานท่องเที่ยวชุมชนที่เลื่องชื่อ จึงพยายามหาโอกาสไปชมนานแล้ว แต่ไม่สบโอกาส ตอนนี้มีเวลาก็ไปเยี่ยมชมกันหน่อย แม้ผู้เขียนเป็นเด็กบ้านนอก แต่บรรยากาศที่คีรีวงน่าจะแตกต่างจากบ้านเกิดที่บ้านศาลาลอยของผู้เขียนที่ชุมพร

ตอนแรกตั้งใจว่าไปเพียง ๓ วัน ๒ คืน เท่านั้น โดยนอนที่หมู่บ้านคีรีวง ๑ คืน และในเมืองนครศรีธรรมราช ๑ คืน แต่เพราะความเป็น สว. รู้ตัวก่อนเดินทางเพียง ๑ วัน ว่าจองตั๋วโลว์คอร์สเกินเวลาที่ต้องการไป ๑ วัน

การเปลี่ยนตั๋วโลว์คอร์สนั้น หากไม่จำเป็นจริงๆ ก็เลิกคิดได้เลยนะครับ เพราะค่าเปลี่ยนแปลงตั๋วแพงเหมือนกับซื้อตั๋วไหมเลยทีเดียว จึงตัดสินพักเพิ่มอีก ๑ คืน โดยเพื่อนได้จองที่พักเพิ่มเติมให้

การเพิ่มจาก ๓ วัน เป็น ๔ วัน ทำให้ได้เที่ยวมากขึ้นและเที่ยวอย่างสบายๆ ไม่เร่งรีบ ได้ไปถึง ๑๐ อำเภอ เดิมเคยไปแล้ว ๔ อำเภอ ก็ถือว่าได้เที่ยวเกินครึ่งแล้ว เพราะนครศรีธรรมราชมี ๒๓ อำเภอ

จองตั๋วเที่ยวเช้า ๐๖.๐๐ น. ครับ เพราะได้มีเวลาเที่ยวมากขึ้น เดิมเป็นเที่ยวที่ถูกที่สุด แต่เนื่องจากวันเดินทางนั้นเป็นวันเปิดทำงานวันแรกของวันหยุดยาว ราคาจึงแพงที่สุด

แต่ก็โชคดีที่ได้กินกาแฟของสายการบินฟรี เพราะซื้อตั๋วโลว์คอร์สที่ประหยัดที่สุด แต่ได้นั่ง Premium seat คงเป็นเพราะจองไว้นานแล้วกระมัง จึงได้รับการ upgrade

 

นึกถึงตอนไปเรียนที่สหรัฐอเมริกาได้บินชั้นธุรกิจเป็นประจำ เพราะเจ้าของทุนจองตั๋วชั้นประหยัดให้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน  จึงได้รับ upgrade ให้เป็นชั้นธุรกิจ เพราะอาจขายที่นั่งชั้นประหยัดให้บุคคลที่ต้องการซื้อเมื่อที่นั่งชั้นประหยัดเต็มและชั้นธุรกิจว่าง ทำแบบนี้เครื่องบินเต็มลำครับ

ช่วงเดินทางนั้นฝนตกตลอดครับเพราะดีเปรสชั่นเข้า แต่วันนั้นแม้ว่าท้องฟ้าไม่แจ่มใสมากนัก แต่มีทีท่าว่าฟ้าเปิด ก็ได้แต่ภาวนาว่าฝนอย่าเพิ่งตกเลยนะฝนนะ รอให้กลับ กทม. แล้วค่อยตก

 

แวะกินบะกุ๊ดเต๋ที่ร้านโกปี๊ คิวคูตอน นครโบราณ ก่อนเดินทางจากอำเภอเมืองไปวัดธาตุน้อย ซึ่งอยู่ที่ตำบลจันดี อำเภอฉวาง โดยผ่านอำเภอช้างกลาง อ้อ เห็นคำขวัญประจำเมืองก็นำมาฝากด้วยครับ


 

เพื่อไปสักการะสรีระของพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ซึ่งผู้เขียนรู้จักกิติศัพท์ของท่านมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก รู้จักเพียงชื่อของท่าน แต่ไม่เคยมาสักการะ สรีระของท่านอยู่ในโลงแก้วชั้น ๓ ของเจดีย์ ได้ปิดทองรูปปั้นของท่านและได้ทำบุญด้วย ทราบว่าท่านดับเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๓

 

จากวัดธาตุน้อยตามโปรแกรมที่เพื่อนจัดให้ ไปชมเขื่อนกระทูน อำเภอพิปูน น้องผู้นำทางโดยใช้ Google Maps และใช้เส้นทางลัด สองข้างทางซึ่งเป็นทางเล็กๆ นอกจากเป็นสวนยางพาราแล้ว ยังมีพืชผลไม้หลายชนิดครับ นึกว่าหลงเสียแล้ว แต่ไม่หลงและได้พบกับของดีครับ

 

เห็นคนกำลังสอยมังคุดข้างทาง ก็จอดแวะจอดซื้อ พบเจ้าของสวนหน้าตาดี มีสง่าราศี ถามว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านหรือ คำตอบคือ เป็น สท. ครับ ชื่อคุณสถิตย์ กรดมาก

 

โอภาปราศัยกันถูกคอก็คิดราคาผลไม้เฉพาะมังคุดเท่านั้นแหละครับ ส่วนเงาะและลองกองนั้นเป็นของแถม ดีนะทุเรียนยังไม่สุก ไม่งั้นคงได้แถมด้วย ฮิฮิฮิ นี่แหละครับ น้ำใจของคนไทย

แล้วก็ได้ชมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นหลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ ราชการได้สร้างเขื่อนขึ้นเพื่อเป็นอ่างเก็บน้ำ น้องบิว คุณอรวรรณ อินทรศวร เป็นผู้นำทางได้ถ่ายภาพกับคุณสายพิณด้วย สังเกตภาพท้ายสุดนะครับ เป็นถนนเดิมที่อ่างเก็บน้ำท่วมครับ

 

หาอาหารริมเขื่อนแต่ไม่มีครับ ไม่ทราบว่าทางราชการห้ามไว้หรือไม่ หากมีร้านอาหารสักร้านริมเขื่อนก็คงได้บรรยากาศดีไม่น้อย หากกรมชลประทานห้ามก็เปิดโอกาสให้ประมูลสักร้านก็ดีนะครับ

เพื่อนทำโปรแกรมให้ดีมาก จัดให้แวะดื่มกาแฟกันที่บ้านเขากอด ชื่อเพราะ บรรยากาศดีมาก มีธารน้ำไหล ผ่านไปทางนั้น แวะกอดกัน...เอ้ย...แวะดื่มกาแฟเคล้าบรรยากาศอันสวยงามได้นะครับ

 

แล้วก็เดินทางถึงหมู่บ้านคีรีวง หมู่บ้านที่ใฝ่ฝันอยากมานานแล้ว นอกเหนือจากอากาศดี เห็นลำธารน้ำไหลก็ชอบแล้ว เพราะบ้านของผู้เขียนตอนเป็นเด็กนั้นบ้านอยู่ริมแม่น้ำท่าตะเภา จึงเป็นคนที่ชอบน้ำ

 

สัมผัสแรกของคีริวงที่ได้รับ นอกจากความชื่นชอบที่เห็นน้ำไหลผ่านโขดหินบ้าง ลดเลี้ยวไปตามทางของมันบ้างแล้ว ความสะอาดเป็นสิ่งที่ประทับใจมากที่สุด

ได้เห็นการทำความสะอาดที่ชุมชนที่ร่วมมือกันทำในตอนเช้าครับ ไม่ได้มารวมกันทำความสะอาดหรอกครับ แต่ทุกคนได้เก็บและกวาดขยะหน้าบ้านของตนเองแล้วเก็บทิ้ง

ไม่เหมือนบางแห่งที่ชอบทิ้งขยะบนถนน ทั้งสกปรกและก่อให้เดิดน้ำท่วม แล้วบ้านเมืองจะเจริญได้อย่างไร ช่วยกันยกระดับจิตใจผู้ชอบทิ้งขว้างขยะในที่สาธารณะให้สูงขึ้นก็จะดีนะครับ

ถึงคีรีวงก็ขอก็ถ่ายรูปกันที่สะพานปูนกันก่อน ต๊อกแต๊กหรือคุณพยอม สุขวัลลิ พลขับที่แสนดีมากๆ ก็ได้ลงมาพักและถ่ายรูปกับผู้เขียนด้วย

 

หลังจากสะพานปูน ขับรถเข้าไปเรื่อยๆ จึงหยุดรถถ่ายรูปกันที่สะพานแขวน


ถึงบ้านสวนเรไรซึ่งเป็นที่พักคืนแรก อยู่สุดถนนเลยครับ ติดกับลำธารที่แสนสะอาด เสียงน้ำไหลผ่านโขดหินบ้าง หรือตกจากที่สูงบ้าง ไพเราะได้บรรยากาศดีมากครับ ได้พักห้องชั้นบนครับ

 

เห็นที่พักตอนแรกก็นึกเสียดายที่ไม่ได้นำกางเกงขาสั้นไปด้วย เพราะจะได้นั่งแช่ในลำธาร แต่เพียงหย่อนเท้าลงไปแช่ก็ไม่นึกเสียดายแล้วละครับ เพราะน้ำเย็นเฉียบ นั่งทั้งตัวไม่ไหวแน่นอน

 

ออกไปเดินเล่นนิดหน่อย แต่ก็เดินไปไม่ได้นาน เพราะฝนตั้งเค้าแล้ว ไม่เป็นไรในวันรุ่งขึ้นช่วงเช้าค่อยไปเดินเล่นให้ทั่ว


ไปพบกับลูกชก เคยรู้จักหรือเคยเห็นลูกชกไหมครับ ลูกชกก็มาจากต้นชกซึ่งเป็นพืชยืนต้นคล้ายต้นปาล์ม ผลหนึ่งมี ๓ เม็ด ครับ ลองชิมดูก็อร่อยดีครับ

 · 

ขอบคุณฝนที่ให้โอกาสเที่ยวทั้งวันโดยไม่มีฝนเลย แต่ก็คงอั้นเต็มที่แล้ว จึงตกลงมาช่วงเวลาประมาณ ๑๗.๒๐ น. ฝนนี้เป็นเพียงฝนเดียวที่พบในการเดินทางครั้งนี้ นับว่าไปกับดวงจริงๆ

ได้พักกันแล้วละครับ เนื่องจากไม่กินอาหารประเภทแป้ง วันนั้นอาหารเย็นจึงเป็นของแท้ๆ จากนครศรีธรรมราช เพียบเลยครับ ก็ผลไม้ที่ซื้อสดๆ มาจากสวนพร้อมของแถม รวมทั้งทุเรียนของเจ้าของเจ้าของสวนเรไรที่นำมาให้ชิม แล้วชมผลงานของผู้เขียนและคุณสายพิณซิครับ

 

อาหารเช้าซึ่งอยู่ชั้นบนของอีกหลังหนึ่ง เป็นข้าวต้มและข้าวเหนียวสังขยาซึ่งรวมในค่าที่พักแล้ว  ได้ถ่ายรูปกับต้นไม้ผลต่างๆ ดูทุเรียนลูกที่คุณสายพิณจับท่าจับนั่นแหละครับ เจ้าของบอกว่ายังไม่สุก

 

แล้วก็เดินชมธรรมชาติยามเช้า ผู้คนยังไม่ตื่นครับ แต่เนื่องจากธรรมชาติไม่เคยหลับ ก็เดินชมทัศนียภาพอันสวยงามได้ตามสบายครับ ถนนหนทางสะอาดจริงๆ

 

ได้ถ่ายภาพสถานที่ถ่ายเมื่อวานอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ซ้ำของเดิมครับเพราะมุมกล้องต่างกัน แม่ค้าและนักท่องเที่ยวยังมีน้อยครับ สอบถามชาวบ้านทราบว่าผู้คนจะมากันประมาณเที่ยง หากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดก็จะเริ่มกิจการกันเร็วขึ้นหน่อยครับ

 

คงต้องจบตอนแรกไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ ตอนหน้าไปกินขนมจีนเจ้าดังก่อนออกจากคีรีวงแล้วไปเที่ยวกันต่ออีกมากมายหลายอำเภอและหลายแห่ง ติดตามชมนะครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Chaoying วันที่ : 19/09/2018 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

รักคึรีวงค่ะ
ขุนเขาที่กว้างใหญ่ พงไพรที่เขียว ผู้คนที่นั่นมีวิถีชีวิตที่น่าสนใจ ปลูกผลไม้มากมาย
น่าไปเที่ยวค่ะ หน้าท่องเที่ยว คนชาวบ้านแทบจะย้ายบ้านหนี เพราะนักท่องเที่ยวมาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มะอึก วันที่ : 14/09/2018 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

อ่านสนุกครับท่าน...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน