• ramhosp
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : marketing@ram-hosp.co.th
  • วันที่สร้าง : 2017-09-01
  • จำนวนเรื่อง : 605
  • จำนวนผู้ชม : 189812
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
โรงพยาบาลรามคำแหง
ข้อมูลสุขภาพกับโรงพยาบาลรามคำแหง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ramhealth
วันศุกร์ ที่ 12 พฤศจิกายน 2564
Posted by ramhosp , ผู้อ่าน : 341 , 10:31:02 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


 

กรดไหลย้อน & มะเร็งหลอดอาหาร เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

“กรดไหลย้อน” แม้ไม่ได้เป็นโรคที่แปลกใหม่ของคนไทย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงและน่ากังวล คือจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ และหลายคนมักปล่อยให้เป็นเรื้อรังไม่รักษา ซึ่งนั่น! อาจทำให้เสี่ยงที่จะเป็น "โรคมะเร็งหลอดอาหาร” ได้

กรดไหลย้อน เป็นภาวะที่น้ำย่อยของกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร สาเหตุมาจากความผิดปกติของหูรูดหลอดอาหารส่วนปลาย หรือบางครั้งเกิดจากความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหารร่วมด้วย และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากพฤติกรรมการกินของเรานั่นเอง

วิธีสังเกตว่าตัวเองเป็นกรดไหลย้อนหรือไม่นั้นให้ดูว่าเรามีอาการแสบคอ เจ็บคอเรื้อรัง เรอเปรี้ยว แสบร้อน จุกแน่นบริเวณหน้าอก ไอเรื้อรัง หรือมีอาการเหล่านี้มากขึ้นหลังจากทานอาหารไปแล้วหรือไม่ หากมีควรไปพบแพทย์ตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

กรดไหลย้อนหากเป็นบ่อยๆ แล้วปล่อยไว้นานจนเรื้อรัง อาจส่งผลให้หลอดอาหารมีแผลหรือหลอดอาหารตีบ ทำให้กลืนอาหารลำบาก กลืนแล้วชอบติด หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งที่หลอดอาหาร เพราะหลอดอาหารส่วนปลายมีการสัมผัสกับกรดมากเกินไป ทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นมะเร็งได้ในที่สุด

การป้องกันรักษาโรคกรดไหลย้อนที่ได้ผลมากที่สุด คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เพื่อลดการกำเริบของโรคซ้ำๆ ซึ่งต้องควบคุมทั้งเรื่องปริมาณและชนิดของอาหาร เลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว เผ็ด อาหารหมักดอง อาหารมัน ชา กาแฟ น้ำอัดลม ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนเกินไปและห้ามนอนทันทีหลังทานอาหารเสร็จ

ทั้งนี้หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือทานยาลดกรดควบคู่กันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้ตรวจวัดกรดในหลอดอาหาร 24 ชั่วโมง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง หรืออาจต้องส่องกล้องระบบทางเดินอาหารส่วนบน เพื่อดูว่ามีโรคอื่นซ่อนอยู่หรือไม่ จะได้รักษาได้ตรงจุดนั่นเอง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมคลิก >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/257




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน