• rachada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : myrachada@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-27
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 211140
  • ส่ง msg :
  • โหวต 147 คน
rachada
my articles my photoes
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rachada
วันอาทิตย์ ที่ 16 กันยายน 2550
Posted by rachada , ผู้อ่าน : 11164 , 14:50:24 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรื่อง "เรือสำราญพันธุ์ไทย" ตีพิมพ์ในเซ็คชั่นจุดประกาย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

ฉบับประจำวันที่ 20 เมษายน 2550/ ภาพ: สุกล เกิดในมงคล


นาทีนี้ หลายคนเห็นตรงกันเรื่องภาวะอาการซึมๆ หดๆ ของเศรษฐกิจไทย ด้านหนึ่งจากปัจจัยการเมืองที่ไม่นิ่ง บวกกับเศรษฐกิจโลกที่เอาแน่เอานอนไม่ค่อยจะได้ จะหยิบ
จับอะไรเป็นไม่เวิร์คไปเสียหมด 

แต่สำหรับนักธุรกิจที่มีความกระตือรือร้น คอยมองหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยอาศัยการจับกระแสความสนใจและเป็นไปของสังคม แม้ท่ามกลางสถานการณ์ที่ค่อนไปทางแย่ แต่ยังเห็นโอกาสที่เปิดรออยู่ 

เรืองรัตน์ เบญจฤทธิ์ ผู้บริหาร บริษัท ซีทโบ๊ต จำกัด เป็นหนึ่งในนั้น...

กว่า 30 ปีที่แล้ว บริษัท ซีทโบ๊ต จำกัด เปิดตัวเล็กๆ ใกล้หาดพัทยาใต้ โดยมี ไพบูลย์ เบญจฤทธิ์ ผู้เป็นพ่อคอยคุมบังเหียน ธุรกิจหลักคือเป็นเอเย่นต์จำหน่ายเครื่องยนต์

เรือแบรนด์นอก และพัฒนาตัวเป็นผู้แทนจำหน่ายเพียงรายเดียวในประเทศไทย ของเครื่องยนต์เรือแบรนด์ Mercury 

‘เรืองรัตน์ เบญจฤทธิ์’ เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งรับสืบทอดกิจการของครอบครัว และแตกไลน์ ขยายงานยึดหัวหาดตลาดเรือยอชท์ในพื้นที่พัทยาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ปัจจุบัน ธุรกิจของ ‘ซีทโบ๊ต’ ประกอบด้วยโรงงานผลิตเรือ โชว์รูมจำหน่ายเครื่องยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวกับเรือนานาชนิด มีบริการซ่อมแซมเรือ และให้เช่าโรงจอดเรือ ซึ่งมีลูกค้านำเรือ
มาฝากจำนวนหลายร้อยลำ 

ความสามารถในการผลิตของ ‘ซีทโบ๊ต’ ไม่ใช่ย่อย เรียกว่ากวาดเรียบทุกคำสั่งซื้อ ตั้งแต่เรือยาง เรือไฟเบอร์ขนาดเล็กเพื่อภารกิจราชการ ไปจนถึงเรือเพื่อการกีฬา สันทนาการ ขนาดแค่ 20-30 ฟุต ไปจนถึงเรือยอชท์สมบูรณ์แบบ พร้อมห้องน้ำ-ห้องนอน-ห้องรับแขก ที่ขนาดความยาว 80 ฟุต สูงเท่าตึกหลายชั้น

ระยะแรกลูกค้าเป็นตลาดไฮเอนด์เน้นคนมีสตางค์ที่นิยมกีฬาทางน้ำ และรักที่จะมีเรือเป็นของตัวเองสักลำ (หรือหลายลำ) ต่อมาธุรกิจต่อเรือของ ‘ซีทโบ๊ต’ โตฉุดไม่อยู่ ในช่วงหลังวิกฤติเศรษฐกิจ ด้วยความต้องการของส่วนราชการต่างๆ ที่ใช้เรือเล็กในกิจการของหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือ ตำรวจน้ำ กรมป่าไม้ กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต ฯลฯ 

ยิ่งในช่วงระยะเวลาหลังเหตุการณ์สึนามิด้วยแล้ว ราชการกลายเป็นตลาดหลักคิดเป็นสัดส่วน 75 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวมในระยะนั้น ยังไม่นับหน่วยราชการประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ‘ซีทโบ๊ต’ ก็เคยรับออเดอร์มาแล้วเช่นกัน 

พร้อมๆ กันกับตลาดราชการ ยังมีตลาดท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่องซ้อนเข้ามา โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรงแรม รีสอร์ทระดับ 5 ดาว ที่มีเรือเร็วไว้บริการลูกค้า รวมทั้งท่าเทียบเรือสำราญที่สร้างขึ้นในหลายจุด ล้วนเอื้อต่องานของ ‘ซีทโบ๊ต’ เป็นอย่างดี

รุกตลาดนำเข้า

สิ่งที่กระตุ้นการปรับตัวครั้งสำคัญของ ‘ซีทโบ๊ต’ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เห็นจะเป็นมาตรการตัดลดภาษีการนำเข้าเรือยอชท์ จากเดิมที่ตัวเลขอยู่ราว 200 เปอร์เซ็นต์ ให้หล่นวูบมาอยู่ที่ 0 เปอร์เซ็นต์ และนั่นหมายถึงยอดการนำเข้าเรือยอชท์เมื่อปี 2548 ที่พุ่งถึง 100 ล้านบาท และเพิ่มอีกเท่าตัวในปีต่อมา 

แล้วเรือแบรนด์ไทย ที่เคยมีจุดแข็งเรื่องราคา จะหาทางต่อกรกับเรือนอกแบรนด์เนมได้อย่างไร ? 

วิธีที่ ‘ซีทโบ๊ต’ เลือกใช้คือการเปลี่ยนคู่แข่งให้กลายเป็นพันธมิตร โดยหันมาเป็นตัวแทนจำหน่ายเรือแบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา Sea Ray 

"พบว่ามีการตอบรับที่ดี ปีที่แล้วคาดว่าจะมีออเดอร์ประมาณ 10 ลำ แต่ขายได้จริงถึง 15 ลำ" 

ครึ่งต่อครึ่งคือลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ เรือขายดีอยู่ที่ขนาดกลางๆ ความยาวราว 20-30 ฟุต ราคาตกลำละเกิน 10 ล้านบาท โดยแบรนด์ดังกล่าวใช้เครื่องยนต์ Mercury ที่ทาง ‘ซีทโบ๊ต’ เป็นตัวแทนจำหน่าย และใช้กับเรือที่ผลิตเอง ทำให้มีข้อดีตรงการบริการหลังการขาย และถ้านึกถึงกิจการเดิมที่มีอยู่ เมื่อเพิ่มการจำหน่ายเรืออิมปอร์ต ก็เท่ากับว่า... 

ตอนนี้ ‘ซีทโบ๊ต’ เป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวในประเทศไทย ที่ให้บริการด้านเรือยอชท์แบบครบวงจร

‘พัทยา’ อัพเกรดรับสุวรรณภูมิ
 เศรษฐกิจวันนี้ ที่ใครๆ มองว่าซบเซา แต่สำหรับสถานการณ์ของ ‘ซีทโบ๊ต’... 

"ตลาดราชการเริ่มซา ส่วนเอกชนด้านท่องเที่ยว กลุ่มโรงแรม รีสอร์ท คิดว่าเริ่มอิ่มตัวด้วยเหมือนกัน"
 แล้ว ‘ซีทโบ๊ต’ จะหันหัวเรือไปทางไหน ? 

"มองกลุ่มต่างชาติที่มาพักแบบ ‘ลองสเตย์’ ในเมืองไทย"

แลนมาร์คสำคัญคือ ‘พัทยา’ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของ ‘ซีทโบ๊ต’ เรืองรัตน์ชี้ว่า พัทยาไม่ได้มีแต่บาร์เบียร์อีกต่อไป อาจเพราะ ‘สุวรรณภูมิ’ ที่ช่วยสร้างสีสันใหม่ให้กับพื้นที่แถบนี้ วัดอุณหภูมิความ ‘ไฮโซ’ ที่เพิ่มสูงขึ้น จากโรงแรมห้าดาวแข่งกันเปิดตัว รวมไปถึงอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโครงการระดับกลาง เน้นกลุ่มสาวไทย-สามีฝรั่ง ไปจนถึงหลังละเกิน 60 ล้านบาท กระทั่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ก็ลุกขึ้นมาจัดระเบียบชายหาด สร้างกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวมีระดับกันมากขึ้น 

‘เรืองรัตน์’ เชื่อมั่นในศักยภาพของพัทยา พอๆ กับมั่นใจในธุรกิจอันมั่นคงของ ‘ซีทโบ๊ต’ การรุกตลาดในพื้นที่พัทยาจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็น ปฏิบัติการขยายฐานที่มั่นจึงเริ่มออกตัวจากจุดสตาร์ทไปแล้ว โดยการหว่านโบรชัวร์ตามโรงแรมห้าดาวและคอนโดมิเนียมมีระดับ กับการลงโฆษณาในนิตยสารสิ่งพิมพ์ของพัทยา 

และพื้นที่ซึ่งเธอให้ความสนใจไม่แพ้กันคือ 'ภูเก็ต' แต่เธอรู้ดีว่า ภูเก็ต ต่างจากพัทยาลิบลับ เพราะพัทยามีท่าเทียบเรือยอชท์เพียงแห่งเดียว คือโอเชี่ยน มารีนา และมีผู้ประกอบการธุรกิจเรือยอชท์ที่ ‘ผูกขาด’ อยู่เพียงรายเดียว คือซีทโบ๊ต 

ขณะที่ภูเก็ต มีมารีนา 3-4 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น Yacht Haven Marina, Boat Lagoon และล่าสุด ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้แก่ Royal Yacht Marina ซึ่งทั้งหลายเหล่านี้ไม่ใช่แค่ท่าเรือ แต่ยังหมายถึงอาหารอร่อยมื้อหรู กับการหย่อนใจในบูติคโฮเต็ลมีดีไซน์ 

ธุรกิจเรือยอชท์ของภูเก็ตมี ‘ผู้เล่น’ หลายราย โดยเฉพาะ ‘โบ๊ต โบรคเกอร์’ ที่เจาะตลาดชาวต่างชาติในพื้นที่มานาน โดยกลุ่มโบรคเกอร์เหล่านี้อาศัยข้อได้เปรียบตรงการเป็นนักธุรกิจต่างชาติที่มีเครือข่ายธุรกิจในหลายประเทศ ทำให้มีข้อมูลเพื่อการซื้อขายแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘เรือยอชท์มือสอง’ ซึ่งเป็นตัวการฉุดให้ยอดเรือนำเข้าไปอยู่ที่ 100-200 ล้านบาทในช่วงปีที่ผ่านมา 

‘ซีทโบ๊ต’ มีศูนย์บริการที่ภูเก็ต แต่ถ้าคิดจะขยายงานไปยังตลาดใหญ่ที่การแข่งขันสูงขนาดนี้ นี่คือโจทย์ไม่ง่ายที่ผู้บริหารต้องขบคิด ..ทั้งนี้ ‘เรืองรัตน์’ ยืนยันว่า "เอาแน่" แต่จะเป็นในแนวไหนยังขออุบ 

"เราไม่เอาตลาด second hand เพราะมีคนชำนาญการทำอยู่แล้ว และไม่ใช่จุดแข็งของเรา ซึ่งอยู่ตรงการมีโรงงานเป็นของตัวเอง ส่วนอื่นถือเป็นตัวเสริม"

เจาะกระเป๋า (หนัก) คนรุ่นใหม่
กทม.ถือเป็นอีกตลาดที่ไม่อาจเมินเฉย ‘เรืองรัตน์’ มองไปที่ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ จึงเจาะไปที่แหล่งรวมกลุ่มเป้าหมายของ ‘ซีทโบ๊ต’ โดยการจัดแสดงเรือยอชท์หลายรุ่น ร่วมกับศูนย์การค้าเอ็มโพเรี่ยม รวมทั้งการร่วมโบตโชว์ต่างๆ เพื่อจะพบว่า กระแสตอบรับดีเกินคาด ไม่ว่าในระดับราคาเรือขนาดเล็กเริ่มที่ 2 ล้านบาท ไปจนถึงเรือใหญ่ราคาเหยียบ 100 ล้านบาท 

"ทางบริษัทเพิ่งไปดูตลาดที่กัมพูชา คิดว่ามีโอกาสพอสมควร เพราะเริ่มมีโรงแรมหรูตามเกาะต่างๆ การท่องเที่ยวเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ เทียบแล้วคงประมาณพัทยาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว"  

นอกจากนี้ ในด้านการผลิต ‘เรืองรัตน์’ บอกว่า จะเน้นผลิตเรือใหญ่มากขึ้น จากเดิมชำนาญอยู่ที่ 20-30 ฟุต จะหันไปเปิดตลาดเรือ 60 ฟุตอัพ และมีแผนจะสร้างเป็นแบบเฉพาะของแบรนด์ แทนที่จะเป็นเรือ ‘ตามสั่ง’ อย่างแต่ก่อน 

คงต้องติดตามกันต่อว่า เรือไทยแบรนด์นี้ จะลอยลำสู่น่านน้ำสากลได้สวยงามสักเพียงใด




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 16/09/2007 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เอาใจช่วยคนไทยที่ใจสู้ค่ะ ....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หนังฝรั่งพากษ์ลาวโดย 'ท้าวนพดล'

นักพากษ์หนังเร่ สาธิตพากษ์สด เทวดาท่าจะบ๊อง เวอร์ชั่นภาษาอีสาน ในเทศกาลปูเสื่อกางจอ ดูหนังกลางลาน ที่ ทีเคปาร์ค บ่ายวันที่ 28 มิ.ย.2552

View All
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]