• rachada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : myrachada@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-27
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 210783
  • ส่ง msg :
  • โหวต 147 คน
rachada
my articles my photoes
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rachada
วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2552
Posted by rachada , ผู้อ่าน : 3849 , 10:51:41 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ คนรุ่นใหม่ใกล้ตัว สุเทพ เทือกสุบรรณ

โพสต์ครั้งแรกใน www.bangkokbiznews.com

ภาพ: ทวีชัย เจาวัฒนา

เป็นหน้าใหม่อีกรายซึ่งก้าวเข้ามาสัมผัสงานการเมืองในสถานการณ์ร้อนๆ ที่มี ประชาธิปัตย์ เป็นผู้ถือธงนำทัพ

และยังมีสายเลือดนักการเมืองเข้มข้น ด้วยการเป็นบุตรชายของ ศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ภรรยาคนปัจจุบันของ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โดยผู้เป็นบิดา ได้แก่ พรเทพ เตชะไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม อดีตแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนนามสกุล พร้อมพันธุ์ ย่อมมาจากญาติผู้ใหญ่ฝ่ายมารดา นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ทุบรถที่กระทรวงมหาดไทยในสถานการณ์วุ่นวายช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา

ขิง - เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ บอกว่าในวันเกิดเหตุ หากไม่พลาดขึ้นรถพร้อม 'คุณลุง' ที่หมายถึงรองนายกฯ สุเทพ ซึ่งรีบร้อนออกจากบ้านในวันดังกล่าวแต่เช้าตรู่จน 'เลขานุการส่วนตัว' อย่างเขาตามไม่ทัน เขาคงต้องนั่งในรถคันใดคันหนึ่งซึ่งร่วมอยู่ในขบวน 'ถูกทุบ' ที่มหาดไทย แต่แน่นอนว่าคงไม่ใช่ในรถคันเดียวกับรองฯ สุเทพ เหมือนอย่างทุกวัน เพราะในวันดังกล่าว สุเทพ นั่งรถคันเดียวกับนายกฯ อภิสิทธิ์ และเป็นรถเพียงคันเดียวที่มีคุณสมบัติในด้านความปลอดภัยเหนือกว่ารถร่วมขบวนที่โดนประทุษร้ายจนเละเทะ

รวมทั้งเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน ที่กลุ่มผู้ชุมนุม 'เสื้อแดง' บุกเข้าในโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา สถานที่ประชุมอาเซียนกับคู่เจรจา เอกนัฏ ก็ติดตามใกล้ชิดรองนายกฯ สุเทพ ซึ่งรวมกลุ่มอยู่กับผู้นำประเทศต่างๆ ที่สำคัญ คุณแม่และน้องสาว เข็ม ธีราภา พร้อมพันธุ์ ก็ร่วมอยู่ในสถานที่ดังกล่าวด้วยเช่นกัน

"คุณแม่กับน้องสาวอยู่ในโรงแรมด้วย ตอนนั้นคิดว่าน่ากลัวเหมือนกัน ถ้าเขาเข้ามาไม่ทราบว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ก็รีบโทรไปหาคุณแม่กับน้องสาว พอรู้ว่าทุกคนปลอดภัยก็โอเค 'ท่านรองฯ' ก็ยุ่งอยู่กับการพยายามวางแผนและดำเนินการเพื่อให้ผู้นำของแต่ละประเทศออกไปอย่างปลอดภัย ตอนนั้นเรื่องที่คิด คือต้องช่วยท่านให้สามารถนำผู้นำออกไปให้ได้ก่อน"

เอกนัฏ เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ซึ่งทำให้เขาได้เรียนรู้ในการเผชิญสถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรงร่วมกับทีมงานระดับผู้ใหญ่ ที่เขาบอกว่าในฐานะของคนที่ทำงานใกล้ชิด เขามีความเชื่อมั่นพอสมควร และไม่ได้ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"ในการทำงานตรงนั้น ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซนต์ ว่าเราจะทำทุกวิถีทางให้บ้านเมืองสงบสุขให้ได้ แต่ปัญหาคือ บางทีเราไม่สามารถคาดการณ์สถานการณ์ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นได้ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุด คือเตรียมการรับมือกับสิ่งที่เราคิดว่าจะเกิดขึ้น และคิดตลอดว่าถ้าแย่ที่สุดจะเป็นอย่างไร เราจะรับมืออย่างไร"

ผ่านจากเหตุการณ์ร้อน 'กรุงเทพธุรกิจออนไลน์' จึงชวนหนุ่ม "เอกนัฏ" พูดคุยถึงประสบการณ์ด้วยวัยเพียง 23 ปี กับเวลาในช่วง 4-5 เดือนในการทำงานกับรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ ซึ่งแทบจะเป็นเวลาทันทีหลังจากที่เขาเรียนจบคว้าดีกรีปริญญาโท วิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ และบริหารฯ จากมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ และเดินทางกลับบ้านเกิดหลังจากไปเติบโตยังต่างแดนตั้งแต่วัยเด็ก

@คุณมีความสนใจและประสบการณ์ทางการเมืองอย่างไร ก่อนที่จะมารับตำแหน่งที่ทำเนียบรัฐบาล

ครอบครัวสนใจการเมืองอยู่แล้ว ผมติดตามข่าวการเมืองมาตลอด ช่วงที่เรียนเมืองนอกเวลาปิดเทอมจะร่วมกิจกรรมกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าอนาคตจะทำอะไร ผมเป็นคนมีความยืดหยุ่น ตลอดเวลาไม่ได้คิดว่าจะมาด้านนี้ เผอิญตอนนั้นกลับจากเมืองนอกมาช่วยงานธุรกิจขายคอนโดฯ ของคุณแม่อยู่ 3-4 เดือน 'ท่านสุเทพ' เห็นว่าผมสนใจด้านการเมืองอยู่เหมือนกัน เลยชวนไปช่วยพรรคซึ่งตอนนั้นยังเป็นฝ่ายค้าน ผมก็สนใจ แต่แบ่งรับแบ่งสู้ เพราะยังอยากเรียนกฎหมายเพิ่มเติม ปรากฎว่าปลายปีที่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นรัฐบาล ท่านสุเทพเห็นว่าเป็นเวลาที่ค่อนข้างดีเพราะเข้ามาแล้วก็ใหม่กันหมดทุกคน

@มีความสนใจการเมืองอยู่ก่อนแล้ว เมื่อมีโอกาสทำไมยังลังเล

เรามองเหมือนคนนอกที่สนใจการเมืองเฉยๆ ติดตามการเมือง รู้เรื่องการเมืองจากการอ่านข่าวและพูดคุย แต่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วมันเป็นยังไง และการเมืองปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ปีที่แล้วกับตอนนี้ก็ไม่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเวลาเข้ามาเราจะเจอกับอะไรบ้าง งานเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้ ต้องทำอะไรบ้างก็ยังไม่แน่ใจ ทั้งชีวิตประสบการณ์ที่มีก็มาจากการเรียนหนังสือ ไม่แน่ใจว่าเราพร้อมหรือเปล่า ความสามารถจะพอรึเปล่า จะเข้ากับงานได้หรือเปล่า มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะทำอะไรก็ต้องคิดก่อนที่จะตัดสินใจ

@ทำงานในตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวของนายสุเทพ

ใช่ๆ คือตำแหน่งผมจริงๆ บรรจุเป็นข้าราชการการเมือง เป็นประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งข้าราชการการเมืองที่ต่ำที่สุด เล็กที่สุด เนื้องานจริงๆ เป็นเลขาส่วนตัวของท่านรองนายกฯ สุเทพ ทำงานเหมือนเป็นเลขาทั่วไป ดูกำหนดการ ดูวาระงาน ดูเอกสาร เวลามีเรื่องอะไรเข้ามาเราก็พยายามศึกษาไปด้วย เพราะคิดว่างานตรงนี้มันก็เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง เข้าประชุมเราก็เข้าไปด้วย จดบันทึกจดอะไรเราก็ทำทุกอย่าง

@ "คุณลุงสุเทพ" กับ "ท่านรองสุเทพ" ตอนอยู่บ้านกับเวลาทำงานแตกต่างกันอย่างไร

ผมพอทราบจากคนรอบข้างว่าท่านสุเทพเป็นคนทำงานหนัก เป็นคนตั้งใจทำงาน เป็นคนจริงจังกับงานมาก เป็นมืออาชีพ พอเข้ามาก็เห็นของจริงเลยเห็นเลยว่าเวลาท่านทำงานอย่างเอาจริงเอาจังมาก ท่านให้ความสำคัญกับงานมากไม่ค่อยมีมุกมาเล่นอะไรมากมาย ซึ่งค่อนข้างต่างจากที่เคยสัมผัส แต่ตัวผมเองเวลาทำงานก็จริงจังเหมือนกัน เวลาอยู่บ้านเวลาพักผ่อนก็จะเป็นอีกมุมหนึ่ง

@มาทำงานแล้วคิดว่าตัวเองเหมาะกับการเมืองหรือไม่ ต้องปรับตัวหรือเปล่า

เหมาะหรือไม่เหมาะน่าจะให้ท่านรองซึ่งเป็นเจ้านายเป็นคนตัดสิน ผมว่าผมก็ทำงานมาได้เรื่อยๆ ทำงานทุกที่ก็มีอุปสรรค เราก็เรียนรู้งานมากขึ้นพยายามที่จะลดอุปสรรคตรงนั้นเพื่อทำงานของเราให้ดีที่สุด ผมยังไม่เคยคิดเลยว่ามาอยู่ตรงนี้ดีรึเปล่า เราควรจะไปทำอย่างอื่นหรือไม่ ยังไม่คิดตรงนั้น คิดอยู่อย่างเดียวว่ามาอยู่ตรงนี้แล้วทำงานให้ดีที่สุด ประเมินอยู่ตลอดเวลาเราจะปรับปรุงตรงไหนได้บ้าง

@อุปสรรคและความยากของงานที่ทำอยู่ตรงไหน

งานมันเยอะครับ ถามว่าหนักมั้ย มันก็ไม่หนัก แต่มันเข้ามาหลายเรื่อง บางทีคนนั้นพยายามติดต่อเข้ามา คนนี้พยายามนัด เอาเรื่องนี้เข้ามางานของท่านก็เยอะมาก ทีนี้พอคนจะเข้าหาท่านก็เข้ามาทางผม สมมติเข้ามา 10 เรื่อง เวลาท่านก็น้อยมาก เราต้องกลั่นกรองก่อน งานเยอะเราต้องทำแข่งกับเวลา อาจจะเป็นจุดที่ยากที่สุดของงานตรงนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร ทำไปเรื่อยๆ

@คิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติอะไรที่เหมาะสมกับงานบ้าง

ไม่ทราบเหมือนกัน จุดแข็งของผมอาจจะอยู่ที่ผมไม่ได้เกิดมาฉลาด แต่ทำอะไรแล้วจะจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือการทำงาน ยึดหลักอยู่อย่างเดียว ขยันและอดทน ซึ่งการเมืองต้องขยัน ความอดทนก็สำคัญ ตรงนี้จริงๆ ใช้ได้ทุกที่ ผมก็ยึดหลักตรงนี้ตลอด มีเรื่องเข้ามาเราก็ขยัน ทำให้ดีที่สุด ถ้าเกิดมันผิดพลาดไป มีปัญหาอะไรเราก็อดทนกับมันแล้วก็ทำต่อไป ไม่มีอะไรที่พิเศษมากมาย

@ในอนาคตคิดจะเป็นนักการเมืองหรือไม่

การเป็น ส.ส.ผมคิดว่าถ้าผมได้ทำตรงนั้นจริง สิ่งที่จะมีความสุขคือการได้ทำงานให้กับส่วนรวม ถ้าเทียบกับการทำธุรกิจส่วนตัว แน่นอนอยู่แล้ว เราต้องคิดเรื่องกำไร ไม่ค่อยคิดในเชิงที่ว่าเราทำอะไรที่ได้ประโยชน์กับส่วนรวมสักเท่าไร แต่งานการเมืองมีอย่างเดียวคือ เราจะทำอะไรให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด เราจะทำอะไรให้กับชาติได้มากที่สุด ซึ่งผมคิดว่านี่เป็นความพิเศษของงานการเมือง แต่โดยส่วนตัวผมไม่ได้วางแผนว่าเราต้องเป็นนักการเมืองหรือเปล่า จะต้องเป็น ส.ส.หรืออะไร อนาคตจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่จังหวะและโอกาส เมื่อ 2 ปีที่แล้วก็ไม่คิดว่าเราจะได้มาอยู่ตรงนี้

@เป็นคนไม่วางแผนระยะยาวหรือ

เราคิดเอาไว้คร่าวๆ ว่าตรงนี้มันเป็นไปได้นะ ตรงนั้นมันเป็นไปได้นะ แนวทางของเราน่าจะมาอย่างนี้หรือเปล่า แต่ผมเป็นคนที่อยู่กับปัจจุบันมากกว่า ทำตรงนี้ให้ดีที่สุด แล้วสิ่งที่เราทำก็จะเป็นต้นทุนของเรานำเอาไปใช้ในอนาคตได้ คิดมันคิดได้แต่ไม่มีประโยชน์ที่จะมาคิดทุกวัน

@มีใครเป็นแบบอย่างในงานการเมืองหรือการใช้ชีวิตหรือไม่

คนที่นับถือในการเมืองก็ท่านสุเทพ ท่านนายกอภิสิทธิ์ ส่วนในด้านการใช้ชีวิต ช่วงที่ผ่านมาผมอยู่กับการเรียน คนที่เป็นแบบอย่างคือครูอาจารย์ ทางบ้านทั้งคุณแม่และท่านสุเทพไม่ค่อยเข้ามาก้าวก่าย ส่วนใหญ่ผมตัดสินใจเอง

@มีข้อดีข้อเสียอย่างไรสำหรับการเติบโตในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่

การที่เราต้องไปอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่เด็ก อาจทำให้เราช่วยตัวเองได้มากขึ้น ไปตั้งแต่ 10 ขวบเราไม่มีพี่เลี้ยง ไม่มีใครดูแล ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาที่เราไม่คุ้นปาก ไปถึงก็ต้องเรียนรู้ต้องช่วยตัวเองให้ได้ น่าจะเป็นสิ่งที่ได้มามากที่สุดในการที่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ หลักสูตรการเรียนเมืองไทยโรงเรียนดีๆ มหาวิทยาลัยดีๆ ก็มีเยอะ หลักสูตรความรู้ไม่แตกต่างกันมาก

@ปกติครอบครัวใช้เวลาด้วยกันอย่างไร

ส่วนใหญ่ท่านกับผมมีเวลาพักค่อนข้างน้อย เลิกงานก็ทุ่มสองทุ่ม เวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันที่บ้านส่วนใหญ่เป็นเวลาทานข้าว กับคุณแม่ ญาติพี่น้อง ปกติบ้านผมกินข้าวดึก คุยกันนิดหน่อยเกือบถึงเวลานอนแล้ว ยังทานข้าวที่บ้านด้วยกันเกือบทุกวัน ช่วงเย็นไม่ค่อยนัดคนนอก ส่วนใหญ่ท่านจะกลับมาที่บ้าน

อนาคตยังไม่แน่ แต่ยืนยันว่าพร้อมจะทำงานหนักด้วยความขยันและอดทน ก้าวต่อไปของหนุ่มคนนี้ จึงเป็นเรื่องต้องติดตาม




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ป้าเค็ก วันที่ : 22/05/2009 เวลา : 11.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pacake

เอาใจช่วยคนหนุ่มรุ่นใหม่นะค่ะ คุณเป็นหนึ่งคนที่โชคดีมาก ที่มีโอกาศ เรียนวิธีคิด/งาน/การดำเนินชีวิต จากคุณอภิสิทธ์ และขอให้นำมาใช้เพื่อพัฒนาบ้านเมือง เพื่อให้เมืองไทยไปรอด และอยู่ยั่งยื่นยง ว่าแต่ว่า หน้าคล้ายคุณลุงนิพนธ์ มากเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หนังฝรั่งพากษ์ลาวโดย 'ท้าวนพดล'

นักพากษ์หนังเร่ สาธิตพากษ์สด เทวดาท่าจะบ๊อง เวอร์ชั่นภาษาอีสาน ในเทศกาลปูเสื่อกางจอ ดูหนังกลางลาน ที่ ทีเคปาร์ค บ่ายวันที่ 28 มิ.ย.2552

View All
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]