• rachada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : myrachada@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-27
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 211087
  • ส่ง msg :
  • โหวต 147 คน
rachada
my articles my photoes
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rachada
วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน 2550
Posted by rachada , ผู้อ่าน : 2816 , 00:22:29 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตีพิมพ์ในนิตยสารสารคดี ฉบับเดือนมีนาคม 2550 (ต้นฉบับ)

แล้วทางหลวงหมายเลข 101 ก็พานักท่องเที่ยวจากเมืองกรุง มาถึงจุดหมายปลายทางยังตัวเมืองน่านในยามเย็นที่แดดโรย และนักเดินทางก็อ่อนล้าเต็มที เพราะถึงจะขับรถปุเลงกันมาแบบไม่รีบร้อน แต่รวมๆ เวลาแล้วก็ปาเข้าไปเกือบวันเต็ม

ความสำคัญลำดับต้น เลยเป็นเรื่องของการหาสถานที่พัก เพื่อชาร์ตแบตเติมพลังงานให้เต็มขีด ไว้เริ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวในวันถัดไป

แต่เมื่อความพยายามหาฐานที่มั่นในเมืองที่ไม่รู้จัก เริ่มจะกลายเป็นการขับรถวนไปวนมา จนคนต่างถิ่นเตรียมจะกำหนดสถานะตัวเองว่า “กำลังหลง”

“วัดภูมินทร์” เหมือนจะเป็นแลนด์มาร์ก คอยที่ทำหน้าที่ต้อนรับนักเดินทางที่กำลังเหนื่อยมึน โดยแสดงบทบาทเป็นตัวช่วยบอกพิกัดของเมือง พร้อมๆ กับช่วยให้ฟันธงได้ง่ายขึ้นด้วยว่า หลงแน่ๆ แล้ว เพราะชักจะเลี้ยวรถมาเจอวัดนี้เข้าหลายรอบเต็มที 

ข้อมูลแรกเที่ยวเมืองน่านครั้งนี้ ..

แข่งเรือลือเลื่อง – เที่ยวน่านหน้าหนาวอดดู เพราะเขาแข่งกันตอนหน้ากฐิน
เมืองงาช้างดำ – ของคู่บ้านคู่เมือง อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ ดูได้ในเวลาราชการ
จิตรกรรมวัดภูมินทร์ – ไฮไลท์เมืองน่าน ไม่ดูไม่ได้
แดนดินส้มสีทอง –  พืชเศรษฐกิจน่าน ขายเยอะช่วงปลายปี ขายดีแถวข้างทางอำเภอท่าวังผา
เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง – พระธาตุของคนปีกระต่าย อยู่ที่ กิ่ง อำเภอภูเพียง

เป็นอันว่า “วัดภูมินทร์” เป็นสิ่งเที่ยวตามคำขวัญที่ไม่หวงเนื้อหวงตัวที่สุด ดูจากการปรากฏตัวทักทายคนแปลกหน้าทั้งที่ยังหลงๆ อดแอบคิดไม่ได้ว่า อะไรจะเป็นของดีที่หาง่ายเสียขนาดนี้
แต่เมื่อได้ทำความรู้จักกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะในเช้าวันถัดมา ถึงได้รู้ว่า คุณค่าที่ไม่ต้องค้นหา (หลงทางยังเจอ) ของ “วัดภูมินทร์” เป็นของจริงแบบไม่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องพึ่งราคาคุย


วัดโบราณรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น

ว่ากันว่า วัดแห่งนี้ มีชื่อปรากฏในหลักฐานเอกสารครั้งแรกเมื่อประมาณปี 2146 อีกราว 100 ปีถัดมาถูกพม่าเผาไปหนึ่งรอบ ก่อนที่อาคารซึ่งเป็นตัววิหารจะถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 2410 ภาพจิตรกรรมภายในวิหารคาดว่า น่าจะถูกเขียนขึ้นในปีเดียวกัน

คนน่านยังภาคภูมิใจกับการที่วิหารของวัดแห่งนี้ ไปปรากฏเป็นภาพบนแบงค์ใบละ 1 บาท ที่รัฐบาลไทยนำออกใช้เมื่อปี 2485 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8

โดยมีข้อความเป็นอักษรล้านนาว่า “เมืองเก่าน่าน” เขียนกำกับไว้ด้วย

ล่าสุด วิหารวัดภูมินทร์ซึ่งได้รับการบูรณะทำนุบำรุงอย่างดีเสมือนใหม่ สร้างความภูมิใจอีกครั้ง ด้วยการรับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ เมื่อปี 2545  

ตัวอาคารวิหารวัดภูมินทร์สีขาวจ้าในแดดจัด ตัดกับฟ้าสีฟ้าของหน้าหนาวจนสวยเด่น รูปทรงสถาปัตยกรรมของวิหารงามแปลกตาหาดูยาก โดยเป็นอาคารแบบ Two in One คือใช้เป็นทั้งวิหารและอุโบสถในหลังเดียวกัน การสร้างเป็นแบบจตุรมุข มีประตูเข้าทั้งสี่ด้าน บันไดทางทิศเหนือ-ใต้ มีราวบันไดรูปพญานาค ทางเหนือเป็นช่วงหัว ส่วนปลายลำตัวดูแล้วเหมือนเลื้อยทะลุวิหารทิ้งด้านหางออกไปทางทิศใต้ 

ขณะที่ปลายราวบันไดทางทิศตะวันตกและตะวันออก เป็นรูป “ตัวเหงา” อย่างที่เห็นคล้ายๆ ลายกนก ตั้งใกล้กับสิงห์คู่ที่ดูแล้วหน้าตาละม้ายไปทางสิงโตเชิดช่วงตรุษจีน มากกว่าสิงห์ในตำนานสัตว์หิมพานต์ 

เมื่อวางบันไดเตรียมประตูให้เดินเข้าได้ทั้ง 4 ด้าน ผ่านถึงภายในวิหาร องค์พระประธานเป็นปูนปั้นปางมารวิชัย 4 องค์หันพระปฤษฎางค์ชนกัน พระพักตร์หันสู่ทางเข้า-ออกทั้ง 4 ด้าน มีพุทธศาสนิกชนทยอยเดินเข้าเดินออกคนละประตู ต่างคนต่างกราบองค์พระได้พร้อมๆ กันทั้ง 4 ด้าน นับว่าสะดวกดีไปอีกแบบ

พระพุทธรูปวัดภูมินทร์นี้ มีหลักฐานระบุว่า เคยถูกพม่าเข้าทำลาย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นองค์พระประธานในวิหาร โดยพระพุทธรูปองค์ปัจจุบันเป็นองค์ที่ถูกซ่อมแซมขึ้นใหม่ จนคาดการไม่ถูกว่าสร้างสมัยไหนแน่ 

ที่สวยดี ออกแนว comtemporary ล้านนา ทั้งที่เป็นของเก่า ก็คือเสากลมขนาดใหญ่ทั้ง 16 ต้น ที่ลงรักปิดลายทองหรูรับกับด้านบนเพดานวิหาร ซึ่งวางตัวแต่งอาคารได้อย่างเหมาะเจาะไม่มากไม่น้อย เช่นเดียวกับลายทองด้านนอกวิหาร ที่ดูเก๋มากบนพื้นผนังสีขาวจัด 

ส่วนประตูทั้งสี่ทิศ ไม้แกะลายสวยงามประดิดประดอยไม่แพ้ส่วนประกอบอื่น ปัจจุบันทางวัดนำแผ่นพลาสติกใสหนามาผนึกไว้ เพื่อรักษาชิ้นงานให้คงอยู่ทนมือลูกหลานไปได้อีกหลายยุค  

ภาพผนัง เล่าเรื่องเมืองน่าน

จุดเด่นชนิด “ต้องดู” ของวัดภูมินทร์ คือจิตรกรรมฝาผนัง ที่เขียนเส้นลายลงสีไว้บนผนังทุกด้าน ไล่ตั้งแต่ส่วนบนลงมาจนระดับเสมอขอบหน้าต่างล่าง วาดรูปต่อเนื่องเหมือนเล่าเรื่องให้ต้องไล่อ่านไปเรื่อยๆ โดยมีตัวอักษรล้านนากำกับภาพไว้ตามตำแหน่งต่างๆ ไม่เหมือนการ์ตูนช่องที่แบ่งสัดส่วนเรื่องราวไว้ชัดเจนอย่างที่เราคุ้นเคยกัน

สไตล์การวาดภาพฝาผนังวัดภูมินทร์ต่างจากจิตรกรรมในวัดภาคกลาง โดยลวดลายแสดงเอกลักษณ์ล้านนาชัดเจน ดูจากหน้าตาของรูปเขียน หน้าจะออกกลมๆ ขาวๆ แป้นๆ คิ้วโค้ง แก้มแดง ทั้งปากตาแสดงความรู้สึกดีใจ เสียใจ ร้องไห้ ยิ้มกรุ้มกริ่ม ชมดชม้อย ดูแล้วเพลิดเพลินดีมีอารมณ์ร่วม 

เนื้อหาหลักของภาพเป็นพุทธประวัติ ล้อมด้วยลายเล็กลายน้อยที่เป็นเรื่องราวสะท้อนวิถีชีวิตชาวน่านยุคนั้น ดูแล้วได้บรรยากาศล้านนาโบราณ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนที่เป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง มีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทอผ้า สูบยาเส้น เล่นดนตรี ดูดีๆ มีภาพออกแนวอีโรติกแทรกอยู่หลายจุด 

ส่วนตามเสาเป็นรูปบุคคลตัวโตๆ ที่คาดกันว่าน่าจะเป็นคนที่มีตัวตนอยู่จริง อย่างเช่นรูปชายหนวดสวมเสื้อคลุมแดง ใส่ต่างหูรำแพนดูหรูหรา ภาพนี้วิเคราะห์กันว่า เป็นรูปกษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง ซึ่งยังถกเถียงกันอยู่ว่าเป็นภาพของ พระเจ้าอนันตวรฤทธิเดช ซึ่งหลักฐานหนึ่งระบุว่า เป็นผู้โปรดฯ ให้สร้างวิหารหลวงวัดภูมินทร์ เมื่อปี 2410 ขณะที่อีกฝ่ายเชื่อว่า น่าจะเป็นพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชมากกว่า 

นอกจากนี้ ยังมีภาพชายทำท่ากระซิบกระซาบกับแม่หญิง ที่ผู้สันทัดกรณีเชื่อตรงกันว่ากระทายชายนายนี้ จะต้องเป็นภาพช่างเขียนเจ้าของฝีมือจิตรกรรมวัดภูมินทร์แห่งนี้แน่ๆ แต่ไม่วายเถียงกันต่อว่า ช่างเขียนคนนี้ดูรูปพรรณสัณฐานการแต่งตัวแล้ว บ้างก็ว่าเป็นไทลื้อ บ้างว่าเหมือนจะเป็นชาว “ม่าน” (พม่า) เสียมากกว่า

แต่เคยมีผู้ศึกษาโดยนำลักษณะการเขียน และจัดวางองค์ประกอบภาพจิตรกรรมวัดภูมินทร์ ไปเปรียบเทียบว่าดูละม้ายใกล้เคียงกันกับจิตรกรรมฝาผนังที่วัดหนองบัว อำเภอท่าวังผา ซึ่งประวัติศาสตร์ท้องถิ่นระบุว่าเป็นฝีมือช่างชาวไทลื้อมาจากเมืองเชียงขวาง ซึ่งเทียบๆ กันดูแล้ว เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นช่างคนเดียวกัน 

“น่าน” นครนานาชาติพันธุ์

เดินดูไปเรื่อยๆ จะพบว่า ผู้คนที่ถูกวาดลงบนผนังวัดภูมินทร์ มีการแต่งเนื้อแต่งตัวแตกต่างกันออกไปตามแต่ละชาติพันธุ์ภาษา รูปผู้ชายหลายรายที่เห็นนุ่งผ้า สังเกตดีๆ จะพบว่า สีดำที่พ้นจากผ้านุ่งไล่ลงมาจนเลยเข่า เป็นรอยสัก คนกลุ่มนี้คือ “คนเมือง” หรือที่เรียกกันว่า “ลาวพุงดำ” ถือเป็นกลุ่มชนดั้งเดิมในย่านนี้ ซึ่งจะสักร่างกายด้วยหมึกสีดำตั้งแต่บริเวณท้องไปจนถึงโคนขา

ส่วนผู้หญิงส่วนใหญ่ในภาพนุ่งซิ่นแบบไทลื้อ โดยไทลื้อเป็นกลุ่มชนที่ตั้งถิ่นฐานในเขตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน และมีหลักฐานว่า มีการย้ายถิ่นมาอยู่อาศัยในเขตเมืองน่านหลายระลอก เริ่มตั้งแต่เมื่อ 200 ปีที่แล้ว ทั้งจากการทำสงคราม และการอพยพโดยสมัครใจ  

ยังมีรูปชายชาวกะเหรี่ยง 2 คน ที่สวมชุดสีแดงสลับขาวยาวถึงน่อง มีคำอธิบายไว้ด้วยว่า “ยาง” ซึ่งก็หมายถึงชาวกะเหรี่ยง กับมีชาวลัวะชายหญิง สะพายย่าม แบกกระชุ สูบกล้องยาสูบเดินดุ่มๆ อยู่อีก 3 คน

นอกจากนี้ ยังมีภาพชาวจีน ที่ทำท่าว่ากำลังค้าขายทางเรือติดธงเขียนอักษรจีนอยู่ที่ผนังด้านทิศเหนือ และที่เห็นชัดว่ามีภาพเขียนกระจายอยู่ทั่วผนัง คือฝรั่งทั้งผู้ชายผู้หญิง สันนิษฐานว่า เป็นกลุ่มมิชชันนารีที่เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก พร้อมๆ กับรักษาโรคให้คนเมืองด้วยยาสมัยใหม่ ชาวบ้านเห็นว่าได้ผลชะงัดดีกว่ายาโบราณหมอเมือง ก็ให้การยอมรับยกย่องเรียกเป็นหมอ

ดูเหมือนว่า ฝรั่งยังทำหน้าที่ตัดสินคดีความด้วย โดยมีภาพหนึ่งเป็นชาวตะวันตกสวมหมวกนั่งอยู่บนบันได มีตัวอักษรกำกับ ที่ถูกถอดความว่า “4 คนนี้หื้อเอาไปเฆี่ยนเสียคน 105”  

จนถึงปัจจุบัน เมืองน่านยังคงเป็นแหล่งรวมของกลุ่มคนหลากหลาย ที่กระจายกันตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน และสืบทอดวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มตน ทั้งคนเมือง ไทลื้อ ชาวลัวะ ม้ง เมี่ยน ขมุ และอื่นๆ
สรุปประสบการณ์ของคนต่างถิ่น วัดภูมินทร์นอกจากจะทักทายเราอย่างเป็นมิตร วัดโบราณแห่งนี้ ยังทำหน้าที่เป็นพีอาร์ท้องถิ่น ที่ช่วยเล่าความเป็นมาแต่ครั้งอดีต เพื่อให้เบาะแสเกี่ยวกับชีวิตของเมืองน่านในวันนี้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

แหล่งข้อมูล
จิรศักดิ์ เดชวงค์ญา, จิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน: การศึกษาครั้งล่าสุด (วารสารเมืองโบราณ ปี 2546 ฉบับที่ 29.4.)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ทวิน วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/twin

เคยไปเที่ยวมาแล้ว ชอบเมืองน่านจริง ๆ ตรงข้ามวัดภูมินทร์จะมีพิพิธภัณฑ์ด้วยจัดแสดงงาช้างดำ ของศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองน่าน วัดภูมินทร์นี้เคยปรากฎอยู่บนธนบัตรสมัยรัชกาลที่ 8 ด้วย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

คุณรัชดาเขียนสารคดีเรื่องนี้ได้สุดยอดจริง ๆ ขอชม

ภาพจิตรกรรมวัดภูมินทร์เป็นภาพต้นแบบยั่วยิ้มของจิตรกรร่วมสมัยปัจจุบัน ใครที่ชอบฝีมือการการ์ตูนรุ่นคุณพ่อควรจะหาทางไปชมเอามาเปรัยบเทียบกัน

อยากถามครับว่า ถ้าจะไปเครื่องบินไปลงที่ไหนใกล้ที่สุด และจากที่นี่จะไปเชียงใหม่ต่อด้วยรถ ต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง ควรแวะค้างลำปางก่อนไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ดีครับ ถ้ามีเวลาแวะไปวัดหนองบัวด้วย จะครบครับเรื่องจิตรกรรมผาผนัง และยังมี หอศิลป์ริมน้ำน่านของศิลปินชื่อดัง คุณวินัย ปราบริปู และที่น่าศึกษาก็ชาวเขาที่น่าน รวมเผ่าตองเหลืองด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
มูเซอดอย วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moozerdoi
เที่ยวเมืองน่านออนไลน์ ง่ายๆ ด้วยตัวท่านเอง www.nan2day.com น่านวันนี้ดอตคอม

ผมเองเป็นคนเมืองน่าน เห็นภาพนี้แล้วก็มีความสุขละครับ ตอนนี้ก็ทำงานที่น่าน นำเรื่องราวดี ๆ ของบ้านเมืองที่น่านมาเสนออีกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สเลเต วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mahahong

หลงรักเมืองน่านค่ะ
เป็นเมืองเล็กๆที่น่ารัก
ไปกี่ครั้งกี่ครั้งก็ยังชอบ
ที่ชอบที่สุดคือ
การไปเดินตลาดเช้า
มีสีสันน่าดูมากเลยค่ะ
ฮักเมืองน่านเจ้า....

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
กำปงพิราเทวี วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 05.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kampong
  ก ร ะ เ ป๋ า ห ม า ก แ ห่ ง ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง ห ม่ อ ม   

เยี่ยมไปเลย ถ้ามีโอกาสก็อยากไปเยือนเมืองน่านค่ะ ^^


อยากไปวัดภูมินทร์ เคยไปแต่วัดภูมินทร์จำลองในเมืองโบราณ สมุทรปราการ แห่ะแห่ะ



ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปลิวลม วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 01.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pliewlom

แหะแหะชื่อ blog หาย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปลิวลม วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 01.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/

ภาพสวยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hooknoi วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 00.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

ชอบเมืองน่านครับ เมืองเล็กๆน่ารัก ไปเที่ยวเกือบทุกปีเลย เดี๋ยวว่าปีนี้จะไปล่องแก่งน้ำว้าตอนบนซะหน่อย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 00.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ยอดเยี่ยมครับ
เพิ่งอ่านหนังสือเรื่องน่าน(จำชื่อหนังสือไม่ได้)
ขอบคุณเรื่องราวและภาพดีๆครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หนังฝรั่งพากษ์ลาวโดย 'ท้าวนพดล'

นักพากษ์หนังเร่ สาธิตพากษ์สด เทวดาท่าจะบ๊อง เวอร์ชั่นภาษาอีสาน ในเทศกาลปูเสื่อกางจอ ดูหนังกลางลาน ที่ ทีเคปาร์ค บ่ายวันที่ 28 มิ.ย.2552

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]