*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 970
  • จำนวนผู้ชม : 2033959
  • จำนวนผู้โหวต : 474
  • ส่ง msg :
  • โหวต 474 คน
<< มกราคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 8 มกราคม 2561
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 1158 , 22:01:06 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อดุลย์ , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

 
แมงกะพรุนสิงโต


แมงกะพรุนพิษที่มักจะทำให้คนวิตกกังวล
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของพวกมันแต่อย่างใด
เพราะมีแมงกะพรุนที่มีพิษมากที่สุดสายพันธุ์หนึ่งมีขนาดเล็กที่สุด 
คือ Irukandji อิรุคันจิ

 
Irukandji



แต่ยังมีแมงกะพรุนอีก2 ชนิดที่มีพิษมาก
และมีความโดดเด่นเพราะมีขนาดใหญ่มาก
ทั้งยังมีหนวดที่ยาวมากด้วยเช่นกัน

แมงกะพรุนสิงโต  Cyanea capillata

แมงกะพรุนสายพันธุ์นี้พบได้ในที่หนาวเย็น 
เข่น มหาสมุทรอาร์กติก มหาสมุทรแปซิฟิค
บริเวณทะเลเหนือและทะเลไอร์แลนด์  
และชายฝั่งทะเลทวีปออสเตรเลียตอนใต้
โดยทั่วไปที่ระดับความลึกต่ำกว่า 20 เมตร

 
แมงกะพรุนสิงโต



บางครั้ง อาจจะพบแมงกะพรุนสิงโตรวมกันเป็นฝูงใหญ่
ทั้งนี้อาจจะเป็นผลมาจากพายุและกระแสน้ำที่มาปะทะกัน
ขนาดของแมงกะพรุนชนิดนี้มักจะโตกว่า 2 เมตร (6 ฟุต 7 นิ้ว) 
มีเส้นผ่าศูนย์กลางรูประฆังและมีหนวดยาว 30 เมตร (100 ฟุต) (น้ำหนักไม่แน่ชัด)
แมงกะพรุนสิงโตมักจะมีขนาดใหญ่ที่สุดตอนสิ้นฤดูร้อนในแต่ละปี  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

หนวดแมงกะพรุนจะมีการจัดเรียงไว้ในรูป 8 ช่อ
แต่ละข่อมีหนวดยาวมากกว่า 100 เส้น
และหนวดแต่ละเส้นเต็มไปด้วยตุ่มพิษนับล้านเซลล์
ซึ่งมีไว้เพื่อจับแพลงก์ตอน ปลาขนาดเล็ก และแมงกะพรุนจาน

พวกมันจะฟาดใส่เหยื่ออย่างรุนแรงมาก
ถ้าถูกร่างกายมนุษย์แล้ว  ตุ่มพิษจะสามารถสร้างความเจ็บปวด
บาดแผลระคายเคืองและทำให้กล้ามเนื้อเป็นตะคริว
และอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบทางเดินหายใจและหัวใจได้
หนวดแมงกะพรุนที่ฟาดถูกจะคล้ายกับรอยเชือก/รอยแส้ฟาดใส่
ทิ้งร่องรอยการฟาดใส่ศัตรูอย่างเห็นได้ชัดเจน
แต่สายพันธุ์นี้ส่วนใหญ่มักจะอาศัยอยู่ในน่านน้ำที่หนาวเย็นมาก
จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบพวกมันได้บ่อยครั้ง




แมงกะพรุนโนมูระ Nemopilema nomurai

 
แมงกะพรุนโนมูระ



แมงกะพรุนโนบูระมักจะอาศัยอยู่ระหว่างทะเลจีนกับทะเลญี่ปุ่น
ส่วนมากมักจะเป็นทะเลเหลืองและทะเลจีนตะวันออก
และสามารถเติบโตได้เกือบเท่ากับขนาดแมงกะพรุนสิงโต
มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เมตร (6 ฟุต 7 นิ้ว) 
และมีน้ำหนักมากกว่า 220 กก. (450 ปอนด์)

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาแมงกะพรุนโนมูระได้บุกเข้าฝั่งญี่ปุ่นเป็นครั้งคราว 
ในพื้นที่บางแห่งมีการรายงานความหนาแน่นของแมงกะพรุนนี้มากกว่าปกติถึง 100 เท่า
การแพร่กระจายจำนวนมากอย่างฉับพลันเคยเกิดขึ้นในปี 1958  และ 1995

นับเป็นเรื่องยากมากที่จะกำจัดแมงกะพรุนยักษ์เหล่านี้ได้
เพราะเมื่อใดก็ตามที่พวกมันรู้สึกว่าถูกโจมตีหรือถูกคุกคาม
แมงกะพรุนโนมูระจะปล่อยอสุจิหรือออกไข่จำนวนนับพันล้านฟอง
ซึ่งจะผสมพันธุ์และลอยไปติดกับปะการังหรือก้อนหินในทะเลได้
และเมื่อสภาพแวดล้อมธรรมชาติอำนวย
พวกมันก็จะเติบโตเป็นแมงกะพรุนจำนวนมากมายมหาศาล
มีบางแห่งระบุว่าไข่ของแมงกะพรุนรอการฟักตัวได้นานนับ 10 ปี
แต่แมงกะพรุนขนาดเล็กก็ยังเป็นห่วงโซ่อาหารประเภทหนึ่งเช่นกัน

เขื่อนสามโตรก  Three Gorges Dam บนแม่น้ำแยงซี
มีส่วนเพิ่มปริมาณฟอสฟอรัสและไนโตรเจนในน่านน้ำนอกประเทศจีน
และทำให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่เหมาะสำหรับแมงกะพรุนโนมูระ 
น่านน้ำแห่งนี้มีการเสริมสร้างคุณค่าสารอาหารให้กับแมงกะพรุ่นโนมูระมากขึ้น
เพราะผลสืบเนื่องมาจากการทำการเกษตรในประเทศจีนที่เพิ่มขึ้นจึงต้องใช้ปุ๋ยเคมีมากขึ้น
การพัฒนาท่าเรือของจีนยิ่งทำให้มีโครงสร้างขนาดใหญ่ใต้น้ำ
ซึ่งทำให้ตัวอ่อนโนมูระเข้าไปอาศัยและยึดเกาะตัวเองได้
ภาวะโลกร้อนมีส่วนทำให้น้ำร้อนขึ้นและกลายเป็นกรดมากขึ้น
และเหมาะสำหรับแมงกะพรุนเหล่านี้  และแมงกะพรุนชนิดอื่น ๆ
การทำการประมงของจีนที่มากเกินไป ก็มีส่วนทำลายผู้ล่าตัวอ่อนโนมูระด้วย

การโบยของแมงกะพรุนโนมูระนั้นเจ็บปวดมาก
แต่โดยทั่วไปไม่ร้ายแรงมากนัก มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง 8 รายเท่านั้น
แมงกะพรุนโนมูระได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ในญี่ปุ่น
จึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อหาทางต่อสู้กับพวกมัน 
ทำให้พวกมันถูกจับเป็นด้วยตาข่ายพิเศษและถูกทำลายเป็นจำนวนมาก
และนักวิจัยพยายามที่จะส่งเสริมให้พวกมันกลายเป็นแหล่งอาหารมนุษย์
ด้วยการขายแบบแห้งและแบบเค็ม เป็นส่วนผสมของขนมคุกกี้ เต้าหู้
และคอลลาเจนซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหนัง
ด้วยการสกัดสารคอลลาเจนจากลำตัวของแมงกะพรุน

 
แมงกะพรุนโนมูระ



อนึ่ง  กลุ่มสถาบันวิทยาศาสตร์ 15 แห่งจาก 8 ประเทศในยุโรป
ที่ประสานงานโดย GEOMAR Helmholtz Center for Ocean Research Kiel 
มีแนวคิดเชิงนวัตกรรมในโครงการ GoJelly ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป
ด้วยจำนวนเงินมากกว่า 6 ล้านยูโรในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาด้วยการใช้เงินทุนนี้อย่างสมเหตุสมผล 

" ในทวีปยุโรปเพียงที่เดียว มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์แมงกะพรุนจากอเมริกามากกว่าหนึ่งพันล้านตัน 
ในขณะที่เรามีแนวโน้มที่จะละเลยพวกแมงกะพรุนไป  ด้วยการใช้แนวทางแก้ไขปัญหาด้านอื่น ๆ แทน " 
Dr.Jamileh Javidpour จาก GEOMAR ผู้ริเริ่มและผู้ประสานงานของ GoJelly 

ลำดับแรก ยังมีงานขั้นพื้นฐานที่ต้องทำร่วมกันสำหรับพันธมิตรทั้งหมด 
กล่าวคือ วงจรชีวิตของแมงกะพรุนหลายชนิดแทบยังไม่ได้สำรวจ 
ดังนั้นจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะคาดเดาว่า
เมื่อใดและทำไมฝูงแมงกะพรุนขนาดใหญ่จะเกิดขึ้น 

" นี่คือ สิ่งที่เราต้องการเปลี่ยนแปลง 
เพื่อให้ฝูงแมงกะพรุนขนาดใหญ่
สามารถจับได้ก่อนพวกมันมาถึงชายฝั่ง" Dr.Jamileh Javidpour

ลำดับที่สอง  ที่กำลังดำเนินการในโครงการร่วมกัน
ตือการพยายามตอบคำถามเบื้องต้นของลำดับแรก
จะะทำอย่างไรกับการจับแมงกะพรุนเหล่านี้
แนวคิดอย่างหนึ่งคือ ใช้พวกมันกับภัยคุกคามที่มนุษย์สร้างขึ้น

" ผลการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า เมือกของแมงกะพรุนสามารถโยงยึด/จับ Microplastic 
ดังนั้น เราจึงต้องการที่จะทดสอบว่า Biofilters 
สามารถผลิตได้จากแมงกะพรุนได้  และ Biofilters เหล่านี้จะสามารถนำมาใช้
ในโรงงานบำบัดน้ำเสียหรือในโรงงานที่ผลิต Microplastic ได้ " ทีมนักวิจัย Gojelly

แมงกะพรุนยังสามารถใช้เป็นปุ๋ยเพื่อการเกษตรหรือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
" ปลาที่เลี้ยงในฟาร์มโดยปกติมักจะจับมาจากปลาธรรมชาติ 
ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ลดปริมาณการจับสัตว์น้ำลงได้ 
การใช้แมงกะพรุนเลี้ยงปลาในฟาร์มจะทำให้ธุรกิจประมงยั่งยืน
และยังช่วยรักษาปริมาณและจำนวนปลาในธรรมชาติได้ " ทีมนักวิจัย Gojelly

นักวิจัยยังคิดถึงผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับมนุษย์บริโภคด้วย
" ในบางวัฒนธรรม แมงกะพรุนอยู่ในเมนูอาหาร
ตราบเท่าที่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำไม่เป็นพิษกับผู้บริโภค
และจะทำให้ได้รับการยอมรับกันอย่างทั่วไปมากขึ้น
เรื่องที่สำคัญมากคือ แมงกะพรุนยังมีสารคอลลาเจน
ซึ่งเป็นสารที่ใช้กันมากในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง " Dr.Jamileh Javidpour

" ทั้งนี้นอกจาก GoJelly Project Office จะเป็นผู้ริเริ่มในเรื่องนี้
European Science Foundation (ESF) ยังได้มีส่วนช่วยเหลือสนับสนุน
ในด้านการประสานงานและอำนวยความสะดวกสร้างเครือข่ายร่วมกันระหว่าง
สถาบันการศึกษา โรงงานอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย และภาคประชาสังคม
โดยการให้ความช่วยเหลือแก่ SMEs ในการเข้าร่วมกับ GoJelly เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ร่วมกัน
นี่คือ วัตถุประสงค์ของการตลาดและการใช้ประโยชน์จากแมงกะพรุน
ESF จะเป็นแกนนำในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Blue Growth
(ธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรจากท้องทะเลให้ได้ประโยชน์สูงประหยัดสุดเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว)
Go Jelly จะใช้ศักยภาพของมหาสมุทร ทะเลและชายฝั่งทะเลของยุโรป
ผ่านเทคโนโลยีชีวภาพสีฟ้า Blue Biotechnologies
ด้วยแนวทางใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อมมากที่มากขึ้น " Dr.Cabezas

" แมงกะพรุนสามารถใช้ได้หลายอย่างมาก
เรามองเห็นโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จาก
สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่ลอยตัวอยู่ตรงหน้าบ้านเรา " Dr.Jamileh Javidpour


เรียบเรียง/ที่มา

https://goo.gl/rLYpMU
https://goo.gl/cgXzMD
https://goo.gl/hHyWvn
https://goo.gl/atFkPM





 
การวางไข่ Cotylorhiza tuberculata 

 
การวางไข่ Cotylorhiza tuberculata 

 
 
Phacellophora camtschatica

 
การวางไข่ Cotylorhiza tuberculata




เรื่องเล่าไร้สาระ

แถวภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน
ในบางช่วงจะมีแมงกะพรุนลอยตัวในทะเลจำนวนมาก
จะกลายเป็นมหกรรมชาวประมงต่างลอยเรือไปตักแมงกะพรุน
ถ้าขายเป็นตัวราคาระหว่าง 3-5 บาทแล้วแต่ขนาด/Demand
แต่ถ้ายังไม่ขายจะนำมาแปรรูปด้วยการผ่าตัวแมงกะพรุน
ทำการหมักด้วยเกลือ สารส้ม และโซเดียมไบคาร์บอเนต
เมื่อหมักได้ที่แล้วก็จะนำออกขายด้วยการชั่งเป็นกิโลกรัม
เคยไปดูชาวบ้านแห่งหนึ่งหมักแมงกะพรุนกันแบบง่าย ๆ และมีกลิ่นอบอวลไปหมด
ด้วยการใช้ผ้าใบกันน้ำปูขึ้นเป็นบ่อสี่เหลี่ยมในช่วงจับแมงกะพรุน
พร้อมกับทำหลังคาชั่วคราวคลุมกันฝนและน้ำค้าง
เพราะแมงกะพรุนมีเป็นช่วง ๆ บางปีแทบจะไม่มีเลย

แมงกะพรุน ชนิดที่รับประทานได้ คือ 
แมงกะพรุนหนัง (Rhopilema spp

 



Credit Boychon

1 แมงกะพรุนที่ดองเปลือกไม้ เช่น เปลือกต้นเข็ง(ต้นลูกหยี)  เปลือกต้นมะยม 
และอีกหลายอย่างที่มีรสฝาด สีแดง จุดประสงค์ เพื่อขับให้น้ำในตัวกะพรุนออกไป 
ยางในตัวเปลือกไม้จะรักษาเนื้อของกะพรุนไว้ไม่ให้เน่า แช่ใว้คืน2คืนก็กินได้แล้ว

2 แมงกะพรุนสีขาว ๆ ที่ใส่เย็นตาโฟ จะดองด้วยเกลือ สารส้ม และผงฟู   
กรรมวิธีการทำก็มีขั้นตอนยุ่งยากและเหนื่อยพอสมควร

3 แมงกะพรุนทั้งขาวและแดง คือชนิดเดียวกัน 
คือแมงกะพรุนหนัง และแมงกะพรุนจาน

ส่วนแมงกะพรุนไฟที่ผิวมีจุดแดง ๆ น้ำตาล ๆ เป็นจุด ๆ นั้นก็เอามาดองได้ 
แต่ไม่นิยมกันเพราะขั้นตอนสุดท้ายต้องมาเฉือนผิวที่เป็นจุดออกไป







 
ที่มา https://goo.gl/w2UGAh


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน