*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 146
  • จำนวนผู้ชม : 102996
  • จำนวนผู้โหวต : 274
  • ส่ง msg :
  • โหวต 274 คน
<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 18 มีนาคม 2562
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 270 , 11:43:50 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

มหาวิหารที่มีหลังคาทำด้วยแผ่นทองคำ : ประเทศจอร์เจีย ตอนที่ ๖

เพราะวันก่อนที่จะเดินทางกลับ มีพยากรณ์อากาศว่าฝนตก ทัวร์จึงต้องเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ให้ไปช้อบปิ้งกันแทน สถานที่ไปช้อบปิ้งคือที่ East Point Shopping & Entertainment City ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ทราบว่าที่นั่นไม่ได้มีเพียงร้านค้าให้ช้อปปิ้งกันเท่านั้น แต่มีโรงภาพยนตร์และโรงโบว์ลิ่งอีกด้วย

 

สินค้าที่จำหน่ายในจอร์เจียนั้นส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่นำเข้าจากรัสเซีย ตุรกี และจีนเป็นหลัก ตั้งใจแล้วว่าไม่ซื้ออะไรแล้ว เพราะของที่มีอยู่ก็น่าจะพอเพียง แต่เนื่องจากเป็นช่วงพ้นฤดูหนาว จึงเป็นจังหวะดีที่สินค้าโดยเฉพาะเสื้อหนาว ลดราคามาก บางอย่างลดลงถึงร้อยละ ๗๐    

การลดราคาเมื่อพ้นฤดูในต่างประเทศนั้น ทำกันอย่างจริงจัง ดังนั้น ผู้ใดก็ตามที่ไม่เห่อแฟชั่นและพอมีสตางค์สักหน่อย ก็ซื้อของปลายหนาวนี้ไปใช้ในหนาวโน้น ก็ประหยัดเงินได้โขอยู่

นอกจากร้านคาร์ฟูซึ่งบ้านเราไม่มีแล้ว คณะของเราก็เหมาอยู่ร้านขายเสื้อหนาวและของอื่นๆ ซึ่งลดราคามากเพียงร้านเดียว เข้าใจว่าเมื่อพวกเรากลับแล้ว ผู้จัดการคงต้องปิดร้าน เพราะกำไรมากแล้วหรือไม่มีของขายอีก ฮิฮิฮิ

 

แม้ว่าฝนปรอยๆ แต่ก็ไปชมมหาวิหารซาเมบา (Holy Trinity Cathedral Sameba) ซึ่งเป็นมหาวิหารจอร์เจียนออร์โธด็อกซ์ที่สำคัญของเมือง สร้างขึ้นในช่วงปีคริสตศักราช ๑๙๙๕ - ๒๐๐๔ บนที่สูงฝั่งขวาของแม่น้ำคูรา

 

มหาวิหารนี้ใหญ่ที่สุดของจอร์เจียและเป็นมหาวิหารตะวันออกกลางออร์โธด็อกซ์ที่สูงเป็นอันดับ ๓ ของโลก หลังคาของวิหารนี้ทำด้วยแผ่นทองคำครับ สามารถส่งประกายระยิบระยับเมื่อต้องแสงแดด

 

ภายในมหาวิหารซาเมบ้ามีป้ายห้ามถ่ายภาพ แต่ในป้ายมีแฟล็ชด้วย ตอนแรกไม่กล้าถ่าย แต่เจ้าบ้านหรือผู้ที่เข้าไปในมหาวิหารนี้ถ่ายกันทุกคน ทั้งนี้ โดยไม่ใช้แฟล๊ต ก็เอาอย่างบ้างซิครับ แต่ก็ถ่ายไม่มาก

 

แล้วก็เดินออกมาชมข้างนออกกันต่อครับ


อาหารกลางวัน เป็นมื้อสุดท้ายที่ได้ดื่มไวน์ฟรีครับ ส่วนอาหารหลักก็เป็นเสี่ยวหลงเปาอีก วันนั้น ทางร้านจัดวางผลไม้ได้สวยงามมาก

 

หลังอาหารกลางวัน ก็ไปชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติพันธุ์จอร์เจีย ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทะเลสาบเทอร์เทิล (Turtle Lake) บนเนินเขานี้สามารถมองเห็นตัวเมืองทบิลิซีได้ทั่วถึง แต่ไม่ได้ขึ้นไปถึงหรอกครับ

 

เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เล่าเรื่องราวการตั้งถิ่นฐานของชาวจอร์เจียโดยการย้ายอาคารบ้านเรือนจากที่ต่างๆ มาจัดตั้งยังสถานที่แห่งนี้

พิพิธภัณฑ์นี้มีอาณาบริเวณประมาณ ๕๒ เฮคเตอร์ จัดสรรพื้นที่ออกเป็น ๑๑ โซน แสดงอาคารราว ๗๐ หลัง และสิ่งของกว่า ๘,๐๐๐ ชิ้น

มีลักษณะบ้านเรือนแบบดั้งเดิมที่สร้างขึ้นจากหินมีช่องคล้ายปล่องที่หลังคา (Darbazi) และบ้านที่สร้างจากไม้หลังคาทรงจั่วคลุมด้วยฟางหรือแผ่นไม้แบบทางตะวันตกของจอร์เจีย

 

มีหอคอยสังเกตการณ์จากเมืองที่ตั้งอยู่ตามแนวภูเขา โบสถ์ Sioni Basilica ที่สร้างขึ้นในช่วงยุคศตวรรษที่ ๖-๗ กังหันน้ำ ตลอดจนเครื่องมือทำงานด้านหัตถกรรม เสื้อผ้า อุปกรณ์เย็บปัก เครื่องเรือน เป็นต้น

ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นไม่ได้ไปดูทั้งหมดหรอกครับ ได้เข้าไปดูเฉพาะบ้านของคนจอร์เจียตะวันตก เพราะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันบางอย่างเกิดขึ้น

บ้านของคนจอร์เจียตะวันตกบางหลังที่เข้าไปชมมีอายุมากกว่า ๑๗๐ ปี ก็มี บางบ้านไม่ได้ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว พรมนั้นใช้เวลาถักถึง ๔ ปี ตู้นั้นสร้างมา ๑๕๐ ปีแล้ว

 

บ้านหลังต่อๆ มาก็แสดงให้เห็นถึงชุดแต่งกายประจำชาติ ปัจจุบันจะใช้ตอนมีงานสำคัญพอๆ ชุดไทยบ้านเรา

 

บางหลังมีที่นอนยาว ทุกคนทั้งครอบครัวต่างก็นอนรวมกันที่นี่ มีคนถามว่าเวลา ตอนที่ผู้ใหญ่จะกุ๊กกิ๊กกันเขาทำอย่างไร คำตอบก็คือ ต้องออกไปข้างนอกครับ

 

แล้วสิ่งที่ไม่น่าเกิดก็เกิดขึ้น ในขณะที่กำลังเดินชมอยู่นั้น มีรถคันหนึ่งขับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พวกเราหลบทางให้ แต่เขาหยุดรถแล้วส่งเสียงโหวกเหวก ทำมือทำไม้ให้เรากลับออกไป แล้วก็เร่งเครื่องถอยรถออกไป

ตอนนั้นเกือบ ๑๗.๐๐ น. ซึ่งใกล้เป็นเวลาปิดทำการ หากขับรถขึ้นมาแล้วเตือนไกด์ว่าเกือบหมดเวลาแล้ว ขอให้กลับออกไปได้ ก็ไม่มีปัญหา แต่ประการใด การกระทำของ Security Police (แปลไม่ออกนะครับ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ไม่ใช่ ตำรวจก็ไม่เชิง) คนดังกล่าวที่แสดงกิริยามารยาทแบบนี้ เป็นประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวที่ไม่ดีนัก

แม้ว่าเป็นการกระทำของคนๆ เดียวที่กระทำไม่ดีเช่นนี้ โดยหน่วยงานคือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติพันธุ์จอร์เจีย ซึ่งทำงานคล้ายๆ มูลนิธิบ้านเราซึ่งไม่ได้รู้เห็นด้วย จึงเป็นสิ่งที่หน่วยงานทุกแห่งพึงระวัง

แล้วก็ขึ้นรถรางขึ้นไปยังจุดชมวิวมัตสมินดา รถรางสายนี้เคยหยุดให้บริการไปหลายปีเพื่อทำการปรับปรุง และเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๕ แต่ก่อนจะได้ขึ้นรถรางก็เดินขึ้นเนินเสียจนหอบ เพราะเข้าใจว่าซ่อมท่อประปา รถไปส่งถึงทางขึ้นรถรางไม่ได้

 

เส้นทางของรถรางมีทั้งสิ้น ๓ สถานี ซึ่งในส่วนของสถานีที่สองนั้นเป็นที่ตั้งของโบสถ์บาทหลวงเดวิดและโบสถ์ของเทพเจ้าอื่นๆ ไม่ได้แวะกันหรอกครับ

แล้วก็ได้เห็นทิวทัศน์บนยอดเขาที่สูงที่สุดในทบิลิซี่

 

ตั้งใจว่าจะอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดในทบิลิซี่ จนกว่า MagtiCom และตึกรามต่างๆ ในเมืองจะเปิดไฟ แต่เนื่องจากอากาศหนาว แม้ว่าอุณหภูมิแสดงว่า ๕ องศาเซลเซียส แต่บนยอดเขาย่อมหนาวกว่า ทุกคนทนหนาวไม่ไหว จึงตัดสินใจไม่คอยและเดินไปขึ้นรถ ระหว่างนั้นไฟก็เปิดบ้าง จึงได้ถ่ายภาพกัน

 

ระหว่างทางมีตึกรูปทางแปลกๆ แปลกอย่างไรชมจากภาพได้ครับ

 

มื้อเช้าสุดท้ายในจอร์เจีย ก็หนีความจำเจได้สำเร็จจนได้ ก็บะหมี่สำเร็จรูปจากเมืองไทยไงครับ อ้อ วันนั้นกินคาฟูชิโนที่ต้องให้พนักงานชงให้ทุกวัน แต่วันนั้นพิเศษเพราะได้ใส่น้ำผึ้งแทนน้ำตาลซึ่งทุกวันไม่ได้ใส่แม้แต่น้ำตาลครับ

โรงแรมมีเกมส์ให้เล่นครับ หากผู้มาพักท่านใดได้เช็คอินที่โรงแรมนี้ ก็มีสิทธิได้ปิดกล่อง เปิดแล้วก็หยิบซิข๊อกโกเล็ตหรือท๊อฟฟี่รสชาติต่างๆ ได้ครับ เริ่มต้นตั้งแต่เย็นวาน เป็นการประชาสัมพันธ์โรงแรมไปด้วยนะครับ ดีกว่าแจกให้ลูกค้าหยิบไปเฉยๆ

 

เห็นมาทุกวันแหละครับ รูปภาพของตึกเอมไพร์สเตรทอันสวยงามของนิวยอร์ค แต่ก็ไม่ได้คิดจะถ่ายหรอกครับ วันนี้วันสุดท้ายแล้ว ก็ถ่ายภาพกันหน่อย คงพอกับสุภาษิตที่ว่า “ใกล้เกลือกินด่าง”

 

ช่วงเช้าวันกลับนั้นอิสระ จึงไปเดินเล่นช้อปปิ้งในร้านค้าใกล้ๆ โรงแรม ข้าศึกบุกครับ ในร้านค้าแต่ละแห่งซึ่งก็ใหญ่โตนะ แต่ไม่มีห้องสุขาให้ลูกค้าใช้ จึงต้องกลับโรงแรมก่อนแล้วไปเทเงินลารี่ออกให้หมด

 

แล้วก็ทำภารกิจสำเร็จครับ ซื้อโดยใช้บัตรเครดิตบ้าง และคุณสายพิณก็ได้ช่วยจัดการเงินลารีสดจนเกลี้ยงกระเป๋า อ้อ เหลือเป็นเหรียญที่ระลึกอยู่ ๑ ลารี่ ครับ

 

วันนั้นกินอาหารกลางวันที่โรงแรมครับ เข้าใจว่าอาหารบางอย่างก็เป็นพิษ จึงออกมาจากห้องอาหาร หหลังจากอาเจียนจนหมดท้องแล้ว ก็เดินทางจากโรงแรมไปสนามบิน ก็ดีนะเป็นวันสุดท้าย

 

ที่จอร์เจียก็มีเด็กเช็ดกระจกนะครับ และไม่ใช่แค่เด็ก ที่เห็นยืนเช็ดอยู่มีผู้ใหญ่ด้วย เสียดายไม่อาจถ่ายรูปให้ชัดๆ ได้ ดูภาพสุดท้ายนะครับ อ้อ เห็นได้ว่าอาชีพเช็ดกระจกตามสี่แยกเป็นอาชีพสากลไปแล้ว ต่อไปอาจมีพวงมาลัยขายแบบบ้านเราด้วยนะ

 

เส้นทางการบินวันนั้น ออกจากสนามบินทบิลิซี่ ประเทศจอร์เจีย แวะเมืองมากู ประเทศอาเซอร์ไบจัน แล้วเปลี่ยนเครื่องที่บาร์เรน แล้วบินถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเช้าวันรุ่งขึ้น

 

เพราะต้องเปลี่ยนประตูทางออกใหม่ (Gate)  จึงได้พบกับ Colorful Georgia

 

ไปทบิลิซี่คราวนี้ เพื่อนๆ หลายคนส่งไลน์หรือแจ้งทางเฟสว่า ให้ไปชม Ali and Nino Statue ที่เมืองทบิลิซี่ พร้อมทั้งแจ้งว่าในเวลา ๑๙.๐๐ น. อนุสาวรีย์ทั้งสองจะเคลื่อนตัวเข้าหากันแล้วกลืนเหลือเพียงตัวเดียว มีจริงครับ แต่อยู่ทีื่เมืองบาทูมี่ (Batumi) ขับรถไปประมาณ ๕-๖ ชม. ครับ สนใจก็เข้าไปชมได้ที่ https://youtu.be/o_Jm5P_qCb8

วันนั้น นอกจากคณะของเราแล้วไม่มีผู้ใดขึ้นเครื่องที่สนามบินทบิลิซี่ั ขึ้นมาก็ตกใจเพราะมีคนนั่งเต็มไปหมดแล้ว ถามแอร์ได้ความว่าเที่ยวบินนี้บินมาจากบาร์เรนเพื่อบินไปมากูแล้ววกไปบาร์เรน

ขาไปบินจากบาร์เรนไปมากูแล้วต่อไปทบิลิซี ขากลับเหมือนเดิม แต่เหมือนรถเมล์บ้านเราที่วิ่งวนซ้ายและวนขวา เนื่องจากผู้โดยสารชั้นประหยัดเต็มทุกที่นั่ง คณะของเราจึงได้ได้ upgrade ไปนั่งชั้นธุรกิจ ๗ คน แต่ผู้เขียนโชคไม่ดีครับไม่ได้ upgrade กับเขาด้วย

แวะบากู เมืองหลวงของอาเซอร์ไบจาน เสียดายครับ ขาไปมืดสนิท ส่วนขากลับ เห็นสนามบินชัดเจน แต่ฝนตกก็เลยถ่ายภาพได้ไม่ชัด

 

ส่วนจากบากูไปบาร์เรนนั้น บินที่ความสูง ๓,๗๐๐ ฟุต ผ่านอิหร่าน มองเห็นไฟของเมืองต่างๆ ชัดเจน เข้าใจว่าผ่านกรุงเตหะรานเมืองหลวงด้วย แต่แผนที่ส่วนมากมีแต่ภาษาอาหรับ นานๆ จะมีภาษาอังกฤษ

 

แล้วเราก็แวะบาร์เรนอีกครั้งหนึ่งครับ ไม่ได้ทำอะไร เพราะต้องเข้าคิวผ่านด่านกันอีกน่าดู


อาหารเย็นวันนี้ไม่มีให้เลือกครับเพราะเหลือไก่เพียงอย่างเดียว สายการบิน Gulf Air เสริฟน้ำช้ามาก กว่าจะได้ดื่มไวน์ขาว ไก่ก็เกือบหมดแล้ว

 

จากสนามบินบาร์เรน ขอเก็บก้อนเมฆมาฝากท่านผู้อ่านครับ แล้วก็กลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัยครับ ไม่มีที่ไหนไม่สุขใจเท่าบ้านเรา

 

แล้วพบกันใหม่ทริปหน้านะครับ ยังไม่บอกว่าประเทศไหนครับ ขออุบไว้ก่อนครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

อ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ที่

ตอนที่ ๑ : ซื้อทัวร์จอร์เจียแล้วได้แถมอีก ๒ ประเทศ  

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2019/02/20/entry-1

ตอนที่ ๒ : เมื่อเหยี่ยวต่อสู้กับไก่ฟ้าแล้วเกิดอะไรขึ้น  

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2019/02/20/entry-1

ตอนที่ ๓ : ป้อมปราการและวิหารที่น่าสนใจ 

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2019/03/03/entry-1

ตอนที่ ๔ : ถ้ำโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในจอร์เจีย

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2019/03/08/entry-1

ตอนที่ ๕ : เมืองแห่งความรัก (City of love)  

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2019/03/13/entry-1



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พุธทรัพย์ วันที่ : 19/03/2019 เวลา : 10.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

คุณแมีหมี Comment ไว้ว่า
"อ่านเพลินเลย
เวลาไปเที่ยวนี่ข้าศึกบุกหรืออาหารเป็นพิษนี่เซ็งเลย
Mcdonald ที่นั่นฮาล้าลแน่นอน

ตึกรูปทรงแปลกๆนั่นแปลกตาดีนะคะ ส่วนมหาวิหารนั่นก็งดงามอลังการดีจัง"

ตอบไปแล้วด้วยมือถือ โพสต์ไปแล้ว แต่เขียนผิดไปหลายตัว ก็เลยลบ ลบของตัวเองแท้ๆ แต่มือเจ้ากรรมไปลบของคุณแม่หมีด้วย เผอิญใน Notebook ยังไม่ได้เปลี่ยนหน้าก็เลยยังอยู่

อยากตอบคุณแม่หมีว่า เรื่องข้าศึกบุกนี่สำคัญ ไป ตปท ต้องระวัง เพราะร้านค้าของเขาขอเข้าห้องน้ำแบบบ้านเราไม่ได้

ร้าน Mac คงฮาราลแน่นอนครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน