*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 146
  • จำนวนผู้ชม : 103073
  • จำนวนผู้โหวต : 274
  • ส่ง msg :
  • โหวต 274 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 8 พฤษภาคม 2562
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 182 , 09:56:35 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , Chaoying และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ยังไม่จุใจกับการท่องเที่ยวเส้นทางรถไฟสายมรณะ

เพราะชอบท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่ไปต่างประเทศ แต่ปีนี้ตั้งใจไปเที่ยวในเมืองไทยให้มากขึ้น ดังนั้น ช่องทางใดที่สามารถเที่ยวได้โดยสะดวก ก็พยายามไขว่คว้า

ทราบว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจัดขบวนรถไฟจากสถานีหัวลำโพงไปถึงสถานีน้ำตกไทรโยคน้อย ก็สนใจ และแม้ว่าจะเคยไปกาญจนบุรีหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยไปด้วยรถไฟมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทราบว่ารถไฟสายนี้ใช้เส้นทางรถไฟสายมรณะ ก็ยิ่งสนใจเข้าไปใหญ่

สอบถามข้อมูลได้ความว่ามีรถไฟขบวนนี้บริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ราคาชั้น ๓ พัดลม ไป-กลับ ๑๒๐ บาท แต่หากชั้น ๒ ซึ่งมีแอร์ ราคาไป-กลับ ๒๔๐ บาท

อากาศแบบนี้ต้องเลือกชั้น ๒ แหละครับ และเมื่อสอบถามต่อว่าหากไปวันเสาร์แล้วนอนที่น้ำตก ๑ คืน กลับวันอาทิตย์ ได้ไหม คำตอบก็คือได้ แต่ต้องซื้อตั๋วอีก ๒๔๐ บาท กล่าวง่ายๆ คือ รฟท. คิดราคาเฉพาะขาไปเท่านั้น ขากลับให้นั่งฟรี อิอิอิ

นัดแนะกับน้องๆ ซึ่งเคยเป็นและเป็นครูที่โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย อีก ๕ คน รวมเป็น ๗ คน ว่าจะไปเที่ยวด้วยกันจึงได้เริ่มจองตั๋ว รฟท.

ขอเขียนเรื่องเทคโนโลยีที่ รฟท. ใช้ในการให้บริการปัจจุบันอีกครั้งหนึ่งเถิดครับว่าหน่วยงานอื่นได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็น ๔.๐ กันหมดแล้ว แต่ รฟท. ยังมะรุมมะราเป็น ๑.๐ อยู่เช่นเดิม

หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ามีที่นั่งแล้ว การเริ่มการจองตั๋วต้องระบุหมายเลขประจำตัวของนักท่องเที่ยวทุกคนซึ่งไม่ว่ากัน แต่ต้องไปจ่ายเงินและรับตั๋วที่สถานีใดสถานีหนึ่งภายใน ๒๔ ชั่วโมง นี่ซิ ก็ไม่ทราบว่าเมื่อไร รฟท. จะปรับปรุงให้สามารถจ่ายเงินออนไลน์พร้อมได้ที่นั่งเหมือนเครื่องบินสักที

อ้อ เนื่องจากผู้คนนิยมไปเที่ยวกันมาก ดังนั้น ถ้าตั้งใจจะไปวันหนึ่งวันใด โดยเฉพาะไปกันหลายคนก็ต้องจองที่นั่งล่วงหน้านานๆ นะครับ เพื่อประกันความผิดหวัง

ก็ไม่เข้าใจนะครับ ในช่วงที่ประชาชนนิยมใช้บริการกันมากๆ เหตุใด รฟท. จึงไม่ใช้สถิติเดิมมาช่วยในการบริหารจัดการในการสนองตอบความต้องการของประชาชนให้ดีกว่านี้ โดยการจัดขบวนรถให้เพียงพอกับความต้องการ ดูตัวอย่างที่ บ.ข.ส. ดำเนินการในช่วงเทศกาลก็ได้นะครับ

หรือว่าการทำแบบนั้นจะทำให้ รฟท. ได้เงินเยอะขึ้น เปลี่ยนเถิดครับ รีบดำเนินการปรับตัวเองได้แล้ว บริหารงานแบบดิจิตัลกันหน่อย ปรับเพิ่มขบวนรถให้มากขึ้นให้เหมาะกับความต้องการ จะได้ขาดทุนน้อยลงและจะได้หาเงินมาเสียค่าโง่โฮปเวล ซึ่งต้องเสียหลายหมื่นล้านบาท

โดยที่รถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงเวลา ๐๖.๓๐ น. ตอนแรกคิดว่าแม้ออกเช้าหน่อยแต่ก็สะดวกเพราะบ้านของผู้เขียนอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินห้วยขวาง ใช้เวลาไม่นานก็ถึงสถานีหัวลำโพง ที่ไหนได้คุณสายพิณ ภรรยาบอกว่า รถไฟฟ้าใต้ดินเปิดบริการ ๖.๐๐ น. ไปรถไฟฟ้าใต้ดินคงไม่ทันแน่

ผู้เขียนไม่เชื่อครับ เพราะผู้เขียนคิดว่าน่าจะเปิดบริการได้เร็วกว่านี้ได้แล้ว เพราะเปิดบริการมานานแล้ว จึงน่าจะหาทางบริการประชาชนได้ดีกว่านี้ มีรายได้มากขึ้นด้วย คนทำงานกลางคืนหรือเที่ยวกลางคืนยังเอาใจโดยเปิดบริการให้ถึงเที่ยงคืน ก็น่าจะเอาใจคนทำงานช่วงเช้าบ้าง

โทรศัพท์ไปสอบถามที่รถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) หลายหมายเลขครับ บางหมายเลขก็ติดและให้ต่อโอเปอเรเตอร์ แต่ไม่ทราบว่าโอเปอเรเตอร์ทำอะไรอยู่ สักครู่ก็ตัดสาย ส่วนหมายเลขของ BEM ซึ่งบริหารแทน รฟม. ที่ ๐ ๒๖๒๔ ๕๒๐๐ มีแต่เทปที่ตอบว่านอกเวลางานให้สอบถามไปใหม่

ก็ไม่ทราบว่าบริการประชาชนแบบนี้ได้อย่างไร ขบวนรถยังให้บริการอยู่ แต่บริการด้านการสอบถามต้องถามในเวลาทำงาน  รฟม. เป็นรัฐวิสาหกิจ แม้ให้เอกชนคือ BEM บริหาร ยังให้บริการแบบนี้อีกหรือครับ ไม่สมเป็นเอกชนเลย

เพราะความอยากทราบเวลาที่แน่นอน ผู้เขียนถือโอกาสออกกำลังกายไปด้วยโดยเดินไปสอบถามถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินห้วยขวาง คำตอบคือก็เหมือนกับที่ภรรยาบอกนั่นแหละครับ

คราวนี้ก็ไม่เข้าใจอีกอย่างหนึ่งนั่นแหละว่าเหตุใด BEM จึงเปิดให้บริการ ๒๔ ชั่วโมง เหมือนมหานครทั่วโลกไม่ได้ กลัวผู้โดยสารน้อยก็ให้ระยะเวลาของการบริการแต่ละขบวนยาวขึ้นซิครับ

หรือต้องการประหยัดและได้กำไรดีกว่า โดยให้ขบวนรถช่วงเช้าคนแน่นขนัดแบบยัดทะนาน หรือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้โดยสาร หากไม่อยากอัดทะนานก็รอขบวนต่อๆ ไป ก็ขอฝากรัฐบาลได้โปรดช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยครับว่าเหตุใดให้บริการถึง ๒๔.๐๐ น. ได้ แต่บริการช่วงเช้ากว่านี้ไม่ได้

ตกลงต้องนั่งรถแท็กซี่จากบ้านไปขึ้นรถไฟขบวนที่ ๙๐๙ หัวลำโพง-น้ำตก ที่สถานีสามเสน เจอกับน้องๆ บนขบวนรถซึ่งขึ้นจากหัวลำโพง แล้วก็เดินทางต่อไปรับนักท่องเที่ยวที่สถานีบางซื่อ สถานีบางซ่อน สถานีบางบำหรุ และสถานีศาลายา ท่านที่ต้องการใช้บริการรถไฟสายนี้ก็ขึ้นที่สถานีเหล่านี้ได้

 

ก่อนถึงสถานีนครปฐม เจ้าหน้าที่ รฟท. ได้มาอธิบายว่ารถจอดที่สถานีดังกล่าว ๔๐ นาที เพื่อให้แวะเดินเล่น กินอาหารหรือนมัสการพระปฐมเจดีย์ ขอให้ตรงต่อเวลา รถออก ๐๘.๒๕ น. หากกลับมาไม่ทันรถออกก็ขอให้เที่ยวแถวนั้นแหละ จะมารับตอนขากลับ

โดยที่ผู้เขียนและภรรยาได้หาของกินที่สถานีสามเสนก่อนขึ้นขบวนแล้ว จึงไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ แล้วซื้อเงาะและมะม่วงไว้กินบนรถ เพราะไม่ได้หยิบมีดมาจากบ้านด้วยก็ต้องซื้อใหม่ซิครับ

 

เจ้าหน้าที่มาเดินประกาศเช่นเดิมว่า ขบวนรถไฟจะจอดที่สถานีสะพานแควใหญ่ ให้เราลงไปถ่ายรูปกับ “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” หรือไปซื้อพลอยเมืองกาญจนบุรี ๒๕ นาที แล้วจึงเดินทางต่อไป

ที่จริงเจ้าหน้าที่ท่านนี้ได้อธิบายและประชาสัมพันธ์เรื่องอื่นๆ อีก รวมทั้งสร้างความตลกขบขันให้นักท่องเที่ยวด้วยสมกับที่ประจำขบวนรถนี้มา ๑๐ กว่าปี แต่เก็บไว้ก่อน ให้ถึงเรื่องราวนั้นๆ จะได้กล่าวถึง

ที่ขอเขียนตอนนี้ก็คือการประชาสัมพันธ์ของฝากครับ โดยอธิบายถึงความอร่อยสิ่งของซึ่งนำมาหลายแห่งมากมายหลายอย่าง ท่านใดที่ต้องการซื้อก็ชำระเงินแล้วรับของตอนขากลับ 

ไม่ทราบว่าจะซื้อพลอยไปทำอะไรอีก จึงไปแวะถ่ายรูปสะพานแม่น้ำแคว แม้ว่าเคยถ่ายหลายครั้งแล้ว แต่วันนั้นอากาศดี ภาพสวยก็ไปถ่ายอีก โดยเฉพาะจุดที่เคยไปชมงานแสง สี เสียงเมื่อปีที่แล้วด้วย


 

ขบวนรถไฟออกจากสะพานข้ามแม่น้ำแควมุ่งหน้าไปสู่เส้นทางสายมรณะ ซึ่งสถานีต่อไปคือสถานีท่ากิเลน แค่จอดนิดเดียวไม่ได้ให้ลงครับ

ก่อนถึงสถานีถ้ำกระแซ ส่วนต่อไปนี้ละครับคือเส้นทางรถไฟสายมรณะอย่างแท้จริง รถไฟได้ชะลอความเร็วลง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมทิวทัศน์สองข้างทางซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์ของการท่องเที่ยวในครั้งนี้

ฝั่งซ้ายเป็นแม่น้ำ เจ้าหน้าที่อธิบายว่าพอๆ กับแม่น้ำอเมซอนของบราซิล ผู้เขียนเคยไปบราซิลครับ แต่ไปไม่ถึงแม่น้ำดังกล่าว จึงไม่ขอยืนยันว่าเหมือนหรือไม่ แต่ภาพถ่ายที่ได้สวยงามมาก ชมสิครับ

 

ส่วนฝั่งขวามือนั้นเป็นหน้าผา ตรงนี้แหละที่ทหารเชลยฝ่ายพันธมิตรต้องทำงานหนัก เซาะก้อนหินเหล่านี้ด้วยของใช้ธรรมดาออกมาไม่ใช่เครื่องมือสมัยใหม่ เพื่อให้เป็นช่องทางเพื่อให้ขบวนรถไฟผ่านได้ ทำให้ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรล้มตายเป็นจำนวนมาก

มีความเชื่อกันว่าหากใช้มือไปแตะหน้าผาแล้วมาแตะที่ศีรษะ อธิษฐานขอสิ่งที่ต้องการก็อาจจะได้ดังประสงค์ เจ้าหน้าที่ย้ำว่าอย่าเอาศีรษะไปสัมผัสกับหน้าผาเข้าละ แทนที่จะได้ตามคำขออาจได้เลือดเปล่าๆ อิอิอิ

เพราะนั่งตู้แอร์จึงต้องไปแตะที่ชั้น ๓ ก็แบ่งๆ กันแตะ ตอนแรกคิดว่าหากไม่ได้เดินทางในหน้าร้อน ก็น่าจะนั่งชั้น ๓ ซึ่งประหยัดกว่า แต่เมื่อเห็นฝุ่นที่ฟุ้งเข้ามาในขบวนรถแล้ว เสียเงินแพงหน่อยดีกว่าครับ

 

มองเห็นนักท่องเที่ยวเดินไปที่ถ้ำกระแซเป็นจำนวนมาก แต่ รฟท. ไม่ได้ให้แวะชม เปิดดูข้อมูลในกูเกิ้ลทราบว่าถ้ำกระแซเป็นถ้ำเล็กๆ เคยเป็นที่พักของเชลยศึก ในช่วงที่มีการสร้างทางรถไฟสายมรณะ ไทย-พม่า เส้นทางรถไฟช่วงนี้ประมาณ ๔๐๐ เมตร เป็นจุดอันตรายที่สุดในการก่อสร้างทางรถไฟ

 

ที่จริง รฟท. ควรมีทางเลือกให้นักท่องเที่ยวบ้างนะครับ เมื่อมาถึงสถานีถ้ำกระแช ก็จอดให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการลงไปชมถ้ำกระแชลง เช่นเดียวกับสถานีอื่น ทั้งนี้ เพื่อ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินลงไปสัมผัสกับถ้ำกระแชบ้าง

หากทำเช่นนั้นไม่ได้ ก็ให้มีทางเลือก ให้ส่วนหนึ่งลงไปชมถ้ำกระแชและบริเวณนั้น ส่วนที่เหลือก็ไปเที่ยวน้ำตกแล้วนัดแนะเวลามารับตอนเที่ยวกลับ ซึ่งหาก รฟท. ดำเนินการในรูปนี้ก็อาจมีนักท่องเที่ยวไปกับขบวนรถนี้เพิ่มมากขึ้น แต่ต้องบริหารจัดการให้เป็นดังที่ได้กล่าวแล้วด้วยนะครับ

เลยสถานีวังโพก็จะเห็นแม่น้ำไทรโยคน้อย ไกลออกไปเป็นแนวภูเขาตะนาวศรี เจ้าหน้าที่อธิบายว่า หากเดินข้ามแนวเขานี้ไปก็ถึงประเทศพม่า ท่านใดอยากไปเที่ยวพม่าฟรีก็ใช้ช่องทางนี้ได้นะครับ

 

แล้วรถไฟก็วิ่งสุดสายมาถึงสถานีน้ำตกไทรโยคน้อย มีหัวรถจักรเก่าให้ชมและเป็นฉากให้ถ่ายรูปด้วย มีแผ่นจารึกระบุว่าหัวรถจักรนี้ทำในญี่ปุ่น ใช้งานตั้งแต่ปี ๒๔๘๙ ถึงปี ๒๕๑๙ หัวรถจักรนี้รับใช้มาถึง ๓๐ ปี ทีเดียวนะครับ ใกล้ๆ กันมีบ้านทรงไทยสวยๆ ให้ชมด้วย

 

น้ำตกไทรโยคน้อย มีบริเวณที่ร่มรื่น มีที่ให้เด็กๆ ได้เล่นน้ำหลายแห่ง ที่น้ำตกตอนนี้มีน้ำน้อยครับ แต่นับว่าโชคดีเพราะเพื่อนแจ้งว่าตอนที่เพื่อนไปไม่มีน้ำเลย เข้าใจว่าหน้าฝนคงสวยงามมากกว่านี้

 

น้ำตกไทรโยคน้อยมีเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าน้ำตกเขาพัง คงเป็นเพราะหินบนภูเขาพังลงมานั่นแหละครับ เพราะเป็นหินปูน ลองอ่านคำกลอนข้างล่างนี้นะครับ

 

เที่ยงแล้วถึงเวลาหม่ำก็เดินข้ามถนนไปกินร้านตรงกันข้าม มาถึงเมืองกาญจนบุรีก็อย่าลืมกินปลาคังนะครับ ส่วนหมูป่านั้นไม่ทราบว่าเป็นหมูป่าจริงของเมืองกาญจนบุรีหรือหมูป่าเลี้ยงของนครปฐม

 

เดินหาน้ำแข็งใสของชอบ ไม่น่าเชื่อว่าที่นั่นถ้วยละ ๑๐ บาท​ เท่านั้น แต่ถ้าใส่​ ๒ อย่าง​ ก็​ ๑๕ บาท ถูกดีจัง

 

ที่จริง​ รฟท. ​ให้กลับมาขึ้นรถเวลา​ ๑๔.๒๕ น.​ แต่เพราะอากาศร้อนมากในวันนั้น​ จึงหลบลมร้อนอยู่ในตู้แอร์​ สังเกตไหมครับ​ เพราะร้อนมากตู้แอร์ยังต้องใช้พัดลมช่วย

 

รถไฟออกเดินทางจากสถานีน้ำตกตามกำหนดนัดหมาย แวะสถานีท่ากิแลน​ ที่นั่นขายน้ำเกือบทุกชนิดแก้วละ​ ​๒๐ บาท​ ที่พิเศษก็คือจ่ายแค่แก้วแรก​ แล้วเติมน้ำเดิมหรือน้ำอื่นอีกกี่ครั้งก็ได้ครับ

 

สถานีสุดท้ายที่จอดให้นักท่องเที่ยวลงไปชมสถานีกาญจนบุรี เพื่อให้ชมสุสานทหารพันธมิตร แต่เพราะอากาศร้อนประกอบกับเคยไปมาแล้วจึงอาสาเฝ้าตู้รถไฟแทน แต่ก็มีคนเฝ้าเกือบครึ่งตู้ครับ

ออกจากสถานีกาญจนบุรีเมื่อเวลา ๑๗.๐๐ น. ลงรถที่สถานีรถไฟบางซื่อ แล้วต่อรถไฟฟ้าใต้ดินกลับบ้านครับ เหนื่อย ร้อน แต่ก็สนุกดีครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พุธทรัพย์ วันที่ : 08/05/2019 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

เขึยนเพลินเลยไม่ได้ขอบคุณคุณแม่หมี ขอบคุณนะครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พุธทรัพย์ วันที่ : 08/05/2019 เวลา : 21.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

หากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะประสานกับกระทรวงคมนาคมจัดโปรแกรมท่องเที่ยวทำนองนี้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไม่ว่าทางเครื่องบิน รถทัวร์หรือแม้แต่ทางเรือ แล้วปรพชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง ก็จะช่วยให้เพิ่มรายได้ให้ทุกภาคส่วน จะเป็นการส่งเสริม "ไทยเที่ยวไทย" เป็นอย่างดีครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
แม่หมี วันที่ : 08/05/2019 เวลา : 21.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เคยไปครั้งนึงแต่ก็นานมากๆ ตอนสาวๆน่ะค่ะ การรถไฟถ้าได้มาอ่านเอ็นทรี่นี้ก็น่าจะรับเอาไปปรับปรุงทั้งระบบ ไม่ว่าบนดิน ใต้ดิน หรือรถไฟธรรมดา ให้เวลามันสอดคล้องกัน นักท่องเที่ยวจะได้สะดวก การรถไฟก็จะได้รายได้เพิ่มขึ้น ไม่ว่านทท.ไทยหรือตปท.

อันนี้ขึ้นกับกระทรวงคมนาคม หรือกระทรวงการท่องเที่ยวคะ แต่ถ้าทั้งสองกระทรวงทำให้สอดคล้องกันก็จะดี อย่างเช่นกทม.มั๊ง ที่เขาทำขึ้นรถไฟฟ้า ลงเรือข้ามฟาก ให้สอดคล้องกัน อาจจะช่วยให้การจราจรไม่จลาจลอย่างทุกวันนี้

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พุธทรัพย์ วันที่ : 08/05/2019 เวลา : 15.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณเจ้าหญิงอีกครั้ง

ตอนแรกขอบคุณที่โหวตให้ครับ ไม่นึกว่าจะเม้นท์ให้

เมืองไทยมีเยอะมากคุณเจ้าหญิง เมืองกาญจนบุรีไปบ่อยมากครับ คงต้องไปที่อื่นอีกบ้าง

ช่องเขาขาดคนที่เคยไปเล่าให้ฟังว่าน่ากลัวมาก วังเวง อาจจะยิ่งกว่ามีมือมาจับตอนช่วงทางรถไฟสายมรณะเสียอีก ถ้าคุณเจ้าหญิงไปต้องมีคนไปเป็นเพื่อนด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Chaoying วันที่ : 08/05/2019 เวลา : 14.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ขอบคุณนะพี่พุธ ยังไม่ทันเม็นต์เลย พี่พุธยิงปืนเร็วกว่าเจ้าหญิงอีกฮิๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Chaoying วันที่ : 08/05/2019 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ฮาๆ ตามพี่พุธมาเที่ยวทางรถไฟ ทำไมพี่ไม่ไปขึ้นศาลายาใกล้บ้านเจ้าหญิง จะได้ไม่ต้องตื่นเช้ามาก ฮิๆ
อ่านเรื่องเดินทางโดยรถไฟของพี่พุธ ก็ได้อารมณ์ฟินๆ ไปอีกแบบนะคะ
เจ้าหญิงเคยเที่ยวเส้นทางรถไฟสายมรณะนี หลายแบบ แต่ยังไม่เคยนั่งรถไฟยาวจากหัวลำโพงหรือสามเสนอย่างพี่พุธ..ก็ได้ความรู้ดีค่ะ
เจ้าหญิงขับรถไปค่ะ แล้วไปดักขึ้นรถไฟสายมรณะที่สถานีถ้ำกระแซ..นั่งรถไฟไป แล้วเดินกลับ สนุกตื่นเต้น เดินไปตามรางรถไฟ ตอนที่พี่ยื่นมือไปแตะหิน ไม่มีมือยื่นมาจับมือพี่ดอกหรือ ฮิๆ
สถานีน้ำตกเนี่ย ก็อีกแห่ง ที่ร้อนและผิดหวังกับสถานีที่ชื่อน้ำตก แต่ไม่มีน้ำตก มีแต่น้ำแห้ง
..พี่ลองไปทางรถดูบ้างก็ได้ แล้วไปขึ้นรถไฟที่เมืองกาญจน์ ตรงสะพานข้ามแม่น้ำแควก็ได้ ได้หลายรูปแบบ..
..เจ้าหญิงไปมาหมด ยังเหลือ ช่องเขาขาด..ยังไม่ได้ไป เห็นทีจะต้องไปสักทีซะแล้ว เร็วๆ นี้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พุธทรัพย์ วันที่ : 08/05/2019 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณเจ้าหญิงครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พุธทรัพย์ วันที่ : 08/05/2019 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณเจ้าหญิงครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พุธทรัพย์ วันที่ : 08/05/2019 เวลา : 14.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ขอบคุณคุณรัตติยาครับ ร้อนจริงๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
rattiya วันที่ : 08/05/2019 เวลา : 13.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

เมืองกาญจน์อากาศร้อนมากนะคะ...จะว่าร้อนตับแลบก็ว่าได้...
บ้านรัตติยาอยู่สะพานแม่น้ำแควค่ะ...แม่เล่าว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่สองทีดินบ้านแม่คุณ(ยาย)ถูกทิ้งระเบิด...ยายพาแม่ไปหลบระเบิดที่ถ้ำเขาปูนค่ะ(ห่างจากสะพานแม่น้ำแควฯไม่มากนัก...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน