*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 842
  • จำนวนผู้ชม : 1916625
  • จำนวนผู้โหวต : 458
  • ส่ง msg :
  • โหวต 458 คน
<< กันยายน 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน 2560
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 665 , 20:09:55 น.  
หมวด : ต่างจังหวัด

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

ข้อตกลงเบื้องต้น

สำหรับการเขียนเรื่องนี้ขอเขียนแบบกึ่งเรื่องสั้น
เพราะเอกสารบางส่วนหายไปกับน้ำหลายปีก่อน
รวมทั้งเหตุการณ์ก็ผ่านมาเนิ่นนานมากแล้วเช่นกัน






ที่ตรงชายแดนปาดังเบซาร์ มีศาลเจ้าแป๊ะกง 
ที่เป็นศาลเจ้าจีนอเนกประสงค์ของคนที่นั่น 
งานศพ งานแต่งงาน มักจะจัดกันที่นั่น 
แบบ First Come First Serve 
เพราะจริง ๆ แล้ว ตามประเพณีคนจีน
ฤกษ์แต่งงานกับฤกษ์ออกศพ
จะถือว่าเป็นเรื่องมงคลเหมือนกัน
ให้ลองสังเกตได้จากวันมงคลสมรส
กับวันออกศพของคนจีนมักจะตรงกับวันเดียวกัน


ที่ดินผืนใหญ่ที่ถัดจากศาลเจ้าแป๊ะกง
เป็นที่ดินแปลงใหญ่พอสมควร เป็นที่ No Man's Land
คือ ที่ดินที่ยังไม่ชัดเจนว่า เป็นดินแดนของไทยหรือของมาเลย์ 
อยู่ถัดจากรางรถไฟสายหาดใหญ่ ปาดังเบซาร์ 
ค่อนมาทางฝั่งปาดังเบซาร์ฝั่งไทยในยุคนั้น
มีนายทุนใจกล้าเข้าไปลงทุนปลูกห้องแถวชั้นเดียว
แล้วปล่อยให้คนเช่าร้อยกว่าหลังคาเรือน 
รวมกับพวกบุกรุกล่วงหน้าไปแล้วส่วนหนึ่ง 
คาดว่ามีไม่น้อยกว่า 5,000 คนในบริเวณ No Main Land ยุคนั้น 
สถานที่นี้จึงเป็นแหล่งซ่องสุมสินค้าหนีภาษี บ่อนการพนัน ฯลฯ 
เพราะการจับกุมคนร้าย/ผู้ต้องหาภายใน No Main Land 
ตัองใช้ตำรวจสองชาติสนธิกำลังเข้าจับกุมพร้อมกัน 
และต้องตกลงกันก่อนล่วงหน้าว่าจะฟ้องที่ชาติไหน 
เลยมักจะเกี่ยงกัน ไม่มีใครอยากเป็นเจ้าภาพเรื่องแบบนี้
คนทำผิดกฎหมายเลยอยู่กันอย่างสบาย ๆ ในพื้นที่นั้น




ตำบลปาดังเบซาร์เดิมเป็นหมู่บ้านขนาดย่อม
มีประชากรแจ้งในทะเบียนราษฏร์ไม่เกินกว่า 10,000 คน
แต่ที่ไม่แจ้งย้ายทะเบียนราษฏร์มีไม่ต่ำกว่า 20,000  คนขึ้นไป
ตอนที่ ตำบลปาดังเบซาร์จัดตั้งขึ้นมานั้น
มีการแยกหมู่บ้านและพื้นที่ออกมาจากตำบลเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว
ตั้งเป็นตำบลใหม่อีกแห่งหนึ่ง  โดยมีการแบ่งเนื้อที่เขตปกครองมาจาก
ตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

ที่ดินเกือบทั้งหมดในตำบลปาดังเบซาร์ 
เป็นที่ดินราชพัศดุกว่า 20,000 ไร่ 
ที่มีเอกสารสิทธิ์มีน้อยมากไม่ถึง 10% ในตอนแรก 
คนส่วนใหญ่จึงเช่าที่หลวงกับบุกรุกที่หลวง 
แบบมือใครยาวสาวได้สาวเอาในยุคแรก ๆ กับยุคต่อมา

เรื่องที่ Amazing มากที่สุดคือ Padang Besar 
เรียกชื่อไทยกับสะกดชื่ออังกฤษแบบเดียวกับมาเลย์
ในฝั่งมาเลย์ Padang Besar อยู่ในเขต กะงะ Kanga รัฐปะลิศ 
คนไทยมักจะอ่านผิดว่า คันกา หรือ คังก้า
หนังสือราชการจึงต้องระบุให้ชัดเจนว่า ฝั่งไทย หรือ ฝั่งมาเลย์ 
Padang คือ ที่ราบ Besar คือ กว้างใหญ่




วันเสียดินแดนครั้งแรก

วันนั้นคนไทยมุสลิมมาจากปัตตานี 
ที่นี่มีคนปัตตานีมาทำมาหากินที่ปาดังเบซาร์จำนวนมาก 
จนกระทั่งมีแท็กซี่สายปัตตานี-ปาดังเบซาร์ 
มีรถแท็กซี่วิ่งไปกลับทุกวัน ๆ ละเที่ยว 

คนปัตตานีคนนั้น ขุดหลุมในที่ No Man's Land จะทำส้วม 
ขุดไปเจอไม้หลักทาสีเขียวเป็นไม้เนื้อแข็งฝังอยู่ในดิน 
มีผู้รู้บอกว่าเป็นหลักเขตสมัยรัชกาลที่ 5 ตอนปักปันดินแดน
ระหว่างสยามรัฐกับอังกฤษยุคล่าอาณานิคมปกครองมาเลย์
พอทราบเรื่องนี้  ทั้งทางการมาเลย์กับไทยต่างเข้าไปดูเสาต้นนี้กันมากในช่วงนั้น
จำได้ผมเคยถ่ายภาพเสาต้นนี้ไว้  แต่น้ำท่วมพัดพาภาพไปพร้อมกับฟิล์มด้วย

ต่อมา เพียงระยะเวลาปีเศษ 
มาเลย์เริ่มรังวัดปักปันดินแดนใหม่ 
ศาลเจ้าแป๊ะกง จึงตกอยู่ในเขตมาเลย์ 
คนไทยเชื้อสายจีนกับคนจีนมาเลย์ในพื้นที่จึงโวยวาย 
เพราะเวลาจะทำพิธีจะยุ่งยากมาก  

ศาลเจ้าแป๊ะกงอยู่ภายในรั้วลวดหนาม
ผมยังจำภาพศาลเจ้าแป๊ะกงมีรั้วลวดหนามกั้นไว้ว่าเป็นของมาเลย์ 
จนต้องมีมือดี แอบเจาะทำช่องคนเดินรอดเข้าออกไปไหว้แป๊ะกง 
เพราะศาลเจ้าแป๊ะกง ในด้านฝั่งไทยติดกับถนนใหญ่ 
ถ้ามาจากฝั่งมาเลย์ต้องเดินมาตามทางรถไฟ 
เรียกว่า การจะเข้าออกศาลเจ้าแป๊ะกงทุลักทุเลมากในช่วงนั้น

ผมยังจำได้ว่า  เคยถามคนปาดังเบซาร์ว่า
ทำไมเอางิ้วจีนมาเล่นที่ศาลเจ้าแป๊ะกงทุกปี
ในวันเฉลิมฉลองวันเกิดของแป๊ะกง
ผมฟังก็ไม่ออก ฟังก็ไม่รู้เรื่องเพราะเล่นเป็นภาษาจีน
มีคนท้องถิ่นเฉลยให้ผมฟังว่า  
เขาเล่นให้แป๊ะกงดู  ไม่ใช่เล่นให้เธอดู
ทำเอาผมเงิบไปเลยพูดไม่ออกอีกเลย




ในเขตปาดังเบซาร์ ในรัฐนี้เป็นเขตของพรรคบาธ พรรคฝ่ายค้านมาเลย์ 
ทึ่นิยมการใช้หลักศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัดในการบังคับกับคนมุสลิม
เช่น หยุดงานวันศุกร์ ห้ามคนมุสลิมกินเหล้า (คนศาสนาอื่นไม่เกี่ยว) 
คนมุสลิมต้องแต่งตัวรัดกุมตามหลักศาสนา 
ต้องไปมัศยิศทุกวันและโดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกวันศุกร์ ถ้าไม่ทำจะมีโทษปรับ 
แต่ถ้าทำผิดโทษหนักผิดหลักศาสนาอิสลามจะเฆี่ยนก่อนติดคุก 
มีเพียง 4 รัฐในมาเลย์ที่หยุดงานวันศุกร์จาก 13 รัฐ กับอีก 3 ดินแดน
นักการเมืองไทยบางคนชอบพูดคลุมเครือ
จนฟังแล้วดูเหมือนว่า  มาเลย์หยุดวันศุกร์ทั้งประเทศ

ในมาเลย์มีหลายรัฐมากในตอนนี้
ที่ใช้วิธีการที่แยบยลมากในการปิดกิจการเกี่ยวกับเรื่องหมู
หรือเรียกกันว่า Babi (บาบี้) แต่ถ้าสนิทกันมักจะล้อกันเล่นว่า เบฟ
ด้วยวิธีการค่อย ๆ Terminate  หรือ บอนไซธุรกิจเกี่ยวกับหมู
โดยวิธีการยกเลิกใบอนุญาตทันที  กรณีที่ทำผิดกฎหมายมาเลย์
หรือใช้วิธีค่อย ๆ ปิดกิจการใบอนุญาตผู้ค้าขายสุกร
เช่น คนทำหมูสามชั้น หรือหมูย่าง หรือผู้เลี้ยงหมูรายย่อย ในมาเลย์
ถ้าเจ้าของใบอนุญาตเสียชีวิตลง
ก็จะไม่ต่อใบอนุญาตฉบับใหม่ให้กับลูกหลานคนตายอีก
เรียกว่าต้องเปลี่ยนไปขายอาหารอย่างอื่นที่ไม่มีหมูเป็นตัวชูโรง

ธุรกิจร้านอาหารประเภทหมูสามชั้น  หมูย่าง 
หรือฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดย่อม จึงเริ่มหายากในมาเลย์
รวมทั้งจะไม่มีการอนุมัติใบอนุญาตฉบับใหม่ที่เกี่ยวกับสุกร
โดยเริ่มขยายแนวคิดนี้ในหลายรัฐของมาเลย์แล้ว
เรียกว่าอีกหน่อยการจะหาหมูกินในมาเลย์
จัดว่าเป็นอาหารหายากและเป็นลาภปากยิ่งนัก




ส่วนที่ No Man's Land พอมาเลย์ปักปันเขตเรียบร้อยแล้ว 
มาเลย์ได้นำรถแบคโฮวเข้าไปรื้อถอนบ้านที่ปลูกอยู่ข้างในทั้งหมด 
โดยใช้ Combat ถือปืนกลมายืนคุมการทำงานของรถแบคโฮว
Combat มาเลย์คล้ายตำรวจตระเวณชายแดนไทย 
แต่ของมาเลย์จะเป็นแบบ 2 In 1 คือ เป็นทั้งทหารและตำรวจ 
ขอบเขตอำนาจหน้าที่มากกว่าตำรวจทั่วไป

ผมจำได้ว่า ผมยังไปยืนดูการรื้อถอนตรงฝั่งไทย 
และภายในที่ No Man's Land ก็ไม่มีใครกล้าดื้อแพ่ง 
เพราะที่นั่นกฎหมายแรง ทำจริง ยิงจริง แบบทำตามกฎหมายชัดเจนมาก
ทำให้คนมาเลย์มาเที่ยวไทยเหมือนคนปล่อยออกจากเรือนจำ
เพราะที่นั่นกฎหมายแรง เช่น ขับรถเร็วเกินไป หรือ ขับรถย้อนศร ไม่ข้ามทางม้าลาย 
ถ้าเกิดถูกรถชนตายจะตายฟรี กับต้องจ่ายค่าซ่อมรถยนต์ให้คนขับรถยนต์ที่ถูกกฎหมายด้วย




ปัญหาศาลเจ้าแป๊ะกง

 
มึการเจรจากันในระดับทวิภาคีไทย-มาเลย์ 
ได้ข้อตกลงร่วมกันคือ แลกดินแดนขนาดพื้นที่เท่ากัน 
มาเลย์ยอมให้ศาลเจ้าแป๊ะกงกับพื้นที่บางส่วนเป็นของฝั่งไทย 
แล้วมาเลย์จัดการรื้อลวดหนามเดิมออกทั้งหมด 
แล้วล้อมรั้วลวดหนามปิดกั้นเฉพาะฝั่งมาเลย์ไว้ 

ส่วนไทยยอมแลกดินแดนขนาดพื้นที่เท่ากัน
ตรงด่านวังประจัน ที่อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ที่ตั้งด่านมาเลย์ในทุกวันนี้
เลยเรื่องนี้ต่างจบกันแบบ Win Win ทั้งสองฝ่าย 
แต่มีคนไม่รู้เบื้องหลังเรื่องนี้ บอกไทยเสียดินแดนที่สตูลสมัย Big จิ๋ว 
เพราะตลาดนัดที่ชาวบ้านทั้งสองฝั่งมาค้าขายกันในทุกวันเสาร์อาทิตย์
แต่เดิมเคยค้าขายตรงจุดเดิมใกล้กับด่านมาเลย์ปัจจุบัน
คนไทยถูกไล่ที่ ให้ถอยร่นเข้ามาฝั่งไทยไกลจากจุดเดิมมาก




อนึ่งตรงด่านวังปะจัน ถ้าขับรถผ่านมาเลย์
จะเข้ามาฝั่งไทยได้ที่ปาดังเบซาร์ราว 30 กิโลเมตร 
มาที่หาดใหญ่อีก 60 กิโลเมตร ย่นระยะทางกว่า 70 กิโลเมตร
แต่ถ้ามาจากสตูลมาหาดใหญ่ร่วม 100 กิโลเมตร 
และจากหาดใหญ่ไปปาดังเบซาร์อีก 60 กิโลเมตร
รวมระยะทางวิ่งกว่า 160 กิโลเมตร

ตรงวังปะจัน อำเภอควนโดน  
มีเทือกเขาสูง มีทะเลบัน เป็นหลุมขนาดใหญ่มาก
เพราะดินยุบตัวลงไปจนเป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ 
แต่ถ้าปีนข้ามเขาสูง จะลงมาที่น้ำตกโตนงาช้าง อำเภอหาดใหญ่ 
พวกอำเภอกับป่าไม้เคยชวนผมไปปีนข้ามอำเภอกัน 
แต่ผมปอดแหกเพราะรู้ว่าเทือกเขาสูงชัน 
ทั้งยังมีสัตว์ดุร้ายและมีพืชกับสัตว์มีพิษจำนวนมาก 
เลยสบายกว่ากันเยอะเลย  อยู่เฉย ๆ ดีกว่า




ในระดับท้องถิ่นไทยกับมาเลย์ 
มีปัญหาข้อพิพาทชายแดนกระทบกระทั่งกันน้อยที่สุด 
เมื่อเทียบกับชายแดนอื่น ๆ ที่ติดต่อกับประเทศไทย
เพราะเคยมีหลายครั้งแล้ว  ที่คนไทยหลงลืมพกอาวุธปืนเข้ามาเลย์ 
ตามกฎหมายมาเลย์มีโทษประหารชีวิตสถานเดียวไม่มีการอภัยโทษ
แต่พวกข้าราชการไทยกับมาเลย์ในระดับสูง มักจะคุยกันได้ 
แล้วไทยมักจะขอส่งตัวผู้ต้องหาคนไทยกลับมาไทยแบบเป็นอันรู้กัน 
แต่บางทีมาเลย์ก็ยึดอาวุธไว้ บางทีก็ไม่ยึดแล้วแต่มาเลย์ 

เพราะเคยมีคนไทยขับรถลึกเข้าไปในฝั่งมาเลย์
ตามเส้นทางลัดที่ชาวบ้านใช้งานกัน
แบบไม่ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาเลย์
ถูกทางมาเลย์สอบถามก็บอกว่าเป็น Officer หรือ Public Servant
ทางมาเลย์ก็บอกว่า มาไม่ได้เส้นทางนี้ 
แล้วให้กลับรถยนต์เพื่อไล่กลับฝั่งไทย
แบบไม่อยากจับกุมเพราะเป็นความผิดเล็กน้อย
กับรู้ว่าจับไปเดี๋ยวก็ต้องปล่อยอีกเสียเวลาจับ
เพราะคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนกัน

ส่วนชาวบ้านก็ไปมาหาสู่กันตามปกติ
เพราะเวลามีงานเลี้ยงในปาดังเบซาร์ 
สมัยก่อนด่านไทยปิด 6 โมงเย็น ด่านมาเลย์ปิด 5 โมงเย็น 
รถยนต์จึงวิ่งเข้าออกระหว่างสองประเทศไม่ได้แล้ว 
เพราะเวลามาเลย์เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง 

แต่เวลามีงานเลี้ยงแต่งงาน งานศพ งานมหกรรมต่าง ๆ
ชาวบ้านจะเดินมางานที่ฝั่งไทยหรือมาเลย์ 
โดยจะเดินไปกลับจนกว่างานจะเลิกโดยปริยาย 
แต่ทุกคนต้องเดินมาตามเส้นทางรถไฟหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์
ทางตำรวจทั้งสองฝั่งก็ไม่ว่าอะไรจะอนุโลมให้ 
ถ้าบอกมางาน แต่ถ้าวันธรรมดาจะไม่อนุญาต
เพราะเกี่ยวกับกฎระเบียบความมั่นคงส่วนหนึ่ง




ที่มีปัญหาเลึ้ยงโจร คือ นักการเมืองทั้งสองฝั่ง 
เพราะเลี้ยงโจรไว้คุมฐานเสียงกับข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม 
มีการประมาณการว่า มีคนไทยสองสัญชาติไม่น้อยกว่า 400,000 คน
เรียกว่ามีทั้งคนไทยพุทธ แต่ไทยมุสลิมมีมากกว่า
การมีสองสัญชาติ คือ ถือสัญชาติไทยกับสัญชาติมาเลย์
ทำให้เดินทางเข้าออกระหว่างทั้งสองประเทศสะดวกสบายมาก
แบบปลาสองน้ำที่ว่ายไปมาระหว่างน้ำสองประเภทได้

คนสองสัญชาติ  ทำให้มีผลได้เสียกันมากเวลาเลือกตั้ง 
เพราะนักการเมืองต้องการคะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุด
การชนะรับเลือกตั้งมักจะชี้ขาดตรงเสียงจัดตั้งว่าใครมีมากกว่าใคร
รวมทั้งการส่งคนสองสัญชาติกระจายไปลงคะแนนเสียงในแต่ละรัฐ/จังหวัด
ทั้งนี้เพราะการมีผลประโยชน์ร่วมกันของนักการเมืองทั้งสองฝั่ง 
เลยต่างฝ่ายต่างไม่ยอมสรุปเรื่องนี้หรือเปิดการเจรจาทวิภาคี 
ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ในเรื่องให้คนไทยถือเพียงสัญชาติเดียว




ส่วนการแลกดินแดนอีกแห่งคือ  การซ่อมบำรุงทางรถไฟ 
สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ คือชื่อฝั่งมาเลย์  แต่ชื่อสถานีสอง ที่ฝั่งไทย 
ในการซ่อมบำรุงทางรถไฟ  ช่างมาเลย์จะข้ามเข้ามาในเขตแดนไทยร่วม 10 กิโลเมตร 
ส่วนที่สถานีสุไหงโก-ลค  ช่างฝั่งไทยจะข้ามเข้าไปในเขตแดนมาเลย์ร่วม 10 กิโลเมตรเช่นกัน 
ทั้งนี้ต้องทำงานภายในบริเวณเขตรางรถไฟ 
ไม่ใช่เพ่นพล่านไปบริเวณอื่น ๆ
ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุงทางรถไฟ 
ทั้งนี้เป็นข้อตกลงร่วมกันทั้งสองฝั่งนานมากแล้ว

ในที่ฝั่งไทยบริเวณที่ดินรถไฟจะวัดออกจากรางซ้ายขวาข้างละ 40 เมตร
ตามกฎหมายที่ตราไว้ตั้งแต่สมัยพระปิยะมหาราชช่วงตั้งกิจการรถไฟ และมีวิศวกรอังกฤษเป็นแกนนำกับที่ปรึกษา
เลยรถไฟมีพื้นที่สองข้างทางว่างมาก  ทำให้ชาวบ้านบุกรุกทำประโยชน์สองข้างทางรถไฟจนทุกวันนี้



เขียนขึ้นจากความทรงจำเก่า ๆ
ก่อนที่จะเลือนหายไปเหมือนรถไฟใช้หัวรถจักรไอน้ำ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ravio วันที่ : 15/09/2017 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ravio


ขอบคุณครับ ไปแก้ไขแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ravio ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อดุลย์ วันที่ : 15/09/2017 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

น่าสนใจมากครับ

แต่คำว่า No Main Land อาจจะยังคลาดเคลื่อน
ที่ถูกต้อง น่าจะเป็น No Man's Land

ขอบคุณ คุณ ravio
ที่นำเรื่องน่ารู้มาเล่าให้ฟังครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน