• rachada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : myrachada@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-27
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 210912
  • ส่ง msg :
  • โหวต 147 คน
rachada
my articles my photoes
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/rachada
วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน 2554
Posted by rachada , ผู้อ่าน : 752 , 20:03:25 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เผชิญกระแสโลกร้อน ‘วิกฤติ’ สู่ ‘โอกาส’

ตีพิมพ์ในวารสาร Industry Focus ฉบับเดือนกันยายน 2554 (ต้นฉบับ)

อุตสาหกรรมตกเป็นจำเลยในการสร้างปัญหาโลกร้อน การแก้ปัญหาจึงพุ่งเป้ามาที่ภาคส่วนนี้เป็นหลัก

เดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายพลังงานที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีการกำหนดแนวทางการอนุรักษ์พลังงานระยะยาว เป้าหมายสำคัญของแผนซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2554 ไปจนถึงปี 2573 คือการลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 หรือประมาณ 30,000 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe)

ภาคขนส่งและอุตสาหกรรม คือภาคเศรษฐกิจที่ถูกกำหนดให้ต้องมีการลดการใช้พลังงานมากที่สุด คือ 13,300 ktoe และ 11,300 ktoe ตามลำดับ

ในแผนกำหนดไว้ชัดเจนว่าจะมีมาตรการทั้ง ‘ภาคบังคับ’ และ ‘ภาคการสนับสนุน’ โดยที่สำคัญในส่วนแรกก็คือการบังคับใช้พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 และฉบับปรับปรุง พ.ศ.2550 รวมทั้งการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำและฉลากประสิทธิภาพพลังงาน ขณะที่การสนับสนุนและส่งเสริมจะมีการให้เงินอุดหนุนเพื่อชดเชยผลประหยัดพลังงานที่ตรวจพิสูจน์หรือประเมินได้

อาคาร-โรงงาน80%
ปฏิบัติตามกฎหมาย

สำหรับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2551 เป็นตัวกำหนดสำคัญที่ทำให้ ‘โรงงานควบคุม’ จำนวนประมาณ 3,500 แห่งต้องปรับตัวเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการอนุรักษ์พลังงานมาตั้งแต่ก่อนการประกาศใช้แผนแม่บท 20 ปี ไม่ต่างจาก ‘อาคารควบคุม’ อีกราว 2,000 แห่ง

สาระสำคัญของกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่ม พ.ศ.2550 อยู่ที่การกำหนดให้โรงงานที่อยู่ในข่ายต้องมีการจัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานตามคุณสมบัติ จำนวน และภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อดำเนินการจัดให้มีการอนุรักษ์พลังงานตามมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการพลังงานที่กำหนดในกฎกระทรวง รวมทั้งต้องจัดทำและจัดส่งรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานให้กับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี

เดือนมีนาคม 2554 นับเป็นปีแรกที่โรงงานและอาคารควบคุมต้องจัดส่งรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ปรากฏว่ามีสถานประกอบการจัดส่งรายงานราวร้อยละ 80

ดึงเอกชนหนุนอนุรักษ์พลังงาน

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับสถานประกอบการในการจัดทำรายงานปีที่สอง พพ.ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, หอการค้าไทย และสถาบันอุดมศึกษา ดำเนินโครงการสนับสนุนการกำกับดูแลและส่งเสริมการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานฯ โดยจะมีการเปิดตัวราวปลายเดือนกันยายนนี้ เพื่อทำหน้าที่ให้ข้อมูลและคำแนะนำปรึกษาแก่สถานประกอบการที่อยู่ในข่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับดังกล่าว

“โครงการนี้เราจะทำหน้าที่ร่วมกับ พพ.ในการให้ข้อมูลและคำปรึกษาทั้งสำหรับสมาชิกและผู้ประกอบการทั่วไป เพราะตามแผนอนุรักษ์พลังงานมีข้อที่กำหนดเรื่องการกระจายความรับผิดชอบด้านการอนุรักษ์พลังงานสู่ภาคส่วนต่างๆ ของสังคมให้มากขึ้น”

รุ่งเรือง สายพวรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม กล่าวว่าที่ผ่านมา สถาบันฯ มีการให้ข้อมูลกับสมาชิกเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่รับรู้ข้อมูล แต่บางรายยังมีปัญหาในการนำไปปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม มองว่าการประหยัดพลังงานเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงานจะช่วยให้สถานประกอบการสามารถพัฒนาด้านการประหยัดพลังงานได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

“การลงทุนเพื่ออนุรักษ์พลังงานถือว่าคุ้มค่า เพราะจุดคุ้มทุนอยู่ที่ 2-3 ปี ยิ่งสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างวันนี้ผู้ประกอบการอาจคืนทุนได้เร็วยิ่งขึ้น” ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม ให้แง่คิด

ooo

20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 4.4 ต่อปี ปัจจุบันมีการใช้พลังงานเป็น 2 เท่าของปี 2533 ซึ่งเป็นการเติบโตที่ควบคู่กับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจซึ่งมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 4.5 ต่อปี

20 ปีข้างหน้า หากไม่มีมาตรการอนุรักษ์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความต้องการพลังงานจะเพิ่มขึ้นจาก 71,000 ktoe ต่อปีในปัจจุบัน เป็น 151,000 ktoe หรือประมาณ 2.1 เท่า ซึ่งนั่นหมายถึงแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นด้วย 

การปฏิบัติตามแผนอนุรักษ์พลังงาน จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 968 ล้านตัน หรือเฉลี่ยปีละ 48 ล้านตัน สอดรับกับข้อตกลงของกลุ่มเอเปคเมื่อปี 2550 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

ภาคเอกชนนอกจากจะได้ประโยชน์จากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ลดลงแล้ว ยังเป็นการเพิ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อม และส่งผลทางบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หนังฝรั่งพากษ์ลาวโดย 'ท้าวนพดล'

นักพากษ์หนังเร่ สาธิตพากษ์สด เทวดาท่าจะบ๊อง เวอร์ชั่นภาษาอีสาน ในเทศกาลปูเสื่อกางจอ ดูหนังกลางลาน ที่ ทีเคปาร์ค บ่ายวันที่ 28 มิ.ย.2552

View All
<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]