*/
<< พฤษภาคม 2011 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 11 พฤษภาคม 2554
Posted by รองศาสตราจารย์รังสรรค์_วงษ์บุญ , ผู้อ่าน : 2315 , 22:48:15 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน goldenriver โหวตเรื่องนี้

เมื่อประเทศไทยมีผู้ก่อการร้ายที่จบปริญญาเอกทางด้านการก่ออาชกรรมมาเป็นผู้นำในการบริหารประเทศ  ในช่วงเวลานี้ทุกกลุ่มวิชาชีพในสังคมได้ถกเถียงกันด้วยเรื่องจริยธรรม และ คุณธรรม ของสังคม หรือ Social Norms ว่า

การคดโกงและนำทรัพย์ที่คดโกงมาได้ มาแบ่งปันให้กับตนเอง ครอบครัว และพรรคพวกนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่


แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ มีสื่อมวลชนกระแสหลักบางแห่งที่มีหน้าที่ชี้นำในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม ให้กับสังคม
กลับเห็นด้วยว่า การได้ส่วนแบ่งจากเงินที่นักการเมืองคดโกงมา ไม่ผิด เพราะใครๆเขาก็ทำกันอย่างนี้ทั้งนั้นเมื่อมีโอกาส

ผมถามตัวเองว่าการทรยศต่อวิชาชีพของสื่อกระแสหลักในการนำเสนอข่าวที่บิดเบือนมันเกิดขึ้นได้อย่างไร


ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นคำตอบได้บางส่วน


เมื่อผมเป็นนักศึกษา ผมอ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่ห้องสมุด

เช่น หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ผมอ่านคอลัมน์ซอยสวนพลู และ ข้าวนอกนา
ที่อาจารย์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นผู้เขียน

ท่านอาจารย์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านเป็นสื่อมวลชนอย่างแท้จริง

ข้อเขียนของท่านได้ให้ความรู้ และ ข้อคิด หลายประการกับสังคมโดยรวม
เมื่อท่านพูดถึงปัญหาใด ท่านจะเขียนถึงที่มาของปัญหา และเสนอทางแก้ไขปัญหาไว้ด้วยเสมอ
ส่วนพวกนักการเมืองที่ทุจริต จะกลัวการเปิดโปงของท่านผ่านหน้าหนังสือพิมพ์เป็นอย่างมาก
เรียกได้ว่า ท่านเป็นสื่อมวลชนที่ได้รับความเคารพนับถือและมีลูกศิษย์เต็มบ้านเต็มเมือง

หนังสือพิมพ์อีกฉบับหนึ่งก็คือ มติชน ซึ่งสมัยผมเป็นนึกศึกษา ถือว่าเป็นหนังสือพิมพ์คุณภาพอีกฉบับ

หนึ่งที่พวกนักวิชาการ และ ข้าราชการต้องอ่าน และ สามารถนำไปใช้อ้างอิงทางด้านวิชาการได้
เป็นอย่างดี

แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปมากจนไม่อยากเชื่อเลยว่า เป็นการบริหารจากกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันกับก่อนหน้านี้


ส่วนหนังสือพิมพ์อีกฉบับหนึ่งที่ต้องอ่านเพื่อไปสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ

กับชาวบ้านทั่วๆไปซึ่งก็คือ ไทยรัฐ  โดยมีหลายคอลัมน์ที่น่าสนใจ  ซึ่งปัจจุบันก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน

จะเห็นว่าสิ่งที่สื่อมวลชนรุ่นพ่อได้ให้ไว้กับสังคมข่าวสารคือ

การยืนหยัดต่อสู้กับอิทธิพลมืดในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะด้วยการปฏิวัติยึดอำนาจ หรือ
การทุจริตและประพฤติมิชอบของนักการเมือง  ทั้งนี้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชน
ด้วยจิตสำนึกของมโนธรรม จริยธรรม และ จรรยาบรรณ ของสื่อมวลชนอาชีพอย่างสูงยิ่ง
บางครั้งก็ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้ความจริงมาตีแผ่ให้สังคมได้รับทราบ
หรือ บางครั้งก็ต้องยอมติดคุกเพื่อปกป้องแหล่งข่าวของตน
โดยได้รับผลตอบแทนเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่สื่อมวลชนปัจจุบันได้รับ

แล้วช่วงเปลี่ยนของสื่อมวลชนที่มีอุดมการณ์เป็นสื่อสาระเลวเกิดขึ้นเมื่อใด


เมื่อ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี

ประเทศไทยประสบกับปัญหาเศรษฐกิจจนต้องปิด Finance 56 บริษัท
และชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อมา แม้ว่าจะได้กู้เงิน IMF เศรษฐกิจก็ยังไม่กระเตื้องขึ้น
บริษัทห้างร้านต่างๆต้องประสบกับปัญหาอย่างมาก ทุกสาขาอาชีพได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
ไม่เว้น อาชีพสื่อมวลชนทั้งทางด้านหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และ วิทยุ

หนังสือพิมพ์หลายหัว ทีวีหลายช่อง ต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

มีการปลดพนักงานออกเพื่อลดค่าใช้จ่าย นักหนังสือพิมพ์หลายคนต้องถูกเลิกจ้าง
หลายคนบ้านถูกยึด ครอบครัวเดือดร้อน หลายคนต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดตามความรู้ความสามารถและโอกาสของตัวหลายคนเข้าร่วมขบวนการเปิดท้ายขายของ และที่สำคัญก็คือ

เมื่อไม่ได้ประกอบอาชีพสื่อมวลชน สถานะทางสังคมที่คนอื่นต้องเกรงใจก็หายไปด้วย


เมื่อผู้ก่อการร้ายชาวไทยกลุ่มหนึ่งเสนอตัวเข้ารับการเลือกตั้งและอาสาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ
ให้ได้  บ้านผมทั้งบ้านเลือกเขาโดยเชื่อเขาว่าเขาจะเข้ามาเป็นอัศวินม้าขาว
หรือ เป็น อัศวินควายดำก็ไม่ว่ากัน พร้อมกับคนไทยที่มีสิทธิอีกเป็นจำนวนมาก
จนพวกเขาได้เป็นผู้นำในการบริหารประเทศสมใจ

หัวหน้าผู้ก่อการร้ายรู้ดีว่าการที่จะทำชั่วแล้วสื่อมวลชนไม่รู้ไม่เห็นและไม่พูดนั้น ไม่เคยมีมาก่อนในแวดวง
สื่อมวลชนไทย

ดังนั้น เขาจึงเริ่มเข้าซื้อสื่อกระแสหลักที่มีปัญหาทางด้านการเงิน

ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี สื่อดาวเทียม เป็นต้น ทีละฉบับ ทีละช่องไปเรื่อยๆ
รวมทั้งซื้อคอลัมนิสต์ชื่อดังของแต่ละสำนักพิมพ์ ผู้ประกาศข่าวยอดนิยมของทีวีหลายช่อง เป็นต้น
ใครมีชื่อเสียงมาก มี Fan club มากก็ราคาสูง ตามไปด้วย

ทั้งหมดใช้เงินทุนไม่น้อย แต่เงินที่ใช้มาจากเงินงบประมาณแผ่นดินในหลายรูปแบบ

เช่น จากเงินหวย จากเงินงบประชาสัมพันธ์ของแต่ละกระทรวงทบวงกรม ฯ
จากค่านายหน้าโครงการก่อสร้างต่างๆ

รวมทั้งการให้โอกาสในการเป็นคู่สัญญากับรัฐในบางโครงการ เป็นต้น


แต่สิ่งที่สื่อกระแสหลักและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องตอบแทนบุญคุณกลุ่มผู้ก่อการร้ายชาวไทยกลุ่มนี้ ก็คือ

การห้ามวิพากษ์วิจารณ์ในทางที่ทำให้คนชั่วกลุ่มนี้เสียหายไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม
และต้องนำเสนอข่าวที่เป็นคุณต่อคนกลุ่มนี้เท่านั้น ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นจริงหรือเท็จก็ตาม

เมื่อประชาชนที่บริโภคสื่อด้านเดียว หรือ ฟังแต่ผู้ประกาศข่าวที่ตัวเองชื่นชอบแต่ถูกซื้อไปแล้ว

พวกเขาก็จะได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดและเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า เฉพาะสิ่งที่ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง เท่านั้นเป็นสิ่งที่ถูก

และถ้าใครมาตำหนิพวกเขา ก็จะมีสื่อบางคนบางพวกออกมาปกป้องและโวยวายว่า

พวกเขาถูกกลั่นแกล้ง ไม่ยุติธรรม หรือ สองมาตรฐาน เป็นต้น

ผมไม่ตำหนิประชาชนที่กระทำการหลายอย่างที่นำมาซึ่งความรุนแรงอย่างที่เห็นเนื่องจากได้ข้อมูลที่ผิด
แต่ต้องตำหนิพวกสื่อมวลชนที่ทรยศต่อวิชาชีพของตนที่ทำให้การรับรู้ข่าวสารของประชาชนต้องถูกบิดเบือนไป

สื่อพวกนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็น สื่อสาระเลว หรือ เป็นสื่อกาขาว ซึ่งไม่มีวันจะเกิดขึ้นได้ในอาชีพสื่อมวลชนในอดีต


พวกสื่อมวลชนที่ทรยศต่อวิชาชีพของตน นำเสนอข่าวที่บิดเบือน ใส่ร้ายป้ายสี

ไม่เอาความจริงที่พิสูจน์แล้วให้ประชาชนได้รับทราบ รับจ้างเสนอข่าว หรือ ไม่เสนอข่าวที่ประชาชนควรรู้เสนอข่าวอย่างไร้มโนธรรมสำนึก และ ไร้จรรยาบรรณ
สื่อสาระเลวพวกนี้ไม่ควรได้รับการคุ้มครองในฐานะสื่อมวลชนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
แต่สมควรได้รับการประนามจากสังคมมากกว่า

พวกเราเป็นคนรุ่นใหม่ เรียนหนังสือกันมามากมายหลากหลาย Major

ทุกคนหวังว่าจะได้ทำมาหากินเลี้ยงตนเอง และ ครอบครัวตามความถนัด ความชอบ
และ โอกาสของแต่ละคนเพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศของเราให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน
ถึงคนรุ่นต่อไป

ถ้าวันนี้เราไม่ลุกขึ้นสู้กับพวกนักการเมืองชั่วๆที่ร่วมมือกันคดโกงประเทศไทย

โดยมีพวกสื่อสาระเลวรับจ้างเป็นกระบอกเสียงด้วยการเสนอข่าวที่บิดเบือน
และคอยเป็นทนายรักษาภาพพจน์ให้ดูดีในสายตาประชาชนที่ไม่รู้ความจริง
ชีวิตและอนาคตของพวกเราก็จะไม่มีโอกาสเจริญเติบโตบนผืนแผ่นดินนี้อย่างมีเกียรติ
และมีศักดิ์ศรีอีกเลย

และถ้าต้องการความก้าวหน้าในอาชีพก็จะต้องเป็นขี้ข้ารับใช้นักการเมืองขี้โกงพวกนี้ตลอดไป

หรืออาจต้องเป็นส่วนหนึ่งของประชาชนที่ต้องลุกขึ้นมาฆ่ากัน และเผาบ้านเผาเมือง
อย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ก็อาจเป็นได้

จึงจำเป็นที่เราชาว Network Society ที่รักชาติบ้านเมืองทุกคนจะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา

ช่วยกันสอดส่องดูแลประเทศของเราให้อยู่รอดปลอดภัยจากพวกโกงบ้านโกงเมือง
เมื่อเห็นสิ่งใดที่ไม่ชอบมาพากล หรือ เห็นนักการเมืองทุจริตประพฤติมิชอบ แล้วสื่อกระแสหลักนิ่งเฉย
พวกเราจะต้องช่วยกันทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนที่ดีเพื่อกระจายข่าวเสียเอง
เพื่อหยุดยั้งความชั่ว ความเลวนั้นให้จงได้ ก่อนที่จะสายเกินไป

ทั้งนี้เพื่อนำความเป็นปกติสุขของประเทศเราให้กลับคืนมา

และต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้ประเทศไทยเป็น นิติรัฐ อย่างแท้จริง

รองศาสตราจารย์รังสรรค์ วงษ์บุญ
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำแข็งใสจ้า วันที่ : 11/05/2011 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tabuji
<!-- Início CURSOR - LadyLony.com --><title>cursor</title><style type="text/css"><!--body  { cursor:url(http://www.ladylony.com/cursores/flo4.cur)}// --></style><!-- Fim CURSOR - LadyLony.com -->

ขออนุญาต นำบทความนี้ไปแนะนำต่อที่ทวิตเตอร์นะคะอาจารย์ http://twitter.com/Pat_ThaiPBS

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน