*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1090
  • จำนวนผู้ชม : 2337761
  • จำนวนผู้โหวต : 498
  • ส่ง msg :
  • โหวต 498 คน
<< กันยายน 2016 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน 2559
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 2195 , 21:50:46 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน นพพลroadside , RoseDewalee โหวตเรื่องนี้

 
Credit : © Gene Blevins / Reuters



นับว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติระดับประวัติศาสตร์
นักวิทยาศาสตร์ World Meteorological Organization 
ได้รับรองฟ้าแลบที่มีขนาดความยาวที่สุดในโลกที่ยาว 321.1 กิโลเมตร (199.5 ไมล์)
ฟ้าแลบครั้งล่าสุดในเดือนมิถุนายน ปี 2007 บนท้องฟ้ารัฐ Oklahoma สหรัฐอเมริกา



Credit : Tom Rourke/IFLScience




ส่วนแสงฟ้าแลบที่นานที่สุดเป็นของภาคพื้นยุโรป ที่นานกว่า 7.74 วินาที่ในวันที่ 30 สิงหาคม  2012
ที่  Provence-Alpes-Côte d'Azur ตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส
ค่าเฉลี่ยของฟ้าแลบจะนานราว 0.2 วินาที ตามรายงานของ Weather Channel

สถิติดังกล่าวได้รับการยืนยันจาก WMO’s weather and climate extremes committee 
และตีพิมพ์เผยแพร่ในเดือนนี้ที่ Bulletin of the American Meteorological Society http://bit.ly/2cPQQpz

Randall Cerveny  Chief Rapporteur of Climate and Weather Extremes
ให้สัมภาษณ์กับ USA Today ว่า การเจอเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้

“ เรื่องที่สำคัญที่สุดเพื่อความปลอดภัยในการสังเกตการณ์ฟ้าแลบ
คือแสงของฟ้าแลบสามารถเดินทางได้กว้างไกลจากพายุเมฆฝนที่ก่อตัวขึ้นมา
สำหรับคำแนะนำที่ดีที่สุดของผู้เชี่ยวชาญคือ เมื่อฝนฟ้าคำราม ให้อยู่แต่ในบ้าน "

ในสหรัฐอเมริกา มีคนตายเพราะฟ้าผ่าในช่วงปีนี้ 2006 จำนวน 35 ราย
น่าจะเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด เพราะตั้งแต่ปี  2007 มียอดคนตายรวม 45 ราย



ที่มา http://bit.ly/2cPQQpz




เรียบเรียง/ที่มา

http://bit.ly/2d3CyCp
http://wxch.nl/2cfSHP2
http://bit.ly/2dawp67




 



เรื่องเล่าไร้สาระ

ฟ้าแลบ หรือ Phar Lap คือชื่อม้าแข่งที่โด่งดังที่สุดในออสเตรเลีย
ตามตำนานเล่าว่า เจ้าของมาเที่ยวเมืองไทยแล้วเห็นแสงฟ้าแลบ
เลยถามคนไทยเรียกฟ้าแลบว่าอะไร  แล้วนำไปตั้งชื่อม้าแข่งตัวโปรด

อีกตำนานหนึ่งคือ ในสมัยรัชกาลที่ ๖  ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต(เปล่ง ไตรปิ่น)
ที่เป็นการตูนนิสต์คนแรกของเมืองไทยสมัยรัชกาลที่ 6  https://goo.gl/Xr4p9q
เป็นบุตรของนายสอนกับนางเภา ท่านเคยดั้นด้นไปเรียนวิชาจิตรกรรมที่อังกฤษ
แล้วเดินทางไปนอร์เวย์ เดนมาร์ก อิตาลี สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย รวมระยะเวลากว่า 20 ปี 
ต่อมาได้เดินทางกลับเมืองไทยพร้อมคณะซื้อม้าของพระยาคทาทรธรนินทร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์)
หรือตอนอยู่ที่ต่างประเทศจึงน่าจะมีรู้จักกับ Harry Telford  แล้วจึงตั้งชื่อม้าตัวนี้ให้
จ. ไตรปิ่น เป็นบุตรชายของท่านเป็นนักเขียนเรื่องลูกคนยาก
ที่มีคนรู้ประวัติน้อยมากรุ่นเดียวกับ ป.อินทปาลิต

ม้าแข่งตัวนี้วิ่งชนะเลิศรางวัลหลายรายการมาก
มีความเร็วเปรียบประดุจสายฟ้าแลบ  หรือเร็วมาก
ฟ้าแลบแต่เดิมเป็นม้าไร้ชื่อเสียงแบบม้าบ้านนอก  นอกสายตาคนดู
แต่ต่อมาเป็นม้าขวัญใจมหาชนชาวออสเตรเลียช่วงทุกข์ยากจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
หลายคนต่างได้เงินจากการพนันที่ม้าตัวนี้วิ่งเข้าวิน Win แบบแบเบอร์ (ชนะขาด) แทบทุกครั้ง
การแทงม้าโดยทั่วไปจะมี 2 แบบคือ
การแทง win หมายถึง ให้ทายว่าม้าเบอร์ไหนวิ่งเข้าเส้นชัย เป็นอันดับที่ 1 อัตราจ่ายมากที่สุด
การแทงเพลส  หมายถึง ให้ทายว่าม้าเบอร์ไหนเข้าวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 2 3 อัตราจ่ายลดหลั่นลงมา
แต่สุดท้ายฟ้าแลบตายอย่างปริศนาก่อนวันแข่งขัน
มีแต่ข่าววงในว่ามันถูกวางยาตายเพราะเจ้ามือวงการพนันม้าแข่งได้เสียไปมากแล้วกับม้าแข่งตัวนี้
บางข่าวว่ามันติดเชื้อในกระแสเลือดเพราะอาหารเป็นพิษจึงตาย

มีการผ่าตัดหัวใจของฟ้าแลบเก็บไว้ศึกษา  พบว่าหัวใจของมันมีหนัก 6.2 กก  แต่หัวใจของม้าโดยทั่วไปหนักแค่ 4 กก  
การที่มีหัวใจโตกว่าม้าตัวอื่นทำให้มันสูบฉีดโลหิตได้ครั้งละปริมาณมากกว่าม้าตัวอื่น
ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณออกซิเจนที่ม้าแข่งได้รับ  ทำให้วิ่งได้เป็นระยะทางไกล ๆ ได้โดยไม่เหนื่อย 
แต่ทั้งนี้ไม่สัมพันธ์กับอัตราความเร็วของการวิ่ง  หรือการเป็นโรคหัวใจโตหรือโป่งพอง

ฟ้าแลบมีลำตัวสีแดงเหมือนกับเรื่องสามก๊กที่มีม้าประเภทม้าพันลี้ม้าหรือม้าหมื่นลี้  
ม้าชื่อ เซ็กเทา  ที่แต่เดิมเป็นม้าศึกของลิโป้  บุรุษผู้ทรยศต่อทุกคนเพื่อผลประโยชน์
หลังจากถูกโจโฉ(เฉ่าเฉ่า) ประหารชีวิตด้วยการตัดหัวด้วยการเสี้ยมของเล่าปี่ (หลิวเป้ย)
ต่อมาหลังจากที่กวนอูพลัดพรากจากเล่าปี่มารับใช้โจโฉไม่นานนัก
ก็ได้รับมอบม้าเซ็กเทามาใช้ประจำกายจนตายในการรบกับพวกซุนกวน
ส่วนม้าเซ็กเทาตามตำนานก็ว่าตรอมใจตายในภายหลัง

อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า

Phar Lap ที่มีความหมายว่า ฟ้าแลบในภาษาไทย
มีชายหนุ่มคนที่ชื่อว่า Aubrey Ping นักศึกษาแพทย์ที่ University of Sydney
ชอบดูการแข่งม้าใน Randwick กับชอบพูดคุยเล่นกับนักขี่ม้าและครูฝึกสอน
พ่อของ Ping เป็นคนจ้วง Zhuang ที่อพยพมาอยู่ที่ออสเตรเลียในศตวรรษที่ 19 จากตอนใต้ของจีน
Aubrey เรียนรู้ภาษาจ้วงบางคำจากพ่อของเขา และใช้ความหมายคำว่าฟ้าแลบเหมือนกับภาษาไทย
การใช้ ph แทน f ทำให้คำนี้มี  7 ตัวอักษรจึงต้องแยกออกมาเป็น 2 คำคือ  Phar Lap
เรื่องนี้จำเป็นมากสำหรับ Harry Telford เพราะจำต้องมีชื่อม้าในการเข้าแข่งขัน Melbourne Cup 

ชาวจ้วง  จะอยู่กันมากที่แถวกวางสี  มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช  ท่านเคยเขียนไว้นานแล้วว่า
ตอนเจอคนจ้วงท่านบอกว่า คุณพูดภาษาไทย  แต่คนจ้วงบอก  มึงพูดภาษากู
จ้วง บางท่านสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคำดั้งเดิมที่มีความหมายว่า หลวง ในปัจจุบัน
เพราะเป็นดินแดนที่ตามตำนานลาว ไทยอาหม มักเขียนว่า อพยพโยกย้ายลงมาตามลำน้ำ
แยกย้ายกันออกไปสองสายคือ แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน (เหมือนมังกรใหญ่สองตัว)
คนไทย ไท ไต ได กระได จ้วง อยู่กันกระจัดกระจายมากในเอเซียตั้งแต่จีน ลาว พม่า อินเดีย มาเลย์
ประมาณการกันว่ากลุ่มคนพูดตระกูลภาษาไทย  มีมากกว่า 100 ล้านคนนับรวมประเทศไทย
ข้อมูลเพิ่มเติมชนชาติไทยมีมากใน Facebook  จำนงค์ ทองภิรมย์  https://goo.gl/zMIWpn

ข้อมูลเพิ่มเติม (ไทย)

https://goo.gl/hFpbmI
https://goo.gl/ImdSbQ




หมายเหตุ

มีหนังสือ ไดเวียดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวจัมปา เป็นหนังสือแปลจากนักประวัติศาสตร์เขมร
เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาณาจักรจัมปา/จาม  ที่เคยยิ่งใหญ่ในเวียตนามมาก่อน
เป็นหนังสือที่นักประวัติศาสตร์เขมรระดับกูรูที่ศึกษาและเขียนไว้เป็นภาษาเขมร
มีการนำมาแปล/เรียบเรียงเพิ่มเติมโดย ปแฏงมหาบุญเรือน คัชมาย์  https://goo.gl/Q9oB7b
ท่านได้ส่งไฟล์มาให้กำลังสืบค้นข้อมูลเท่าที่พอจะหาโดยได้รับอนุญาตจากท่านให้เผยแพร่ได้

ได น่าจะเป็นคนไท ที่อยู่กันมากแถวเดียนเบียนฟู 
สมรภูมิแรกรบที่คนไทร่วมกับคนเวียดไล่ฆ่าพวกจัมปา
เลยเรียกรวมกันว่า ไดเวียด  ในหนังสือฉบับนี้

ในเขตเดียนเบียนฟูนี้พวกเวียตนามจำต้องผ่าน
เขตพื้นที่พวกคนไทดำ  ทำไร่นาอยู่ตามแถบเทือกเขา
พวกไทขาว  ทำมาหากินใกล้แม่น้ำ
(ดำ ขาว เรียกตามสีเสื้อผ้าที่คนไทนิยมใส่)
จำได้ในหนังสือ อีกหนึ่งฟางฝัน  จิรนันทร์ พิตรปรีชา
เธอเขียนไว้ว่า เจอเด็กไทดำ เห็นจิรนันท์ กับสหายเสกสรรค์ ยิงเก้งได้
เด็กบอกว่า ฟานดีกิน (ฟาน ภาษาใต้คือ เก้ง)

ส่วนเวียด คือ พวกเวียตนาม เวียตมินห์  อั้งน้ำ อันหนำ  แกว
ตามตำนานมักระบุว่าคือ พวกกบฏชอบโพกผ้าแดง/สีแดง  
ถูกกองทัพจีนปราบปรามและขับไล่เลยหลบหนีมาทางตอนใต้แถวนี้
แล้วมาร่วมมือกับคนไทจัดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกจำปา จัมปา จามปา
เพื่อยึดครองดินแดนและขับไล่คนนับถือศาสนาอื่นที่แปลกแยกกับพวกตนออกไป
จนอาณาจักรจัมปาที่เคยอยู่ในเวียตนามล่มสลายไป

เดียนเบียนฟูยังเป็นที่มั่นเชิงสัญลักษณ์
ป้อมปราการสุดท้ายของกองทัพอาณานิคมฝรั่งเศส
ที่ชาวเวียตนามมีชัยชนะเด็ดขาดเหนือเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส

โดยชาวเวียตนามภายใต้การนำทัพของโฮจิมินห์กับโงเวียนเกี๊ยบ
ขนอาวุธยุทโธปกรณ์ด้วยกำลังคนเป็นหลัก
ยานพาหนะหลักคือจักรยาน/เกวียน/คนแบกขน
โดยปืนใหญ่จะแยกออกเป็นชิ้น ๆ แล้วนำมาประกอบขึ้นมาใหม่
ก่อนที่จะบรรจุกระสุนปืนใหญ่ตั้งบนภูเขาสูงยิงถล่มใส่ฐานทัพเดียนเบียนฟู
ที่กองทัพฝรั่งเศสตั้งอยู่จนพ่ายแพ้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก
เป็นจุดสงครามสัญลักษณ์ครั้งสุดท้ายในการกอบกู้เอกราชของเวียตนาม https://goo.gl/0Nt138

หลังจากที่อาณาจักรจัมปา/จามล่มสลายลงแล้ว
พวกชนชาติจามจึงต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน
มีบางส่วนยังอยู่แถวเขมรหรือชายขอบเวียตนาม
เรียกว่าพวกกัมปงจาม หรือกัมปงจัมปา
บางส่วนหนีตายมาทำงานเป็นกองอาสาจามที่เมืองไทย
สมัยกรุงศรีอยุธยาทำหน้าที่เป็นทหารกับเดินเรือค้าขาย
และมีบางส่วนย้ายมาภายหลังตั้งหลักแหล่งที่บ้านครัว  กรุงเทพฯ 
คนไทยเชื้อสายจัมปาคือผู้ที่เผยแพร่การทอผ้าไหมให้กับ จิม ทอมป์สัน

จิม ทอมป์สัน หายสาบสูญไปในมาเลย์  
เป็นข่าวใหญ่โตมากในอดีตมีการพยายามค้นหากันครั้งใหญ่
ยังมีบ้านพักหลังสุดท้ายที่แคเมอรัล มาเลย์  
ที่จิม ทอมป์สันไปพักอยู่ก่อนหายตัวไป
บางตำนานว่า  แกถูกงูเหลือมยักษ์คาบไปกิน

บางตำนานว่า  แกถูกสาวเงาะป่าจับไปทำสามี
ด้วยการใช้ยาเสน่ห์ทำให้หลงใหลโงหัวไม่ขึ้น
เพราะพวกเงาะป่าจะมีสมุนไพรที่โดดเด่นมากคือ 
เคี้ยวกินเพียงอย่างเดียวไม่ต้องผสมหลายตัวหรือต้มแบบยาหม้อของไทย
เช่น ตุงกั๊ดอาลี(ชื่อมาเลย์) ไวอากร้าของพวกเงาะป่า/เซมังซาไก
รากไม้แก้ปวดฟัน  รากไม้คุมกำเนิด  มีขายแถวจุดชมวิวเขาพับผ้า จังหวัดตรัง 

จิม ทองป์สัน  ถูกสายลับเกาหลีเหนือจับไปเพื่อไปพัฒนาสิ่งทอให้ตระกูลคิม
มีในหนังสือของยิว Eran Katz (เอรัน คัทซ์) ที่เป็นนักจำระดับโลก
ได้เขียนไว้ตอนหนึ่งในหนังสือเรื่อง 5 Gifts for the Mind : ปัญญาทั้ง 5

 

 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 19/09/2016 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน