• แสงเทียน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 136
  • จำนวนผู้ชม : 296570
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
แสงเทียน
สวัสดี เมืองไทยที่น่ารัก เรื่องน่าอ่าน เมืองไทยน่าเที่ยว ชีวิตน่าค้นหา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ra
วันจันทร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2555
Posted by แสงเทียน , ผู้อ่าน : 1835 , 05:31:13 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มือใหม่ โหวตเรื่องนี้

วันพระ 

ในสมัยพุทธกาล เหล่านักบวชนอกศาสนาได้ประชุมแสดง
คำสอนตามความเชื่อของตนทุกวัน ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ เป็นปกติ ครั้งนั้น พระเจ้าพิมพิสาร พระราชาแห่งแคว้นมคธ 
เกิดความคิดว่า น่าที่เหล่าสงฆ์ในพระพุทธศาสนา จะได้กระทำเช่นนั้นบ้าง เพื่อความเลื่อมใสศรัทธาของเหล่าชน เฉกเช่นที่นักบวชนอกศาสนานั้นได้รับ จึงกราบทูลขอพุทธานุญาต จาก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงอนุญาตตามนั้ 


การประชุมกันของเหล่าสงฆ์ตามพุทธานุญาต ได้มีวิวัฒนาการ
ขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่การมาประชุมแล้ว นั่งนิ่ง เริ่มแสดงธรรม 
ต่อมา ทรงอนุญาตให้สวดปาฏิโมกข์ ซึ่งเป็นการทบทวนข้อ
ปฏิบัติที่เป็นวินัยของสงฆ์ ในพระพุทธศาสนา พร้อมแสดงอาบัติ คือ เปิดเผยข้อผิดพลาดในวินัยต่อผู้อื่น ให้เป็นกิจกรรมใน
วันอุโบสถ คือวัน ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ


จากที่สงฆ์ถือปฏิบัติทุกวันอุโบสถ คือ ๓ ครั้งต่อปักษ์ 
(ปักษ์หนึ่ง = ๒ สัปดาห์) จนกระทั่งท้ายที่สุด ทรงบัญญัติ
ชัดเจนว่า ให้สงฆ์ประชุมกันเพื่อสวดปาฏิโมกข์เพียงปักษ์
ละ ๑ ครั้ง คือ ทุก ๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ เท่านั้น ซึ่งสงฆ์ได้ถือปฏิบัติมาจนกระทั่งทุกวันนี้ นั่นคือ แม้วันอุโบสถ หรือ วันพระ 
จะมีทั้งในวัน ๘ ค่ำ และวัน ๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำก็จริง แต่ก็ประชุมกันเฉพาะในวัน ๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ ตามพุทธานุญาตเท่านั้น


วันขึ้น (แรม) ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ

กำหนดโดยถือการ เปลี่ยนแปลงของพระจันทร์ จากเดือน
เต็มดวงจนถึงเดือนมืด และกลับเป็นเดือนเต็มดวงอีกครั้ง 
โดยคืนพระจันทร์เต็มดวงเรียก ขึ้น 15 ค่ำ พระจันทร์ค่อย ๆ ดับนับ แรม ๑ ค่ำ ๒ ค่ำ ตามลำดับ ถึง ๑๕ ค่ำ เป็นวันพระจันทร์ดับพอดี จากนั้นเริ่มนับขึ้น จากวันขึ้น ๑ ค่ำ ๒ ค่ำ จนถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เป็นวันพระจันทร์เต็มดวงอีกครั้งหนึ่ง เป็นอันครบรอบ ๑ เดือน


ความสำคัญของวันอุโบถ

จากพุทธานุญาต ให้มีตัวแทนสงฆ์รูปหนึ่งสวดทบทวนสิกขา
บทที่ทรงบัญญัติไว้เป็นระเบียบปฏิบัติ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก และเพื่อความบริสุทธิ์ในเพศสมณะที่ต้องบริบูรณ์ด้วย 
ศีล สมาธิ และปัญญา อันเป็นทางหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ตามเส้นทางของพระพุทธศาสนา โดยมีภิกษุผู้สวดทบทวน 
เมื่อสวดถึงข้อใดแล้ว มีภิกษุรูปใดรูปหนึ่งประพฤติผิดข้อบังคับนั้น จะเปิดเผยท่ามกลางที่ประชุม หรือที่เรียกว่า แสดงอาบัติ 
ซึ่งถือปฏิบัติเช่นนี้สืบต่อ ๆ กันมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ก่อให้
เกิดผลดังนี้ คือ

๑. เกิดความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพระสงฆ์ ด้วยระเบียบปฏิบัติที่หมั่นทบทวน และเตือนตนด้วยการแสดง
การยอมรับในสิ่งที่ตนละเมิด เพื่อแก้ไขต่อไป ในข้อนี้มีปรากฎการณ์เด่นชัด เมื่อครั้งพุทธกาล คือ เมื่อครั้งพระภิกษุชาวเมืองโกสัมพี ทะเลาะเบาะแว้งแตกความสามัคคีกัน ภายหลังเมื่อกลับ
มีความสามัคคีใหม่ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ประชุมทำอุโบสถสวดพระปาฏิโมกข์เป็นกรณีพิเศษที่เรียกว่า “วันสามัคคีอุโบสถ”
๒. การหมั่นทบทวนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้พระธรรมคำสอนไม่คลาดเคลื่อน เลือนหาย และทำให้หมู่คณะจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันมาถึงปัจจุบันนี้


วันอุโบสถนั้น นอกเหนือจากเป็นวันสำคัญของทางคณะสงฆ์
ดังกล่าวแล้ว ยังเป็นวันประชุมฟังธรรมของเหล่าพุทธศาสนิกชนตั้งแต่สมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบันนี้ทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาก็จริง แต่ในชีวิตประจำวันแล้ว โลกภายนอกสำหรับคฤหัสถ์ผู้ครองเรือนเต็มไปด้วยข้อจำกัดในการกระทำความดีเหล่านั้นให้สมบูรณ์ ดังนั้น วันอุโบสถ จึงเป็นการปรารภเหตุ ที่จะให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้มีโอกาส หันกลับมาทบทวนการทำดี
ดังกล่าว โดยการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา มากขึ้นเป็นพิเศษ

ในส่วนของพุทธศาสนิกชนนั้น การละชั่ว ทำดี ทำจิตใจ
ให้ผ่องใส เป็นห้วใจของพระพุทธศาสนา ผ่านการแสดง
ออกเป็นรูปธรรมด้วย


ประเภทของอุโบสถ

การรักษาอุโบสถ…ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเอื้อต่อการเลือกปฏิบัติตามความพร้อมของพุทธศาสนิกชน โดยแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
๑. ปกติอุโบสถ คือ อุโบสถที่รับรักษากันตามปกต
เฉพาะวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง
๒. ปฏิชาครอุโบสถ คือ อุโบสถที่รับรักษาเป็นพิเศษ
กว่าปกติธรรมดา คือ รักษาคราวละ 3 วัน จัดเป็นวันรับวันหนึ่ง 
วันรักษาวันหนึ่ง และวันส่งอีกวันหนึ่ง


แต่โดยเนื้อแท้แล้ว ทั้งสองประเภทก็มีขึ้นเพื่อมุ่งให้พุทธศาสนิกชนมีโอกาสรักษากาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ ตามหัวใจ
ของพระพุทธศาสนานั่นเอง

ศีลที่นิยมถือในวันอุโบสถ คือ ศีล 8 อันได้แก่

๑. เว้นจากการฆ่า
๒. เว้นจากการลักทรัพย์
๓. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
๔. เว้นจากการพูดเท็จ
๕. เว้นจากการดื่มสุรา และเมรัย
๖. เว้นจากการบริโภคอาหารหลังจากเที่ยงวันแล้ว
๗. เว้นจากการตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับและ
ของหอม และเว้นจากการดูการละเล่นต่าง ๆ
๘. เว้นจากการนอนที่นอนอันอ่อนนุ่ม และสูงใหญ่



ข้อพึงปฏิบัติในเวลารักษาอุโบสถ

วันอุโบสถ สาธุชนจะไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน มีการถวายภัตตาหารพระ รักษาศีล และเจริญภาวนา ทำความสะอาดวัด นิมนต์พระเทศน์ให้ฟัง เพราะถ้าไม่มีการสอนธรรมะแล้ว ความรู้ที่แท้จริง
ก็จะเลือนหายไป เนื่องจากสังคมทุกวันนี้ คนเชื่อ คิด ทำ ต่าง ๆ นานา จนมักไปทำความชั่ว หรือดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกต้อง


เพื่อเป็นการส่งเสริมให้กิจกรรมในวันอุโบสถเอื้อต่อการรักษากาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ด้วยดี พุทธศาสนิกชนจึงควรถือปฏิบัติดังนี้

- มีความสันโดษ พอใจในสิ่งที่ตนเองมี
– รักษากาย วาจา ใจ ให้สงบ
– อยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความปรองดอง
– ตั้งใจทำกุศลกรรมยิ่งขึ้นไป
– ตั้งใจรักษาศีล


ในอดีต…วันพระ มิใช่เป็นเพียงวันของพระสงฆ์เท่านั้น 
หากเป็นโอกาสที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจะได้สั่งสมบุญ
กุศลของตนเองให้เพิ่มยิ่ง ๆ ขึ้นไป ทั้งทางราชการก็สนับสนุน โดยให้วันโกน และวันพระเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ ในครั้งนั้นพุทธศาสนิกชนจึงมีโอกาสได้ไปวัด ทำทาน รักษาศีล และฟัง
พระธรรมเทศนาที่วัดกันเป็นประจำ เพราะมีวันหยุดที่พ้องตรง
กันกับวันอุโบสถซึ่งเป็นวันพิเศษของพระสงฆ์ด้วย นับเป็นความสะดวกด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย


แต่ในปัจจุบัน วันหยุดของทางราชการเปลี่ยนแปลงไปเป็นวันเสาร์ และวันอาทิตย์ หากวันสำคัญของพระสงฆ์ยังคงเป็น
วันพระดังเดิม ดังนั้นความสะดวกของพุทธศาสนิกชนที่จะประพฤติปฏิบัติชอบในวันดังกล่าวจึงพลอยหายไปด้วย อาจ
จะมีบ้างบางวัด ที่ปรับเปลี่ยนวันเพื่อให้เอื้อกับความสะดวกของสาธุชน แต่ก็ยังไม่ทั่วถึง จึงเป็นหน้าที่ของเหล่าสาธุชนเองที่
จะต้องขวนขวายหาโอกาสนั้น ๆ ด้วยตนเอง


ทั้งนี้…เพื่อให้โอกาสเหล่านั้นเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ และ
มีเหตุจูงใจสำคัญไม่แพ้ ในสมัยพุทธกาลที่พระพุทธองค 
ให้ความสำคัญกับวัน 8 ค่ำ, 14 ค่ำ และ 15 ค่ำ จึงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่พุทธศาสนิกชนที่ดีจะได้ถือเอาวันดังกล่าวเป็น
นิมิตหมายในการสั่งสมคุณงามความดี ระลึกถึงคำสอนของ
พระพุทธองค์ด้วยการหมั่นทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เป็นพิเศษกว่าวันปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่พึงทำหัวใจของพระพุทธ
ศาสนาเยี่ยงพุทธศาสนิกชนที่ดีอยู่แล้ว


และนอกจากจะได้ถือปฏิบัติด้วยตนเองแล้ว การทำหน้าที่เชิญชวนคนรอบข้าง และคนในสังคมให้ร่วมระลึกถึงและปฏิบัติด้วย
ก็ยิ่งเป็นสิ่งประเสริฐ เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ว่า สังคมไม่อาจจะดีได้ด้วยคนเพียงคนเดียว การขยายเครือข่ายคนดีให้เกิดขึ้นรอบกาย รอบสังคม และรอบประเทศ รอบโลก จึงเป็นสิ่งที่ต้องการเป็นพิเศษในสังคมปัจจุบันนี้



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มือใหม่ วันที่ : 28/05/2012 เวลา : 15.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thanapornk

สาธุ สาธุ สาธุ ได้ความรู้เพิ่มเกี่ยวกับวันพระ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซันญ่า วันที่ : 28/05/2012 เวลา : 08.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

ปัจจุบัน ก็ตั้งจิตให้ระลึกน้อม ในศีลห้า ให้ถี่ๆ ขึ้น เพราะ หมดภาระการดิ้นรน ให้ปากท้องที่ไม่มีโอกาสได้คิดถึง
วันพระ วัน สงบใจเลย นะยะที่ แสวงหา อาชีพ ดำรงค์เลี้ยงตน
.
.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ยายเช้า วันที่ : 28/05/2012 เวลา : 07.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/titletete
หนังสือย่อโลกให้เล็กลง การอ่านขยายโลกให้ใหญ่ขึ้น 

ได้ทบทวนความรู้-ความจำ
ดีจัง..ชอบ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2012 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]