• rachada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : myrachada@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-27
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 210908
  • ส่ง msg :
  • โหวต 147 คน
rachada
my articles my photoes
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rachada
วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม 2551
Posted by rachada , ผู้อ่าน : 1338 , 09:27:54 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภาพ : กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร

เรื่อง จากกุนซือการเมือง สู่กูรูเอสเอ็มอี  ตีพิมพ์ในเซ็คชั่นจุดประกาย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ฉบับวันพุธที่ 15 ตุลาคม 2551


เอ่ยชื่อ ชัยอนันต์ สมุทวณิช เป็นใครก็ต้องคิดถึงเรื่องใหญ่ๆ อย่างข้อเสนอฝ่าวิกฤติการเมือง หรือภารกิจสำคัญเช่นการปฏิรูประบบราชการไทย ฯลฯ

แน่นอนว่าภาพลักษณ์เช่นนี้ ย่อมเป็นผลมาจากการมีตำแหน่ง ศาสตราจารย์แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับบทบาทนักวิชาการรัฐศาสตร์-สังคมศาสตร์ ที่หาตัวจับได้ยากคนหนึ่งของไทย รวมไปถึงประสบการณ์ในตำแหน่งสำคัญที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ที่ปรึกษารัฐบาลหลายยุค วุฒิสมาชิก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ฯลฯ

หลังพ้นตำแหน่ง ผู้บังคับการ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เมื่อปลายปี 2550 ตำแหน่งล่าสุดซึ่งเขารับทำงานเต็มเวลา  มาจนถึงวันนี้ เขาเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

ศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช มาทำอะไรในหน่วยงานเล็กๆ ที่สอนหลักสูตรบริหารธุรกิจ มาติดตามกันว่าเขาคิดอะไร และขึ้นชื่อว่า "ชัยอนันต์" มีหรือจะไม่ถูกถามเรื่องการเมือง โดยเฉพาะในสถานการณ์ร้อนถึงขีดวิกฤต

o คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าอาจารย์มารับตำแหน่งที่มหิดล

ผมเคยเป็นกรรมการของที่นี่มา 4 ปี รู้เรื่องงานพอสมควร พอออกจากวชิราวุธ เขาขอให้มาช่วย ผมบอกว่าผมมาดูแลให้เกิดความเรียบร้อยแค่ 2 ปี คือที่นี่อาจจะเป็นงานสุดท้ายในชีวิตการทำงานของผม หลังจากทำอะไรมาเยอะแยะไปหมด ที่นี่เป็นองค์กรทางการศึกษาเล็กๆ ตำแหน่งไม่ได้เป็นที่รู้จัก ผมก็มาอยู่เงียบๆ (หัวเราะ)

o เตรียมจะเกษียณหรือ

ผมคิดว่าพออายุมากขึ้น.. น่าจะผ่อนคลายภาระ ไม่ให้เป็นที่รำคาญของคนอื่นว่า โอ๊ย ไอ้คนนี้ยังอยู่อีกหรือ ไม่ไปเสียที เหมือนที่เราเคยรำคาญคนอายุมากๆ บางคน ที่อยู่ไปอย่างนี้ มีอะไรก็ต้องคนนี้ คนอื่นไม่เคยได้มาทำ คนรุ่นหลังก็ไม่มีโอกาส ผมไปแล้วไปเลย อย่างที่คณะรัฐศาสตร์ ผมออกมาแล้วไม่เคยหวนกลับไปเป็นอาจารย์พิเศษ เพราะถือว่าลูกศิษย์ทำได้ ผมทำงานมาเยอะแล้ว คิดว่าได้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์มาพอสมควร แล้วงานที่นี่ไม่ได้ยากลำบากอะไร ส่วนมากเข้าที่อยู่แล้ว

o อาจารย์ทำอะไรบ้างที่วิทยาลัยบริหารจัดการ

มีการปรับโครงสร้างภายในให้มีความคล่องตัว อาจารย์ได้มีส่วนร่วมมากขึ้น ที่นี่อาจารย์ประจำประมาณ 20 คน อีก 40-50 คนเป็นอาจารย์พิเศษ มีอะไรให้คิดเปลี่ยนแปลงแยะเหมือนกัน ส่วนมากก็พูดคุยกับอาจารย์ สมัยหนุ่มๆ ผมเป็นอาจารย์เฮี้ยวๆ มาก่อน ประท้วงอธิการ คณบดี พอมาที่นี่ อาจารย์ไม่พอใจอะไร ผมก็คุยได้หมด ไม่รู้สึกกดดันอะไร เพราะเขาก็เหมือนเราตอนหนุ่มๆ ที่จริงในชีวิตผมก็ไม่เคยทำงานด้านบริหารมหาวิทยาลัยมาก่อน เพราะเลือกที่จะเป็นอาจารย์ทำงานวิชาการ และงานวิจัย ไม่เคยคิดจะเป็นคณบดีอะไรทั้งสิ้น ส่วนที่วชิราวุธ การบริหารโรงเรียนก็เป็นอีกแบบ มาที่นี่ถือเป็นงานบริหารที่ผมโชคดี ทางมหาวิทยาลัยคงยอมรับว่าผมแก่แล้ว เขาก็ละเว้น ผมไม่ค่อยไปประชุมคณบดี (หัวเราะ) ให้รอง ให้ผู้ช่วย ซึ่งเขาเป็นคนทำงานจริงด้านบริหาร เลยไม่รู้สึกเบื่อ เพราะผมไม่ชอบลักษณะงานประจำ ไม่ชอบการตัดสินใจเรื่องหยุมหยิม

o อาจารย์มีความสนใจด้านการจัดการ และบริหารธุรกิจ ด้วยหรือ

ไม่มีความสนใจ เคยเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนมาบ้าง แต่ชอบอ่านหนังสือ แล้วนักเรียนที่นี่ไม่ใช่นักเรียนอาชีพ ประเภทที่จบตรีแล้วเรียนโท แต่ส่วนใหญ่เป็นคนมีงานทำในบริษัทใหญ่ๆ หรือมีกิจการส่วนตัว มาเรียนกันค่อนข้างเอาจริงเอาจัง แล้วเมื่อมันไม่ใช่รัฐศาสตร์ที่เราเคยศึกษามา ก็ถือเป็นงานใหม่ให้ได้เรียนรู้ คือต้องมีความเข้าใจพอสมควรว่าการบริหารธุรกิจเป็นอย่างไร คนเขาสนใจเรื่องไหนกัน ทำให้ได้อ่านหนังสือใหม่ๆ รวมทั้งวารสารที่มีบทความด้านนี้

o ในแง่ของหลักสูตร ที่นี่มีความน่าสนใจอย่างไร

มี 3-4 หลักสูตรทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ไม่ใช่เอ็มบีเอโดยตรง แต่เน้นการบริหารจัดการทั่วไป ยกเว้นนักศึกษาจะเลือกเรียนด้านการเงิน หรือการตลาดก็จะคล้ายกับหลังสูตรของที่อื่น เรามีหลักสูตรพิเศษด้านผู้ประกอบการ มีการทำวิจัยและศึกษาร่วมกันกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด รวมทั้งจัดการประชุมร่วมกันเป็นประจำ นับว่าเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการ ซึ่งไทยเรามีผู้ประกอบการจำนวนมาก ที่นี่ถือว่ามีข้อดีตรงที่ชั้นเรียนค่อนข้างเล็ก 10-20 คน อาจารย์และนักเรียนค่อนข้างใกล้ชิดกัน ห้องสมุดด้านธุรกิจอาจถือเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ คนนอกก็มาใช้ได้

o มีคนตั้งข้อสงสัยว่า หลักสูตรบริหารธุรกิจอาจไม่จำเป็น สำหรับผู้ประกอบการ เท่ากับความรู้ที่สืบทอดจากคนรุ่นอากงอาม่าที่ทำการค้า

ก็เป็นไปได้นะ หลายอย่างก็เป็นเรื่องของทักษะทางการค้า แต่สำหรับธุรกิจบางอย่าง ความรู้แบบเดิมอาจไม่เพียงพอ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป และมีหลายปัจจัยที่กระทบต่อการเติบโตของธุรกิจของเขา ซึ่งจะต้องใช้ความระมัดระวัง ความรู้และข้อมูลข่าวสารมีความสำคัญนอกเหนือไปจากแหล่งเงินทุน

o ถ้าให้ตอบโจทย์ร่วมสมัย โชห่วยจะต่อสู้อย่างไร ในกระแสโมเดิร์นเทรดเติบโตต่อเนื่อง

ยาก สู้ไม่ไหวหรอก เป็นผมคิดทำอย่างอื่นดีกว่า ขายก๋วยเตี๋ยวอาจจะดีกว่า มันต้องคิดสิ อย่างผมมีเพื่อนอยู่สิงคโปร์ เขาตาเจ็บเลยไปหาหมอ จนมีความรู้เรื่องตาดีเลย และเห็นว่านอกจากแว่นแล้ว สินค้าเกี่ยวกับตามีเยอะมาก เขาก็รวบรวมสินค้าเหล่านี้มาเปิดร้าน ซึ่งได้รับความสนใจ คนไทยต้องบินไปซื้อถึงที่โน่นก็มี ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องมีความรู้มากขึ้น ต้องรู้ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ต้องมองเห็นโอกาสใหม่ๆ และสามารถมองหาจุดแตกต่างที่ฝรั่งเรียกว่า niche อาชีพที่สมัยเด็กๆ เราไม่เคยเจอ มันมีอาชีพใหม่ๆ อย่าง shopping advisor หรืออย่างในนิวยอร์คหรือบอสตัน มีอาชีพรับจ้างจูงหมาไปเดินเล่น

o ยากที่จะหวังมาตรการสร้างความเป็นธรรมจากภาครัฐหรือ

อ่า..ใช่ๆ มันไม่ใช่ยุคของโชห่วย มันต้องมีมาตรการป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบ ซึ่งต้องมีความชัดเจนและทำมาตั้งแต่แรก ตอนหลังๆ ดูเหมือนภาครัฐก็คิดจะช่วยโชห่วยอยู่เหมือนกัน แต่มันออกจะช้าเกินไป แต่ผมว่าโชห่วยก็ยังอยู่ได้นะ อย่างแถวเยาวราชก็มีร้านค้าเล็กๆ เยอะแยะที่พอไปได้ ในแง่ของรายย่อยเองนอกจากจะปรับตัวแล้ว อาจต้องคิดถึงการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนกันเอง ซึ่งยังไม่เคยมีนะ โชห่วยมารวมตัวกันต่อสู้เรื่องโมเดิร์นเทรด แต่ไม่ได้คิดว่าจะร่วมมือกันเพื่อลดรายจ่ายหรือสร้างอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตได้อย่างไร แล้วมันก็มีนะ การพลิกกลับของบาง location อย่างเมืองเก่า ซึ่งเขาก็มีการพัฒนาให้ทันสมัย แต่มีจุดขายที่โครงสร้างเดิม เป็นความเก่าแบบใหม่ ไม่ใช่เก่าแบบปรักหักพัง พวกตลาดเก่าริมคลองก็เห็นหลายที่ไปได้ ผมว่ามันต้องสู้กันที่บรรยากาศ มีหลายอย่างที่ร้านใหญ่สมัยใหม่ให้ไม่ได้ คือเราจะหวังให้คนเลือกว่าไม่ไปโลตัส แล้วไปโชห่วยอย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องทำให้คิดว่า คุณไปโลตัสได้ แต่ซื้อโชห่วยด้วย ซึ่งไม่ใช่การคิดแบบ either..or คนส่วนมากคิดว่า ถ้าไม่อย่างนี้ก็ต้องอย่างนั้น ที่จริงแล้ว คุณสามารถคิดสิ่งใหม่ที่เป็นการผสมผสาน ซึ่งนี่คือการคิดแบบสร้างสรรค์

o มุมมองแบบนี้ดูแตกต่างกับวิธีคิดแบบเดิมของอาจารย์ที่มักมองภาพรวมในระดับประเทศ

ใช่ๆ แต่ด้านธุรกิจผมก็ชอบนะ สมัยก่อนก็อ่านหนังสือด้านนี้แยะ ได้คุยกับนักธุรกิจก็สนุกดี เขามีเรื่องราวที่จะเล่าเยอะเลย มีวิธีการต่างๆ นานา ที่เป็นความสามารถที่มากกว่าความรู้ในตำรา มันเป็นเรื่องที่ต่างจากภาครัฐ เพราะส่วนมากผมเกี่ยวข้องอยู่กับการปฏิรูประบบราชการอะไรพวกนี้ มาที่นี่ ทำให้ได้ฟังประสบการณ์ของนักธุรกิจ และช่วยเติมส่วนที่เขาขาด

o ที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่คือต้องมีความรู้ เท่าทันข้อมูล และมีความคิดสร้างสรรค์

ใช่

o ความคิดสร้างสรรค์ นำมาปรับใช้กับสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ได้หรือไม่

ปรับใช้ได้ เพราะคนเราถูกสอนให้คิด 2 ด้าน ไอ้ด้านที่ 3 มันถึงคิดไม่ค่อยออก การเมืองยังคิดในกรอบเดิม ผมบอกไปตั้งนานแล้ว ว่าเรามักจะเรียกร้องให้รัฐบาลทำโน่นทำนี่ เราไม่ต้องเรียกร้อง แต่ทำเองเลย ไปเรียกร้องให้รัฐบาลตั้ง สสร.ไปทำไม อธิการบดีมาตั้ง 20 กว่าสถาบันก็ตั้งกันเองเลย ลงทุนไม่เท่าไหร่ มาคิดกันเลยจะเอาใคร ตั้งกรรมการขึ้นมา ทำแบบปฏิรูปการเมือง แล้วก็กดดันไปจากตรงนี้

o แต่ในที่สุด ก็ต้องไปตัดสินกันในระบบอยู่ดี

ก็เราเคยคิดว่าทำแบบนี้ อีกหน่อยทหารจะออกมา ซึ่งก็ลำบาก ถ้าเป็นสมัยก่อนทหารออกมาแล้ว แต่ทหารก็ไม่ได้เป็นแบบเก่า เขาก็ปล่อยแบบนี้ อย่างนั้นคิดใหม่ คือทหารไม่ต้อง ประชาชนมาเป็นแสนแล้วก็ทำกันเสียเอง ให้ทหารมาร่วมทีหลัง ดึงคนที่เป็น ส.ส.มาร่วม จัดตั้งรัฐบาลเองเลย นี่พูดว่าจะล้มรัฐบาลๆ แล้วจะล้มอย่างไร คุณเรียกร้องให้เขาออก เขาดื้อแพ่งไม่ยอมออกแล้วทำอย่างไร ยึดทำเนียบแล้วก็ยังเอารัฐบาลออกไม่ได้ ต้องคิดในกรอบใหม่

o ดูเหมือนต้องการความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก

ใช่ พูดกันมา 4 เดือน คนมากันเต็ม ถ่ายทีวีออกมา แต่ละคนที่มาก็น่ารักมากเลย เต้นกันไป สู้ๆ สู้ๆ แล้วสู้จริงๆ มันต้องคิดแล้วว่าหลังจากนี้จะทำอย่างไร ปลุกระดมคนมาถึงขั้นนี้แล้ว

o อาทิตย์ที่แล้ว อาจารย์ให้สัมภาษณ์ว่าสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต ตอนนี้มองว่าวิกฤตหรือยัง (สัมภาษณ์เมื่อเย็นวันที่ 7 ต.ค.)

ผมก็ว่ายังไม่วิกฤต

o 'วิกฤต' ซึ่งหมายถึงจุดที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

เวลาเกิดสถานการณ์การเมืองอะไรขึ้น คนจะนึกว่าจะต้องเสร็จในเย็นนี้ หรือพรุ่งนี้ แต่ไม่ใช่ มันมีแรงเฉื่อยของมันอยู่ วันนี้วันที่ 7 น่าจะอีกสักสัปดาห์ ผมว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ประมาณวันที่ 15-16 ตุลาคม

คำพูดทิ้งท้ายประโยค ให้เราติดตามว่า ผ่านมาอีกหนึ่งสัปดาห์ ถึงวันนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้าง 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
addpou วันที่ : 25/04/2009 เวลา : 18.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sasa

เห็นด้วยอย่างยิ่ง ท่านเป็นกุนซือการเมืองตัวจริง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หนังฝรั่งพากษ์ลาวโดย 'ท้าวนพดล'

นักพากษ์หนังเร่ สาธิตพากษ์สด เทวดาท่าจะบ๊อง เวอร์ชั่นภาษาอีสาน ในเทศกาลปูเสื่อกางจอ ดูหนังกลางลาน ที่ ทีเคปาร์ค บ่ายวันที่ 28 มิ.ย.2552

View All
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]