• แสงเทียน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 136
  • จำนวนผู้ชม : 296518
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
แสงเทียน
สวัสดี เมืองไทยที่น่ารัก เรื่องน่าอ่าน เมืองไทยน่าเที่ยว ชีวิตน่าค้นหา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ra
วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน 2555
Posted by แสงเทียน , ผู้อ่าน : 1637 , 07:49:20 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตายแล้วไปไหน

                                เรื่อง     “ตายแล้วไปไหน”     เป็นปัญหาที่น่าคิดและน่าสนใจมากเรื่องหนึ่ง  ที่มนุษย์ทุกชาติทุกภาษาค้นคิดกันมานานแล้ว      ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน  ว่าคนเราตายแล้วไปไหน ?  ตายแล้วเกิดอีกหรือเปล่า ?  นรกสวรรค์มีจริงหรือไม่ ?   วิญญาณหรือจิตมีจริงหรือเปล่า ?  ผีมีจริงหรือไม่ ?    คำตอบต่อปัญหาเหล่านี้ คือสิ่งที่จะนำมาชี้แจงให้ทราบในที่นี้

                                เดิมทีเดียว      แม้ผู้เขียนเองก็ไม่ค่อยเชื่อว่า ตายแล้วจะมีการเกิดอีกแม้เมื่อบวชเข้ามาแล้วก็ยังสงสัยอยู่ แต่เมื่อได้ศึกษาค้นคว้าตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว ก็ปรากฏว่า พระพุทธเจ้าตรัสยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้มีจริง       แต่ก็ยังไม่เชื่อสนิทใจอยู่นั่นเอง         เพราะเป็นเพียง

พบหลักฐานในตำราเท่านั้น เมื่อได้ปฏิบัติกรรมฐาน    และได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งได้เดินทางรอนแรมไปทั้งในประเทศไทยแล้วต่างประเทศหลายแห่ง ได้พบเห็นสิ่งต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ในที่สุดก็ต้องยอมรับตามที่พระพุทธเจ้าตรัสยืนยันไว้ว่า   คนเราตายแล้วต้องไปตามกรรมของตน แต่ที่ว่าไปไหนนั้นยังให้คำตอบชี้ชัดลงไปแน่นอนไม่ได้  เพราะแล้วแต่กรรมที่ทำไว้จะเสกสรรค์ให้เป็นไป

 

 

จิตเป็นตัวนำไปเกิด

                                พระพุทธศาสนาเชื่อถือ ในสังสารวัฏ-การเวียนว่ายตายเกิดและถือว่าคนเราทุกคนล้วนเกิดมาแล้วทั้งสิ้น   นับชาติไม่ถ้วน   และเกิดในภพภูมิที่ดีบ้าง     ไม่ดีบ้าง ตามกฎแห่งกรรมที่ได้ทำไว้ทั้งดีและชั่ว   ถ้ายังมีกิเลสอันเปรียบเหมือนยางเหนียวในพืชอยู่ตราบใดก็ต้องเวียน ว่าย ตาย เกิดอยู่ตราบนั้น จิตที่ได้รับการอบรมแล้ว    ถ้ายังไม่สิ้นกิเลส ก็ย่อมนำไปเกิดในภพภูมิที่ประณีต มีความสุข ประเสริฐ       และสูงขึ้น แต่ถ้าจิตไม่ได้รับการฝึกอบรม ปล่อยไว้ตามสภาพที่มันเป็น    ปล่อยให้สกปรกเศร้าหมองเพราะถูกกิเลสเกาะกิน นอกจากจะก่อความทุกข์ความเดือดร้อน     ให้แก่ตนเองและสังคมในชาตินี้แล้ว      ยังจะให้ภพชาติต่ำทรามลงไป ต้องประสบความทุกข์ ความเดือดร้อนมากในชาติต่อ ๆ ไปอีกด้วย

                                หากจะมีใครถามว่า “ที่ว่าคนเราตายนั้น ร่างกายตายหรือจิตตาย หรือว่าตายทั้งสองอย่าง” ขอตอบว่า “ตายเฉพาะร่างกายเท่านั้น จิตหาได้ตายไปเหมือนกับร่างกายนั้นไม่ แต่ไปเกิดในภพใหม่ชาติใหม่   ตามแรงของกรรม   ซึ่งส่งบุคคลเราไปเกิดในภพชาตินั้น ๆ เปรียบเหมือนเรือนที่ถูกไฟไหม้ โดยที่เจ้าของไม่ได้เป็นอันตราย อยากจะถามว่า    “เมื่อเรือนถูกไฟไหม้เสียแล้วเจ้าของเรือนจะไปอยู่ที่ไหน”  ขอตอบว่า  “เขาจะต้องหาที่แห่งใหม่อยู่ตามที่เขาจะสามารถหาอยู่ได้  กล่าวคือ  ถ้าผู้นั้นเป็นคนมีความสามารถดี มีเงินทองอยู่มาก หรือมีญาติพี่น้องคอยให้ความช่วยเหลืออยู่     เขาก็อาจสร้างบ้านใหม่ได้ดี   หรือไปอาศัยญาติพี่น้องอยู่  แต่ถ้าผู้นั้นไร้ความสามารถ ยากจนสิ้นเนื้อประดาตัว ไร้ญาติขาดมิตร เขาก็ย่อมไปหาที่อยู่ตามยถากรรมของเขา ฉันใด  คนเราที่ตายไปจากโลกนี้แล้ว     ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อร่างกายเดิมใช้การมิได้แล้ว ก็ย่อมไปเกิดในภพใหม่ชาติใหม่       ตามพลังแห่งกรรมที่ตนได้ทำเอาไว้ ถ้าเขาทำกรรมดีไว้มาก  คือพัฒนาอบรมจิตตนเองได้มากแล้ว    ก็ย่อมไปบังเกิดในที่ดี มีความสุข ถ้าเขาทำความดีไว้น้อย แต่ทำความชั่วไว้มาก    คือยังด้อยในด้านพัฒนาจิตใจของตนอยู่เขาก็ย่อมไปเกิดในที่มีความทุกข์ตามยถากรรมของตน

จิตเป็นตัวสั่งสมบุญและบาป

                                ลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งของจิต     ก็คือ  เป็นตัวสั่งสมบุญ บาปกรรมและกิเลสเอาไว้ ก็เมื่อจิตมีหน้าที่รับอารมณ์ จึงเก็บอารมณ์ทุกชนิดทั้งที่เป็นบุญ  ทั้งที่เป็นบาป ทั้งที่ไม่ใช่บุญไม่ใช่บาปเอาไว้ แล้วเก็บไว้ในภวังค์ที่เรียกว่า ภวังคจิต เก็บไว้ได้หมดสิ้นอย่างละเอียด และสามารถนำติดตัวข้ามภพข้ามชาติไปได้ด้วย

                                ลักษณะที่จิตเก็บบุญและบาปเอาไว้นั้น  เหมือนกระดาษซับ  ที่สามารถซับน้ำเอาไว้  คือ  ตามปกติเมื่อมีน้ำหกราดลงบนโต๊ะ หรือบนพื้นห้องถ้ามีกระดาษซับ เรามักจะใช้กระดาษนี้ซับ   น้ำที่หกราดนั้นให้แห้งไปได้   กระดาษซับสามารกเก็บน้ำได้หมดฉันใด จิตก็เหมือนกัน   เมื่อคนเราทำบุญหรือบาปลงไปจิตก็ซับเก็บไว้ได้หมด  ฉันนั้น  จิตจึงเป็นสภาพพิเศษที่น่าศึกษาจริง ๆ    และเราทุกคนก็ได้ใช้จิตสั่งงานอยู่เกือบตลอดเวลา  คนฉลาดจึงเห็นคุณค่าในการพัฒนาจิต อบรมจิตของตน

                                ในเรื่องที่จิตสามารถเก็บบุญและบาปเอาไว้จนถึงนำข้ามภพข้ามชาติไปได้นี้ บางคนอาจจะสงสัยและคัดค้านว่า        “ถ้าหากว่าจิตมีลักษณะเกิดดับอยู่ตลอดเวลาแล้ว จะติดตามจิตต่อไปได้อย่างไร  เพราะบุญและบาปได้ดับไปพร้อมจิตดวงนั้นเสียแล้ว”

                                ข้อนี้ขอเฉลยว่า ธรรมชาติของจิตเกิดดับอยู่ตลอดเวลา และเกิดดับสืบต่อกันไปไม่ขาดสาย  เหมือนกระแสไฟฟ้าที่ทำให้แสงสว่างติดต่อกันตลอด เพราะเกิดดับไวมาก อันธรรมชาติของจิตนั้น ก่อนที่มันจะดับ ไป ได้ถ่ายทอดทิ้งเชื้อ คือ บุญ บาป กรรม กิเลส   ไว้ให้จิตดวงต่อไป    เก็บไว้นำต่อไป   แล้วแสดงผลออกมาเป็นระยะตามพลังแห่งกรรม คือบุญและบาปที่ได้สั่งสมไว้ บุญบาป มิได้สูญหายไปพร้อมกับความตายของร่างกาย หรือพร้อมกับความดับของจิต      แต่ได้ถ่ายทอดสืบเนื่องไปตลอดเวลา เหมือนกับพันธุกรรมของมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายที่ถ่ายทอดสืบต่อมาจากพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ทวด แม้ท่านจะตายล่วงลับไปแล้ว  แต่ตัวท่านก็ยังมีอยู่ เพราะยีน  (Gene)   ซึ่งถ่ายทอดมาจากสเปอร์ม  และไข่     อันเป็นเชื้อในพันธุกรรมของท่านซึ่งเปรียบเสมือนบุญและบาป ยังสืบต่ออยู่ในบุตรหลานของท่านเพราะฉะนั้น   บุญ บาป จึงมิได้หายไปตราบเท่าที่คนนั้นยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ แม้จิตจะเป็นธรรมชาติเกิดดับอยู่ตลอดเวลาก็ตาม   คนที่เคยพัฒนาตนไว้ดีเมื่อชาติก่อน ๆ เมื่อมาสู่ชาตินี้ จิตก็ยังมีคุณภาพสูงอยู่ ดังที่เราได้พบเห็นท่านผู้ที่มีบุญมากมาเกิด จึงเป็นคนมีรูปร่างดี ปัญญาเฉียบแหลม จิตใจเข้มแข็ง ประกอบด้วยเมตตากรุณา เป็นต้น  แต่ถ้าผู้นั้นจะกินแต่บุญเก่าอย่างเดียว  ไม่ยอมพัฒนาตนเองในปัจจุบัน พลังของบุญหรือพลังแห่งการพัฒนาตนไว้เมื่อชาติก่อนนั้นย่อมหมดไป ฉะนั้น คนที่ฉลาดจึงไม่หวังแต่กินบุญเก่าอย่างเดียว เขาจะพยายามเพิ่มบุญใหม่ด้วยการพัฒนาตน อบรมตนในปัจจุบันด้วย




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แสงเทียน วันที่ : 30/04/2012 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ra

วิธีการเผยแผ่ธรรมะ..
1. การไม่กล่าวร้าย
2. การไม่ทำร้าย
3. ความสำรวมในปาติโมกข์
4. ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร
5. ที่นั่งนอนอันสงัด
6. ความเพียรในอธิจิต
นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
" การปฏิบัติตน จะเป็นข้อพิสูจน์ผลแห่งการปฏิบัติธรรม
และเป็นแรงจูงใจให้ผู้ยังไม่เลื่อมใสได้หันมาสนใจปฏิบัติ.."

บิดามารดา
..เป็นพรหมของบุตร
..เป็นเทวดาของลูก
..เป็นบูรพาจารย์
..เป็นพระอรหันต์ของลูก
..เป็นมิตรในเรือน
..เป็น ฯลฯ
..การบำรุงบิดามารดาเป็นมงคลทางก้าวหน้าของชีวิต..




"เมื่อไม่หวั่นไหวต่อคำนินทาว่าร้าย ความอิจฉาริษยาจากผู้อื่น
บุญบารมีก็แกร่งกล้าขึ้น ถ้าผู้ใดมีจิตหวั่นไหวกับคำสรรเสริญ
หรือนินทาจากผู้อื่นแล้ว บุญบารมีก็ไม่แกร่งกล้าขึ้นได้ ขอให้พากันเข้าใจ"

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ


บิดามารดา
..เป็นพรหมของบุตร
..เป็นเทวดาของลูก
..เป็นบูรพาจารย์
..เป็นพระอรหันต์ของลูก
... ..เป็นมิตรในเรือน
..เป็น ฯลฯ
..การบำรุงบิดามารดา เป็นมงคลทางก้าวหน้าของชีวิต..


การเดินทาง
บางที ก็ต้องเจอกับเหตุการณ์
ที่ชวนให้ชีวิตเปรอะเปื้อน

จงมีชีวิต อย่างผู้กล้าเดิน
... กล้าที่จะแตกต่าง
ไม่กลัวที่จะแตกแถว
โดยเฉพาะเมื่อมั่นใจ
ว่าเป็นการแตกออกมา จากแถว...ที่ถูกต้อง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เขียดขาคำ วันที่ : 22/04/2012 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kiadkakam


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อินทรีย์ภูเขา วันที่ : 22/04/2012 เวลา : 09.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nun2504
ธรรมทั้งหลาย ล้วนไม่เที่ยง


จิตเป็นตัวนำไปเกิด...

ขอขยายคำอีกนิดครับ จิตที่มีตันหา เป็นตัวนำไปเกิด..
จิตสุดท้ายหากยึดติดกับ กุศลก็ไปเกิดภพที่ดี
จิตสุดท้ายเกาะกับ อกุศล ก็ไปยังภพอบาย...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เขียดขาคำ วันที่ : 22/04/2012 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kiadkakam


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]