• อาโด๊ด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : a_lecz@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-01
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 47088
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
เรื่องของอาโด๊ด
อาโด๊ด เป็นภาษามอญ แปลว่า น้องชายคนเล็กของพ่อ วันนี้ อาโด๊ดมีเรื่องแล้ว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/r-dote
วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2552
Posted by อาโด๊ด , ผู้อ่าน : 577 , 14:11:59 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ป้าผะจง เป็นน้องสาวของลุงผะเด็ด แน่นอนว่าแกจะไม่พูดถึงพี่ชายหากไม่จำเป็น แม่ของป้าผะจงมีคำนำหน้าว่าหม่อมหลวง พวกเราจึงชอบเรียกแกว่าป้าหม่อม ทั้งที่ลูกที่เกิดจากหม่อมหลวงนั้นเป็นเพียงราษฎรเต็มขั้น แม้แต่คำนำหน้าว่าหม่อมราชวงศ์และหม่อมหลวงก็ไม่ได้ถูกนับว่าเป็นเจ้า เพียงมีไว้เพื่อให้รู้ว่าเป็นเชื้อสายเท่านั้น และเพิ่งมีขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ นี้เอง เพียงแต่คนทั่วไปก็ยังรู้สึกว่าคำนำหน้าเหล่านั้นมีอะไรพิเศษที่ต้องให้ความเคารพนพไหว้ สำหรับป้าหม่อมค่อนข้างจะเฉยชากับเรื่องนี้ ความสุขของป้าหม่อมที่แท้จริงคือ การได้เป็นธุระจัดการทุกเรื่องให้กับคนรอบข้างทุกคน

ทุกครั้งที่พวกเราเรียกป้าผะจงว่าป้าหม่อม แกก็จะหันมาต่อให้ว่า

“หม่อมหมัดกัดกะหมานะซี” พูดจบแกก็จะเกาหัวแล้วต่อให้ว่า

“ขอร้องละ อย่าเรียกเลยเดี๋ยวเหาจะกินหัว” แต่พวกเราก็ไม่เคยมีฟังแกสักครั้ง ยังคงเรียกแกเหมือนเดิม แกรำคาญมากเข้าก็หันมาคุยด้วยแต่โดยดี แต่ทำเป็นไม่สนใจจะโต้เถียงหรืออธิบายความอะไรอย่างเคย

การที่พวกเรากล้าคุยเล่นกับป้าหม่อมเพราะแกไม่ค่อยถือตัว ชอบมีเรื่องอะไรต่างๆ มาเล่าให้เด็กๆ อย่างพวกเราฟังเสมอ เท่าที่เห็นยังไม่ได้ยินว่าแกโกรธใครจริงจังสักที คำพูดคำจาของแกตรงไปตรงมา หากพูดต่อหน้าไม่ได้ก็จะมาแอบบ่นกับพวกเราบ้าง แบบเด็กถูกขัดใจ หรือเด็กที่ถูกแย่งของเล่น ไม่ได้คิดมากซับซ้อน ฉะนั้นคำพูดประเภทสองแง่สามง่ามหรือคำผวนนั้นป้าหม่อมไม่เคยตามใครทัน หากพวกเราเล่นกับแกมากเข้า แกจะรู้สึกคับข้องใจเดินรี่เข้าไปถามหลวงพ่อต่อหน้าแขกเหรื่อคนอื่นๆ ยิ่งเป็นเรื่องทะลึ่งๆ ที่เราหัวเราะกันลั่นแต่แกคิดไม่ออกอยู่คนเดียว พอแกลุกขึ้นทำท่าจะเข้าไปถามหลวงพ่อพวกเราจะต้องช่วยกันสะกัด ไม่งั้นเป็นได้โดนหลวงพ่อด่าเปิง บางทีเราก็รู้สึกผิดที่ล้อเล่นกับผู้หลักผู้ใหญ่ แต่ก็ดูเหมือนว่าแกก็สนุกที่ได้เล่นเป็นเด็ก ทุกครั้งที่แกถูกรุมด้วยคำผวนและคำสองแง่สามง่าม เมื่อป้าหม่อมตามไม่ทัน แกจะมีคำพูดติดปากเสมอว่า

“ไม่รู้ทั้งนั้น ไม่เข้าใจโว้ย”

หากพวกเราทำเฉย แกจะงอนแบบเด็กๆ คอยแต่จะพุ่งไปถามหลวงพ่อให้ได้จนพวกเราต้องเฉลย แต่เอาเข้าจริงแกก็ไม่เคยโกรธใครจริงจังสักที บางครั้งก็จำเอาคำผวนไปเล่นต่อแต่จำไปแบบไม่ครบหลักสูตร แทนที่คนฟังจะขำกลับกลายเป็นเครียดแทน

ว่ากันตามชาติตระกูลของป้าหม่อมแล้ว นับว่าแกมีเชื้อมีแถวสืบเชื้อสายมาจากพระโอรสองค์หนึ่งในรัชกาลที่ ๒ และมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบันด้วย เมื่อตอนผมรับปริญญาแกจึงกล้าวิ่งตามทางเสด็จเพื่อจะให้ทันถ่ายภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยไม่มีใครขวาง และได้ภาพขณะที่พระองค์ท่านหันพระพักตร์มายิ้มให้ สมัยนั้นยังไม่มีการใช้โทรศัพท์มือถือแพร่หลายป้าหม่อมจึงหาผมไม่เจอ กลับถึงวัดเป็นแกนั่งบ่นทำตาแดงๆ ผิดหวังที่ไม่สามารถถ่ายรูปให้ผมและไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับผม แต่มาถึงวัดแกก็จัดแจงให้ผมยืนตรงนั้นตรงนี้ ถ่ายคู่กับคนนั้นคนนี้รวมทั้งตัวแกด้วย ๑ ม้วน เต็มๆ ล้างอัดใส่อัลบั้มมาให้เสร็จ ป้าหม่อมเคยบอกกับผมว่าแกมีเชื้อมอญตามสายตระกูลของแก ตอนนั้นผมยังไม่เชื่อ เพราะยังมีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ราชสำนักน้อย คิดว่าแกพูดเพื่อเอาใจที่เห็นหลวงพ่อเป็นมอญ มาระยะหลังเราจึงรู้ว่าสายตระกูลของแกมีเชื้อมอญอยู่ด้วยจริงๆ

พูดถึงป้าหม่อม ทำให้นึกถึงร้านผดุงชีพ เป็นร้านค้าไม้สองคูหาสองชั้นอยู่เยื้องกับวัดชนะสงคราม ร้านนี้ตั้งขึ้นตั้งแต่รุ่นแม่ของป้าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ปีเดียว นับเป็นห้างขายสินค้าหัตถกรรมและของเล่นแห่งแรกๆ ของกรุงเทพฯ ภายหลังร้านนี้เป็นมรดกตกทอดมาถึงพี่สาวคนโตของป้า แม้ร้านผดุงชีพจะเลิกกิจการไปแล้วแต่ผมยังจำสภาพร้านและสินค้าภายในร้านได้ดี มีของไทยๆ หลากอย่าง ทั้งยาแผนโบราณ ยาตราแม่โพสพ ยาปลูกผมปลูกหนวด เครื่องดนตรี หัวโขน หัวรูปสัตว์ต่างๆ อย่างที่เด็กอนุบาลสวมหัวแสดงระบำสัตว์ ผลไม้จำลอง ตุ๊กตาดินเผา หม้อข้าวหม้อแกง ปลาตะเพียนใบลาน หมูกระดาษออมสิน ซึ่งของส่วนใหญ่ทำจากกระดาษ (เปเปอร์มาเช่) ของเด็กเล่น เช่น งู ตะขาบ และสัตว์เลื้อยคลานทำจากไม้ระกำ รอยควั่นบนไม้ที่ทำเป็นข้อปล้องเมื่อนำมาถือเล่นมันจะเคลื่อนไหวส่ายไปมาคล้ายการเลื้อยคลานของสัตว์ เด็กปัจจุบันคงหาดูได้ยากเนื่องจากไม่มีผู้นิยมผลิตแล้ว ต่อมาร้านนี้ถูกรื้อทิ้งเมื่อหลายปีก่อน ทุกวันนี้ยังรู้สึกคิดถึง ยังดีที่ภายหลังลูกหลานสร้างอาคารคอนกรีตขึ้นใหม่ในที่เดิม และนำป้ายร้านผดุงชีพมาติดไว้เป็นอนุสรณ์ตรงมุมหนึ่งของอาคาร

สมัยเรียนผมมาซื้อผลไม้จำลองจากร้านผดุงชีพหลายครั้ง เอาไปใช้ประกอบการออกแบบหีบห่อในวิชาออกแบบบรรจุภัณฑ์ส่งอาจารย์ จะใช้ผลไม้จริงก็กลัวเน่าเสียก่อนอาจารย์จะตรวจให้คะแนนเสร็จ แม้มันจะเป็นเพียงผลไม้จำลองแต่ก็เหมือนจริงมาก ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบดูดีไปด้วย

ป้าหม่อมเคยเล่าให้ฟังว่า เดิมร้านนี้เป็นร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ต่อมาเริ่มทำยาสมุนไพร และสั่งซื้องานฝีมือมาขายด้วย ด้วยความรักชอบส่วนตัวจึงสืบทอดกิจการกันเรื่อยมา สมัยป้าเป็นเด็กต้องช่วยแม่เคี่ยวน้ำมันงาทำน้ำยาปลูกผมปลูกหนวด น้ำมันชนิดนี้ขายดีมากจนป้าต้องเคี่ยวแทบไม่ได้หยุด จนขนขึ้นหนาดกดำที่มือ ต้องโกนทิ้งอยู่เรื่อย แต่ภายหลังเลิกเคี่ยวน้ำมันงาขนที่ว่าก็ไม่ขึ้นอีก

ป้าหม่อมและลุงมาวัดเกือบทุกวัน เพราะคุ้นเคยกับหลวงพ่อมาตั้งแต่รุ่นแม่ของป้า เพราะบ้านเดิมอยู่ข้างๆ วัดย่านบางลำพูนี่เอง บางวันสองตายายก็มากันตั้งแต่ยังไม่เที่ยง หยิบนั่นจับนี่ ล้างจาน ขัดห้องน้ำ คลุกข้าวเลี้ยงหมา ช่วยงานภายในกุฏิเท่าที่จะทำได้ แต่ก็มักถกเถียงกับพี่เยี่ยมเป็นประจำ เพราะในสายตาพี่เยี่ยมแล้ว สิ่งที่ป้าหม่อมทำนั้นมันเป็นการเพิ่มงานให้ใช่เรื่อง ทั้งที่ขัดกันว่ากันอยู่เรื่อยแต่สองคนนี้ก็ต่างถามถึงกันเสมอเมื่อคนใดคนหนึ่งหายหน้าไป

อุปนิสัยที่โดดเด่นประจำตัวของป้าหม่อมคือ การประหยัด เด็กหลวงพ่ออย่างเราเรียกกันว่า “ทรมาน”  แม้ว่ามันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่พวกเรานั่นแหละที่มองว่าแกเขียมและกระเบียดกระเสียรจนอดเหนื่อยแทนไม่ได้ ขนาดลูกสาวคนเดียวไม่ยอมอยู่ด้วยเพราะมีวิธีกินอยู่ต่างกัน ฝ่ายลูกสาวไม่ได้ต้องการฟุ้งเฟ้อแต่ขอเดินทางสายกลาง จึงแยกออกไปอยู่ต่างหาก นานๆ จะกลับมาเยี่ยมสักครั้ง ลูกชายสองคนที่เกิดกับสามีเก่าก็แยกไปมีครอบครัวนานแล้ว ทำให้ไม่มีคนดูแลป้าหม่อมและลุง ลูกๆ เคยออกเงินจ้างคนใช้ให้มาอยู่ดูแล แต่ป้าหม่อมก็บ่นเสียดายเงิน และคนใช้ก็อยู่ด้วยไม่ได้นาน เพราะทำอะไรไม่เคยถูกใจ ฟุ่มเฟือย และอึดอัด ในที่สุดก็ต้องอยู่กันสองคนตายาย

อาการเสียดายของป้าหม่อมนั้น ขนาดกับข้าววัดที่เหลือผักหรือเนื้อเพียงชิ้นนิดเดียว น้ำพริกก้นถ้วย หรือน้ำแกงส้ม ถ้าไม่มีใครเอาแกก็จะขอใส่ถุงกลับบ้าน อย่างน้ำพริกก้นถ้วยนั้นแกว่าจะเอาไปปรุงใหม่ เติมกะปิน้ำปลาอีกนิดหน่อยก็ใช้ได้ ส่วนน้ำแกงส้มแกบอกว่าใส่ผักกับกุ้ง ๒-๓ ตัว ก็ได้แกงใหม่ชามหนึ่งแล้ว ประหยัดทั้งน้ำและส้มมะขาม ทุกเย็นหลังจากพวกเรากินข้าวเสร็จก็จะต้องทิ้งของกินที่เหลือเพราะไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้ทั้งหมด นอกจากของแห้ง อาหารกระป๋องที่ หากเก็บไว้มากรวมกับของที่จะได้ในวันพรุ่งนี้ก็ยิ่งทวีคูณ ไม่มีหม้อไหและตู้กับข้าวที่จะเก็บ พวกแกงและขนมแปลกๆ จวนบูดไม่บูดแหล่ แบบที่เทให้หมาหมายังโกรธ พวกนี้ต้องทิ้งไป แต่ความที่ป้าหม่อมแกมาและอยู่จนมืดค่ำเกือบทุกวัน ถึงเวลาที่เราจะต้องจัดการของเหลือแกจะเข้ามารื้อค้นเอาของที่เห็นว่าใช้ได้ แม้แต่ถุงพลาสติกยางรัดของสักเส้นก็ทิ้งให้แกเห็นไม่ได้ คัดเลือกไปพลางโวยวายลั่นกุฏิ หลวงพ่อและแขกเหรื่อต้องเดินมาดูกันเพราะนึกว่ามีเรื่องคอขาดบาดตาย

หลังเรียนจบผมเคยไปบ้านแกหลังตลาดอุดมสุขครั้งหนึ่ง เพราะแกชวนให้ไปอยู่ด้วยเนื่องจากใกล้ที่ทำงานของผม ได้ประหยัดค่าเช่าห้องและอยู่เป็นเพื่อนแกด้วย ทั้งที่ก่อนไปหลายคนก็ห้ามแล้วห้ามอีกว่าคิดดูดีแล้วหรือ ด้วยความที่ต้องการประหยัดก็ลองไปดูลาดเลาก่อน บ้านแกหลังใหญ่อยู่กันสองคนตายาย แต่ไปถึงบ้านก็ไม่รู้จะหย่อนก้นนั่งตรงไหน บ้านแกเต็มไปด้วยข้าวของที่มีประโยชน์สำหรับแก เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ใช้งานเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นถุงพลาสติก กระป๋อง กล่องกระดาษ ลัง ขวดน้ำพลาสติก ริบบิ้นผูกของ กระดาษ ซึ่งหลายอย่างดูก็รู้ว่าได้มาจากวัด

เรื่องหนึ่งที่แกยอมไม่ได้เลยก็คือเรื่องหมา แกรักหมาอย่างสุดหัวใจ ความรักหมาของแกได้สร้างความทุกข์ให้คนอื่นอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะรายรอบบ้านของป้าหม่อมโดยมากนั้นเป็นห้องแถวและสลัม ปกติแกไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้าน แต่ชอบเทข้าวให้หมาละแวกบ้านเสมอ ถึงแม้จะดูมีน้ำใจดีแต่ข้าวที่หมากินเหลือก็บูดเน่าส่งกลิ่นเหม็นไม่มีคนเก็บกวาด เพื่อนบ้านเตือนแกก็โกรธแอบบ่นหาว่าเขาแล้งน้ำใจ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เพื่อนบ้านไม่ชอบก็ได้ วันๆ สองตายายก็มาอยู่กันแต่ที่วัด เพื่อนบ้านก็ไม่ช่วยเป็นหูเป็นตา จึงมีโขมยขึ้นบ้านหลายครั้ง แม้โขมยจะไม่ได้ของมีค่าอะไรไปนักเพราะบ้านทั้งหลังมีแต่ถ้วยถังกะละมังแตก แต่มันก็ทำให้สองตายายกลัวและอยู่อย่างไม่มีความสุข เรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่าจะโทษหมาหรือโทษคนถึงจะถูก

หลวงพ่อก็เป็นคนหนึ่งที่รักหมาไม่แพ้ใคร ซื้อเนื้ออย่างดีต้มคลุกข้าวให้กิน เจ็บป่วยก็ออกเงินพาไปหาหมอ ว่างๆ ก็เรียกมาอุ้มเล่นลูบหน้าลูบหลัง ทำให้คนรอบข้างรวมทั้งป้าหม่อมก็พลอยรักหมาไปด้วย ยิ่งตัวที่หลวงพ่อโปรด ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ใครรังแกหรือแตะต้องเข้าเป็นรู้ถึงหูหลวงพ่อทันที หากได้ยินหมาร้องป้าหม่อมเป็นต้องโวยวายเอาไว้ก่อนว่าใครตีหมา เมื่อหลวงพ่อได้ยินเข้าก็ตะโกนถามบ้างว่าใครตีหมา ทั้งที่บางทีมันกัดกันเอง แต่การโวยวายของป้าหม่อมทำให้พวกเราถูกหลวงพ่อเอ็ดฟรี แม้ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นใครก็ตาม

ครั้งหนึ่งป้าหม่อมกับลุงต้องไปต่างจังหวัดหลายวัน จึงเอาหมาฝรั่งตัวโปรดมาฝากให้พี่เยี่ยมเลี้ยง สั่งกำชับกำชาแน่นหนาอย่าให้ใครมาทำลายพรหมจรรย์ลูกสาวของแกได้ หมาของแกกำลังอยู่ในวัยกำดัด มาอยู่ท่ามกลางหมาวัดหนุ่มๆ ทั้งฝรั่ง ลูกครึ่ง และข้างถนน เหล่าตัวผู้จึงคึกคักกันทั้งวัน แต่พี่เยี่ยมก็ช่วยป้องกันจนมันหลุดรอดมาได้ แต่ก็ต้องทนรำคาญเสียงหอนหาสาวกันทั้งคืน ป้าหม่อมกลับมาเราจึงแกล้งหลอกป้าหม่อมว่า ลูกสาวของแกพังกรงออกไปหาตัวผู้คืนเดียวเหมาหมดทั้งวัด แกตกใจโวยวายหาว่าไม่ช่วยดูแลลูกสาวของแก ทำให้หมาของแกต้องด่างพร้อยเสียสายพันธุ์ บ่นแล้วบ่นอีก ทำท่าว่าจะไปเล่าให้หลวงพ่อฟัง เดือดร้อนพี่เยี่ยมต้องเฉลยความจริงปลอบอกปลอบใจกันไป

ป้าหม่อมชอบพูดกระแนะกระแหนลุงซึ่งเป็นคนใต้บ่อยๆ ว่า “คนใต้ใจดำ” พูดทั้งต่อหน้าและลับหลัง ลุงก็ยิ้มนิ่งฟังไม่โต้ตอบ แกชอบเล่าให้พวกเราเด็กๆ ฟังว่า พ่อแม่จัดให้แต่งงานกับสามีคนแรกที่แกไม่รู้จัก แกไม่ได้เล่ารายละเอียดตั้งแต่เข้าหอคืนแรกแต่ทำสีหน้าสีตาบอกให้รู้ว่า “เจ็บมาก” แถมทำร้ายป้า แม้ภายหลังหย่าขาดมาแต่งกับลุง แต่แกก็ยังไม่ชอบเรื่องอย่างว่า นานครั้งลุงถึงจะแตะเนื้อต้องตัวแกได้ ที่สำคัญแกไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับลุง แกพูดทีเล่นทีจริงว่ากลัวลุงแย่งสมบัติ อย่างไรก็ตามลุงก็รักป้าหม่อมมาก ตามใจทุกอย่าง นานครั้งถึงจะบ่นให้พวกเราได้ยินกันทั่วว่า ป้าชอบเถลถไลไปไหนมาไหนก็พิรี้พิไรอยู่นั่น ลองได้พูดแล้วไม่จบง่าย เวลาขึ้นรถพูดอยู่คนเดียวไม่หยุด แต่ลุงก็ใจเย็นทนได้ทุกอย่างและไม่เคยทะเลาะกันเลย เรื่องนิสัยชอบจัดการของป้านี้ทุกคนรู้กันดี แต่ก็ไม่มีใครถือสาเพราะเป็นความสุขของป้าที่ไม่ได้ทำให้ใครเสียหาย หากแกได้ทำอะไรให้ใครละก็จะภูมิใจมาก ยิ่งได้รับใช้หลวงพ่อและได้คำชมด้วยแล้วก็ยิ่งคุยไม่หยุดปาก

ระยะหลังทั้งลุงทั้งป้าก็พากันแกลงไปมาก ป่วยกระเสาะกระแสะถี่มากขึ้น ไม่ได้มาหาหลวงพ่อบ่อยอย่างเก่า มีข้อเดียวที่คนรอบข้างห่วงลุงกับป้าคือ รถประจำตัวของแกทั้งคู่ รถเก๋งคันที่ว่านี้เก่าแสนเก่า มีอาการติดๆ ดับๆ ออกบ่อย ป้าแกก็ไม่ยอมเปลี่ยนทั้งที่หากจะซื้อใหม่อีกสิบคันก็ทำได้ ลูกสาวเห็นว่าระยะหลังพ่อไม่ค่อยแข็งแรงจะจ้างคนขับรถให้ก็ไม่เอาอีก เพราะเสียดายตังค์ จนเกิดอุบัติเหตุนั่นแหละ ตอนสายวันหนึ่งฝนตกหนัก ลุงขับรถออกพ้นจากซอยหน้าบ้านได้ไม่ทันไรเครื่องก็ดับอยู่กลางถนนแถวพระโขนง ช่วงนั้นรถรากำลังคับคั่ง รถคันหลังขับมาไม่ทันสังเกตุจึงชนท้ายเข้าให้ แม้อุบัตเหตุไม่รุนแรง ไม่มีใครเป็นอะไร แต่ป้ากับลุงคงจะตกใจเสียขวัญมากกว่า ต้องโทรศัพท์เรียกลูกสาวให้มาจัดการให้ หลังจากวันนั้นป้าหม่อมกับลุงก็ได้รถคันใหม่พร้อมคนขับจากการยื่นคำขาดของลูกสาวอย่างไม่เต็มใจ ถึงทุกวันนี้ป้าหม่อมก็ยังไม่เคยเข้าใจ ว่าทำไมต้องเปลืองเงินเปลืองทองถึงขนาดนั้น ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน