*/
  • พุธทรัพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : puthsup@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 159
  • จำนวนผู้ชม : 110000
  • จำนวนผู้โหวต : 279
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 9 กรกฎาคม 2562
Posted by พุธทรัพย์ , ผู้อ่าน : 244 , 15:41:24 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

โรงละครที่ต้องใช้เวลาบูรณะถึง ๑๑ ปี : โรมาเนีย – บัลกาเรีย (๑๐)

 

หลังจากได้ชมสิ่งที่สวยงามและหอมหวานไม่ว่าขบวนพาเหรดที่สวยงาม สาวงามและกลิ่นดอกกุหลาบที่หอมชื่นใจ และอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็ได้ออกเดินทางต่อ

 

แม้ว่าฝนจะตก ก็ไปชมความเศร้ากันบ้าง ครับ ได้ไปชมหลุมฝังศพของกษัตริย์เผ่าทราเชียน (Thracian)​

 

ธรรมเนียมของชาวทราเชียนนั้น เมื่อสามีตายเขาก็จับภรรยาและสัตว์เลี้ยงและอาหารขังไว้ในหลุมฝังศพด้วย​ แล้วภรรยาก็อยู่ไม่ได้เพราะขาดอากาศหายใจ

 

เนื่องจากการเข้าไปดูภายในหลุมฝังศพ ซึ่งเป็นที่แคบๆ​ เข้าไปชมได้เพียง​ ๔​ คน​ เท่านั้น​ ดังนั้น การเข้าคิวจึงยาวพอสมควร

 

 

 

แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น นักท่องเที่ยว ๒ คน ต่อยกัน เพราะคนหนึ่งแซงคิวเข้ามาแต่อีกคนหนึ่งไม่ยอม ผู้เขียนได้ยินเสียงตะโกนจากคนแซงว่าซื้อบัตรเข้าชมนะ คนที่ถูกแซงก็ตะโกนตอบว่าฉันก็ซื้อบัตรเข้าชม แต่ต้องเข้าคิวเช่นกัน ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนแซงคิวถูกต่อยครับ

 

มาชมภายในหลุมฝังศพกันดีกว่าครับ บนโดมและรอบๆ​ มีภาพวาดเกี่ยวกับอาวุธที่ชาวทราเชียนใช้ เป็นเรื่องแปลกนะครับ หลุมฝังศพของชาวต่างชาตินั้นคนไทยไม่เคยกลัว แต่ป่าช้าไทยไม่กล้าเข้าไปหรอกครับ

 

 

 

เดินทางต่อถึงเมืองชิฟก้า​ (Shipka)​ เข้าไปชมโบสถ์ประจำเมือง (Shipka Church) โบสถ์นิกายบัลกาเรียออร์โธดอก สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1885-1902 ออกแบบสไตล์เดียวกับโบสถ์กรุงมอสโคว์

 

 

 

สร้างเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารรัสเซีย ยูเครนและบัลกาเรีย ที่เสียชีวิตในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยตัวเองของบัลกาเรีย ในสงครามช่วงปี ค.ศ. ๑๘๗๗ – ๑๘๗๘ ต่อมาในปี ค.ศ. ๑๙๗๐ ได้รับการประกาศให้เป็นอนุสาวรีย์ด้านวัฒนธรรมแห่งชาติ ภายในโบสถ์มีจารึกชื่อของทหารรัสเซียและอาสาสมัครบัลกาเรียเพื่อเป็นอนุสรณ์

 

ทราบว่าระฆังของโบสถ์​สร้างจากปืน​ หมวกหรืออาวุธสงครามมาหลอม ภายในเป็นที่เก็บศพ​พระที่เสียชีวิตในช่วงสงคราม ๑๗  ศพ

 

โดยที่โบสถ์​นี้มีสไตล์เดียวกับโบสถ์กรุงมอสโคว์​ จึงมีโดมทองใหญ่และมีโดมทองขนาดกลางประดับโดยรอบอีก​ ๔​ โดม​ และมีโดมเล็กอีก​ ๒​ โดม อะไรก็ไม่กระไรหรอกครับ​ แต่เก็บค่าถ่ายภาพในโบสถ์ตั้ง​ ๒​ ยูโร

 

 

 

วันนั้นโชคไม่ค่อยดีนัก เพราะการเดินทางไปเมืองพลอฟดิฟ (Plovdiv) ระยะทาง ๙๕ กม. นั้น ฝนตกพรำๆ ตกแล้วหยุดให้หายใจบ้างแล้วก็ตกลงมาอีก

 

เมืองพลอฟดิฟเป็นเมืองแห่งสุนทรียศิลป์ ซึ่งในอดีตเป็นเมืองที่ศิลปิน จิตรกร และปัญญาชนมาตั้งรกรากกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ปัจจุบันเป็นแหล่งของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่มาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยของเมืองนี้

 

เมืองพลอยดีฟเมืองใหญ่และสำคัญเป็นอันดับ​ ๒​ รองจากกรุงโซเฟียซึ่งเป็นเมืองหลวง ก่อตั้งโดยชาวเทรเชียนโบราณ เป็นเมืองสำคัญของชาวโรมัน​มีพลเมืองกว่า​ ๓ แสน​กว่าคน มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน​ หาอ่านเอานะครับหากสนใจ

 

วันนั้นเมื่อเดินทางถึงเมืองพลอยดีฟแล้ว ก็เข้าโรงแรมและกินอาหารเย็นในโรงแรมครับ

 

ห้องพักคืนนี้ ฟ้ายังร้อง​ ฝนยังตกหนักอยู่เลยครับ

 

อาหารเช้าวันนั้นห้องอาหารสวย​ อาหารก็อร่อยครับ

 

 

 

ออกไปถ่ายรูปหน้าโรงแรม ออกไปสัมผัสความหนาวครับ

 

 

 

ทราบว่า​ Supermarket เปิด​ ๗.๓๐ น.​ จึงได้ไปเปิดเป็นคนแรกครับ ที่นี่รถเข็นก็ต้องหยอดเหรียญครับ​ แต่ไม่มีเศษสตางค์หยอด​ จนท.​ จึงหยอดให้​ ช่างมีน้ำใจดีจัง ไม่ต้องถามนะครับว่าถือขวดอะไรอยู่

 

 

 

ชมเมืองเมืองพลอฟดิฟบนรถกันก่อนครับ

 

 

 

จุดสำคัญที่ได้ไปชมคือย่านเก่าแก่​ของเมืองฟลอฟดิพ ซึ่งมีหลายๆ อย่างครับ อาคารบ้านเรือนหลายแห่งได้รับการอนุรักษ์ทางสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์ ผ่านสิ่งสำคัญหลายๆ​ อย่าง​


จุดไหนที่สำคัญก็จะได้แยกออกมาเน้นย้ำต่างหากนะครับ

 

 

สังเกตพื้นถนนซิครับ เป็นของโบราณแท้ๆ เลยครับ


ขอต่ออีกหน่อยครับ ก่อนจะถึงจุดสำคัญ


ถัดไปก็เป็นมัสยิดครับ และก็ต่อด้วยตึกสมัยใหม่


 

แวะโบสถ์​ St.​ Constantine and​ Hekena ​โบสถ์นี้เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ในอดีตเคยเป็นกำแพงป้อมปราการของเมืองบริวารนี้ เป็นโบสถ์​ออธอด๊อกครับ​ ภายในสวยงามมาก

 

 

 

โรงละครโรมัน (Roman Theatre) ไปประเทศไหนในยุโรปก็มีเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่นี่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่​ ๒ (ค.ศ.​ ๑๑๙) ต่อมาเกิดแผ่นดินไหว​ ทำให้ดินทับถมโรงละครแห่งนี้​

 

 

 

ต่อมาเมื่อชาวบ้านเข้ามาสร้างบ้านในบริเวณนี้ในปี​ ค.ศ. ๑๙๖๘ จึงได้รื้อดินที่ฝังอยู่จนหมด​ แม้บางส่วนหักพังไปบ้าง​ แต่ก็ยังนำมาใช้เพื่อเป็นที่แสดงโอเปร่าในบางเทศกาลในปี​ ค.ศ.​ ๑๙๗๙ ได้ โดยใช้เวลาในการบูรณะ ถึง​ ๑๑​ ปี โรงละครนี้​เป็น​ Half Open Center​ สามารถจุผู้ชมได้​ ๕,๐๐๐ คน

 

 

 

หลังจากนั้นได้มาเดินบน​ Bulevard Vitosha ซึ่งเป็นถนนสายธุรกิจ มีของสำหรับนักท่องเที่ยวได้ซื้อกันมากมาย​ ได้ซื้อน้ำหอมกันที่นี่ครับ


 

นานๆ จะกินไอศกรีมชั่งกันครับ ๒  อย่าง​ราคา​ ๔.๒๐ ลารี่​  

 

 

 

อาหารกลางวันวันนั้น เป็นอาหารจีนมื้อแรกครับ ได้เทคนิคการถ่ายวีดิโอรอบวงด้วย ชมวีดิโอซิครับ https://youtu.be/1qBANqQwZ6s

 

จากนั้นก็ได้เดินทางไปเมืองโซเฟีย เมืองหลวงของประเทศบัลกาเรีย ระยะทาง ๑๔๐ กม. เป็นครั้งแรกที่หลับครับ​ แวะเข้าห้องน้ำได้ถ่ายภาพทิวทัศน์​ที่สวยงาม​ ซื้อไอศกรีมกินด้วย​ ราคา​ ๓.๒๐ ลารี่

 

พุธทรัพย์ มณีศรี

 

ติดตามอ่านตอนที่แล้วมาได้ที่

 

ตอนที่ ๑ ไปโรมาเนียแต่คิดถึงกรุงแคนเบอร์ร่า

 

https://www.blockdit.com/articles/5cff24cd69000b100d05eb54

 

ตอนที่ ๒ ตอนที่ ๒ ชมสถานที่ที่งดงามที่สุดของยุโรป

 

https://www.blockdit.com/articles/5d022ea367e4dd0f11c93008

 

ตอนที่ ๓ ร่างที่ไร้ศีรษะของท่านเค้าท์แดร๊กคูล่า 

 

https://www.blockdit.com/articles/5d046c00fe16c0127de09bee

 

ตอนที่ ๔ ชิมไวน์ ฟังเพลง ชมเต้นและร่วมเต้นแบบโรมาเนีย 

 

https://www.blockdit.com/articles/5d09afb382b658252267e5d1

 

ตอนที่ ๕ ไปไหนก็พบแต่เรื่องราวของแดร็กคูล่า 

 

https://www.blockdit.com/articles/5d103d00b58c1d0ff54c65bb

 

ตอนที่ ๖ สวยงามมากๆ สวยจนอยากไปเยี่ยมชมอีก  

 

https://www.blockdit.com/articles/5d10815ba5e7c718573674d3

 

ตอนที่ ๗ ปารีสน้อยแห่งยุโรปตะวันออก

 

https://www.blockdit.com/articles/5d15fdb365ab991ebe604263

 

ตอนที่ ๘ โบสถ์ที่ดูแล้วไม่เหมือนโบสถ์ 

 

https://www.blockdit.com/articles/5d1dbaf236ec9e2205b0d63a

 

ตอนที่ ๙ สุดยอดของการท่องเที่ยวในบัลกาเรีย

 

http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsuptour/2019/07/06/entry-1

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน