• แสงเทียน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 136
  • จำนวนผู้ชม : 296518
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
แสงเทียน
สวัสดี เมืองไทยที่น่ารัก เรื่องน่าอ่าน เมืองไทยน่าเที่ยว ชีวิตน่าค้นหา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ra
วันจันทร์ ที่ 30 เมษายน 2555
Posted by แสงเทียน , ผู้อ่าน : 1855 , 09:49:56 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทำบุญทุกวัน ได้บุญทุกวัน




อานิสงส์ในการฟังธรรม ๕ ประการ

ปญฺจิเม ภิกฺขเว อานิสํสา ธมฺมสฺสวเน

กตเม ปญฺจ อสฺสุตํ สุณาติ สุตํ ปริโยทเปติ

กงฺจํ วิหนติ ทิฏฺฐึ อุชุ กโรติ จิตมฺส ปสึทติ

อิเม โข ภิกฺเว ปญฺจ อานิสํสา ธมฺมสฺสวเนติ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการฟังธรรม ๕ ประการเป็นไฉน?

คือ ผู้ฟังย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง ๑

ย่อมเข้าใจชัดสิ่งที่ได้ฟังแล้ว ๑

ย่อมบรรเทาความสงสัยเสียได้ ๑

ย่อมทำความเห็นให้ตรง ๑

จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส ๑

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการฟังธรรม ๕ ประการนี้แล

การฟังธรรม นี้ดี มีอานิสงส์

ให้เห็นตรง เห็นชัด ตัดสงสัย

จึงควรที่ จะได้ฟัง อย่างตั้งใจ

ก็จะได้ ความดี มีแก่ตน

สิ่งใด ไม่เคยฟัง จะได้ฟัง

ขอให้นั่ง ตั้งใจรับ อย่าสับสน

จิตผ่องใส ได้ปัญญา มิมืดมน

ทำให้พ้น จากความทุกข์ ถึงสุขเอย

คำว่า"ธรรม"ในที่นี้ คือคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านแสดงอานิสงส์ คือผลดีของการฟังธรรมไว้ ๕ ประการ คือ....

๑. ได้ฟังสิ่งที่ไม่เคยฟัง เมื่อเราได้เกิดมาแล้ว ย่อมได้ฟังเรื่องราวต่างๆมามากมาย แต่เรื่องเหล่านั้นมิใช่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ฉะนั้น เมื่อได้โอกาสฟังธรรมที่มีบุคคลนำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาแสดง จึงนับว่าได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟังพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นที่มิได้มีอยู่เป็นประจำ จะมีโอกาสบางครั้งเท่านั้น พระพุทธเจ้า และพระธรรม เป็นของหาได้ยากในโลก ดังธรรมภาษิตว่า "กิจฺโฉ พุทฺธธานมุปฺปาโท การเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าเป็นการยาก.กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ การฟังธรรมเป็นการหาได้ยาก."

ก็กาลเวลาที่ยาวนานที่เรียกว่า"มหากัป"นั้น มหากัปส่วนมากจะว่างจากพระพุทธเจ้า เมื่อไม่มีพระพุทธเจ้าแล้ว พระธรรมอันเป็นคำสั่งสอนของพระองค์ก็จะไม่มี และพระอริยสงส์ที่รู้ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าก็จะไม่มีด้วย ท่านกล่าวว่า เวลา ๔ อสงไขย ๑ แสนมหากัปที่ผ่านมา มีพระพุทธเจ้าเพียง ๒๕ พระองค์เท่านั้น.

๒. ย่อมเข้าใจชัดในสิ่งที่ฟังแล้ว หมายความว่าการฟังธรรมนั้น หากฟังครั้งแรกยังไม่เข้าใจ หรือเข้าใจยังไม่ชัดเจน เมื่อได้ฟังซ้ำอีก ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจ และเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น และเพื่อมิให้ลืมเลือนไป เพราะพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์นั้นมีมาก พระองค์แสดงธรรมอยู่ถึง ๔๕ พรรษา มีพระธรรมขันธ์ถึง ๘๔,๐๐๐ ทุกวันนี้ได้บันทึกไว้ในหนังสือเป็นภาษาบาลี ๔๕ เล่ม สำหรับฉบับที่แปลเป็นภาษาไทย รวมถึงอรรถกถาด้วยจะมีถึง ๙๑ เล่ม ฉะนั้น ฉะนั้น เมื่อต้องการจะรู้ธรรมให้มากที่เรียกว่าพหูสูตรนั้น ก็จะต้องอาศัยการฟังให้มากเป็นสำคัญ

๓. บรรเทาความสงสัย ความสงสัยเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ทำให้ไม่แน่ใจว่า สิ่งนี้เป๋นความดีหรือชั่ว ควรทำหรือไม่ควรทำ เป็นต้น ความสงสัยเป็นความไม่ดีอย่างหนึ่ง สมควรที่จะต้องทำให้หมดไป จะหมดไปก็ด้วยการฟังธรรมนี้เอง

๔. ทำให้มีความเห็นตรง เห็นตรงคือตรงกับความจริง เพราะธรรมของพระพุทธเจ้านั้นเป็นความจริง ที่เรียกว่า"สัจจะและอัตถะ"มีประโยชน์ อานิสงส์ข้อนี้ คือทำให้มีปัญญารู้ในเรื่องกรรม เรียกว่ากัมมัสสกตาปัญญา รู้นามรูป เรียกว่าวิปัสสนาปัญญา เป็นต้น

แต่ความรู้หรือปัญญามีหลายระดับ ระดับต้นเรียกว่าความรู้ในขั้น"ปริยัติ" การศึกษาเล่าเรียนในขั้นที่สูงขึ้นไป คือรู้ในการ"ปฏิบัติ" และที่สูงสุดเป็นความรู้ที่เป็นผลของการปฏิบัติ คือ"ปฏิเวธ"ได้แก่ การบรรลุมรรค ผล นิพพาน

แต่ถ้ารู้แล้วไม่ปฏิบัติ ธรรมก็จะไม่รักษาผู้นั้น เพราะธรรมจะรักษาแต่ผู้ที่ปฏิบัติเท่านั้น ดังธรรมภาษิตว่า"ธมฺโม หเวรกฺขติ ธมฺมจาริ ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม"

๕. จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส ความผ่องใสของจิตนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง จิตผ่องใสปราศจากกิเลสหรืออกุศล อกุศลมูล ๓ คือโลภะ โมหะ โทสะ เมื่อกิเลสเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วก็จะเป็นเหตุให้ทำความชั่วทางกาย วาจา เช่นฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ เป็นต้น และจะส่งผลให้ไปเกิดในอบายภูมิ ๔ มีนรก สัตว์เดรัจฉาน เป็นต้น และจะได้รับผลเป็นความทุกข์ต่างๆอีกมากมาย

สำหรับจิตที่ผ่องใสมีลักษณะตรงข้ามกับจิตที่เศร้าหมองคือมี อโลภะ อโทสะ อโมหะ เป็นมูล เมื่อจิตมีความผ่องใส การกระทำทางกาย วาจาก็จะดี ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ เป็นต้น มีการทำบุญให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และจะส่งผลให้ได้รับความสุขในชาตินี้และชาติหน้า และแม้ว่าตนยังไม่หมดกิเลส ก็จะเป็นเหตุให้ไปเกิดในสุคติภูมิ เกิดเป็นมนุษย์และเทวดา

ฉะนั้น เมื่อพุทธบริษัททั้งหลาย ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ ได้ฟังธรรมและปฏิธรรมแล้ว ก็จะได้รับอานิสงส์ ๕ ประการ ตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงมาแล้วอย่างแน่แท้

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อินทรีย์ภูเขา วันที่ : 01/05/2012 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nun2504
ธรรมทั้งหลาย ล้วนไม่เที่ยง


ต้องอ่านพระสูตรนี้ครับ..

ทรงบอกเหตุแห่งความอัตรธานของคำสอนเปรียบด้วยกลองศึก
ภิกษุทั้งหลาย ! เรื่องนี้เคยมีมาแล้ว : กลองศึกของกษัตริย์พวกทสารหะ เรียกว่า อานกะ มีอยู่.
เมื่อกลองอานกะนี้ มีแผลแตก หรือลิ, พวกกษัตริย์ทสารหะได้หาเนื้อไม้อื่นทำเป็นลิ่ม เสริมลงใน
รอยแตกของกลองนั้น (ทุกคราวไป) ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อเชื่อมปะเข้าหลายครั้งหลายคราวเช่นนั้น
นานเข้าก็ถึงสมัยหนึ่ง ซึ่งเนื้อไม้เดิมของตัวกลองหมดสิ้นไป เหลืออยู่แต่เนื้อไม้ที่ทำเสริมเข้าใหม่
เท่านั้น ;
ภิกษุทั้งหลย ! ฉันใดก็ฉันนั้น : ในกาลยืดยาวฝ่ายอนาคต จักมีภิกษุทั้งหลาย, สุตตันตะ
เหล่าใด ที่เป็นคำของตถาคต เป็นข้อความลึกมีความหมายซึ่ง เป็นชั้นโลกุตตระ ว่าเฉพาะด้วยเรื่อง
สุญญตา, เมื่อมีผู้นำสุตตันตะเหล่านั้นมากล่าวอยู่. เธอจักไม่ฟังด้วยดี จักไม่เงี่ยหูฟัง จักไม่ตั้งจิตเพื่อ
จะรู้ทั่วถึง และจักไม่สำคัญว่าเป็นสิ่งที่ตนควรศึกษาเล่าเรียน. ส่วนสุตตันตะเหล่าใด ที่นักกวีแต่งขึ้น
ใหม่ เป็นคำร้อยกรองประเภทกาพย์กลอน มีอักษรสละสรวย มีพยัญชนะอันวิจิตร เป็นเรื่องนอก
แนว เป็นคำกล่าวของสาวก, เมื่อมีผู้นำสูตรที่นักกวีแต่งขึ้นใหม่เหล่านั้นมากล่าวอยู่,เธอจักฟังด้วยดี
จักเงี่ยหูฟัง จักตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึง และจักสำคัญว่าเป็นสิ่งที่ตนควรศึกษาเล่าเรียนไป.
ภิกษุทั้งหลาย ! ความอันตรธานของสุตตันตะเหล่านั้น ที่เป็นคำของตถาคตเป็นข้อความลึก
มีความหมายซึ้ง เป็นชั้นโลกุตตระ ว่าเฉพาะด้วยเรื่องสุญญตา จักมีได้ด้วยอาการอย่างนี้ แล.
นิทาน. สํ. ๑๖/๓๑๑/๖๗๒-๓,
ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ น. ๑๐๗

***นี่เหตุที่พระธรรมที่เป็นพุทธวจน จะค่อยๆหายไป

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อินทรีย์ภูเขา วันที่ : 01/05/2012 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nun2504
ธรรมทั้งหลาย ล้วนไม่เที่ยง

๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ไม่ปรากฎในพระไตรปิฏก ฉบับบาลีสยามรัฐ..แต่ปรากฎในฉบับมหามกุฏฯ และมหาจุฬา และเป็นแค่เพียง อรรถกถา (คือคำอธิบายของสาวกรุ่นหลัง)....
**และที่สำคัญ พระไตรปิฏกทั้งสองฉบับหลัง ได้คัดลอกมาจาก ฉบับบาลีสยามรัฐ
***ถามว่าจะให้ยึดคำสาวก หรือยึดคำพระศาสดาครับ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แสงเทียน วันที่ : 01/05/2012 เวลา : 05.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ra

ไม่มี นั้น เป็นคำอธิบายที่ไม่ถูกต้อง
ทิ้งอรรถ ทิ้งธรรมไปหมดเลย
ควรอธิบายใหม่ด้วย
ขอความกรุณาอธิบายให้ถูกอรรถ ถูกธรรมด้วย
เพราะคำว่า พระธรรมขันธ์ถึง ๘๔,๐๐๐ พระไตรปิฎกทุกชบับ ย่อมมีกล่าวไว้...
มีถึง...มีจำนวน มีที่กล่าวไว้ มีการเพิ่มเติม
มิใช่มาตอบว่าไม่มี ขออธิบายเพิ่มด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อินทรีย์ภูเขา วันที่ : 30/04/2012 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nun2504
ธรรมทั้งหลาย ล้วนไม่เที่ยง


อนิสงฆ์ในการฟังธรรม 5 ประการ มีในพระสูตร
๒. ธัมมัสสวนสูตร
[๒๐๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการฟังธรรม ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน
คือ ผู้ฟังย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง ๑ ย่อมเข้าใจชัดสิ่งที่ได้ฟังแล้ว ๑ ย่อมบรรเทาความสงสัย
เสียได้ ๑ ย่อมทำความเห็นให้ตรง ๑ จิตของผู้ฟังย่อมเลื่อมใส ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์
ในการฟังธรรม ๕ ประการนี้แล ฯ

***แต่เพราะพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์นั้นมีมาก พระองค์แสดงธรรมอยู่ถึง ๔๕ พรรษา มีพระธรรมขันธ์ถึง ๘๔,๐๐๐ ทุกวันนี้..

๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์...ไม่มีในพุทธวจนเป็นสิ่งที่ สาวกรุ่นหลังได้อธิบายเสริมลงไป ดังข้อมูลนี้

[๑๐๒๗] เราได้เรียนมาจากพระพุทธเจ้า ๘๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
จากภิกษุ ๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ..(จากพระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาฯ)

แม้คาถานี้ว่า คนฺตวาน พุทฺโธ นทิกํ กกุฏํ ท่านวางไว้ในคราว
สังคีตินั่นเอง. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปวตฺตา ภควา อิธ ธมฺเม
ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกาศพระธรรมในศาสนานี้ อธิบายว่า ทรง
ประกาศธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์. (จากฉบับมหามกุฏฯ) การขึ้นต้นด้วย..ความว่า..เป็นอรรถกถาไม่ใช่พุทธวจน

**ส่วนฉบับไทย -บาลีสยามรัฐ ซึ่งเป็นต้นฉบับ ไมีมีคำว่า๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์....

ข้อมูลนี้ตรวจสอบได้ทุกเวลาครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แสงเทียน วันที่ : 30/04/2012 เวลา : 09.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ra

พระพุทธองค์ทรงเป็นชาวนา...
พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า....
“ศรัทธาเป็นพืช ความเพียรเป็นฝน
ปัญญาของเราเป็นแอกและไถ หิริเป็นงอนไถ
ใจเป็นเชือก สติของเราเป็นผาลและประฏัก
... เรามีกายคุ้มครองแล้ว มีวาจาคุ้มครองแล้ว
เป็นผู้สำรวมแล้ว ในการบริโภคอาหาร
เราทำการดายหญ้าด้วยคำสัตย์
โสรัจจะของเราเป็นเครื่องให้แล้วเสร็จ
โยคะไปไม่ถอยหลัง ยังซึ่งบุคคลไปแล้วไม่เศร้าโศกนี่คือการไถ เราไถอย่างนี้แล้ว ย่อมมีอมฤตเป็นผล
ครั้นไถอย่างนี้แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้”

: พระไตรปิฏก กสิกสูตร เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย
สคาถาวรรค ข้อ ๖๗๔

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]