*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 143
  • จำนวนผู้ชม : 100816
  • จำนวนผู้โหวต : 267
  • ส่ง msg :
  • โหวต 267 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 8 เมษายน 2562
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 380 , 14:10:23 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน Chaoying , แม่หมี และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ใหญ่ที่สุดในโลกและสูงที่สุดในจีน : ตอนที่ ๓ มหานครเซี่ยงไฮ้

สำหรับวันที่สองของการไปดูงาน CAC 2019 ที่เซี่ยงไฮ้ของบริษัท โฟร์ทเคม เทรดดิ้ง จำกัด นั้น หลังจากอาหารเช้าแล้ว คณะ ๓ คน ก็ได้เดินไปชมงานดังกล่าวต่อกันอีก เนื่องจากตั้งเป้าหมายแล้วว่าต้องการชมงานแค่ครึ่งวันเท่านั้น จึงไปเร็วกว่าวันวาน ๑ ชั่วโมง

แล้วก็เกิดปัญหาจนได้ ผู้เขียนใช้ QR Code เดินผ่านไปยืนคอยอยู่ข้างในได้ แต่น้อง ๒ คน ที่เดินตามไปด้วยหายไป ทำไงดีติดต่อกันก็ไม่ได้ เพราะใช้ Pocket WiFi เครื่องเดียวกันทั้งสามคน ยืนคอยพักหนึ่งไม่พบ จึงตัดสินเดินไปที่บูธของเพื่อนคนจีนและคนอินเดีย เทียวไปเทียวมาก็พบกันครับ

ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะวันที่สองคนน้อยลง เจ้าหน้าที่แสกน QR Code ของผู้เขียนแล้วให้ผ่าน แต่เจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบของน้องทั้งสองนั้นให้ไปทำบัตรแขวนคอก่อน นี่ก็เป็นบทเรียนว่าต่อไปว่า หากไปกันหลายคนซื้อซิมทูฟลายไปแต่ละคนดีกว่า ประกอบกับ Pocket WiFi ก็ใช้ได้ไม่ดีด้วย

 

เดินเก็บตกจากงานที่เดินเมื่อวันก่อน โดยเดินไปที่ Hall 4-5 ซึ่งส่วนใหญ่ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยครับ ชมวิธีการจัดบูธสวยๆ ไปด้วย เดินชมทั่วงานแล้วก็ไปลากับคนที่รู้จัก จบการชมงานก่อนเที่ยงครับ

 

วันแรกกินข้าวห่อ วันต่อมานี้ไม่ต้องการให้ซ้ำรอยเดิม ออกจากงานก็เข้าศูนย์การค้า ได้กินอาหารญี่ปุ่นกันครับ ร้านนี้ส่วนใหญ่ซื้อกลับบ้านเพราะที่นั่งในร้านมีน้อย ยืนคอยกันครู่หนึ่งก็ได้ที่นั่งครับ อร่อยแต่วาซาบิรุนแรงเอาการ คำแรกนี่ขึ้นจมูกถึงใจเลยครับ ต้องทำให้เจือจางอย่างมากทีเดียว

 

บ่ายวันนั้นนำน้องๆ ไปตลาดใต้ดิน ตอนแรกจำชื่อตลาดไม่ได้หรอกครับ จำได้แต่ว่าเป็นตลาดขายของปลอม (The Fake Market)  และอยู่ใต้ดิน อยู่ใกล้กระทรวงวิทยาศาสตร์ จากการสอบถามถึงทราบว่า ชื่อ AP Plaza

เพื่อให้น้องๆ ได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ เมื่อทราบเส้นทางจึงนำขึ้นรถใต้ดิน ค่าโดยสาร คนละ ๓ หยวน เท่านั้น ขึ้นสาย ๗ ต้นสายรถว่างมากได้นั่ง เดินทางแค่สถานีเดียว ก็ต้องลงเปลี่ยนเป็นขึ้นสาย ๒ โดย เดินทางเพียง ๒ สถานี เท่านั้น ก็ถึง AP Plaza

 

ตลาดใต้ดินหรือ AP Plaza ในวันนั้น คนขายดูจะมากกว่าคนซื้อครับ คงมาจากเหตุ ๒ อย่าง อย่างแรก นักท่องเที่ยวไม่นิยมของก๊อบอีกแล้ว อย่างที่สอง เศรษฐกิจย่ำแย่ไปทั่วโลกนั่นแหละครับ ไม่ใช่เฉพาะที่เมืองไทย ก็น่าสงสารเขานะ ครั้งก่อนๆ ที่ไปเยือนคนซื้อเยอะมาก

 

ไม่ได้ซื้ออะไรหรอกครับ เพราะคุณสายพิณ ภรรยา ซึ่งเป็นคนเลือกของเก่งไม่ได้ไปด้วย แม้ว่าจะเป็นของก๊อบราคาถูกก็เถอะครับ

โผล่ขึ้นมาบนดินแล้ว แม้ว่าเคยไปเซี่ยงไฮ้หลายครั้ง แต่ไม่เคยเดินบริเวณนี้มาก่อน เพียงนั่งรถผ่านเท่านั้น คราวนี้สมใจนึกครับ ได้ถ่ายใกล้ๆ กับนาฬิกาแดดกันหน่อย

 

ภาพคล้ายๆ กับร่มเหล็กนั่นแหละครับ แต่เป็นนาฬิกาแดดครับ ดีครับ ได้เดินแถวนั้นก็ได้เห็นความสุขของผู้สูงอายุคนจีน อยู่ที่บ้านคนเดียวคงเหงา มาชักว่าวคนเดียวสบายใจเฉิบ

 

ชีวิตก็ต้องลองครับ ขาไปไปรถใต้ดินเสียคนละ ๓ หยวน ๓ คนก็ ๙ หยวน ขากลับกลับแท็กซี่ เสีย ๒๑ หยวน แพงกว่า ๓ เท่า ครับ ประสบการณ์ย่อมมีราคาเสมอ

ตอนเย็นหาร้านกินยากจัง ที่ยากเพราะมีข้อแม้ คือไม่ใช่แป้งและราคาไม่สูงจนเกินไป เงินนะมีเป็นเงินบริษัท แต่ไม่อยากกินแพง แล้วก็ได้ครับคนแน่นมาก ต้องนำโต๊ะมาเสริมหน้าร้าน ดื่มไวน์กันคนละแก้วก็พอ วันนั้นไวน์อร่อย เสียดายลืมจดชื่อ กินทั้งเนื้อวัวและเนื้อแกะ อิ่มหนำสำราญกันทุกคนครับ

 

คืนนั้นเป็นคืนสุดท้ายแล้ว น้องๆ ไปช้อบของเบรนด์เนมกันครับ ส่วนผู้เขียนไม่อยากซื้ออะไร ขึ้นไปพักผ่อน ๔ ทุ่ม น้องๆ ก็กลับขึ้นมา ทุกคนต้องจัดกระเป๋าเพราะวันรุ่งขึ้น ก็ไปเที่ยวพร้อมนำกระเป๋าไปด้วย

ไกด์ทัวร์ที่เพื่อนคนจีนจัดไว้ให้นำรถแวนรับที่โรงแรมตามกำหนดนัด นั่งกันสบายๆ ครับ รถผ่านสะพานหนานพู (Yanpu River) ข้ามแม่น้ำ Huangpu แล้วผ่านดวงตาของเซี่ยงไฮ้ แต่ขากลับกลับทางอุโมงค์ลอดแม่น้ำครับ ทราบว่าอุโมงค์นั้นยาวประมาณ ๕ กิโลเมตร

 

วันสุดท้ายในเซี่ยงไฮ้ได้ไปชมในสถานที่ซึ่งไม่เคยไปมาก่อน ใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมประมาณ ๑ ชั่วโมง ก็ถึงเมืองน้ำโบราณ (Ancient Water Town) อยู่ในเมือง Zhu jia jiao ถึงแล้วก็ถ่ายภาพกัน

 

ไกด์เล่าให้ฟังถึงนิยายปะรำปะราว่าในสมัยราชวงศ์ซ้อง (Song Dysnasty) มีนาฬิกาลอยน้ำมาที่วัดควีบาว (Qibao Temple) ก็ขึ้นหอไปดูนาฬิกาลอยน้ำกันซิครับ

ที่ไหนได้นาฬิกาซึ่งมีอายุประมาณ ๑,๐๐๐ ปี นั้น เห็นแล้วนึกไม่ถึงครับ เพราะที่แท้มันคือระฆังใบโต แต่ที่เรียกว่านาฬิกา เพราะเป็นเครื่องที่ใช้ตีบอกเวลา เอ้า เป็นงั้นไป

 

นอกจากนาฬิกาแล้ว ตามตำนานยังเล่าว่าเมืองนี้มีของสำคัญอีก ๖ อย่าง คือ พระเหาะ คัมภีร์ดอกบัวทองคำ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ไก่ทองคำ ขวานหยก และตะเกียบหยก ชมภาพดูนะครับ

 

หลังจากชมสิ่งสำคัญบนหอแล้ว ก็เดินผ่านตลาดขายของนานาชนิด ทั้งขนม เสื้อผ้าและของโบราณ ผ่านไปครับยังไม่ช้อบกัน เดินไปชมทิวทัศน์ริมแม่น้ำ ก็เมืองน้ำนี่ครับ   

 

ทิวทัศน์ริมแม่น้ำ นอกจากสวยงามแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจหลายประการครับ ตึกรามบ้านช่องมีหน้าจั่วซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคนจีนสมัยก่อน

 

กำแพงบ้านบางแถบมีตัวมังกรเลื้อยอยู่บนกำแพง พยายามเดินไปหาหัวและหางมังกรแต่ก็หาไม่พบครับ พบแต่ตัว ก็ไม่ทราบว่าไปซ่อนหัวซ่อนหางไว้ที่ไหน

 

ชอบภาพที่ถ่ายสะพานข้ามแม่น้ำแล้ว แล้วเงาสะพานทำให้เกิดเป็นภาพวงกลมขึ้นครับ สวยงามไหมครับ

 

นึกว่ามีเฉพาะปักษ์ใต้บ้านเรา ที่เมืองน้ำก็มีหนังตะลุงด้วย แกะตัวหนังตะลุงด้วยหนังสัตว์เช่นกัน ตอนแสดงใช้คนเชิด ๒ คน ครับ แต่แสดงเฉพาะวันหยุดเท่านั้น

 

ไปชมศาลาประชาคมซึ่งเป็นที่ประชุมของชาวบ้านเมื่อต้องการชี้แจงเรื่องราวต่างๆ ที่กำแพงมีภาพเขียนแผนที่ของเมืองน้ำสมัย ๑,๐๐๐ ปี ที่แล้วด้วย

 

นอกจากเป็นศาลาประชาคมแล้ว ยังใช้ในการแสดงต่างๆ รวมทั้งใช้เป็นสถานที่ใช้ในการหลบภัยต่างๆ เช่น พายุ หรือฝนตกหนัก เป็นต้น ด้วย

กลางวันวันนั้นพิเศษครับ อาหารเพียบ มีหลายอย่างที่ถูกปาก เช่น หอยลายผัดพริก ไก่ตอน เป็ด แกะ หนังหมู ที่สำคัญคือต้มทะเลหัวปลาหม้อใหญ่ ก็ทั้งตัวนั่นแหละครับหม้อนี้ราคา ๑๕๘ หยวน ไม่แพงเลยครับ

 

ที่แปลกก็คือที่นั่นเขาเสริฟของหวานซึ่งมี ๒ อย่าง คือ รากบัวและเค้กข้าว (แป้งยัดไส้) มาให้กินพร้อมกับกับข้าวอื่นๆ ครับ

อิ่มหนำสำราญกันแล้วก็เดินช้อปกันนิดหน่อย เพราะเราไปเยี่ยมชมเมืองน้ำในช่วงเช้า คนยังไม่เยอะมากนัก ตอนเดินกลับแดดออกจ้าคนก็มากขึ้นกว่าเดิม

ไปเซี่ยงไฮ้แล้วต้องไปร้าน Statbucks เพราะเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชมร้านภายนอกกันก่อนนะครับ

 

เข้าไปชมภายในกันครับ มี ๒ ชั้น ความยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนั้นเข้าใจว่าร้าน Statbucks ที่เซี่ยงไฮ้ได้แสดงเครื่องจักรพร้อมเมล็ดกาแฟในกระสอบไว้ด้วย ส่วนมีเมล็ดกาแฟจริงหรือไม่ ไม่ได้ถามครับ

 

ไม่ได้สั่งกาแฟดื่มหรอกครับ แม้ว่าที่เซี่ยงไฮ้ราคาเท่ากันทั่วโลก แต่เมื่อเทียบกับอย่างอื่นราคาถูกครับ เพียง ๓๐ หยวน หรือประมาณ ๑๕๐ บาท เท่านั้น แต่เห็นว่าต้องใช้เวลาในการสั่งและดื่ม เพราะคนเยอะมาก อย่างไรก็ตาม แค่นั่งเต๊ะท่าถ่ายรูปและได้ใช้ห้องน้ำแค่นี้ก็เกินคุ้มแล้วครับ

 

เดินทางต่อไปที่หอคอยเมืองเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Tower) หอคอยรูปทรงกระบอกที่บิดเบี้ยวเป็นเกลียวนี้ เคยเป็นตึกสูงที่สุดของโลกในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ แต่ปัจจุบันถูกลบเหลี่ยมเสียแล้วละครับ โดยตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ (Burj Khalifa) ในมหานครดูไบ (Dubai)

 

หอคอยเมืองเซี่ยงไฮ้สูงเพียง ๖๓๒ เมตร จำนวน ๑๒๗ ชั้น แต่ขึ้นไปชมวิวได้แค่ชั้น ๑๑๘ และชั้น ๑๑๙ เท่านั้นครับ ส่วนตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ สูงถึง ๗๐๐ เมตร

ชมตึกภายนอกและอาคารรอบๆ กันก่อน บริเวณแถบนี้เขาเรียกว่า CBD ย่อมาจาก Central Business District ก็เมืองธุรกิจนั่นแหละครับ เพราะมีโรงแรม ธนาคารและบริษัทประกันต่างๆ มากมาย

ให้ชม ๒ อาคาร คืออาคารศูนย์การเงินโลกในเซี่ยงไฮ้ (Shanghai World Financial Center) สูงที่สุดและเคยขึ้นไปแล้ว และโรงแรมชินเมา (Jin mao Tower Hotel) เป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในเซี่ยงไฮ้ครับ  

 

ก่อนขึ้นลิฟท์เพื่อชมทิวทัศน์ข้างบน ชมภาพที่แสดงไว้ภายในอาคาร เปรียบเทียบความสูงของตึกต่างๆ ทั่วโลก


มีวีดิโอให้ชมด้วยครับ เชิญชมครับ https://www.facebook.com/puthsup.maneesri.9/videos/pcb.10210416879978441/10210416872618257/?type=3&theater

ตึก ๑๐๑ กรุงไทเปเคยคุยว่ามีลิฟท์ที่เร็วที่สุดในโลกทั้งๆ ที่ไม่ใช่ลิฟท์แต่เป็นรถไฟแนวตั้งนั้น คราวนี้ชิดซ้ายแล้วครับ เพราะลิฟท์ที่หอคอยเมืองเซี่ยงไฮ้ได้รับการบันทึกว่าเป็นลิฟท์ที่เร็วที่สุดในโลกไปแล้ว ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ ๑๐ เมตร/วินาที และใช้เวลาขึ้นลง ๑๑๘ ชั้น ภายในเวลา ๑ นาที เท่านั้น

แต่ไม่ใช่อีกแล้ว เปิดกูเกิ้ลดู ถูกลบเหลี่ยมอีกแล้วโดยลิฟท์ของตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ เพราะขึ้นไปชั้น ๑๒๔ ใช้เวลาเพียง ๓๕ วินาที เท่านั้น ผู้เขียนยังไม่เชื่อนะครับต้องไปชมด้วยตัวเองก่อน อิอิอิ

ก็คงต้องแข่งกันต่อไปนะครับ ไม่ว่าความสูงของตึกและความเร็วของลิฟท์ว่าต่อไปประเทศไหนจะเป็นเจ้าของสถิติ แต่หวังว่าเมืองไทยคงไม่ต้องไปแข่งกับเขาหรอกนะครับ

แล้วก็ถึงชั้น ๑๑๘ จุดชมวิวของหอคอยเมืองเซี่ยงไฮ้ (Observation Deck) เพิ่งเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ แต่ยังไม่ใช่จุดชมวิวที่สูงที่สุดของเซี่ยงไฮ้หรอกนะครับ ต้องเดินขึ้นไปอีก ๑ ชั้น คือชั้น ๑๑๙ ครับ

 

พยายามให้ท่านผู้อ่านชมภาพที่ถ่ายหลายๆ ภาพนะครับ สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ไปหรือไปเซี่ยงไฮ้แล้วยังไม่มีตึกนี้หรือยังไม่ได้ขึ้นครับ

 

ที่ร้านสตาร์บัคส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นค่ากาแฟเพียง ๓๐ หยวน แต่ไม่ดื่ม มาดื่มที่ชั้น ๑๑๙ ซึ่งแพงกว่าครับ เพราะกาแฟบนชั้นนั้น แก้วละ ๔๘ หยวน ก็อยากกินกาแฟชั้นสูงนักนี่ครับ อิอิอิ

 

คงต้องจบแค่นี้แหละครับ เพราะลงจากหอคอยเมืองเซี่ยงไฮ้ก็เดินทางไปที่สนามบินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย คราวหน้าตั้งใจแล้วว่าจะไปเที่ยวในประเทศที่ไหน แล้วพบกันนะครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

อ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ที่

ตอนที่ ๑ : ไปหลายครั้งก็ยังสนุก 

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2019/03/26/entry-1

ตอนที่ ๒ : มีอะไรที่น่าสนใจในงาน CAC 2019

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2019/04/01/entry-1



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 09/04/2019 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ไปดูงานกับบริษัทครับคุณเจ้าหญิง จึงไม่ได้นำภรรยาไปด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 6 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 09/04/2019 เวลา : 06.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

มาแวะดู เดินตามพี่พุธ ไปเรื่อยๆ ยังไม่เจอที่ถูกใจ ไม่เสียตังค์ ขอบคุณมากนะคะ ไหงรอบนี้ไปเฉพาะหนุ่มคะพี่

ความคิดเห็นที่ 5 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 08/04/2019 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

วันนี้ไปเดินเซ็นทรัลเวิลด์ตอนบ่ายๆ เดินเที่ยวจนได้เวลาอาหารเย็น วันนี้ไม่ได้ทานอาหารตอนหกโมงเย็น ลูกบอกเดี๋ยวคนจะแน่นร้าน ไปนั่งตอนห้าโมงกินยาตอนหกโมงเป๋ง ลูกบอกตั้งแต่ที่บ้านค่ะ แม่อย่าลืมยามื้อเย็นนะ เดี๋ยวจะไม่สบาย
พกยามาด้วยหรือพี่ พกยามาด้วยหรือพี่ อายุปูนนี้ต้องพกยาค่ะ
เห็นพี่แข็งแรงทั้งพี่พุธและพี่สายพิน ก็รู้สึกดีใจแทน

ความคิดเห็นที่ 4 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 08/04/2019 เวลา : 21.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ตื่นตาตื่นใจไปด้วยเลยค่ะ

ร้านสตาร์บัคส์ที่นี่เขาเคยเอามาออกทีวีด้วยค่ะ ใหญ่มากๆ พูดถึงสตาร์บัคส์ อยากกินกาแฟขึ้นมาเชียว เป็นคนที่ไม่ได้ชอบรสชาติของกาแฟมากมาย ที่ชอบก็คือกลิ่นหอมของกาแฟ และบรรยากาศในร้านกาแฟ ถ้าได้นั่งในร้านบรรยากาศดีๆ เอาหนังสือไปอ่านหรือเอาโน๊ตบุ๊คไปนั่งเขียนเรื่อง ฟินจริงๆ หลายเรื่องที่ลงในบล็อกก็มาจากร้านกาแฟนี่ล่ะค่ะ เพลินจริงๆ

ถ้าเช้าๆจะสั่งกาแฟ แต่ถ้าบ่ายไปแล้วก็จะสั่งชาเขียวมัทฉะ หรือไม่ก็นมสดร้อนๆไม่ใส่น้ำตาล เกินบ่ายไม่กล้าดื่มกาแฟค่ะ กลัวนอนไม่หลับ

ในงานแสดงสินค้าคนไม่มากนี่เป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดีใช่มั๊ยคะ เรื่องนี้เป็นไปหมดคนไทยเองแม่ค้าบ่นบอก เงียบมาก หวังว่าคงจะดีขึ้นนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 08/04/2019 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ได้ความรู้ใหม่ครับ คุณสิงห์นอกระบบ ขอบคุณครับ เพราะความที่ระยะหลังๆ นี้ไม่ค่อยได้กินวาซาบิที่ต่างประเทศก็เลยไม่ได้สังเกตครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 08/04/2019 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณยั้งคิดครับ

ความคิดเห็นที่ 1 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 08/04/2019 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

วาซาบิรุนแรงเอาการ เพราะของบ้านเราเดี๋ยวนี้รสอ่อนมากครับ พี่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน