• แสงเทียน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 136
  • จำนวนผู้ชม : 296519
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
แสงเทียน
สวัสดี เมืองไทยที่น่ารัก เรื่องน่าอ่าน เมืองไทยน่าเที่ยว ชีวิตน่าค้นหา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ra
วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555
Posted by แสงเทียน , ผู้อ่าน : 2533 , 11:03:02 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บุคคลหว่านพืชชนิดใด เขาย่อมได้ทานผลของพืชชนิดนั้น

  แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์พืชชนิดเดียวกัน หากหว่านลงในที่ดินต่างที่กัน เมล็ดพันธุ์อันเดียวกันนั้นย่อมให้ผลที่ต่างกัน เมล็ดพันธุ์ในดินที่อุดมสมบูรณ์กว่าย่อมให้ผลรวดเร็วกว่าและให้มากมายกว่า เมล็ดพันธุ์ในดินที่ไม่อุดมสมบูรณ์ย่อมให้ผลช้าและน้อย

  สมเด็จพระบรมศาสดาเคยตรัสบอกเอาไว้ว่า ภิกษุเป็นเนื้อนาบุญของโลก นั่นย่อมเท่ากับว่า ไม่มีที่แห่งใดในโลกนี้ ที่จะเหมาะสมในการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งบุญลงในที่นาแห่งนี้ การที่บุคคลกระกระทำบุญอันมีทานเป็นต้นลงในพระภิกษุทั้งหลาย ย่อมได้รับผลอันรวดเร็วและให้ผลอันไพบูลย์แก่บุคคลผู้นั้น พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบให้เห็นดังนี้

  การให้ทานในบุคคลธรรมดาประมาณ๑๐๐ ยังมีผลน้อยกว่าทานที่ให้ในบุคคลผู้มีศีลคนเดียว

  การให้ทานในบุคคลผู้มีศีลประมาณ๑๐๐ ยังมีผลน้อยกว่าทานที่ให้แก่พระโสดาบันท่านเดียว

  ผลของทานที่ให้ในพระโสดาบันนั้น ก็มากมายสุดที่จะพรรณาได้หมดแล้ว จะกล่าวไปใยกับทานที่ได้ให้แก่พระอรหันต์ทั้งหลายนั้น ย่อมให้ผลเป็นอเนกอนันต์และไพบูลย์ไปตลอดชั่วอายุกัปป์ทีเดียว ผลของทานนั้นย่อมทำให้บังเกิดโภคสมบัติ เมื่อมาเกิดใหม่เป็นมนุษย์ ก็ได้เกิดอยู่ในตระกูลที่มั่งคั่งพรั่งพร้อมไปด้วยโภคทรัพย์และบริวารรับใช้ ดังนั้นเขาจึงมีชีวิตที่สะดวกสบายไม่ต้องตรากตรำลำบากในการแสวงหาทรัพย์

  แต่ความ อนิจจัง เป็นสัจจะในโลกเสมอ แม้ว่าผลบุญที่ได้รับนั้นจะมีมากมายสักปานใดก็ตาม ก็ย่อมมีหมดไปในที่สุด มนุษย์ผู้ใดที่ฉลาด เมื่อได้รับโอกาสอันดีเช่นนี้แล้ว เขาย่อมสั่งสมบุญที่ยิ่งกว่า เลิศกว่า นั่นคือการพ้นไปจาก วัฏสงสาร เป็นการข้ามพ้นจากห้วงทุกข์และความเศร้าโศกทั้งมวล 

  สมัยหนึ่งพระอานนท์เถระตามเสด็จพระบรมศาสดาขึ้นบนเขาแห่งหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงหยุดอยู่บนเชิงผาแห่งเขาลูกนั้น เบื้องหน้ามองออกไปเป็นห้วงทะเล มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ พระพุทธองค์ทรงตรัสถามพระอานนท์ว่า

  พ.ดูก่อนอานนท์ เธอเห็นห้วงมหาสมุทรนั่นไหม

  อ.เห็น พระเจ้าข้า

  พ.เธอว่าหยดน้ำในมหาสมุทรจักมีมากมายสักเท่าใด

  อ.มีมากมายจนไม่อาจนับได้ พระเจ้าข้า

  พ.อานนท์ เธอรู้ไหมว่า ทำให้เรานึกถึงอะไร

  อ.หม่อมฉัน ไม่ทราบ พระเจ้าข้า

  พ.ทำให้เรานึกถึงน้ำตาของสัตว์โลก

  พ.ในห้วงวัฏสงสาร อันสัตว์โลกต้องเวียนเกิดเวียนตายกันไม่รู้จักจบสิ้นนี้ มวลมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมต้องประสบกับความทุกข์และความเศร้าโศกมากบ้างน้อยบ้าง น้ำตาของสัตว์โลกที่หลั่งไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจบ้าง ด้วยความรันทดโศกเศร้าบ้าง ด้วยต้องทนทรมานด้วยโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายบ้าง ด้วยต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปบ้าง หยดน้ำตาของสัตว์โลกเหล่านั้นนำมารวมกันเข้าแล้ว มีปริมาณมากมายกว่าน้ำในมหาสมุทรที่เห็นนี้เสียอีก..........

  โอ้อนิจจา มนุษย์โดยมากมักตกอยู่ในความลุ่มหลง ไม่ใช้โอกาสอันดีที่ได้เกิดมาสะดวกสบายกว่านี้ รีบขวนขวายให้พ้นจากวัฏฏะแห่งความโศกเศร้านี้ไปเสีย กลับใช้โอกาสและเวลาเกือบทั้งหมดไปกับการแสวงหาสิ่งบำรุงบำเรอต่างๆ สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงเริงรมย์ บำเรอกาย บำเรอใจ เสียเวลาของชีวิตไปกับการแย่งชิงประหัตประหารกันเอง ดังพระนางมาคัณฑิยา พระมเหสีของพระเจ้าอุเทนราชนี้

  ณ.บ้านพราหมณ์หลังหนึ่งภายนอกนครโกสัมพีนี้ ได้มีบุตรสาวอันเลอโฉมงดงามเป็นที่โจกขานไปทั่วทั้งใกล้และไกล ความงามของนางเป็นที่ตราตรึงของบุคคลที่ได้พบเห็นยิ่งนัก จนกระทั่งถ้าบ้านใดมีบุตรคลอดออกมาเป็นหญิง ก็จะอวยพรกันว่า ขอให้เจริญวัยขึ้นมีรูปงามดั่งบุตรีของบ้านพราหมณ์ดังกล่าว อันมีนามว่า มาคัณฑิยา

  ด้วยความงามของนาง จึงกลายเป็นที่ใฝ่ฝันของบุรุษทั้งหลาย มีตั้งแต่ชายหนุ่มจนกระทั่งชายมีอายุที่ตกพุ่มหม้าย ต่างพากันมาสู่ขอต่อบิดาของนางเพื่อเป็นภรรยา แต่บิดาของนางมิได้ตัดสินใจยกบุตรสาวของตนให้แก่ผู้ใด ด้วยว่ายังไม่เล็งเห็นผู้ใด ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมดังที่กำหนดไว้ในใจนั่นเอง

  วันหนึ่งสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จผ่านมาทางบ้านพราหมณ์นี้ พราหมณ์ผู้บิดาได้เห็นแล้วก็ชื่นชมในความสง่างามของพระพุทธองค์ รำพึงในใจว่า โอ้หนอ...ตั้งแต่เราเกิดมา ยังมิเคยเห็นผู้ใดที่มีความสง่างามดุจสมณะรูปนี้เลย ดูแล้วบุตรสาวของเราช่างเหมาะสมควรคู่กับสมณะท่านนี้เสียจริงๆ

  อย่ากระนั้นเลย เรายกนางให้แก่สมณะท่านนี้เถิด คิดดังนั้นแล้วจึงร้องขึ้นว่า 

  “หยุดก่อนท่านสมณะ ท่านเหมาะสมกับบุตรสาวของเรายิ่งนัก เชิญท่านหยุดรอ อยู่ที่นี่ก่อนประเดี๋ยวหนึ่ง ข้าพเจ้าจักเข้าเรือนไปแต่งตัวบุตรสาวให้งดงามเสียก่อน แล้วจักมอบนางให้เป็นภรรยาแด่ท่าน ” ว่าแล้วพราหมณ์ก็เข้าเรือนไปบอกภรรยาให้รีบแต่งตัวบุตรสาวให้งดงามโดยไว ครั้นเสร็จแล้วก็พากันมาที่หน้าเรือน แต่หาได้พบพระพุทธองค์ไม่

  พราหมณ์จึงชักชวนให้ออกเดินตามหา แต่ภรรยาพราหมณ์ได้สังเกตเห็นรอยพระบาทที่พระพุทธองค์ทรงประทับทิ้งเอาไว้ จึงกล่าวแก่สามีว่า

  “ท่านอย่าตามหาให้เหนื่อยเปล่าเลย เพราะอันธรรมดารอยเท้าของบุคคลที่มีโทสะจะหนักส้น บุคคลที่มีโมหะจะจิกปลาย บุคคลที่มีราคะจะแอ่นกลาง แต่รอยเท้านี้มีความราบเรียบเสมอกันตลอด ตั้งแต่ต้นจรดปลาย ย่อมเป็นรอยเท้าของผู้ที่ปราศจากกิเลสโดยสิ้นเชิง ท่านย่อมไม่มีความปรารถณาในบุตรสาวของเราดอก ”

  แต่พราหมณ์สามียังคงดื้อดึง ออกตาม หาจนมาพบพระบรมศาสดาที่โคนไม้แห่งหนึ่ง จึงเข้าไปถวายบังคมยืนยันจุดประสงค์เดิมที่จะมอบนาง มาคัณฑิยา ให้พระพุทธองค์เช่นเดิม พระพุทธองค์ทรงปฏิเสธ 

   พ.ดูก่อนพราหมณ์ แม้ว่าบุตรสาวของท่านจะเลอโฉมงดงามก็จริง แต่เราใช่ว่าจะไม่เคยพบเห็นสตรีที่เลอโฉมก็หาไม่ สมัยที่เรายังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะอยู่ เราห้อมล้อมด้วยเหล่านางสนมที่ล้วนแล้วแต่งดงามเลือกเฟ้นมาอย่างดี แต่เราก็เกิดความเบื่อหน่ายในที่สุด เพราะความงามนั้นไม่ยั่งยืน แท้จริงร่างกายอันมีอาภรณ์ปกปิดนี้ เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล อันมี น้ำมูก น้ำลาย น้ำปัสสาวะ อุจจาระ เป็นต้น หลั่งไหลออกจากทวารทั้ง ๙ อยู่เสมอๆ อย่าว่าแต่จะสัมผัสบุตรสาวท่านด้วยปลายนิ้วมือเราเลย แม้แต่ปลายเท้า เราก็ไม่อยากจะสัมผัส

  ต่อจากนั้นพระพุทธองค์ก็ทรงแสดงธรรมเทศนา แสดงโทษของกาม อานิสงค์ของทาน ศีล ภาวนา และการดำริออกจากกาม เพื่อกล่อมเกลาจิตใจของพราหมณ์ทั้งสองให้อ่อนโยนลงแล้ว จึงแสดงธรรมอันละเอียดลุ่มลึกอันมี อริยสัจจ์สี่ เป็นต้น จนกระทั่งพราหมณ์ทั้งสองบังเกิดความแจ่มแจ้งได้บรรลุ อนาคามีผล และทูลขอบรรพชา ต่อมาก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ .....




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แสงเทียน วันที่ : 17/02/2012 เวลา : 07.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ra

สาธุ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อินทรีย์ภูเขา วันที่ : 04/02/2012 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nun2504
ธรรมทั้งหลาย ล้วนไม่เที่ยง

- ลำดับขั้นของผู้รับ ที่จะทำให้ผู้ให้ได้บุญมากหรือน้อยที่ขึ้นกับเนื้อนาบุญหรือผู้รับนั้น พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้อย่างชัดเจนครับว่ามีลำดับขั้นดังนี้

1. ทำทานแก่สัตว์เดรัจฉาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่มนุษย์ที่ไม่มีศีลธรรม แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

2. ทำทานแก่มนุษย์ไม่มีศีลธรรม แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล 5 แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

3. ทำทานแก่ผู้ที่ไม่มีศีล แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล 5 แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

4. ทำทานแก่ผู้ที่มีศีล 5 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล 10 คือสามเณรแม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

5. ถวายทานแก่สามเณรซึ่งมีศีล 10 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระสงฆ์

6. ถวายทานแก่พระสมมติสงฆ์ แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระโสดาบัน แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

7. ถวายทานแก่พระโสดาบัน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระสกิทาคามี แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

8. ถวายทานแก่พระสกิทาคามี แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระอนาคามี แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

9. ถวายทานแก่พระอนาคามี แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระอรหันต์ แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

10. ถวายทานแก่พระอรหันต์ แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระปัจเจกพระพุทธเจ้า แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

11. ถวายทานแก่พระปัจเจกพระพุทธเจ้า แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

12. ถวายทานแก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายสังฆทานที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะได้ถวายสังฆทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

13. ถวายสังฆทานที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายวิหารทาน แม้จะกระทำแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม (วิหารทาน ได้แก่ การสร้างหรือร่วมสร้างโลสภ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาโรงธรรม ศาลาท่าน้ำ ศาลาที่พักอาศัยคนเดินทางอันเป็นสาธารณประโยชน์ รวมถึงโรงพยาบาล โรงเรียน บ่อน้ำ แท็งก์น้ำ สุสาน เมรุเผาศพ)

14. ถวายวิหารทาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง (100 หลัง) ก็ได้บุญน้อยกว่าการให้ ธรรมทาน แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม (ธรรมทาน ได้แก่ การเทศน์ การสอนธรรมะแก่ผู้อื่น ชักจูงผู้คนให้เข้าปฏิบัติธรรม การพิมพ์แจกหนังสือธรรมะ)

15. การให้ธรรมทาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ ‘อภัยทาน’ แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม (การให้อภัยทานก็คือการไม่ผูกโกรธ ไม่อาฆาตจองเวร ไม่พยาบาทคิดร้าย)

อย่างไรก็ตาม การให้อภัยทาน แม้จะมากกว่าการให้ทานอื่น ๆ ก็ตาม แต่ผลของบุญก็ยังต่ำกว่าการรักษาศีล การ รักษาศีลมากเท่าใดก็ตามผลบุญที่รับยังต่ำกว่าการเจริญภาวนา ดังนั้นท่านปัญญาชนทั้งหลายจึงควรพิจารณาอย่างชาญฉลาดว่าจะทำบุญอย่างไรจึง จะได้รับผลมากน้อยตามลำดับขั้นที่กล่าวมา แม้ไม่ค่อยมีเงินทองก็สามารถที่จะทำบุญได้บุญมากเช่นเดียวกัน จึงไม่ต้องน้อยใจว่าเรามีกำลังทรัพย์น้อยแล้วจะไปทำบุญสู้เศรษฐีได้อย่างไร

นอก จากนี้ยังมีเกร็ดมาฝากสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีทรัพย์หรือทรัพย์น้อย หรือมีแต่ไม่สะดวกไม่มีเวลาที่จะทำบุญ หรือแม้แต่รักษาศึล หรือเจริญภาวนา ก็ตาม ก็สามารถทำได้ ต้องทำความเข้าใจว่าในอดีตชาติที่ล่วงมาแล้วไม่ว่าจะกี่พันปีก็ตาม มีผู้บำเพ็ญ ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา มากมายนับไม่ถ้วน ตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้จนได้พระธรรมคำสั่งสอน ได้อบรมสั่งสอนพระสงฆ์สาวก อุบาสก อุบาสิกา อบรมสั่งสอนสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันมากมายจนนับไม่ถ้วน ทุกวันนี้ยังมีพระอริยสงฆ์ พระสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ตื่นนอนตั้งแต่ตี 3 ตี 4 มานั่งปฏิบัติธรรม มากมาย ตลอดจนการทำบุญใส่บาตร ทำสังฆทาน ทำทาน อีกนับไม่ถ้วนทุกวัน เราจึงควรอนุโมทนาบุญ ดังนี้

สรุปว่า การที่ได้บุญมากที่สุดลงทุนน้อยที่สุดคือ การทำสมาธิ ให้จิุตปราศจากนิวรณ์ 5

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29      



[ Add to my favorite ] [ X ]