• rachada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : myrachada@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-27
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 211094
  • ส่ง msg :
  • โหวต 147 คน
rachada
my articles my photoes
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rachada
วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2552
Posted by rachada , ผู้อ่าน : 3022 , 20:57:59 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สุรบถ หลีกภัย ในโรงเรียนการเมือง

ตีพิมพ์ในเซ็คชั่นจุดประกาย-เสาร์สวัสดี นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

ฉบับวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2552

จะมีเด็กสักกี่คนที่คลุกคลีกับการเมือง 'ระดับชาติ' มาตั้งแต่เล็กจนโต 

ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น 

และยิ่งไม่ธรรมดา เพราะเพียงในวัยประถม เขาก็ต้องเรียนรู้ที่จะมีพ่อเป็นนายกรัฐมนตรี 

"โดนคาดหวังตลอด พอลงจากนายกฯ ก็ตามมาด้วยความคาดหวังกับลูกอดีตนายกฯ คุณต้องเริ่ด ต้องเพอร์เฟ็ก" นี่ยังไม่นับข่าวร้ายๆ กับเรื่องแรงๆ ที่ครอบครัวต้องเผชิญ 

"น้องปลื้ม" ที่ทุกคนเห็นมาตั้งแต่วัยเยาว์ก็คือ เด็กชายตัวเล็กๆ ที่ไม่เคยกลัวใคร ไม่ใช่ 'ความกร่าง' แต่เป็น 'มีดโกนน้อยอาบน้ำผึ้ง' ที่พี่ๆ นักข่าวต่างรู้ฤทธิ์กันดี 

หลังห่างหายจากหน้าข่าวไปหลายปี วันนี้ 'น้องปลื้ม' ในวัย 21 ปี กำลังศึกษาในชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และพูดคุยกับ 'กรุงเทพธุรกิจ' ถึงชีวิตในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งก้าวต่อๆ ไป

@ปิดเทอมนี้มีแผนจะทำอะไรบ้าง

อาจจะอยู่กับเพื่อนๆ ก่อน เพื่อนมหาวิทยาลัย เพื่อนตั้งแต่ประถมก็มี อาจจะไปเที่ยวกันบ้าง ส่วนมากไปต่างจังหวัด ไปทะเล เที่ยวภูเขา แต่ก็ไม่ค่อยเตรียมตัวอะไรครับ อยากไปก็ไปกันเลย แต่ถ้าไม่ไปไหน ปลื้มก็ปีนหน้าผา เล่นเพ้นท์บอล

@หลายคนยังไม่รู้ว่าน้องปลื้มกลับจากเชียงใหม่ มาอยู่กรุงเทพฯ แล้ว

ครับ ช่วงนั้นคุณแม่มีปัญหาสุขภาพ ก็เลยย้ายไปอยู่เชียงใหม่กัน เพราะคุณหมอบอกว่าอากาศดีกว่า แล้วบ้านอยู่นอกเมือง ปลื้มก็เรียนแถวนั้น คิดว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน อยู่ที่ตัวเราเองมากกว่า แล้วก็อยากดูแลคุณแม่

@ชีวิตที่นั่นต่างจากที่กรุงเทพฯ อย่างไรบ้าง

ช่วงที่อยู่เชียงใหม่เป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวได้หลายอย่าง ทำทุกอย่างตั้งแต่จูงควาย ดำนา จากเดิมตอน ม.ต้น เรียนเสร็จปุ๊บ ไปเรียนพิเศษสยามฯ เดินเล่น ซื้อของก็อยู่สยามฯ พอ ม.ปลาย อยู่กลางภูเขา แล้วไปตอนแรกฟังเขาพูดภาษาเหนือไม่รู้เรื่อง เราเป็นเด็กใหม่มาจากกรุงเทพฯ เขารู้ว่าปลื้มเป็นลูกใคร แรกๆ ก็มีคนอคติ ตอนหลังก็เป็นเพื่อนกันหมด ตามไปนอนบ้านเพื่อน เขาตื่นตี 5 จูงควายกินหญ้า จับปลาก็ตามเขาไป ทำให้ได้เห็นชีวิตอีกแบบ สังคมอีกกลุ่ม

@เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจจะให้เรียนรู้มั้ยคะ

ปลื้มเลือกเอง แต่คุณพ่อก็เห็นด้วยครับ บอกว่าบางอย่างต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ได้อยู่ในตำรา แล้วชีวิตแบบนี้ คุณพ่อเคยเล่าให้ฟังตั้งแต่ปลื้มจำความได้ว่าตอนเด็กๆ พ่อก็ใช้ชีวิตแบบนี้ เราฟังก็ไม่เหมือนมาอยู่กับมันจริงๆ ได้เจอเพื่อนที่ไม่มีเงินซื้อข้าวกลางวันกิน ปลื้มไม่เคยเจอ เด็กกรุงเทพฯ มีเงิน 10 บาทเล่นเกม 5 นาทีหมด เลยช่วยกันตั้งกองทุนอาหารกลางวัน แล้วตามไปดูที่บ้าน ได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ ความยากลำบากของพวกเขา และหาทางช่วยเหลือกัน ปลื้มเองเปลี่ยนแปลงความคิดอย่างมากเรื่องการใช้เงิน และการมองคุณค่าของคนหลายๆ กลุ่ม

@เตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยอย่างไร ตั้งใจจะเรียนอะไร

ปลื้มเชื่อว่าอยู่ที่การแบ่งเวลา และความตั้งใจ อะไรที่สะดวก และเหมาะกับตัวปลื้ม และความคุ้มค่าต่อการเรียนรู้ ปลื้มคิดว่าถ้าปลื้มต้องทุ่ม 100 เปอร์เซนต์กับการที่มหาวิทยาลัย ปลื้มทำไม่ได้ เพราะต้องดูแลคุณแม่ ต้องไปศึกษางานกับคุณพ่อ ปลื้มคิดว่าทุกอย่างไม่ได้ขึ้นกับการศึกษาเท่านั้น แต่อยู่ที่จิตใจและประสบการณ์ หลายคนที่ประสบความสำเร็จด้วยประสบการณ์ หลายคน ใช่ เรียน แต่คุณไม่มีสิ่งที่เรียกว่าจรรยาบรรณ หรือจิตใจที่เข้ากับสังคมได้ ก็ไม่เรียกว่าประสบความสำเร็จ ปลื้มว่าทุกอย่างต้องควบคู่กันไป ชีวิตจึงจะประสบความสำเร็จ 

ส่วนเรื่องสาขา ปลื้มดูตามความถนัดของตัวเองซึ่งก็คือด้านรัฐศาสตร์ คุณพ่อเป็นนักการเมือง ปลื้มก็ซึมซับจากคุณพ่อ จากการรับฟังคนใกล้ตัวคุณพ่อ ทำให้ปลื้มมีความถนัดทางการเมืองและรัฐศาสตร์ ก็เลยคิดว่าถ้าจะเรียนก็รัฐศาสตร์นี่แหล่ะ แต่ถ้าย้อนกลับไปตอนเด็กๆ ปลื้มอยากเป็นสัตวแพทย์ (หัวเราะ)

@ทราบว่าเคยไปฝึกงานที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ให้อาหารหมีแพนด้า

เคยครับ (หัวเราะ) ไปทำงานพิเศษ ไปกวาดขี้ช้าง พางูไปอาบน้ำ ขัดขี้ไคลให้จระเข้ ทำหมดช่วงนั้น ตอนอยู่เชียงใหม่ ทำทุกอย่างจริงๆ ปลื้มชอบสัตว์ แล้วก็เป็นคนช่างสังเกตุ ขี้สงสัย คนรอบข้างรำคาญมาก

@เมื่อก่อนเห็นชอบเลี้ยงสัตว์แปลกๆ ยังเลี้ยงอยู่หรือเปล่า

ไม่แล้วครับ แต่ที่เชียงใหม่ก็แอบเลี้ยงหมา นก กระต่าย เลี้ยงควาย เลี้ยงวัว ซื้อควายมา 2 ตัว ออกลูกมาเป็น 6 ตัวแล้ว ทำหมันไม่ทัน วิ่งกันเต็มบ้าน

@ฟังดูเหมือนเลี้ยงไว้ดูเล่น

(หัวเราะ) ไม่ได้ตั้งใจจะเลี้ยงฮะ ตอนนั้นขับรถไปกับเพื่อนในตลาดที่เชียงใหม่ เห็นรถกระบะขนควายมา 2 ตัว ก็ไปยืนดู ควายมองหน้า เออ สงสาร เดี๋ยวจะโดนเชือดแล้ว ก็ลูบหัวๆ เฮ้ย ควายร้องไห้ หันไปบอกเพื่อน ควายร้องไห้ เรียกมาดู มันร้องไห้ น้ำตาไหล เออ สงสัยชะตาต้องกัน เป็นควายท้องแก่ด้วย ตัวผู้ตัวกับตัวเมีย ก็เลยตัดสินใจเบิกเงินเก็บจากทำงานที่สวนสัตว์เชียงใหม่มาซื้อควาย 2 ตัว เดินจูงกลับบ้าน คุณแม่ตกใจ (หัวเราะ) ซื้อมาแล้วก็ต้องเลี้ยง ให้เดินอยู่ในสวน ก็ไม่ได้ทำข้าวของเสียหาย ไม่กินดอกไม้ของแม่ ตอนหลังคุณแม่ไปซื้อวัวมาจากไหนไม่รู้ กระต่ายเค้าก็ให้มา ตอนนี้ออกลูก 3 โหล วิ่งเต็มบ้าน

@ตกลงเรียนรัฐศาสตร์ถือว่ามาถูกทาง

ใช่ครับ ชอบ เหมาะกับความถนัดส่วนตัว เลยไม่ใช่เรื่องยากที่จะไปเรียนเพิ่ม ที่รามคำแหงก็ดี คุณครูดี

@น้องปลื้มติดตามคุณพ่อบ่อยๆ หรือคะ

ตลอดครับ คุณพ่อให้ติดตาม แล้วก็ชวนว่า พอเรียนจบปุ๊บ ให้เป็นเลขาฯ คุณพ่อ อยู่หน้าห้องคอยรับงาน ตามงาน ดูงาน จนอายุ 25 อาจส่งลง ส.ส. คือรอจบก่อนดูงานสัก 3-4 ปี แล้วดูอีกที แล้วแต่ตัดสินใจ แต่ปลื้มคิดว่าอะไรที่คุณพ่อแนะนำเป็นสิ่งดี คิดว่าคุณพ่อคุณแม่รู้จักตัวตนของเราดีที่สุด อะไรที่เขาแนะนำแล้วมันไม่ได้ขัดกับตัวเรามากนัก ปลื้มว่าเป็นเรื่องดีหมด

@คิดว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร

บางคนบอกว่าปลื้มแปลก คิดพิลึกๆ ปลื้มเป็นคนธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษกว่าคนอื่น แต่ปลื้มมองในมุมที่คนอื่นไม่ค่อยมอง ชอบศิลปะด้วย ถ้าความถนัดไม่มาทางรัฐศาสตร์ ปลื้มคงเรียนด้านศิลปะ หรือการแสดง

@การเป็นลูกนายกรัฐมนตรี มีผลกับการเติบโตและเรียนรู้ของตัวเองอย่างไร

มีครับ มีอิทธิพลต่อปลื้มมาก แต่ความโชคดีของตัวปลื้มเองคือ ปลื้มเป็นเด็กที่มีความคิดแปลกๆ ในการคิดเรื่องต่างๆ เลยทำให้ปลื้มเติบโตแบบไม่เสียคน ปลื้มเจอตั้งแต่สมัยชวน 1 มีรุ่นพี่มาแกล้ง เพื่อนล้อ อ๊า ลูกนายกฯ แล้วคนก็คาดหวังว่า เราต้องเรียนดี เล่นกีฬาดี บุคลิกดี ต้องทำไรดีไปหมด

@ถูกคาดหวังในฐานะลูกนายกฯ

ตลอดครับ พอคุณพ่อลงจากนายกฯ ก็ตามมาด้วยความคาดหวังกับลูกอดีตนายกฯ (หัวเราะ) คุณต้องเริ่ด ต้องเพอร์เฟ็ก แต่ปลื้มคิดอีกแบบ ปลื้มคิดเพื่อให้เราไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องสนใจสภาวะรอบด้านมากนัก ต้องอยู่แบบคงตัวตนของเรา ปลื้มเดินตามแนวทางของคุณพ่อแน่นอน แต่ปลื้มไม่ใช่คนที่จะต้องมาทำตามสิ่งที่คนอื่นพูด ปลื้มค่อนข้างมีอิสระทางความคิดสูง คุณพ่อปลูกฝังมาแบบนั้น อยากทำอะไรคิดเอง อยากทำอะไรทำ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง ครอบครัว และคนอื่น ทำ ปลื้มก็เลยเป็นพวกที่.. เป็นแบบนี้ (หัวเราะ) คุณพ่อคุณแม่ให้แนวทาง แต่การตัดสินใจเป็นของเรา ถ้าปลื้มบอกชอบไอ้นี่ แต่คุณพ่อจะบอกว่าทำแล้วมีข้อดีแบบนี้ ข้อเสียแบบนี้ แต่จะรู้ได้ต้องไปลองทำ แล้วถึงรู้ว่ามันก็เหมือนที่คุณพ่อพูดจริงๆ แล้วเราก็กลับมาคิดว่าเราจะชอบมันหรือเปล่า หรือเปลี่ยนไปสนใจอย่างอื่น

@เป็นลูกนักการเมืองใหญ่มีอภิสิทธิ์อะไรมั้ย

สปอยหรือครับ (หัวเราะ) คือปลื้มเป็นพวกแอนตี้เด็กที่คนอื่นชอบมองว่าคล้ายๆ ปลื้ม เช่น ลูกคนนู้น ลูกคนนี้ แล้วเท่าที่ปลื้มเห็นส่วนใหญ่คือ .. จะเป็นแบบที่พี่บอกคือ สปอย จนโตก็ยังเจอ นั่งรถไปตำรวจจับปุ๊บ ไขกระจกลงเลย รู้มั้ยฉันลูกใคร

@เคยถามใครแบบนี้หรือเปล่าคะ

ไม่ฮะ ปลื้มมองว่า เป็นการกระทำที่ไม่มีข้อดีครับ คือปลื้มเป็นพวกที่ถ้าทำแล้วไม่ได้ประโยชน์ต่อตัวเอง ต่อคนรอบข้าง ไม่รู้จะทำทำไม ทำแล้วไม่เห็นจะดูดี โชว์พาวอะไร ดูน่ารังเกียจมากกว่า คุณพ่อสอนมาตลอด ต้องทำตัวติดดิน แล้วปลื้มก็คบเพื่อนที่นิสัยคล้ายๆ กัน ไม่ต้องไปอวดอ้างอะไรมากมาย เราก็อยู่ของเรา ไม่ต้องเป็นอภิสิทธิชน ปลื้มมองว่าการเป็นอภิสิทธิชนคือการโดดเดี่ยว ปลื้มไม่อยากโดดเดี่ยว ปลื้มอยากอยู่กับเพื่อน เราไม่อยากอยู่เหนือคนอื่น ปลื้มอยากเป็นคนธรรมดาที่มีความสุข

@น้องปลื้มอยากเป็นนายกฯ บ้างมั้ย 

เคยครับ (หัวเราะลั่น) ตอน ป.2 คิดเพราะตอนนั้นคุณพ่อเป็นนายกฯ ไปหาเสียง ช่วงเลือกตั้งลากปลื้มไปด้วย ตั้งแต่จำความได้ก็ไปหาเสียงกับคุณพ่อ แล้วก็งงว่า ทำไมหลายๆ คนต้องมากรี๊ดกร๊าดพ่อเรา พ่อไปทำอะไร พ่อค้าแม่ค้ามากอด เอาของกินมาให้ ยิ้มแย้ม ตบมือให้ ปลื้มก็รู้สึกว่ามันดูอบอุ่น พอโตมาอีกสเต็ปถึงเข้าใจว่าเพราะพ่อไปทำแบบนี้แบบนั้น คนถึงชอบ ก็คิดว่าถ้าเป็นไปได้ปลื้มอยากเป็นเหมือนคุณพ่อ ปลื้มเชื่อว่าคุณพ่อเป็นคนดี ตั้งแต่เกิดมา จนถึงทุกวันนี้เห็นกันมาตลอด ปลื้มรู้สึกประทับใจ ภูมิใจในตัวคุณพ่อที่ประชาชนรักคุณพ่อ ไม่ว่าคุณพ่อจะยิ่งใหญ่ หรือเป็นฝ่ายค้าน คนที่รักคุณพ่อก็ยังรักคุณพ่อ ตอนนั้นคิดว่าอยากเป็นนายกฯ ทำให้บ้านเมืองมีความสุข ประชาชนประทับใจในตัวเรา เหมือนประทับใจคุณพ่อ

แต่พอโตมาอีกสเต็ปหนึ่ง เริ่มรู้เรื่องการเมือง เริ่มแยกแยะคำว่ารัฐศาสตร์กับการเมือง ว่าการเมืองเป็นอะไรที่ แบบว่า .. โหดร้าย สกปรก พูดให้ร้ายกันทั้งที่ไม่จริง ถ้าวันหนึ่งปลื้มได้เป็นนายกฯ ขึ้นมาจริงๆ แล้วครอบครัวปลื้ม ลูกปลื้ม ผู้หญิงที่ปลื้มรัก ต้องมาโดนเหมือนที่ปลื้มกับคุณแม่โดน ปลื้มคิดว่าเป็นอะไรที่ตัดสินใจลำบาก ว่าปลื้มจะเลือกที่จะปกครองประเทศชาติ หรือทำให้ครอบครัวต้องเจอกับเรื่องเหล่านี้ จริงไม่จริงไม่รู้ แต่ต้องให้เราเสียไว้ก่อน อันนั้นเป็นคอนเซ็ปต์ทางการเมือง ซึ่งรู้สึกว่ามันเหนื่อยนะ คุณพ่อก็เหนื่อย เขาไม่ได้ทำแค่พ่อ เขาลามมาถึงปลื้มกับแม่ด้วย

@คิดอย่างไรที่ตัวเองต้องเจอกับเรื่องร้ายๆ เพราะเป็นลูกนักการเมือง

รู้สึกว่า ทำไม ไร้เหตุผล ทำไม เพราะอะไร อย่างแรกเลย มันไร้เหตุผลมาก คุณพ่อเป็นนักการเมือง คุณเป็นผู้ใหญ่ก็ไปทะเลาะกันเอง ทำไมลามปามมาถึงคุณแม่ ถึงปลื้ม ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย เพราะอะไร 

ไร้เหตุผลคือ หลายอย่างมันไม่จริง มันไม่ได้เกิดขึ้น คุณไม่มีเหตุผลเลย ..แต่ก็มีข้อดี ทำให้เราแกร่ง ทำให้เรามีความคิดที่แตกต่างจากคนทั่วไป ปลื้มเชื่อว่าถ้าคนอื่นเจออาจจะเจ็บใจ เสียใจ รับไม่ได้ แต่ปลื้ม ไม่ ไม่เสียใจ เจ็บใจ แค่งง สงสัย ทำไม พอปลื้มเจอเรื่องร้ายๆ ปลื้มไม่เสียใจ เจ็บใจอะไรมากมาย เพราะเราเจอมาเยอะแล้ว ก็ดี ดีกว่าไม่เคยเจอเรื่องร้ายๆ มาเลย ตอนเด็กๆ เราเจอ ก็แค่ร้องไห้ แต่ถ้าโตแล้ว ไม่เคยผ่านเหตุการณ์อะไรมา เราคงจัดการไม่ถูก วัยรุ่นที่เสียใจเรื่องแฟน เรื่องสอบ เรียนไม่ดี เอนท์ไม่ติด ปลื้มคิดว่าเรื่องพวกนี้ ถ้าจิตใจเราแกร่ง เราจะไม่เสียใจกับเรื่องพวกนี้มากมาย




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สีเงิน วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 16.33 น.

สําหรับน้อมปลื้ม ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น จบรัฐศาสตร์แล้วต่อ ป. โท การจัดการทางการเมือง และ สมัคร ป. ตรี นิติศาสตร์อีก 1 ใบ หลังจากนั้นไปอยู่ออสเตรเรียสักปีสองปี เอาภาษา มีโอกาสเจริญรอยตามพ่อได้สบาย และขอชมท่านนายกชวนที่ปลูกฝังอบรมลูกได้เยี่ยมควรเอาเป็นตัวอย่าง ทําตัวแบบง่าย ๆ สบาย ๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 16.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นักอ่าน วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pongthep25

การเมืองไม่ได้มีด้านเดียว แต่ก็มีด้านดีที่คนดี ๆ ควรเข้าไปทำให้มันดี ให้เป็นประโยชน์ต่อคนไทยทุกคนครับ อยากให้เยาวชน คนรุ่นใหม่อย่าหนีการเมือง ให้สู้เพื่อสิ่งดีดี ครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Fulong วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 15.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandminute
Those who are skilled in combat do not become angered, those who are skilled at winning do not become afraid. Thus the wise win before they fight, while the ignorant fight to win.

อย่าาาาาเล่นการเมือง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สนิมเดินทาง วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonkae
ทุกครั้งที่เดินทางเราได้เรียนรู้...

โตขึ้นแล้วเหรอจัง
อิอิ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
spyone วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

คนธรรมดาที่มีความสุข น่าสนใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
nokisara วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 22.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nokisara

เป็นวัยรุ่นที่มีภูมิต้านทานสูง
ต้นไม้ดี.....ก็ได้ผลไม้ดี

ส่วนอดีตนายกอีกคน......
ต้นไม้....ได้ผลไม้........


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 21.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ
ผมว่าแกมีความสุขกว่า 3 คนที่มีพ่อเป็นอดีตนายกฯอีก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chompoopookha วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 21.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

เป็นคนธรรมดาที่มีความสุข อืม... คุณแม้วน่าจะคิดได้ยังงี้มั่ง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หนังฝรั่งพากษ์ลาวโดย 'ท้าวนพดล'

นักพากษ์หนังเร่ สาธิตพากษ์สด เทวดาท่าจะบ๊อง เวอร์ชั่นภาษาอีสาน ในเทศกาลปูเสื่อกางจอ ดูหนังกลางลาน ที่ ทีเคปาร์ค บ่ายวันที่ 28 มิ.ย.2552

View All
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]