• rachada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : myrachada@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-27
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 210912
  • ส่ง msg :
  • โหวต 147 คน
rachada
my articles my photoes
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rachada
วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม 2554
Posted by rachada , ผู้อ่าน : 3138 , 16:33:16 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน พญาสุขุม โหวตเรื่องนี้

เรื่อง : บุบผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์ พุทธวิถีที่ ‘โรงเรียนทอสี’

ตีพิมพ์ในเซ็คชั่น กาย-ใจ

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2554

ภาพ: กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร


20 ปีที่แล้ว ‘ครูอ้อน’ บุบผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์ มหาบัณฑิตสาขาจิตวิทยาเด็กจากประเทศอังกฤษ ก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลทอสี เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กๆ ในช่วงปฐมวัย โดยให้พวกเขาได้เรียนรู้อย่างสนุกและมีความสุข

ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เธอและครอบครัวมีโอกาสได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมภายใต้การอบรมสั่งสอนของพระอาจารย์ชยสาโร เพื่อที่ในอีก 10 ปีต่อมา ครูอ้อนตัดสินใจจัดการเรียนการสอนระดับชั้นประถม โดยประกาศตัวเป็น ‘โรงเรียนวิถีพุทธ’ 

“เมื่อก่อนเรามองแยกส่วน ทำโรงเรียนไป แล้วก็นิมนต์พระอาจารย์มาเทศน์ให้ครูฟังเป็นครั้งคราว ถึงจุดหนึ่งจึงเริ่มเข้าใจว่าทั้งชีวิตคือการศึกษา เราไม่สามารถแยกบ้านและโรงเรียนจากกัน” ครูอ้อนเล่าย้อนถึงความคิดในตอนนั้น

การ ‘ตื่นรู้’ เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ได้นิมนต์พระอาจารย์ชยสาโรมาเป็นที่ปรึกษาในช่วงเตรียมเปิดสอนระดับชั้นประถมศึกษา เพื่อช่วยชี้แนะการวางแนวทางให้วิถีชีวิตที่ ‘ทอสี’ เป็นไปเพื่อพัฒนาชีวิต ไม่ใช่เฉพาะสำหรับเด็กๆ แต่รวมถึงครูและบุคลากรทุกคน โดยยึดหลักไตรสิขาคือการพัฒนาพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา

“วันที่เชิญพระอาจารย์มาให้คำปรึกษาถือเป็นวันที่เปิดโลก ทำให้รู้ว่าการศึกษาที่เราจัดตามความเข้าใจมาก่อนหน้ายังมีจุดโหว่ และเป็นจุดโหว่ที่สำคัญที่สุด คือขาดการพัฒนาจิต ซึ่งไม่ใช่แค่การพัฒนาจิตตามหลักสูตรที่วางกันไว้” และนั่นจึงเป็นก้าวแรกของการศึกษาวิถีพุทธที่โรงเรียนทอสี

พุทธธรรมนำสุข ..ที่ยั่งยืน

จากแนวความคิดที่เคยจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเพื่อมุ่งให้เด็กๆ สนุกและมีความสุขกับการเรียนรู้ การสร้างให้เกิดพุทธปัญญาต้องการการวางแผนและดำเนินการที่ต่างออกไป 

“เพียงแค่ให้เด็กๆ ได้เรียนและเล่นอย่างมีความสุข อาจไม่ใช่ความสุขที่ยั่งยืน ความสุขแบบนั้นอาจทำให้พวกเขาเป็นทุกข์ในวันข้างหน้า”

ครูอ้อนบอกว่า การศึกษาตามแนวทางพระพุทธศาสนา เด็กๆ ต้องผ่านการฝึกฝนและเรียนรู้เพื่อให้เกิดความเข้าใจ รวมถึงนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง พวกเขาอาจไม่สนุกที่ต้องล้างถ้วยล้างจานหลังรับประทานอาหารเสร็จ อาจเหน็ดเหนื่อยและทุกข์ที่ต้องทนกับการเก็บขยะหรือกวาดใบไม้ แต่สิ่งที่พวกเขาได้ซึมซับคือความรับผิดชอบ มีวินัย อดทน และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ซึ่งลักษณะนิสัยเหล่านี้เป็นคุณต่อชีวิต และสร้างให้เกิดขึ้นได้ไม่เฉพาะแต่ในห้องเรียน 

และเพราะการเรียนรู้เกิดขึ้นตลอดเวลา ผู้ปกครองจึงไม่อาจปฏิเสธการมีส่วนร่วม ทุกสิ่งที่ให้เด็กทำหรือไม่ให้ทำ รวมไปถึงพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ล้วนเป็นสิ่งที่เด็กๆ รับรู้ และเรียนรู้

ครูอ้อนเล่าว่า ทุกวันนี้ มีผู้ครองจำนวนไม่น้อยที่เห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ แต่เข้าใจผิดและรับเอาเพียงส่วนเสี้ยวของวิธีการว่าต้องให้ ‘อิสระ’ โดยแสดงออกด้วยการ ‘ตามใจ’ หรือที่ร้ายไปกว่านั้นคือเอาใจและตามใจ เพราะกลัวว่าลูกจะไม่รัก

“การให้อิสระมากจนพ่อแม่ก็ฉุดไม่อยู่ ในที่สุดกลายเป็นการทำร้ายเด็ก เพราะวันข้างหน้าเขาไม่สามารถเรียกร้องอิสระโดยไร้ขอบเขตจากองค์กรที่เขาทำงานอยู่ หรือสังคมที่แวดล้อมตัวเขา และเขาจะไม่รู้สึกดีกับผู้ปกครองที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้” อิสระที่จะทำตามใจตัวเอง สำหรับครูอ้อน ย่อมไม่ใช่อิสระที่แท้จริง

เรียนรู้-เข้าใจ-ปฏิบัติได้จริง

ในแต่ละรายวิชา จากที่เคยเน้นกันแค่สาระความรู้ทางวิชาการ แล้วแยกพุทธศาสนาและจริยธรรมเป็นหนึ่งรายวิชา แต่วิถีพุทธของ ‘ทอสี’ ธรรมะได้รับการสอดแทรกไว้ในทุกรายวิชา และไม่ใช่แค่การท่องจำคำพุทธหรือศัพท์พระยากๆ แต่หมายถึงการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ครูอ้อนยกตัวอย่างเช่นพรหมวิหาร 4 ที่ประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ทางโรงเรียนสามารถจัดให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเปิดร้านค้า

“ให้เด็กๆ ช่วยกันคิดว่าจะขายอะไร ขายน้ำอัดลมหรือขนมกรุบกรอบจะมีประโยชน์หรือเปล่า เขาได้เรียนสาระวิชาการผ่านการคิดคำนวณต้นทุน กำไร ขายของได้จะเอาเงินไปทำอะไร ทำประโยชน์ห้องอย่างเดียว หรือทำประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ ได้อีก ทำกิจกรรมด้วยกันใครมีน้ำใจ ใครไม่มีน้ำใจ แต่ละคนคิดอย่างไร” ครูอ้อนอธิบายว่าการชี้ชวนให้เด็กๆ ได้มองและคิดในแง่มุมต่างๆ ล้วนสร้างการเรียนรู้ให้กับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ หรือคุณธรรมจริยธรรม

นอกเหนือไปจากเนื้อหาวิชาการ และการเรียนรู้เพื่อจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม สำคัญที่สุดคือการรู้จักตัวเอง

“แนวทางพุทธปัญญามีข้อเด่น คือเด็กทอสีจะผ่านกระบวนการเพื่อให้รู้จักความคิดและความรู้สึกของตัวเอง เขาจะรู้ว่าเวลานี้กำลังรู้สึกอิจฉา สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้เป็นการทำร้ายจิตใจเพื่อน” การมีสติรู้เท่าทันตนเองเท่านั้นที่จะนำไปสู่การยั้งคิด รวมถึงการกำกับดูแลคำพูดและการกระทำของตนให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของอารมณ์ ซึ่งเหล่านี้เป็นความรู้เกี่ยวกับโลกภายในที่ทางโรงเรียนให้ความสำคัญไม่แพ้ความรู้ด้านอื่นๆ

คำถามและความสงสัยจากผู้ปกครองและคนส่วนใหญ่ซึ่งมักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอคือ การเรียนรู้ในวิถีแห่งพุทธศาสนาจะทำให้เด็กๆ อ่อนด้อยในด้านวิชาการ หรือแม้แต่ขาดประสบการณ์ทางโลกหรือไม่ 

ในข้อนี้ครูอ้อนยืนยันด้วยผลการทดสอบทางการศึกษาของนักเรียนทอสีว่าไม่ด้อยเมื่อเทียบกับมาตรฐานของประเทศ และดีถึงระดับที่ได้รับการจัดไว้ในลำดับต้นๆ ของเขตพื้นที่ แต่สิ่งที่อยากชี้ว่าสำคัญกว่าคือทักษะชีวิตของเด็กที่ได้รับการหล่อหลอมในกระบวนการแห่งพุทธปัญญา

“การศึกษาที่มีอยู่ทั่วไป เด็กเจอแต่โจทย์ในตำรา เพราะโรงเรียนมุ่งที่เนื้อหาวิชาการเป็นหลัก แต่พุทธศึกษาไม่ได้เน้นให้เด็กทำคะแนนเพื่อเตรียมการสอบ แต่ที่เห็นว่าสำคัญกว่าคือการสร้างประสบการณ์ให้พวกเขาได้เรียนรู้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการรู้และเข้าใจถึงจิตใจตัวเอง”

ครูอ้อนเชื่อมั่นว่าด้วยการเรียนรู้ที่ลุ่มลึกและรอบด้านเช่นนี้ ที่จะเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กๆ เพื่อที่พวกเขาจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ปัญหาที่หลากหลายในวันข้างหน้า

‘ทอสี’ หน่ออ่อนแห่งพุทธปัญญา

โรงเรียนทอสี ยังออกแบบวิถีชีวิตให้เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยสอดแทรกแนวความคิดพุทธศึกษาไว้ในการประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน หล่อหลอมจนก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กร
 ครูอ้อนยกตัวอย่าง ‘การไหว้’ ความหมายที่แฝงในการรับรู้ของทุกคนที่โรงเรียนทอสี คือความอ่อนน้อมถ่อมตน และพร้อมจะเรียนรู้จากผู้อื่น 

“ถ้าเดินเข้ามาถึงโรงเรียนแล้วทุกคนต้องยกมือไหว้สวัสดีฉัน คุณจะพร้อมเป็นผู้เรียนรู้หรือเปล่า ที่โรงเรียนของเรา คนสวน พี่ยาม คนขับรถ แม่ครัว ทุกคนคือครู แต่ละคนมีความรู้ความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน การไหว้จึงเป็นการแสดงความเคารพคารวะซึ่งกันและกัน”

วิถีการดำเนินชีวิตที่กลมกลืนอยู่กับข้อคิดตามหลักธรรมของทุกคนในโรงเรียนทอสี ยังดำเนินควบคู่ไปกับการปฏิบัติธรรมเป็นประจำ โดยเฉพาะในวันพระและวันสำคัญทางศาสนา 

ถามครูอ้อนว่า สังคมไทยในชั่วโมงของความขัดแย้ง วิธีคิดและแนวปฏิบัติในพระพุทธศาสนาจะพาเราฝ่าข้ามวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไร 

“ข้อเด่นของพุทธปัญญาคือสิ่งที่เห็นว่าถูกหรือผิด ที่จริงแล้วอาจจะไม่ใช่ การคิดว่าตัวเองถูกต้องเสมอ คนอื่นผิด นำไปสู่การขัดแย้งและการกระทบกระทั่ง ถ้าไม่ยึดมั่นในความคิดของตัวเองเพียงฝ่ายเดียว แต่พร้อมจะรับฟังคนอื่น เราอาจพบว่า จริงๆ แล้ว ทั้งคู่ก็มีส่วนถูก หรือผิดทั้งคู่ก็เป็นได้” 

ไม่เฉพาะแต่คุณครู เด็กนักเรียน และผู้ปกครอง ของโรงเรียนทอสี อาจเป็นสิ่งที่ควรหากพุทธศาสนิกชนจะใช้เวลาในการศึกษาพุทธธรรมเพื่อสร้างความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสามารถนำมาใช้เพื่อการพัฒนาชีวิตและสังคมให้สมกับที่เป็นศาสนาประจำชาติของไทย

  • บ่มเพาะต้นกล้าที่ ‘ปัญญาประทีป’ 

เด็กนักเรียนที่จบชั้นประถมจากโรงเรียนทอสี ‘ครูอ้อน’ บอกว่าแม้พวกเขาจะถูกหล่อหลอมให้มีความเข้มแข็งเพื่อเผชิญกับกระแสอันเชี่ยวกรากของสังคมบริโภค แต่พวกเขาก็เป็นเพียงต้นกล้าเล็กๆ ที่ยังอ่อนแอ และวันนี้ ‘ทอสี’ มีความพร้อมที่ดูแลต้นกล้าเหล่านี้ให้เติบใหญ่ 

‘ปัญญาประทีป’ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จึงเริ่มจัดการเรียนการสอนในรูปแบบของโรงเรียนประจำ เมื่อกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ปีแรก มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพียงจำนวนไม่เกินนิ้วนับ ปัจจุบัน พื้นที่กว่า 80 ไร่ กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะพุทธปัญญาให้กับเด็กนักเรียน 31 คน ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 3

กระนั้น ครูอ้อนยอมรับว่าการดูแลเด็กวัยรุ่นเป็นอีกเรื่องที่ต่างออกไป และยิ่งไม่ง่าย เมื่อเด็กส่วนใหญ่ไม่ใช่นักเรียนที่ผ่านการเรียนรู้ในช่วงชั้นประถมจากโรงเรียนทอสี

“หลายคนมาจากครอบครัวที่พ่อแม่เลี้ยงแบบตามใจ อยากกินอะไรก็ได้กิน อยากทำอะไรได้ทำ มาอยู่ที่นี่อาหารเลือกไม่ได้ อยากเล่นเกมก็ไม่ได้เล่น เพราะเรากำหนดตารางเวลาสำหรับกิจวัตรประจำวันที่ค่อนข้างเข้มงวด”

แน่นอน เด็กๆ ย่อมจะรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบกติกา แต่ในที่สุดทุกคนก็จะค่อยๆ เรียนรู้และปรับตัว ซึ่งครูอ้อนเชื่อมั่นว่านี่คือการหล่อหลอมให้พวกเขามีความเข้มแข็ง เพื่อพร้อมจะเผชิญกับชีวิตในวันข้างหน้า

  • ‘ชยสาโร’ ผู้จุดประทีปแห่งปัญญา

พระอาจารย์ชยสาโร อดีตเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ เป็นชาวอังกฤษที่มีศรัทธาต่อพุทธศาสนา จึงตัดสินใจบวชกับหลวงพ่อชา ที่วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ 30 ปีที่แล้ว 

หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษา “ฌอน ชิเวอร์ตัน” ออกเดินทางท่องเที่ยวในหลายประเทศ ความสนใจพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นเมื่อเดินทางกลับบ้านที่ประเทศอังกฤษ และได้เรียนรู้การวิปัสสนาจากชาวอังกฤษซึ่งเคยบวชพระที่ประเทศไทย ‘ฌอน’ ตัดสินใจไม่ศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาเพราะคิดว่าได้ค้นพบแนวทางการศึกษาที่ตนสนใจ

จากนั้น เขาได้รับการแนะนำให้รู้จักพระราชสุเมธาจารย์ (หลวงพ่อสุเมโธ) ซึ่งขณะนั้นเตรียมสร้างวัดในลอนดอน และนั่นเป็นเหตุแห่งการเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อกราบนมัสการขอบวชกับหลวงพ่อชาในเวลาต่อมา

“หลักคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาเป็นระบบการพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์ที่สุดที่เคยปรากฏอยู่ในโลก อริยมรรค มีองค์ 8 อาตมาเชื่อว่าเราสามารถเอามาประยุกต์ใช้กับระบบการศึกษาทั่วไปได้” เป็นความเชื่อมั่นของพระอาจารย์ชยสาโร ผู้จุดประทีปแห่งปัญญาให้กับทั้งโรงเรียนทอสีและโรงเรียนมัธยมแห่งใหม่ ‘ปัญญาประทีป’




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 16/10/2011 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

ศรัทธาครับ
เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่เยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พญาสุขุม วันที่ : 16/10/2011 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak

ยอดเยี่ยมเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 16/10/2011 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

เป็น
โรงเรียน
ที่
ผม อยากให้มี ทุกตำบล ทุกอำเภอ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปวิภา วันที่ : 16/10/2011 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...วิถี...งามงาม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หนังฝรั่งพากษ์ลาวโดย 'ท้าวนพดล'

นักพากษ์หนังเร่ สาธิตพากษ์สด เทวดาท่าจะบ๊อง เวอร์ชั่นภาษาอีสาน ในเทศกาลปูเสื่อกางจอ ดูหนังกลางลาน ที่ ทีเคปาร์ค บ่ายวันที่ 28 มิ.ย.2552

View All
<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]