*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 125
  • จำนวนผู้ชม : 85735
  • จำนวนผู้โหวต : 210
  • ส่ง msg :
  • โหวต 210 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน 2561
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 481 , 16:44:57 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน Chaoying , ลิงเขียว และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

จตุรัสเรจีสถาน งดงามที่สุดในเอเซียกลาง : ท่องเที่ยวอุซเบกิสถาน (๕)

เช้าวันนั้นที่บูคาร่า อากาศเย็นมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา เมืองบูคาร่ากำลังพัฒนา มีการก่อสร้างทุกๆ อย่าง รวมทั้งการซ่อมแซมด้วย ดังนั้น ความพร้อมต่างๆ จึงไม่ค่อยมี โรงแรมที่พัก ๒ คืน ที่ผ่านมาไม่ค่อยดีนัก ฝุ่นมีพอควร เป็นคนแพ้ฝุ่นจึงต้องกินยาแก้แพ้

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ Tourist Attractions และสถานที่ Shopping อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน เดินไปได้ นอกจากพระราชวังฤดูร้อนเท่านั้นที่อยู่นอกเมืองออกไป

อ้อ วันวานซึ่งเป็นวันเสาร์มีคนเดินถนนมากกว่าจำนวนร้านค้าที่เปิด เป็นนักท่องเที่ยวมากกว่าคนพื้นเมือง นอกจากนั้น ร้านค้ายังปิดร้านเร็วกว่าวันศุกร์ คงเป็นเพราะที่นี่ไม่มีเที่ยวบินทุกวัน หวังว่าเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว คงมีนักท่องเที่ยวมากกว่านี้

อาหารเช้าที่ Atlas Hotel เหมือนกับวันวานทุกประการ ไม่มีสลัดให้กิน มีแต่แตงกวากับมะเขือเทศที่หั่นไว้ให้ ขนมปัง ไข่ดาวและไข่ต้มพอมีครับ แต่ไม่มีไส้กรอกให้กิน ที่ถือว่าเป็นพิเศษก็คือผลไม้ครับมีมากมายหลายชนิดดังภาพ มีแตงโมและแคนทาลูปอีกด้วย แต่หมดจานแล้วครับ ดังนั้น จึงต้องพึ่งโจ๊กจากเมืองไทยด้วย

ตามเวลานัดก็ออกเดินทางจากเมืองบูคาร่าไปเมืองกิซห์ดูวาน (Gigduvon) โดยรถบัส ระยะทางประมาณ ๓๐ กม. ถนนส่วนใหญ่กำลังก่อสร้าง การเดินทางจึงไปได้ไม่เร็วนัก สองข้างทางริมทาง จะเห็นปลูกฝ้าย ข้าวโพดและแอ๊ปเปิ้ลด้วย เห็นคนงานเก็บฝ้ายเป็นระยะๆ

 

ริมถนนมีผู้คนยืนโบกรถ ๒ ข้างทาง เพราะที่นั่นไม่มีรถโดยสารประจำทางครับ อย่างไรก็ตาม ความอัตคัตสิ่งอำนวยความสะดวก ก็ไม่ได้อัตคัดน้ำใจครับ เพราะประชาชนก็ให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกันดีครับ โดยการรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปด้วย แต่บางประเทศขืนรับไปด้วยก็เดือดร้อนเช่นกันครับ

 

เมืองกิซห์ดูวาน เป็นเมืองที่เป็นจุดพักของพ่อค้ากองคาราวานบนเส้นทางสายไหมที่จะเดินทางไปอินเดียและกลับจีน ทำให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของการค้าและยังเป็นเมืองหน้าด่านในการป้องกันและต่อสู้ศัตรูผู้รุกรานอีกด้วย

แวะโรงงานทำถ้วยชามเครื่องปั้นดินเผา เครื่องใช้ต่างๆ และพวกเซรามิคส์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงมากของเมืองนี้

 

เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและชื่นชอบมากจากชาวอุซเบคและชาวเอเซียกลางเกือบทุกประเทศ ราคาหรือครับ แก้วกาแฟราคา ๘.๐๐ ดอลล่าร์สหรัฐ ขณะที่บ้านเราในงานโอท๊อปเพียง ๑๕-๒๐ บาท

เสื้อผ้า กระเป๋าผ้าไหมขายด้วยนะครับ ไปชมโรงงานปั้นถ้วยชามกันนิดหนึ่ง ก็เหมือนกับทั่วไปแหละครับ ไม่ประทับใจเท่าไร

เดินทางต่อไปเมืองซามาร์คานต์ (Samarkand) ครับ ช่วงนี้ใช้เวลาในการเดินทางที่ยาวนาน เพราะระยะทางทั้งสิ้น ๒๐๒ กม. แต่ระยะทางแค่นี้เขายังมีคนขับผู้ช่วยด้วย ไม่เหมือนบ้านเรานะครับระยะทางมากกว่านี้ยังขับคนเดียวสบายมาก

สภาพสองข้างทางเหมือนเดิมครับ คนขับหวังดีแวะเข้าห้องน้ำ ปรากฏว่ากำลังสร้าง ก็ถ่ายรูปบริเวณนั้นแทน อ้อ แล้วก็พบส้วมครับ ดูภาพสุดท้ายซิครับ

 

ถึงเมือง Navoiy ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือเมืองอุตสาหกรรมใหม่ครับ มีโรงงานหลายแห่งเกิดขึ้นครับ คราวนี้ได้แวะห้องน้ำ ค่าห้องน้ำ ๕,๐๐๐ ซอม

แวะร้านขายของ คนขายยิ้มเลยครับ เพราะสมาชิกแวะซื้อเหล้าว๊อดก้า ไวน์ ราคาประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ซอม ผู้เขียนซื้อเหล้าขาวมา ๑ ขวด ขวดสวยดีครับ ส่วนไวน์แดงนั้นตั้งใจซื้อกินไปที่เมืองสามาร์คานต์

สังเกตดูแตงโมและแคนทาลูปซิครับ ลูกโตมาก อ้อ ไอศกรีมช็อคโกเล็ตแบบบ้านเราด้วย ราคาเพียง ๕,๐๐๐ ซอม เท่านั้น

 

แล้วก็แวะชมสถานที่ฝังศพอิหม่าม บุคอรี (Imam Al-Bukhariy Memorial Complex) อิหม่าม บุคอรี มีชื่อเต็มว่า Abu Abdullah Mohamed Bin Ismail- Al-Bukhari เป็นนักบันทึกฮะดิษชื่อดังแห่งประวัติศาสตร์อิสลาม เป็นหนึ่งในนักปราชญ์แห่งฮะดิษที่เลื่องลือที่สุดแห่งประวัติศาสตร์อิสลาม

หนังสือ Sahih Al-Bukhari ของอิหม่าม บุคอรี กล่าวถึง วจนะ การกระทำและกิจวัตรของท่านศาสนทูตมุฮัมหมัด (ซ.ล.) เกิดเมื่อปี ฮ.ศ. ๑๙๔ ที่เมืองบูคาร่า

ก่อนเข้าชม ต้องผ่านด่านขายของที่ระลึก แต่สื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ขากลับออกมาถามราคาก็บอกราคาเป็นเลขหลักหมื่นเท่านั้น เช่น ๑๔ ซึ่งหมายถึง  ๑๔,๐๐๐ ซอม อ้อ สถานที่ฝังศพนี้เข้าชมฟรีครับ แต่ต้องตรวจอาวุธก่อน

 

เมื่อเข้ามาในภายใน อาคารที่เห็นเด่นเป็นสง่านั้นคือสถานที่ฝังศพอิหม่าม บุคอรี แต่ที่เห็นในภาพไม่ใช่ที่ฝังศพจริงๆ หรอกครับ เป็นเพียงสัญญลักษณ์เท่านั้น ที่ฝังศพจริงๆ อยู่ตรงนั้นแต่ลึกลงไปครับ

 

ภายในบริเวณนั้นทั้งอาคารและสถานที่สะอาดสะอ้าน ร่มรื่นและสวยงาม ต้นไม้ใหญ่ที่เห็นนั้นคงมีอายุเป็นร้อยปี มีน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้ประชาชนได้ดื่มและประพรมเพื่อความเป็นศิริมงคลด้วย

 

แล้วก็เดินทางถึงเมืองสามาร์คานต์ เพราะใช้เวลาในการเดินทางมาก กินอาหารกลางวันวันนั้นล่าช้ามากคือเวลา ๑๕.๐๐ น. แต่ก็ไม่หิวกันหรอกครับ เพราะนอกจากอาหารว่างที่ทัวร์แจกแล้ว ยังกินจุ๊บกินจั๊บระหว่างทางกันอีกด้วย วันนั้นจัดโต๊ะยาว จัดวางเครื่องเคียงไว้สวยงามทีเดียว

 

อาหารหลักคือไก่ครับ มีขนมข้าวพองให้กินด้วยครับ

เมืองซามาร์คานต์ (Samarkand) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ ๒ รองจากทาชเค้นท์ เคยเป็นเมืองหลวงของอุซเบกิสถานมาก่อน

เมืองโบราณที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่สร้างขึ้นบนเนินเขา สำหรับประกอบพิธีทางศาสนาในฤดูใบไม้ผลิ เป็นเมืองที่กำเนิดงานเขียนของผู้ที่นับถือศาสนาโซโรแอสเตอร์

เป็นที่อยู่ของบุคคลสำคัญ มีสุเหร่า อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน โรงเรียนสอนศาสนา และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองในเทพนิยายอีกด้วย เรื่อง “พันกับหนึ่งทิวา” ไงละครับ

ที่สำคัญเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าขายที่มีชื่อว่าเส้นทางสายไหม และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. ๑๙๙๓

ขอนำทัวร์โดยรถบัสก่อนนะครับ รูปปั้นคือรูปประธานาธิบดีครับ

 

แล้วเราก็นั่งรถเล็กๆ เพื่อไปตลาดกลาง (Central Market/Siyab Bazaar) ตลาดนี้เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงของเมืองซามาร์คานด์ เป็นตลาดที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะที่ตลาดแห่งนี้ชาวเมืองยังนิยมแต่งกายตามวัฒนธรรมของอุชเบกิสถานโดยการสวมใส่เสื้อผ้าและหมวกที่มีลวดลายและสีสันที่งดงาม

 

แล้วก็แวะตลาดเสื้อผ้า ต่อกันอุตลุด จาก ๓๕,๐๐๐ ซอม เหลือ ๑๕,๐๐๐ ซอม เหลือเชื่อจริงๆ ครับ


ซื้อสินค้าพื้นเมืองต่างๆ กันครับ ส่วนใหญ่ซื้อเม็ดอัลมอลและถั่วต่างๆ ต่อรองราคากันน่าดูครับ ใครต่อได้ก็แห่ตามก้นไปซื้อ อ้อ นั่งรถไป-กลับครับ ค่ารถคนละ ๒,๐๐๐ ซอม ครับ ทัวร์จ่าย

 

จุดสุดท้ายที่เข้าชมคือ จตุรัสเรจีสถาน (Registan Square) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่งดงามที่สุดในเอเซียกลาง ตกแต่งไปด้วยศิลปะกระเบื้องเคลือบสีฟ้าตัดขอบด้วยสีเหลือง รายล้อมไปด้วยโรงเรียนสอนศาสนาที่มีรูปทรงเรขาคณิตตกแต่งและมีลวดลายที่สวยงามไม่เหมือนใคร

 

ขมภายนอกของแต่ละโรงเรียนก่อนที่จะนำไปชมภายในนะครับ แต่ละแห่งได้สร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันและมีความสวยงามไม่เหมือนกัน

 

ชมภายในของโรงเรียนแรก คือ โรงเรียนเชียร์ ดอร์(Shir Dor) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกกันก่อนนะครับ

 

สำหรับโรงเรียนที่สองคือโรงเรียนอูลุค เบก (Ulug Beg) ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก

 

และโรงเรียนสุดท้ายคือโรงเรียนทิลยา คารี (Tilya Kari) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือ

 

คืนนั้นพักที่โรงแรม Registan Plaza เป็นโรงแรมที่สวยมากครับ เสียดายพักเพียงคืนเดียว และเป็นโรงแรมเดียวในการเดินทางครั้งนี้ที่ได้แช่น้ำในอ่าง

 

หลังอาหารเย็นซึ่งเป็นแบบบุฟเฟต์แล้ว ก็เดินออกไปชมอนุสาวรีย์อาเมียร์ ตีมูร์ (Amir Timur Monument) อยู่ติดกับโรงแรมที่พักครับ

 

ท่านผู้อ่านคงจำได้ว่าอนุสาวรีย์อาเมียร์ ตีมูร์ ที่ทาชเค้นท์นั้น อาเมียร์ ตีมูร์ ขี่ม้า แต่ที่เมืองซามาร์คานด์ ท่านนั่งครับ

ตอนหน้าเป็นตอนจบของการท่องเที่ยวชุด “อุซเบกิสถาน” แล้วครับ ติดตามชมนะครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

อ่าน “ท่องเที่ยวอุซเบกิสถานตอนก่อนหน้านี้ได้ ดังนี้

ตอน ๑ ไปเที่ยวประเทศอุซเบกิสถานกันครับ 

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2018/11/12/entry-1

ตอนที่ ๒ เยี่ยมชมจัตุรัสฮัสตี อิหม่าม และจัตุรัสอิสรภาพ

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2018/11/15/entry-1

ตอนที่ ๓ โบโลเฮ้าซ์ สวยงามจริงแท้แน่นอน

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2018/11/19/entry-1

ตอนที่ ๔ ป้อมปราการที่ยิ่งใหญ่ในบูคาร่า 

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2018/11/22/entry-1



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พุธทรัพย์ วันที่ : 29/11/2018 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณเจ้าหญิงครับ

ครับ สวยจริงๆ ครับ โดยเฉพาะโรงเรียนสอนศาสนาหลังที่สามของจตุรัสเรจีสถานนั้น สวยงามมากๆ ได้แสงและสีเข้าด้วยแล้วยิ่งสวยมากขึ้น เสียดายมีเวลาน้อยไม่อาจชื่นชมได้นานครับ

เห็นส้วมของเขาแล้วนึกถึงสมัยผมเด็กๆ ครับ เดี๋ยวนี้เมืองไทยไม่มีส้วมหลุมใช้แล้วครับ

อากาศกำลังสบายครับ ไม่ร้อนครับ เช้าๆ อาจเย็นนิดหนึ่งแต่ก็ชอบครับ ส่วนฝุ่นนั้น เมืองบูคาราซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกและกำลังพัฒนามีฝุ่นมากกว่ากรุงเทพมหานครครับ ส่วนเมืองอื่นก็พอๆ กับกรุงเทพฯ ครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พุธทรัพย์ วันที่ : 29/11/2018 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณเจ้าหญิงครับ

ครับ สวยจริงๆ ครับ โดยเฉพาะโรงเรียนสอนศาสนาหลังที่สามของจตุรัสเรจีสถานนั้น สวยงามมากๆ ได้แสงและสีเข้าด้วยแล้วยิ่งสวยมากขึ้น เสียดายมีเวลาน้อยไม่อาจชื่นชมได้นานครับ

เห็นส้วมของเขาแล้วนึกถึงสมัยผมเด็กๆ ครับ เดี๋ยวนี้เมืองไทยไม่มีส้วมหลุมใช้แล้วครับ

อากาศกำลังสบายครับ ไม่ร้อนครับ เช้าๆ อาจเย็นนิดหนึ่งแต่ก็ชอบครับ ส่วนฝุ่นนั้น เมืองบูคาราซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกและกำลังพัฒนามีฝุ่นมากกว่ากรุงเทพมหานครครับ ส่วนเมืองอื่นก็พอๆ กับกรุงเทพฯ ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พุธทรัพย์ วันที่ : 29/11/2018 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณลิงเขียวครับ

ส้วมอาจสยองสำหรับคนปัจจุบัน แต่คนบ้านนอกแบบผมเป็นเรื่องธรมดาครับ สมัยเด็กผมก็พบแบบนี้ครับ ลงภาพให้ดูสำหรับคนไม่เคยเห็น จะได้ทราบว่าบ้านเมืองอื่นก็ยังไม่เจริญเท่าบ้านเรา เพราะบ้านเราไม่มีแบบนี้แล้ว

การต่อรองราคาทราบว่าเป็นเรื่องปกติครับ สำคัญว่าเราใจกล้าต่อหรือไม่ เขาเอากำไรน้อยๆ จากคนที่ใจไม่ถึงครับ ส่วนคนกล้าต่อเขาก็ได้กำไรน้อยหน่อย คุณลิงเขียวไม่ต้องห่วงหรอกครับ หากเขาไม่ได้กำไรเขาก็ไม่ขายให้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Chaoying วันที่ : 29/11/2018 เวลา : 05.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

วิหารสวยนะคะ สถาปัตยกรรมแปลกตา กับลวดลายเครื่องเซรามิค
ส้วม บอกอะไรบางอย่างได้นะ
อากาศดีจัง ร้อนไหม มีฝุ่นเหมือนกรุงเทพฯ ไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลิงเขียว วันที่ : 28/11/2018 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ
ลิงเขียวชอบเครื่องปั้นดินเผาค่ะ
หน้าตาแปลกๆ

ห้องส้วมน่าสยองจังเลยแฮะ

รถโดยสารประจำทางไม่มี
เห็นด้วยเลยค่ะ
บางทีเห็นคนโบกอยากไปด้วย
แต่ก็ต้องใจดำนะคะ เพราะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตเลยนะ
ลิงไม่มีรถหรอก แต่เห็นมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นเยอะอะค่ะ
กับการรับคนแปลกหน้าขึ้นรถมาด้วย

ลวดลายของโรงเรียนสวยมากๆเลยอ่า
ทรงคุณค่ามากมาย

หูย...ต่อราคากันขนาดนี้
พ่อค้าแม่ค้า..จะมีกำไรพอจ่ายค่าแผงปะคะเนี่ยยยย ^^

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ วันที่ : 28/11/2018 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณแม่หมีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี วันที่ : 28/11/2018 เวลา : 18.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ตามมาเที่ยวต่อค่ะ 0_0

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน