*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 134
  • จำนวนผู้ชม : 95169
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 376 , 13:34:24 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

ไปไหว้รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎกันหรือยังครับ (๒)

ตอนที่แล้วได้นำท่านสู่จังหวัดจันทบุรีโดยได้เช็คอินที่โรงแรม Hop Inn แล้ว แต่ยังไม่ได้เขียนต่อว่าไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง ก่อนที่จะขึ้นไปไหว้รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎ ครับ ก็ขอต่อจนจบนะครับ

เห็นป้ายในห้องกาแฟที่ว่า "10 อย่าง ที่ต้องทำเมื่อมาจันทบุรี" ดูๆ ก็น่าเชื่อนะ แต่ข้อสุดท้ายยังสงสัยเพราะระบุว่า "Check in ที่ ฮ๊อบ อินน์ จันทบุรี" ฮิฮิฮิ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าห้องพักและได้พักผ่อนกันประมาณ ๑ ชั่วโมง จึงได้เดินทางไปโบสถ์คริสต์เมืองจันทร์ตามที่โรงแรม Hop Inn แนะนำ ครับ โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล โบสถ์คริสต์เมืองจันทร์มีความสวยงามสมคำเล่าลือครับ

 

รถผ่านชุมชน ๑๐๐ ปี ตลาดหลังวัดโรมัน ตลาดนี้เป็นตลาดที่เปิดในตอนเช้าครับ ไม่ให้รถผ่านด้วย และเนื่องจากไปตอนบ่ายจึงขับรถผ่านได้ แต่ไม่มีตลาดให้ดู ของอย่างนี้ก็ต้องได้ล้างเสียบ้าง ไม่ได้ได้หรือเสียไปทั้งหมดครับ

แล้วก็ไปกินอาหารเย็นที่ร้านปูจ๋า สั่งอาหารมาเยอะ กินกันเกือบหมดครับ แต่บางคนก็ไม่ค่อยแฮปปี้กับความสดและความอร่อยของอาหารเท่าใดนัก

กลับมาโรงแรมก็รีบพักผ่อนกัน เพื่อเตรียมแรงขึ้นเขาคิชฌกูฎในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ผู้เขียนนั้น นอนและตื่นตามเวลาไม่ว่ามีเหตุใด จึงเข้านอนตามปกติ

ตื่นเช้าขึ้นมากินกาแฟสดอย่างเดียวเพราะ ฮ๊อบ อินน์ จันทบุรี ไม่มีขนมปังหรืออาหารเช้าอย่างอื่นบริการ อย่างไรก็ตาม คณะก็เดินทางมารวมพลและกินข้าวต้มกันที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพล กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)

 

อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานทดแทนหลายๆ เรื่องมานานแล้ว คุณพานิช พงศ์พิโรดม อดีตอธิบดีกรม พพ. ซึ่งเข้าฝึกอบรม นบส. ๑ รุ่นที่ ๓๒ ของสถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ. รุ่นเดียวกับคุณสายพิณ มณีศรี ภรรยา ได้กรุณาอธิบายให้ฟัง รวมทั้งโครงการที่ได้กล่าวข้างต้นด้วย ได้ความรู้อีกเยอะ ขอขอบคุณอีกครั้งครับ

 

หลังจากนั้น ทุกคนในคณะได้ขึ้นรถของ “คิวรถคณะสงฆ์บริการ...บ้านพลวง” ซึ่งเป็นรถ 4WD ทั้งหมด ๘ คัน ออกเดินทางออกจากโครงการฯ ปกติผู้ชายเขาให้ขึ้นกะบะท้ายครับ แต่เขาเห็นว่าผู้เขียนเป็น สว. ก็เลยได้นั่งด้านใน

 

สำหรับท่านที่จะขึ้นเขาคิชฌกูฏ หากต้องการเดินขึ้นยอดเขาเองซึ่งมีระยะทางประมาณ ๘ กิโลเมตร ก็ทำได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินครับ ช่วงนี้ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ แต่ช่วงที่เดินมีไฟฟ้าส่องทางตลอดครับ หากท่านใช้บริการรถคิว ก็เสียค่ารถคนละ ๒๐๐ บาท ขาขึ้น ๑๐๐ บาท และขาลง ๑๐๐ บาท ครับ

หากไปรถส่วนตัวก็ขับรถไปจอดที่วัดกะทิงและวัดพลวง ซึ่งเป็นมีจุดจอดรถทางขึ้นเขาคิชฌกูฏ เพียง ๒ จุด เท่านั้น ทราบว่าปีนี้มีรถบริการถึง ๔๐๘ คัน ครับ

ช่วงแรกรถ 4WD ผ่านบนสันเขื่อน ได้ไหว้ศาลเจ้าพ่อเขาด่านก่อน ถนนทางขึ้นบางช่วงลาดชันมากและมีโค้งมาก แต่พื้นถนนเรียบพอสมควร มีเจ้าหน้าที่คอยราดน้ำเพื่อขจัดฝุ่นเป็นระยะๆ ทำแบบนี้ทำให้ถนนอัดแน่นไปด้วยครับ

รถ 4WD สิ้นสุดการเดินทางที่ลานสีวลี จากจุดนี้ก็ตัวใครตัวมันละครับ คือเลือกวิธีการขึ้นเขากันเอง หากคิดว่ามีความสามารถก็เดินซิครับ ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร เท่านั้น สำหรับท่านที่คิดว่าไม่น่าจะไหวจริงๆ ก็ควักเงินจ่ายค่าบริการเสลี่ยง ค่าบริการเที่ยวละ ๔๐๐ บาท ครับ

 

ผู้เขียนและกลุ่มเดินขึ้นไปครับ มีเพียง ๑ ท่าน เท่านั้น ที่ขึ้นเสลี่ยง สำหรับทางเดินขึ้นเขาคิชฌกูฏนั้น แม้จะชันเป็นบางช่วง แต่เป็นทางเดินขึ้นเขาที่ดีที่สุดเท่าที่ผู้เขียนเคยพบมา ทั้งนี้ เพราะตอนที่เป็นบันไดก็มีทั้งไม้ทั้งปูนบ้าง ทางราบบางช่วงก็มีไม้ปูลาดให้โดยตลอด และตอนนี้ก็กำลังสร้างเพิ่มเติมครับ ไปปีหลังๆ ก็คงสะดวกมากยิ่งขึ้น

 

ธรรมชาติสองข้างทางนอกจากมีต้นไม้แล้วยังมีพระพุทธรูปปางต่างๆ มากมาย ลมอ่อนๆ ที่พัดโชยมาช่วยไม่ให้เหนื่อยมากนัก แต่ต้องไม่รีบร้อนในการเดินขึ้นนะครับ ขึ้นถึงลานหินซึ่งเป็นที่ตั้งของรอยพระพุทธบาทได้เหงื่อซิบๆ ครับ


 

อย่าลืมแวะถ่ายภาพกับป้ายชื่อวนอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เลยไปนิดเดียวก็เห็นทิวทัศน์ด้านล่าง แวะพักเหนื่อยถ่ายภาพที่สวยงามกันก่อน ต่อจากจุดนี้เส้นทางที่ขึ้นเขามีทางแยกซ้ายขวา ซึ่งมีระยะเท่ากันและจะบรรจบกันอีกครั้ง แต่ทางซ้ายสวยกว่าและผ่านประตูสวรรค์ด้วย ดูจากภาพนะครับ

 

เลยประตูสวรรค์ไปหน่อยเดียวก็ถึงลานกว้างซึ่งเรียกว่าลานหิน ลานนี้เองมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย แต่ก่อนจะถึงลานหิน มาชมภาพและทิวทัศน์ที่สวยงามกันก่อนครับ

คราวนี้ก็ได้ไหว้รอยพระพุทธบาท ซึ่งเรียกเต็มๆ ว่าพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ หรือชาวบ้านเรียกว่าพระพุทธบาทพลวง 

 

รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม ขนาด ๑x๒ เมตร เป็นรอยพระบาทด้านขวาซึ่งนายติ่ง นายนำและนายปลื้ม สิงขรบาท ค้นพบเป็นครั้งแรก และมีรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าที่แม่ชีปลั่งได้สร้างไว้เมื่อมาปฏิบัติธรรมอยู่ใกล้ๆ ด้วย

หินก้อนโตที่อยู่หลังรอยพระพุทธบาท คือ “หินลูกบาตร” ฝั่งตรงข้ามกับหินลูกบาตร มีรอยพระหัตถ์ สังเกตเห็นได้จากมีรอยปิดทองอยู่ แต่ไม่ได้ถ่ายภาพไว้ครับ

 

เนื่องจากมีคำแนะนำว่าผู้ที่จะขึ้นไปกราบสักการะรอยพระบาท ควรมีของสักการะ รวม ๕ อย่าง คือ ทองคำเปลว ดอกไม้ ธูป เทียนและปัจจัย กลุ่มของเราได้ซื้อทองคำเปลวไปแล้ว ดอกไม้ ธูป เทียน นั้น ทางคณะได้จัดเตรียมไว้ให้ ส่วนปัจจัยก็แล้วแต่จะศรัทธา

หลังจากได้สักการะรอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิต่างๆ ในบริเวณนั้นแล้ว พระสงฆ์รูปหนึ่งได้นำสวดเพื่อขออโหสิกรรมพระพุทธบาท พระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์

 

บริเวณนี้มีที่ชมวิวหลายๆ อย่างครับ สวยงาม สดชื่น ที่จริงมีทางขึ้นเขาไปชมวิวและยอดเขาอีกครับ แต่ก็ต้องพอเพราะมีเจตนามาไหว้รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏครับ และขึ้นไปก็คงไม่มีเวลา

 

ทุกคนแยกย้ายกันถ่ายภาพตามอัธยาศัย เพราะดังที่กล่าวแล้วว่าบนลานหินนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจ รวมทั้งรูปปั้นของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ด้วย อย่างไรก็ตาม ก่อนการเดินทางกลับก็ได้ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน


ที่ดีและสบายที่สุดก็ตอนขาลงเขาคิชฌกูฏ นี่แหละครับ เดินสบายครับ ลมพัดเย็นๆ ชมธรรมชาติ จึงไม่รู้สึกเหนื่อยครับ เหงื่อที่ออกตอนเดินขึ้น ตอนเดินลงแห้งหมดแล้วครับ

 

กล่าวโดยสรุป การเดินขึ้นเขาคิชกูฏนั้น ไม่น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิดหรอกครับ ชวนบางคนไปขึ้นเขาคิชฌกูฎใจก็ไม่สู้แล้ว ถ้าใจไม่สู้ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ ขนาดผู้เขียนซึ่งเลย ๖ รอบ ไปแล้ว ยังหยุดพักเพียงครั้งเดียว วัดจำนวนก้าวด้วยนาฬิกาแล้ว ขึ้นและลงเพียง ๕๙๖๓ เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อนที่เคยไปขึ้นเขานี้มาก่อนเล่าว่าทางขึ้นไม่มีปัญหาอะไรเหมือนกับที่ผู้เขียนกล่าว แต่ปัญหาก็คือการคอยคิวขึ้นรถ 4WD แม้จะมีอยู่ถึง ๒ จุด แต่ใช้เวลาในการรอคอยมาก ปีนี้คนจะแน่นเหมือนทุกๆ ปี และจะมีปัญหาหรือไม่ก็ไม่อาจทราบ ขอเพียงอย่าให้ต้องคอยกันนานมากเลยครับ

อาจเป็นบุญกุศลที่ได้ขึ้นไปไหว้รอยพระพุทธบาท เมื่อเดินลงมาถึงลานหินก็พบชาวบ้านซึ่งทำข้าวต้มมัดมาถวายพระ แต่มาช้าเลยเวลาฉันเพลแล้ว จึงแจกผู้เขียนและเพื่อนๆ เป็นการทำบุญแทน

ก็รีบรับซิครับ เพราะตอนนั้นเลยเที่ยงไปแล้ว ข้าวต้มถ้วยเดียวในตอนเช้าหมดเกลี้ยงไปแล้วตั้งแต่ตอนขึ้นเขา ผู้เขียนชอบข้าวต้มมัดมาก และข้าวต้มมัดชาวบ้านมีถั่วด้วย อร่อยถึงใจ ขอบคุณอีกครั้งครับ

แล้วก็นั่งรถ 4WD คันเดิม คุยกับคนขับรถคันนี้ทราบว่าเป็นชาวสวนผลไม้ มีรายได้จากการขายผลไม้ได้ปีละประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ บาท หักค่าใช้จ่ายแล้วมีรายได้ปีละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท มีงานขึ้นเขาก็หาลำไพ่พิเศษทำงาน ๒ เดือน น่าอิจฉาไหมละครับ เป็นชาวสวนที่มีความสุขมาก

แม้คนขับได้รับค่าจ้างไปแล้ว แต่เมื่อได้รับทิปจากผู้เขียนก็แสดงท่าทางแปลกใจ อาจนึกไม่ถึง แต่ก็ยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวขอบคุณ นี่แค่ชาวสวนและคนขับรถ 4WD เท่านั้นนะครับ ที่เข้าใจและรักษาวัฒนธรรมไทย ยังมีผู้มีการศึกษาอีกเยอะที่ไม่รู้จักวัฒนธรรมไทยพื้นฐานเช่นนี้

ครับ ได้ร่วมกินอาหารกลางวันกับคณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพล กรม พพ. วันนี้มีรายการไก่ย่าง หมูทอด ส้มตำและต้มซี่โครงหมู แต่ทุกคนก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย คงมีความหิวประกอบด้วย

หลังจากนั้น ก็กล่าวอำลา กลุ่มของผู้เขียนก็ได้ขอบคุณคุณพานิช พงศ์พิโรดม ที่ได้อำนวยความสะดวกต่างๆ ในการขึ้นเขาครั้งนี้

 

แวะที่ตลาดบ้านเพ ผู้เขียนได้ใช้ประโยชน์ของตลาดนี้เพียงอย่างเดียวคือได้เข้าห้องน้ำครับ ไม่ได้ซื้ออะไร แต่เพื่อนบางคนก็ซื้อของกันนิดหน่อย

 

เพราะความอยากเห็นถนนสายใหม่ซึ่งสร้างในทะเลที่ชลบุรี ดังนั้น จากตลาดบ้านเพ จึงขอให้คนขับรถตู้ใช้ทางมอเตอร์เวย์สาย ๗ พัทยา-กรุงเทพมหานคร แล้วก็ได้ชมสะพานชลมารควิถี สมใจ ชมตลอดสายตั้งแต่หัวสะพานถึงบางทราย คนขับรถตู้มีน้ำใจ จอดรถให้ลงมาถ่ายภาพกันด้วยครับ

 

เสียดายนิดหนึ่งที่มาตอนเย็นไปหน่อย เขาว่าตอนพระอาทิตย์ตกน้ำ เอ้ย ตกดินจะสวยกว่านี้ แต่ก็ได้มาดูไว้ก่อนก็ดีแล้วนะครับ โอกาสหน้าฟ้าใหม่ค่อยไปละเลียดกันอีกครั้ง

แล้วก็เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ ขอบคุณคุณพานิช พงศ์พิโรดม เพื่อนของภรรยาที่ได้ให้โอกาสเดินทางไปขึ้นเขาด้วย ขอบคุณสมาชิกกลุ่มทุกท่านที่ว่าอะไรก็ว่าตามกัน สุดท้ายขอขอบคุณเจ้าของรถตู้ที่ขับรถได้ดีและมีน้ำใจ รวมทั้งนำชมสะพานชลมารควิถี ตามคำร้องขอด้วยความเต็มใจ

พุธทรัพย์ มณีศรี



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 19/02/2019 เวลา : 07.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ด้วยความยินดีครัย คุณ vinitvadee

ความคิดเห็นที่ 3 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 17/02/2019 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ตามมาเที่ยวค่ะ

ชอบชื่อ สะพานชลมารควิถี
หลังจากชอบชื่อถนนจันทนิมิต ถนนญาณวิโรจน์บ้านเพื่อนค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะ _/\_

ความคิดเห็นที่ 2 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 05/02/2019 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ใช่ครับคุณสิงห์นอกระบบ สนุกแน่ๆ ครับ หากอยู่ในวัยทำงาน แต่ผมคิดว่า สว. ไม่น่าสนุกหรอกนะครับ อาจอันตรายด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 05/02/2019 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขึ้นเวลากลางคืน ยิ่งน่าตื่นเต้นครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน