*/
  • ramabiru39
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nee_jue@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-18
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 60400
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
ตำนานเด็กปอเนาะ สอนวิธีการละหมาด (โคตรตลก)

บรรยายโดยแบะ ตะโละไกรทอง

View All
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม 2552
Posted by ramabiru39 , ผู้อ่าน : 4149 , 10:16:27 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“ปัตตานีไม่มีวันเป็นเอกราชได้ ตราบใดที่ประชาชนยังสนับสนุน “Big C” อยู่อย่างนี้” เป็นคำพูดของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งจากกรุงเทพฯ สังเกตและสะท้อนออกมา เนื่องจากจะสังเกตได้ว่า ทุกวัน ห้างร้านเหล่านี้จะเต็มไปด้วยผู้คนทั้งสามจังหวัด ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เข้ามา จัดจ่ายซื้อของในห้างซึ่งมีราคาถูกกว่าท้องตลาด โดยไม่เข้าใจว่า เม็ดเงินเหล่านั้นจะไหล่ออกนอกประเทศ ในขณะที่ พ่อค้า แม่ค้า ซึ่งเป็นเพื่อนพ้อง ญาติมิตรกลับไม่มีรายได้ และเศรษฐกิจก็ยิ่งตกต่ำไปเรื่อย ๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า นี่หรือคนที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน หรือต้องการปกครองพิเศษ ทำไมยังคงสนับสนุน ธุรกิจของประเทศมหาอำนาจ ทำไมไม่สนับสนุนหรือรักเพื่อนพ้องกันเอง แล้วจะเอาประเทศได้อย่างไร

เมื่อระหว่างวันที่ 6-12 กันยายน 2552 ที่ผ่านมาฉันได้มีโอกาสไป workshop เรื่อง Organic farming เกษตรอินทรีย์  ที่ Galaha เมือง Kandy ประเทศศรีลังกา  ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องของ School of peace จัดขึ้นโดย ICF (Interfaith cooperation forum)  เขาบอกว่า หลักเบื้องต้นของการพัฒนาศักยภาพของชุมชนคือ “การพึ่งตนเอง”  หรือการไม่พึ่งผู้อื่น  เป็นหลักสำคัญ เช่น สามารถผลิตเครื่องอุปโภค บริโภคจากชุมชนด้วยตนเอง อย่างน้อยที่สุดการปลูกพืชผักสวนครัวกินเอง หรือสนับสนุนอาหารท้องถิ่น ฉะนั้นฉันมองว่า คนในพื้นที่ต้องเข้าใจระบบโลกาภิวัตน์ (Globalization) ระบบทุนนิยม บริโภคนิยม เหล่านี้ให้ถ่องแท้

 

ทั้งนี้ประเทศไทยมีภูมิปัญญา ความรู้ที่ดีเกี่ยวกับการทำเกษตรกรรม หรือเกษตรอินทรีย์  หรือการอยู่แบบพึ่งตนเอง อย่างเช่น อาศรมหลายแห่งที่พยายามสร้างชุมชนให้พึ่งตนเองได้ ซึ่งในพื้นที่เองก็มีเช่นเดียวกัน แต่การสร้างความเข้าใจกับผู้คนยังต้องทำอีกเยอะ

 

การได้เข้า workshop ครั้งนี้ ได้เห็นความวิถีชีวิตของกลุ่มหนึ่ง ที่อยู่แบบ พึ่งพาตนเอง คือ ทำสวนบริเวณรอบบ้านโดยใช้เกษตรอินทรีย์ (Home garden) โดยมีหลักการว่า บริเวณหน้าบ้านเป็นต้นไม้ใหญ่ ถัดมาเป็นสวนดอกไม้ ผสมผสานกับพืชผัก เช่นเดียวกับบริเวณข้างบ้าน และมีที่ว่างโล่ง สะอาด ส่วนด้านหลัง ก็จะเป็นพืชผักสวนครัวเป็นหลัก และต้นไม้ใหญ่เล็กผสมกัน 

            จะเห็นได้ ลักษณะเหล่านี้ก็มีอยู่ทั่วไปในพื้นที่บ้านเรา แต่นับว่ายังน้อยที่จะใช้ที่ดินให้เป็นประโยชน์ หลายครัวเรือนชอบที่จะซื้อแม้แต่ ตะไคร้ ขมิ้น ซึ่งต่างกับสมัยก่อน ที่ปู่ย่า ตายาย ชอบที่จะปลูกพืชผัก สวนครัวรอบบ้าน

ทำไมต้องเกษตรอินทรีย์ ?

การทำเกษตรอินทรีย์นั้น มีความสำคัญ เนื่องจากว่า ภายหลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกเกิดภาวะวิกฤต ขาดอาหาร เนื่องจากคนไม่มีศักยภาพในการผลิตอาหาร พื้นดินถูกทำลาย ฉะนั้นการผลิตอาหารในจำนวนมาก แต่ใช้เวลาสั้นก็มีความจำเป็นขึ้นมา คนเริ่มปลูกพืชตระกูลเดียวกัน หรือชนิดเดียวในที่เดียวกัน ซึ่งง่ายที่พืชจะมีปัญหาเรื่องแมลงกัดกินพืช เพราะไม่มีพืชอื่นอย่างเช่นตระกูลสมุนไพรไว้ไล่แมลง ในขณะที่คนกลับใช้สารเคมีในการไล่แมลงหรือใช้ปุ๋ยเคมีในการบำรุงเลี้ยง เป็นต้น

ซึ่งผลที่ตามมาคือ สารเคมีเหล่านั้นมีการตกค้างในสารอาหาร และในดินอีกด้วย เมื่อคนรับสารเคมีเข้าไป คนก็เริ่มไม่สบาย มีโรคแทรกซ้อนเข้ามาได้ง่าย ร่างกายเริ่มไม่มีภูมิต้านทาน ในขณะที่ดินก็มีสารพิษ ทำให้ดินมี PH หรือภาวะกรดด่างเร็วขึ้น เมื่อดินเปรี้ยวหรือเค็มแล้ว จะปลูกพืชผักก็ยากขึ้น ในขณะเดียวกันสัตว์ที่กินหญ้าก็ย่อมมีสารพิษตกค้างในตัวของมันเช่นเดียวกัน แล้วคนก็มากินอีกทอดหนึ่ง เป็นวัฏจักรไป

ฉะนั้นการทำเกษตรอินทรีย์จึงมีความจำเป็นที่ผู้คนจะต้องเริ่มต้น เพื่อแก้ปัญหาสิ่งเหล่านี้ เนื่องจากว่า หากทำเกษตรอินทรีย์แล้ว จะสามรถแก้ปัญหาเรื่องที่ดินให้มีความสมบูรณ์ และใช้ธรรมชาติในการไล่แมลงแทน คือ การทำปุ๋ยหมัก จะเป็นการบำรุงดิน ใช้ของเหลือในบ้านให้เป็นประโยชน์ และที่สำคัญสามารถรักษาดินไม่ให้มีสารเคมีตกค้าง หรือไม่มีภาวะกรดด่าง  และใช้น้ำหมักชีวภาพในการบำรุงเลี้ยงพืช

 

นอกจากนี้ การปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์ จะต้องปลูกหลากหลายตระกูลในที่เดียวกัน เช่น มะเขือ หอมแดง บวบ ดอกดาวเรือน แครอท เหล่านี้เป็นต้น เพื่อให้สารอาหารในดินสามารถเกื้อกูลในการบำรุงเลี้ยง เพราะพืชแต่ละชนิดต้องการสารอาหารไม่เหมือนกัน ในขณะที่พวกตะไคร้หอม ใบโหราพา หรือดาวเรือนปลูกไว้เพื่อไล่แมลง  

Home garden ?

จากที่ได้ไปลงพื้นที่ ดูการทำสวนบริเวณรอบบ้านของชาวบ้านที่ประเทศศรีลังกา รู้สึกมีความสุขมาก คือ ชาวบ้านสามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเองไม่ต้องไปห้างสรรพสินค้า เพื่อจ่ายตลาด ชาวบ้านมีรายได้จากการปลูกผัก ชาวบ้านมีสมุนไพรในการรักษาโรคเบื้องต้น มีครอบครัวหนึ่ง มีย่าและหลานชายหนุ่มสองคน มีฐานะยากจน หลานทั้งสองคอยช่วยย่าทำงานปลูกผักสวนครัว แต่ทั้งสองไม่มีทุนที่จะเรียนหนังสือ แต่ก็นับว่าดี ที่เขามีงานทำ และช่วยงานย่าทำงาน ดีกว่าไปติดยาเสพติดไม่เป็นผู้เป็นคน มีสุขภาพที่ดีและสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข

 

หากคนในพื้นที่ตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ผู้คน รู้จักที่จะ “พึ่งตนเอง” และ มีความพอเพียง กล้าที่จะทวนกระแสระบบวัตถุนิยม บริโภคนิยม โดยปลูกและสนับสนุนอาหารท้องถิ่น เป็นการต่อสู้ที่นับว่าท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

 

 

 

 

เตรียมดินไว้เพาะชำ โดยเอาดินผสม กากมะพร้าว

ดินสีดำ หมายความว่า ดินที่อุดมสมบูรณ์

 

 

 

 คลุมกันแสงอาทิตย์

 การหมักดิน

 เพื่อนของเรา ไส้เดือนช่วยไถ่ดิน

             สำเร็จแล้วคะ

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
nut_mai_zaa วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 00.28 น.
http://www.xn--12ca4dscc8ayd2f.com/

หวนคืนสู่ธรรมชาติ ดีที่สุดละครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ramabiru39 วันที่ : 09/10/2009 เวลา : 12.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rama

หง่อย เหงาจังเลย เพื่อน ขอคำแนะนำหน่อย ว่าจะโพสตฺไปหน้าหลักอย่างไรดี....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
บูแลบีแต43 วันที่ : 01/10/2009 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/volunteer

เยี่ยมยอดเพื่อนเรา .. พวกเรากลับมาทำที่บ้านมั้งน่ะ !!

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ยัยปลาหวาน42 วันที่ : 01/10/2009 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pusu

ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกแล้วเรา (ขอบคุณหลายๆเด้อ)

ปล.กลับมารอบนี้พกกิ๊กจากศรีลังกามาด้วยป่าวว คริๆๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กำหนัน วันที่ : 01/10/2009 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

เกษตรอินทรีย์ เป็นทางเลือกอันดับหนึ่งครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน