*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 146
  • จำนวนผู้ชม : 103333
  • จำนวนผู้โหวต : 274
  • ส่ง msg :
  • โหวต 274 คน
<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 3 มีนาคม 2562
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 361 , 10:38:34 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน อดุลย์ , Chaoying และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

ป้อมปราการและวิหารที่น่าสนใจ : ประเทศจอร์เจีย ตอนที่ ๓

หลังอาหารเช้าแล้วก็เตรียมพร้อมออกเดินทาง ออกมาถ่ายภาพหน้าโรงแรมที่พัก ดูป้ายหน้าโรงแรมซิครับ สร้างเมื่อปี ค.ศ. ๑๘๗๒ โดยสถาปนิกชาวเยอรมันเป็นผู้ออกแบบโครงสร้าง ก็โรงแรมนี้ตั้งอยู่ในชุมชนชาวเยอรมันนี่ครับ

 

มีโรงพักตั้งอยู่ติดกับโรงแรมด้วย ก็เดินเข้าไปชมซิครับ เข้าใจว่าตำรวจคงงงๆ จึงบอกว่าเข้ามาชมโรงพัก ไม่ทราบว่าตำรวจรู้เรื่องไหม เพราะคนจอร์เจียบางคนก็ไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่ก็พยักหน้า แฮะๆๆๆ ไม่กล้าถ่ายรูปตำรวจครับ

 

วันนั้นอุณหภูมิอุ่นขึ้น ๑ องศา แต่ดูเหมือนหนาวมากกว่าเมื่อวันวาน ทั้งนี้ เพราะวันนั้นลมแรงครับ ที่จริงความหนาวนั้นไม่เท่าไรหรอก แต่เพราะลมทำให้หนาวมากขึ้นครับ

เดินทางไปชมป้อมปราการอานานูรี (Ananuri Castle) ผ่านเขื่อนใหญ่แห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในจอร์เจียเขื่อนนี้เป็นสถานที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวง พร้อมกับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย

ทางที่ไปป้อมปราการอานานูรี ก็เป็นชนบทแบบบ้านเรา ชาวบ้านปลูกผลไม้ขาย มีแผงผลไม้ริมถนนเป็นระยะๆ คล้ายกับบ้านเรา ดูเขารักษาความสะอาดได้ดีมากครับเพราะมีถังขยะริมถนนตลอดเส้นทาง 

อย่างไรก็ตาม ในความรู้สึกนั้นดูเหี่ยวแห้งชอบกล เพราะไม่ชินกับสภาพต้นไม้ใบโหร๋น แม้ว่าจะเดินทางและพบเห็นในลักษณะเช่นนี้ตามประเทศต่างๆ บ่อยครั้งก็ตาม

 

อ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคในอดีต ตั้งอยู่บนแม่น้ำอารักวีซึ่งอยู่ในแนวเทือกเขาคอเคซัส (Caucasus) ทิวทัศน์สวยงามมากครับ

 

เห็นหมวกชาวจอร์เจียก็นำมาเต๊ะถ่ายรูปเป็นชาวจอร์เจียกับเขาสักหน่อย

 

ผ้าที่คุณสายพิณถืออยู่เป็นผ้าจอร์เจึยครับ แม้ว่าที่นั่นราคาถูกผืนละ ๒๐ ลารี่ แต่เห็นว่าฝีมือยังไม่ค่อยดีเท่าไร จึงยังไม่ซื้อ ตอนหลังที่พบกับผ้าจอร์เจียอีก ราคาก็ตั้งแต่ ๓๐ ลารี่ ขึ้นไปครับ

 

It's coffee time ครับ แต่ไม่ได้แวะเพื่อดื่มกาแฟหรอกครับ เข้าห้องน้ำกันครับ สังเกตนะครับ มีห้องน้ำเพียงห้องเดียว ไม่ใช่เฉพาะแห่งนี้ครับ ที่ไหนๆ นอกจากที่โรงแรมก็มีห้องเดียว ดีหน่อยก็อาจแยกเป็น ๒ ห้อง คือของผู้หญิงและผู้ชายเท่านั้น

 

สุนัขเยอะมากครับ ไม่ว่าที่ไหน สุนัขเต็มไปหมด ไม่ระมัดระวังเรื่องมูลของมันด้วย ปล่อยให้ถ่ายเรี่ยราดบนถนน เวลาเดินต้องระวังกันหน่อย ไม่งั้นเดือดร้อนกันทั้งคันรถ

 

สังเกตสาวน้อยกวาดถนนหน้าร้านไหมครับ เห็นเธอกวาดตั้งแต่รถมาถึง จนกระทั่งรถออกไปแล้วก็ยังกวาดอยู่เลยครับ

 

ดอกไม้ป่าข้างร้านกาแฟ ถามชาวจอร์เจึยก็ไม่มีผู้ใดรู้จัก ได้แต่บอกว่า Wild flowers ไปที่ไหนก็เห็นดอกไม้ป่านี้ตลอดครับ ไม่ต้องตอบหรอกนะครับว่าดอกอะรูมิไร้ เพราะดอกนี้เขารู้จักกันทั่วไปแล้วครับ

 

แล้วก็ถึงป้อมปราการอานานูรี เป็นสถานที่ก่อสร้างอันเก่าแก่ที่มีกำแพงล้อมรอบ และตั้งอยู่ริมแม่น้ำอารักวี (Aragvi) สร้างขึ้นให้เป็นป้อมปราการในศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ภายในมีโบสถ์ ๒ หลัง ครับ มีหอคอยที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ทำให้เห็นภาพทิวทัศน์อันสวยงามของเบื้องล่าง

 

ป้อมนี้สร้างอยู่บนอ่างเก็บน้ำ เดิมเป็นปราสาทของราชวงศ์อารักวีซึ่งปกครองดินแดนส่วนนี้ในช่วงศตวรรษที่ ๑๓ สถานที่แห่งนี้ยังเคยเป็นสนามรบมาแล้วหลายครั้ง


สังเกตดูช่องทางเล็กๆ ซิครับ เป็นช่องทางที่หนีจากป้อมหากมีปัญหา โดยหนีลงไปยังแม่น้ำครับ

 

เห็นหลายคนเดินขึ้นไปชมข้างบน จึงรวบรวมความกล้าเดินขึ้นไปสำรวจบ้าง ตอนขาลงเห็นว่าได้ระยะพอควรก็กระโดดลงมา ก็ตะครุบกบซิครับ หัวเข่าถลอกนิดหน่อยเพราะความไม่เจียมบอดี้


สำรวจร้านค้ากันนะครับ ต่อราคาเขาสัตว์เพื่อใช้ดื่มไวน์ คิดว่าถูกแล้ว ก็ซื้อกันไป ที่ไหนได้ไปถึงเมืองซิกเนกิ เมืองแห่งความรัก สวยๆ แล้วก็ถูกกว่าด้วย อย่างว่าแหละครับ การซื้อของก็เหมือนแทงหวยใช่ไหมครับ ไม่เราก็เจ้ามือครับ

พบสาวชาวพื้นบ้านขอถ่ายรูปด้วย เธอยินดี เป็นที่น่าสังเกตว่าถ่ายกับชาวจอน์เจียไม่ว่าเป็นสาวหรือมีอายุแล้ว จะเอียงตัวเข้ามาหาเชียวละ

 

ก่อนออกจากป้อมปราการอานานูรี มีจุดที่ไกด์บอกว่าสวย ก็รวมพลถ่ายรูปหมู่กันอีกซิครับ แล้วสวยเหมือนที่ไกด์บอกไหมละครับ

 

แดดออกดีมากครับ เห็นภาพเทือกเขาคอเคซัสชัดเจน วิ่งไปเก็บภาพมาฝากท่านผู้อ่านก่อนขึ้นรถด้วย

 

นั่งรถมาไม่นานนักก็ถึงจุดชมวิวของอ่างเก็บน้ำซินวาลีอีกแห่งหนึ่ง ก็ใช้เวลาพียงเล็กน้อยลงไปเก็บภาพกัน

 

ผ่านบ้านแถบนี้เห็นโครงเหล็กหน้าบ้านเกือบทุกบ้าน ไม่ได้สร้างไว้เพื่อกันขโมยหรอกครับ มีไว้เพื่อปลูกองุ่นแล้วผลิตไวน์ไว้ดื่มกันเอง บริเวณนี้อยู่ในที่ราบซากุราโม ซึ่งเป็นแหล่งปลูกองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ที่มีคุณภาพและใช้ในการผลิตไวน์ของจอร์เจีย

 

แล้วก็ได้แวะโรงงานผลิตไวน์ ถ่ายภาพกับเจ้าหน้าที่ที่คอยต้อนรับก่อน หลังจากนั้น จึงได้นำไปชมโรงงานผลิตไวน์สมัยเก่า คล้ายพิพิธภัณฑ์เท่านั้นแหละครับ ปัจจุบันไม่ได้ผลิตโดยวิธีนี้แล้ว

 

ที่นั่นมีรางไว้ใส่องุ่นแล้วใช้เท้าเหยียบ ทั้งน้ำและเศษเนื้อองุ่นไหลลงท่อหมัก เมื่อหมักจนได้ที่แล้วนำมากรอกใส่ขวด ใช้ปากขวดคว่ำลง มีเจ้าหน้าที่มาหมุนขวดวันละครั้ง ทำแบบนี้ ๓ ปี จึงนำขวดไปแช่แข็ง เพื่อเขี่ยกากออก แล้วจึงนำไปบรรจุขวดขายต่อไป

 

อาหารกลางวันวันนั้นพิเศษครับ ได้ชิมไวน์หลายอย่าง ให้เจ้าหน้าที่เขียนชื่อให้ซึ่งมีดังนี้คือ ias'vardi, saferavi และ rqawiteli รวมทั้งมีเหล้าขาว (Cha cha) ให้ด้วย ผู้เขียนไม่กล้าลองเหล้าขาวหรอกครับ แรงเกินไปสำหรับตอนกลางวัน

 

เนื่องจากไวน์ที่นำมาให้ดื่มมากเกินไป พวกเราก็ช่วยเหลือโดยการกรอกไวน์และเหล้าขาวที่เหลือลงในดื่มขวดน้ำดื่มซึ่งดื่มหมดแล้ว ฮิฮิฮิ ก็ทำกันทุกที่ที่มีไวน์ให้ดื่มไวน์ฟรีนั่นแหละครับ เสียดายของที่เหลืออยู่ เพราะยังไงเขาก็เททิ้งใช่ไหมครับ

หลังจากนั้น ก็เดินชมและซื้อไวน์ ครับ ได้ไวน์ทึ่ถูกใจคือ Moscatel จำนวน ๒ ขวด ตามกำหนดที่จะนำเข้าประเทศได้ แน่นอนอยู่แล้วว่าถูกกว่าที่ซื้อจาก King Power ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

แล้วก็ไปชมวิหารจาวารี (Jvary Monastry) เป็นวิหารแบบจอร์เจียนออร์โธด็อกซ์ (Georgian Othodox) สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ ๖ ได้รับการคัดเลือกจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้วยนะครับ

 

วิหารจาวารีตั้งอยู่บนเขาใกล้เมืองมิสเคต้า (Mtskheta) อยู่ทางตะวันออกของจอร์เจีย ภูเขาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาคอเคซัสครับ

ที่หน้าวิหาร ลงไปนั่งถ่ายภาพซึ่งมีแม่และเด็กนั่งถ่ายรูปกันอยู่ก่อน จึงถ่ายภาพด้วยกัน หลังจากนั้น สาวจอร์เจียซึ่งเข้าใจว่าเป็นน้าหรืออาของเด็กก็ขอถ่ายรูปด้วย ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายเขาก็กดกันฉุบฉับและหัวเราะกันอย่างครื้นเครง เป็นสาวจอร์เจียคนแรกและคนเดียวที่ได้โอบครับ

 

วิหารจาวารีนี้ ตั้งอยู่บนเทือกเขาหิน ณ จุดที่บรรจบกันของแม่น้ำมิควารี (Mtkvari) และแม่น้ำอารักวี (Aragvi) สังเกตดูแม่น้ำมิควารีและแม่น้ำอารักวีนะครับ แม่น้ำมิควารีมีสีเทา ส่วนแม่น้ำอารักวีมีสีเขียว

 

มองลงไปเห็นเมืองมิสเคต้าซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรไอบีเรีย (Kingdom of Iberia) ปัจจุบันเป็นเมืองตากอากาศ (Summer House) เพราะในหน้าร้อนอากาศที่นี่ไม่ร้อนมากนัก

เดินทางไปอนุสาวรีย์ของคนสำคัญต่างๆ ของจอร์เจีย ซึ่งสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ ๓,๐๐๐ ปี ของจอร์เจีย

และก็มีชื่อเรียกหลายชื่อมากครับ ไม่แปลแล้วนะครับ ชื่อเรียกก็คือ The Chronicle of Georgia, History Memorail of Georgia หรือ Stonehenge of Georgia

ก่อนไปถึงอนุสาวรีย์ของคนสำคัญต่างๆ ของจอร์เจีย ได้เห็นบ้านเก่าๆ สมัยที่โซเวียตครอบครองส่วนหนึ่ง เหฺ็นแล้วนึกถึงแฟลตดินแดงบ้านเราครับ ตากผ้ากันที่หน้าต่างเต็มไปหมด

 

ไปชมอนุสาวรีย์ของคนสำคัญต่างๆ ของจอร์เจียแล้ว คงไม่ต้องเดินทางไปอังกฤษเพื่อไปดู Stonehenge ของอังกฤษแล้ว ทราบว่าที่อังกฤษของจริงนั้นเล็กมาก ไม่ใหญ่โตเหมือนในภาพถ่าย


บนอนุสาวรีย์ของคนสำคัญต่างๆ ของจอร์เจียนี้ สามารถมองเห็นทะเลทบีลิซี่ (Tbilisi Sea) ชื่อว่าทะเลแต่ไม่ได้เป็นทะเลหรอกครับ เป็นทะเลสาบที่ขุดขึ้นเอง ยาว ๑๐ กิโลเมตร นอกจากนั้น จากบนนั้นยังมองเห็นเมืองทบีลิซี่ทั้งเมืองอีกด้วย

 

ว่ากันว่าชาวจอร์เจียบาปหนักมากครับ หนักมากจนไม้กางเขนยังรับไม่อยู่ สังเกตดูที่ซิครับ ไม้กางเขนลู่ลงทั้งสองข้าง เห็นไม้กางเขนที่ไหนในจอร์เจียก็มีลักษณะเช่นนี้เกือบทั้งหมดแหละครับ

 

แล้วเราก็ถ่ายรูปหมู่กันอีกที่หน้าอนุสาวรีย์ของคนสำคัญต่างๆ ของจอร์เจีย กันนี่แหละครับ

 

เข้าเมืองทบีลิซี่เพื่อไปกินอาหารค่ำ แต่เนื่องจากยังไม่ถึงเวลากินอาหารเย็น ทัวร์จึงให้ออกไปช้อปปิ้งแถวๆ ร้านอาหาร ร้านต่างๆ ลดราคากันอย่างจุใจ แต่ไม่ได้ซื้ออะไรมากหรอกครับ ไม่อยากซื้อไปเก็บ

 

กินอาหารที่จอร์เจียไม่ว่าจะเป็นที่ร้านอาหารหรือในโรงแรม (ยกเว้นอาหารเช้า) คนจอร์เจียจัดโต๊ะยาวแบบนี้แหละครับ ไม่ได้ถามว่าเป็นธรรมเนียมหรือไม่ อ้อ ภาพสุดท้ายเธอสวยไหมครับ

 

กินอาหารเสร็จก็กลับโรงแรม ถึงโรงแรมมีไวไฟจึงหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่งขึ้นมาใช้ เพราะไม่สามารถใช้ Hotspot ได้ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วในตอนแรก

แฮะๆๆ ไม่อยู่เสียแล้ว คงเป็นเพราะนำออกมาใช้กับไวไฟที่ร้านอาหารแล้ววางลืมวางไว้บนโต๊ะ โทรศัพท์หาไกด์ ไกด์รีบบอกว่าร้านอาหารโทรศัพท์มาแจ้งแล้ว วันรุ่งขึ้นจะนำคืนให้ที่โรงแรม

ครับ ก็เป็นความน่ารักในความซื่อสัตย์ของเจ้าหน้าที่ของร้านอาหาร และเป็นตัวแทนของคนจอร์เจียที่ทำให้นักท่องเที่ยวรักจอร์เจียมากยิ่งขึ้นด้วย ของไทยเราควรต้องเน้นและปลูกฝังในเรื่องนี้อย่างยิ่งนะครับ

ก็คงหลับนอนก่อนละนะครับ ตอนหน้าไปดูถ้ำโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในจอร์เจียกันครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

อ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ที่

ตอนที่ ๑ : ซื้อทัวร์จอร์เจียแล้วได้แถมอีก ๒ ประเทศ  

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2019/02/20/entry-1

ตอนที่ ๒ : เมื่อเหยี่ยวต่อสู้กับไก่ฟ้าแล้วเกิดอะไรขึ้น  

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2019/02/20/entry-1



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 05/03/2019 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณมากครับคุณอดุลย์ อ่านได้ละเอียดมากครับ ผมใช้แบบนี้มาตลอดแหละครับ

ความคิดเห็นที่ 3 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อดุลย์ วันที่ : 04/03/2019 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

(ตอนต้นๆของเรื่อง)
...ที่จริงความหนาวนั้นไม่เท่าไรหรอก แต่เพราะลมทำให้หนาวมากขึ้นครับ
------------------------------

"หนาวมากขึ้น"

นานๆที ที่จะเห็นคนเขียนลักษณะนี้
ผมเห็นด้วยกับถ้อยคำของคุณพุธทรัพย์ครับ

เดี๋ยวนี้ฟังข่าวพยากรณ์อากาศตอนช่วงฤดูหนาวทีไร
ผมจะหงุดหงิดทุกครั้งกับถ้อยคำ
"พรุ่งนี้อากาศจะเย็นลง" "พรุ่งนี้อากาศจะหนาวลง"
ซึ่งผมคิดว่าเป็นการใช้คำที่ไม่ถูกต้อง

ซึ่งเรื่องนี้
ถ้าเราใส่คำว่า "มาก" หรือ "น้อย" ประกอบเข้าไปด้วย
แบบที่คุณพุธทรัพย์ เขียนมา
มันก็จะทำให้การใช้ภาษาไทยถูกต้อง
"(อากาศ)หนาวมากขึ้น" "หนาวน้อยลง"
"(อากาศ)ร้อนมากขึ้น" "ร้อนน้อยลง"

บ่นครับบ่น
อิ อิ
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 03/03/2019 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณ คุณ vinitvadee คุณยั้งคิด คุณ rattiya และคุณเจ้าหญิง

คุณเจ้าหญิงครับ ขืนนำหมากใบนี้มาใช้ที่เมืองไทย รับรองครับว่าหิดเต็มหัวแน่ๆ เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 03/03/2019 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

พี่พุธน่าจะซื้อหมวกจอร์เจียมาใส่ที่เมืองไทยนะคะ เปลียนลุค

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน