• ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 746
  • จำนวนผู้ชม : 1656821
  • จำนวนผู้โหวต : 447
  • ส่ง msg :
  • โหวต 447 คน

<< มีนาคม 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 20 มีนาคม 2560
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 123 , 21:13:18 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน february26 โหวตเรื่องนี้




นักวิจัยชาวอิตาลีได้ตรวจสอบภาพวาดในยุคกลาง
ได้พบภาพที่เห็นได้ชัดและอธิบายได้ถึง
โรคพยาธิ/หนอนกินี  Dracunculiasis
ที่เกิดจากการติดเชื้อพยาธิปรสิตที่น่ากลัว
เพราะจะมีหนอนยาวราว 3 ฟุตโผล่ออกมาจากผิวหนัง


ที่มา https://goo.gl/vWV8XF




ปัจจุบันนี้ยังมีถิ่นที่อยู่ของพยาธิปรสิตชนิดนี้
ในพื้นที่ ชาด เอธิโอเปีย มาลี และซูดานใต้
โรคชนิดนี้แพร่ระบาดไปยังผู้ที่ดื่มน้ำ
ที่มีเชื้อโรคฝังตัวอยู่ในหมัดน้ำสกุล Cyclops
ที่มีตัวอ่อนของหนอนกินี (Dracunculus medinensis) 

หนึ่งปีหลังจากที่คนดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนตัวหนอนชนิดนี้
หนอนตัวยาวเหมือนเส้นสปาเกตตีขนาด 2 ถึง 3 ฟุต (0.6 ถึง 1 เมตร) 
จะปะทุโผล่ออกมาจากบริเวณที่ผุพองของผิวหนังคน
ส่วนมากพวกมันมักจะอยู่ในบริเวณด้านล่างของขาคน
ตามข้อมูลขององค์กรอนามัยโลก World Health Organization

เพื่อลดอาการเจ็บปวดและความรู้สึกที่เหมือนไฟไหม้
จากตัวหนอนที่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง
เพราะมันพยายามจะระเบิดตัว/โผล่ตัวขึ้นมา
เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายมักจะหาน้ำมาล่อมัน
เพื่อให้ตัวหนอนได้โผล่หัวออกมา
มันจะได้ปลดปล่อยลูกของมันลงในน้ำ
เพื่อเป็นการเริ่มต้นวัฏจักรชีวิตของพวกมันใหม่อีกครั้ง 

ผลการศึกษาเรื่องนี้จะตีพิมพ์ในวารสาร
Journal of Dracunculiasis  https://goo.gl/E2e5Rx
โรค Dracunculiasis ได้พบเห็นเป็นครั้งแรก
จากภาพวาดของนักบุญ Roch ในศตวรรษที่ 15 
ที่จัดแสดงไว้ที่ Pinacoteca di Brera  https://goo.gl/FlSqXW
ตั้งอยู่ที่มิลาน อิตาลี  (มีภาพงดงามแสดงจำนวนมาก)






ที่มา  https://goo.gl/heDWT8




งานศิลป์ชิ้นนี้เป็นภาพวาดแบบโกธิคที่หายาก
ในปลายยุคของนครรัฐ Puglia
แสดงให้เห็นถึง St. Roch 
นักบุญชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 14 
ผู้ได้รับการกล่าวขานยกย่องกันว่า
ได้ช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายที่เป็นไข้กาฬโรค
และท่านก็ติดเชื้อโรคกาฬโรคด้วยเช่นกัน
 
" แท้ที่จริงแล้ว St. Roch ได้แสดงอาการโรค(หนอนกินี) นี้ที่ต้นขา "  

ภาพวาดของจิตรกรนิรนาม
ใน Bari เมืองท่าของนครรัฐ Puglia ในอดีต
ภาพ St. Roch ที่มีผมและเคราหยักศกสีทอง
มีอาการบวมที่ต้นขาด้านซ้าย
หลังจากที่ถลกชุดคลุมเท้าออกมา

" อย่างไรก็ตามภาพเขียนชิ้นนี้
ได้เพิ่มรายละเอียดที่สมจริงสมจังมากขึ้น
มีเส้นใยสีขาวบาง ๆ โผล่ออกมาจากบาดแผล
และเส้นใยสีขาวนั้นยาวเกือบถึงเข่า "

Raffaele Gaeta นักพยาธิโบราณวิทยา 
University of Pisa  ให้สัมภาษณ์กัย  Live Science



เขาได้ตั้งข้อสังเกตว่า
นักประวัติศาสตร์ศิลป์มักจะระบุองค์ประกอบภาพนี้ไม่ถูกต้อง
โดยมักจะอธิบายว่าเป็น น้ำหนองที่ไหลออกมาจากบาดแผลที่ติดเชื้อ 

" เราเชื่อว่า จิตรกรผู้นี้ได้อธิบายถึงกรณีที่เป็นโรคสมัยโบราณ
คือ  โรค Dracunculiasis ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากพยาธิปรสิตตัวจิ๋ว
โรค Dracunculus medinensis  ก็เป็นที่รู้จักกันดีในสมัยโบราณ" 
Raffaele Gaeta, Fabrizio Bruschi และ Valentina Giuffra 
ได้ร่วมกันเขียนไว้ในผลการศึกษาของพวกท่าน

โรค Dracunculiasis เข้าสู่ร่างกายมนุษย์นับเป็นพัน ๆ ปีแล้ว
ตามคริสตธรรมคัมภีร์ไบเบิลฉบับเก่าย้อนหลังไปถึง 1450 ก่อนคริสตศักราช
ทั้งยังมีการกล่างถึง หนอนในการแพทย์ของอียิปต์ 
Ebers Papyrus มีการเขียนไว้ในช่วง 1550 ก่อนคริสตศักราช
ด้วยการแนะนำวิธีดึงตัวหนอนออกจากร่างกาย
โดยการพันตัวมันไปมารอบ ๆ กับแท่งไม้
และวิธีการดังกล่าวก็ยังใช้กันอยู่จนทุกวันนี้
ตามรายงานอ้างอิงของ Carter Center  
https://www.cartercenter.org/


ที่มา  https://goo.gl/sBHhO3



ทั้งนี้ยังมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมในยุคอียิปต์โบราณ
เรื่องการมีอยู่ของหนอนที่ค้นพบในช่วงปี 1970
เพราะพบหนอนกินีขดอยู่เป็นก้อน
ในช่องท้องของมัมมีอายุกว่า 3,000 ปี

Raffaele Gaeta นักพยาธิโบราณวิทยา 
เชื่อว่าในคัมภีร์ไบเบิ้ลที่ระบุว่า
งูพิษไฟ ที่โจมตีชาวอิสราเอล
ที่อพยพหนีออกจากอียิปต์อาจจะเป็นหนอนกินี
เพราะมีการติดเชื้อเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย
ในแถบตะวันออกกลางในช่วงที่พวกยิวอพยพ
แม้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ก็ยังมีการระบาดอยู่


" หนอนนี้ไม่ได้ฆ่าคน
แต่จะทำให้เหยื่อทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส
พยาธิปรสิตที่มีฉายาว่า งูพิษไฟ
เพราะมันทำให้เกิดอาการเจ็บปวดมาก
เหมือนไฟที่เผาไหม้ผ่านชั้นผิวหนังขึ้นมา " 



ที่มา https://goo.gl/FMALWJ




แม้ว่าโรคชนิดนี้จะไม่มีการจดบันทึกไว้ในอิตาลีสมัยก่อน
แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่า จิตรกรนิรนามรายนี้
ได้สังเกตเห็นหนอนนี้ในบาดแผลของผู้เคราะห์ร้าย
ที่เป็นนักเดินทางบางรายที่เดินทางมาถึง Bari
ท่าเรือที่สำคัญสำหรับผู้ที่จะเดินทางไป
ทางทิศตะวันออกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซีเรียและปาเลสไตน์

" หลังจากนั้นจิตรกรนิรนาม 
ก็เขียนเส้นใยสีขาวยาวและบาง ๆ 
ที่โผล่ออกมาจากขาผู้เคราะห์ร้าย
ทำให้เห็นชัดเป็นข้อสังเกตที่สมจริงที่สุด " 
Raffaele Gaeta ให้ข้อสังเกต


" ผลงานวิจัยชิ้นนี้ได้ให้ความสำคัญกับ
การป้องกันโรคติดเชื้อ/โรคระบาด
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในโลกยุคใหม่

ผมคิดว่า มันค่อนข้างมีเสน่ห์
กับการที่จิตรกรได้ให้สมมุติฐานในภาพว่า
โรคนี้เป็นโรคเฉพาะถิ่น (ไม่แพร่หลายทั่วไป)
มาจากคนบางคนที่มาถึง Bari
มาจากภูมิภาคแห่งอื่น
ที่ไม่ใช่ในคาบสมุทรอิตาลี " 

Francesco Galassi นักพยาธิวิทยาโบราณ 
Zurich University's Institute of Evolutionary Medicine
ให้สัมภาษณ์ Live Science


2007 ประธานาธิบดี Jimmy Carter ขณะพยายามปลอบโยน Ruhama Issah
เด็กหญิงวัย 6 ขวบจากกาน่า ที่มีหนอนกินีฝังตัวอยู่ในขา
กาน่า  รายงานว่า พบหนอนกินีตัวสุดท้ายในปีค.ศ.2010

Jimmy Carter: I Want the 'Last Guinea Worm to Die Before I Do'  Credit: The Carter Center | L. Gubb




ผลมาจากการรณรงค์มากว่า 30 ปี
ที่นำโดย Carter Center
องค์กรการกุศลเพื่อคุณภาพชีวิตชาวโลก
ที่มีอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
Jimmy Carter เป็นผู้ก่อตั้งองค์กรนี้

โรค Dracunculiasis น่าจะเป็นลำดับที่ 2
ของโรคติดต่อ/โรคระบาดรองจากไข้ทรพิษ
ที่ถูกกำจัดไปเกือบหมดแล้วในประวัติศาสตร์โลก
และน่าจะเป็นโรคพยาธิตัวแรกของโลก
ที่ถูกกำจัดออกไปโดยไม่ต้องใช้ยาหรือวัคซีน

ในปีค.ศ.2016  ตามรายงานขององค์กรอนามัยโลก WHO 
มีผู้ป่วยจากโรคพยาธิ/หนอนกินีเพียง 25 รายทั่วโลก
ลดลงจากผู้ป่วยที่ประมาณการว่ามีถึง 3.5 ล้านรายในปีค.ศ.1986


เรียบเรียง/ที่มา


https://goo.gl/cyJWbf

 

 


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ธรรมพยนต์ วันที่ : 21/03/2017 เวลา : 05.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/speechthai

เห็นแล้วน่ากลัวจริงๆ หมดไปจากโลกได้เป็นดีที่สุด...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน