• ramhosp
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : marketing@ram-hosp.co.th
  • วันที่สร้าง : 2017-09-01
  • จำนวนเรื่อง : 607
  • จำนวนผู้ชม : 190641
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
โรงพยาบาลรามคำแหง
ข้อมูลสุขภาพกับโรงพยาบาลรามคำแหง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ramhealth
วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน 2564
Posted by ramhosp , ผู้อ่าน : 326 , 11:22:49 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


“โรคซึมเศร้า” เมื่อเข้าใจก็รักษาได้


มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่มีภาวะซึมเศร้า บางคนเป็นโดยไม่รู้ตัว ทำให้ไม่ได้รับการรักษา ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ หรือในเด็กเองก็เกิดขึ้นได้การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นจะเป็นคนอ่อนแอ คิดมาก เอาแต่ท้อแท้ สิ้นหวัง จริงๆ แล้วมันเป็นอาการของโรค หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม โรคนี้ก็จะทุเลาหรือหายเป็นปกติได้


เช็คลิสต์ “โรคซึมเศร้า” มีองค์ประกอบ 5 อย่างดังนี้

* มีอาการเบื่อหน่ายท้อแท้ โดยเฉพาะกิจกรรมที่เคยทำแล้วรู้สึกชอบ แต่กลับเกิดความเบื่อหน่าย

ไม่อยากทำและเป็นอยู่อย่างนั้นแทบจะทุกวัน เบื่ออาหาร งานอดิเรกที่เคยชอบก็ไม่ชอบ

* นอนไม่หลับกระสับกระส่าย

* รู้สึกว่าตัวเองเหมือนไม่มีคุณค่า

* รู้สึกอยากทำร้ายตัวเองไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

* รู้สึกว่าตัวเองอยากฆ่าตัวตาย

หากมีอาการเหล่านี้นานกว่า 2 สัปดาห์ก็บ่งชี้ว่ามีอาการของ “โรคซึมเศร้า” เข้าให้แล้วสามารถตรวจทางด้านจิตเวชได้โดยใช้ “การทดสอบทางจิตวิทยา” หรือ Psychological Testซึ่งเป็นแบบทดสอบมาตรฐานที่ใช้ในการประเมินพฤติกรรมของผู้ป่วยประกอบด้วยการทดสอบทางจิตเวช กับการทดสอบบุคลิกภาพครอบคลุมถึงการตรวจทางด้านจิตใจ ความคิด โดยอาศัยการซักประวัติผู้ป่วยเป็นหลักและทำการตรวจร่างกายหรือการตรวจ LAB เลือดเพื่อเอามาตัดโรคบางชนิดที่เป็นเหตุให้เกิดโรคซึมเศร้า เช่น การขาดวิตามินบี12 หรือมีไทรอยด์ผิดปกติ ขณะที่บางรายเป็นโรคมะเร็ง รวมทั้งโรคอื่นที่สร้างความเจ็บปวดทำให้เกิดภาวะโรคซึมเศร้าตามมา


โดยแนวทางการรักษาโรคซึมเศร้าที่เป็นมาตรฐาน ที่ใช้ในปัจจุบันประกอบด้วย

1. ทำจิตบำบัด โดยให้ผู้ป่วยได้พบ “นักจิตบำบัด” ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 20-30 ครั้ง เพื่อแกะปมที่ซ่อนอยู่ในจิตใจ ที่เกิดจากการทำงานของสมองลดลงในส่วนอารมณ์ที่ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า

2. รักษาด้วยยา ซึ่งให้แล้วอาจเห็นผลรวดเร็วแต่มีข้อเสีย คือบางรายกินยาแล้วอาจมีผลข้างเคียง เช่น มีอาการง่วง ใจสั่น ปากแห้ง คอแห้ง

3. ช๊อตไฟฟ้า หรือ ECT เป็นการใช้ไฟช๊อตเข้าไปที่สมอง เปรียบเทียบได้กับลักษณะของการปิด-เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยการ “รีสตาร์ท”

4. การรักษาด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ TMS หลักการคือใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปกระตุ้นเซลล์ประสาทที่บริเวณเปลือกของสมองตรงตำแหน่งที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าอย่างต่อเนื่อง 2-3 สัปดาห์ๆ ละ 5 วันจึงจะเห็นผล


การรักษาด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ TMS (Transcranial Magnetic Stimulation) เป็นวิทยาการและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าสามารถใช้รักษาอาการโรคซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการทำงานของเครื่อง TMS คือการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปกระตุ้นสมองบริเวณที่มีปัญหา เพื่อปรับสมดุลการทำงานของสมอง ช่วยลดอาการซึมเศร้าให้กลับมาปกติดีขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง แพ้ยา หรือดื้อยาใช้เวลาในการทำประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง/ครั้ง โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร แต่ก็มีข้อควรระวังในผู้ป่วยบางราย เช่น

• ผู้ที่มีอาการชักมาก่อน

• ผู้ที่มีโลหะฝังอยู่ในสมอง

• ผู้ที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ เป็นต้น

หลังจากผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยวิธีกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กแล้วส่วนใหญ่จะดีขึ้น แต่ก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้ ซึ่งวิธีป้องกันต้องอาศัยหลักการปฏิบัติตัว 3 อย่างประกอบกันคือ “Bio-Psycho-Social” โดย Bioมีความหมายครอบคลุมเรื่อง “อาหารและการนอน” ซึ่งไม่ควรอดทั้ง 2 อย่าง และต้อง “ออกกำลังกาย” เป็นกิจวัตรประจำวันด้วยส่วน “Psycho-Social” หมายความถึงสิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีส่วนต่อการปรับเปลี่ยน ที่สำคัญที่สุดคือผู้ป่วยต้องเข้ารับการทำจิตบำบัดร่วมด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำอีกส่วนการทานยาซึมเศร้าส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ทานคู่ไปด้วยโดยไม่แนะนำให้หยุดยา และควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชควบคู่กันไป ถ้าแพทย์ประเมินว่าดีขึ้นแล้วก็อาจลดยาลงได้ หรือเมื่อได้ทำ TMS แล้วจะลดยาได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา


เทคโนโลยี TMS จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาโรคซึมเศร้าที่มีความปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียงในการรักษา แต่จำเป็นต้องได้รับการประเมินและวางแผนการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อ่านข้อมูลเพิ่มเติมคลิก >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/803




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน