• ramhosp
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : marketing@ram-hosp.co.th
  • วันที่สร้าง : 2017-09-01
  • จำนวนเรื่อง : 310
  • จำนวนผู้ชม : 78651
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
โรงพยาบาลรามคำแหง
ข้อมูลสุขภาพกับโรงพยาบาลรามคำแหง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ramhealth
วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน 2562
Posted by ramhosp , ผู้อ่าน : 331 , 10:02:42 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


โรคตุ่มน้ำพองเกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้มีการสร้างแอนติบอดีมาทำลายการยึดเกาะของเซลล์ผิวหนัง ผิวหนังจึงหลุดลอกออกจากกันได้ง่าย ร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม ก็มีส่วนกระตุ้นทำให้เกิดตุ่มน้ำพองที่ผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ ไม่ใช่โรคหายาก สามารถเกิดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

สังเกตอย่างไรว่าเป็นโรคตุ่มน้ำพอง?

อาการจะเริ่มจากมีผื่นคันมาก่อนที่ผิวหนังแล้วกลายเป็นตุ่มพอง ตุ่มอาจรวมกันเป็นตุ่มใหญ่ หรือแตกเป็นแผลทำให้เกิดอาการปวดแสบมาก โดยแผลถลอกอาจปกคลุมด้วยสะเก็ดน้ำเหลือง ในระยะนี้หากมีการติดเชื้อ อาจทำให้แผลลุกลามและควบคุมได้ยาก โดยผู้ป่วยแต่ละคนจะมีความรุนแรงของโรคแตกต่างกัน โดยวินิจฉัยได้จากประวัติและอาการทางผิวหนัง ร่วมกับการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา

รักษาหายได้จริงหรือ?

ถ้าเป็นไม่รุนแรงรักษาโดยการทายาสเตียรอยด์รับประทานยาปรับภูมิคุ้มกัน หรือถ้าเป็นรุนแรงอาจจะให้ยาสเตียรอยด์หรือยากดภูมิแบบรับประทาน เพื่อลดการอักเสบ ลดการเกิดตุ่มน้ำใหม่และเร่งการสมานแผลให้เร็วที่สุด แล้วค่อยๆ ปรับลดยาลงช้าๆ โดยใช้ยาที่น้อยที่สุดที่จะควบคุมโรคได้บางคนอาจเข้าสู่ระยะโรคสงบหลังรักษา 3 - 5 ปีโดยอาจมีอาการกำเริบและสงบสลับกันไป และในบางคนอาจต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานาน

โรคนี้พบได้ไม่บ่อยแต่จัดเป็นโรคผิวหนังที่มีความรุนแรง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย ผู้ที่เป็นโรคนี้มักมีอายุเฉลี่ยที่50-60ปีไม่ใช่โรคติดต่อสามารถสัมผัสอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยและรักษาให้หายได้ ผู้ป่วยต้องมารับการรักษาต่อเนื่องตามแพทย์นัด ไม่ลดหรือเพิ่มยาเอง การรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้เป็นปกติและไม่มีรอยโรคใหม่เกิดเพิ่มขึ้น

หากใครสงสัยว่า มีอาการเข้าข่ายโรคตุ่มน้ำพองใส แนะนำให้พบแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง และลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรค





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน