*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 959
  • จำนวนผู้ชม : 2019962
  • จำนวนผู้โหวต : 472
  • ส่ง msg :
  • โหวต 472 คน
<< กุมภาพันธ์ 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 1295 , 19:28:50 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 
การผสมพันธุ์ของนกสองพันธุ์ ระหว่างตัวผู้กับตัวเมียทำให้เกิดวงศ์ใหม่ Big Bird ตั้งชื่อโดยนักวิจัย
นกพันธุ์นี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นพันธุ์ใหม่ Big Bird  Credit: Copyright P. R. Grant



นี่เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์สามารถสังเกตเห็นวิวัฒนาการที่น่าตื่นเต้นได้ 
วิวัฒนาการของนกพันธุ์ใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ในป่าในแบบเห็นกันจะจะ
และใช้เวลาเพียง 2 ชั่วอายุของนกพันธุ์นี้
โดยในขณะนี้ได้มีการจัดลำดับจีโนม Genomic 
และการวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพ
ทำให้ได้รับการยืนยันว่าเป็นนกกระจิบพันธุ์ใหม่ของดาร์วิน Darwin's finch
ซึ่งมีถิ่นกำเนิดบนเกาะขนาดเล็กที่เรียกว่า Daphne Major ในหมู่เกาะ Galápagos
นักวิจัยผู้ค้นพบได้ตั้งชื่อเล่นพวกมันว่า Big Bird

มีนกกระจิบของดาร์วิน Darwin's finches มีอย่างน้อย 15 พันธุ์
ที่ได้รับการตั้งชื่อไว้เพราะความหลากหลายของพวกมัน
ทำให้ช่วยให้นักธรรมชาตินิยม Charles Darwin 
ผู้คิดค้นทฤษฎีวิวัฒนาการว่าเป็นการคัดสรรค์โดยธรรมชาติ
นั่นคือ การกลายพันธุ์จะสามารถช่วยให้พันธุ์นก
สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น
และจะถูกส่งผ่านไปยังรุ่นหลังภายในชั่วอายุนก

นกกระจิบมีถิ่นที่อยู่ในหมู่เกาะกาลาปาโกสของเอกวาดอร์และเกาะโคโคสคอสตาริกา 
พวกมันจะปรับตัวให้เข้ากับอาหารที่ชอบ : นกกระจิบ Warbler finches จิกกินแมลงด้วยคมปากที่เรียวบาง
ในขณะที่นกกระจิบ Ground finches  จิกกินเมล็ดพืชให้เปลือกแตกออกด้วยจงอยปากที่ทู่และแข็งแรง
นกกระจิบเป็นตัวอย่างในหนังสือเกี่ยวกับการปรับตัวตามธรรมชาติ
ซึ่งบรรพบุรุษเพียงตัวเดียวของพวกมัน ตอบสนองต่อแรงกดดันทางเลือกเพื่อให้อยู่รอด
ด้วยกรณีดังกล่าวนี้ - การหาอาหารได้ง่าย  ทำให้มีการกระจายออกเป็นหลายพันธุ์/หลายชนิด

Charles Darwin เป็นคนแรกที่ได้ตั้งสันนิษฐานเรื่องนี้ไว้
ในระหว่างการเดินทางของเรือรบ HMS Beagle ในช่วงปี 1831–36
โดยได้เขียนไว้ในสมุดบันทึกประจำวันว่า 
" มีนกตัวหนึ่งที่ไม่ธรรมดามาก
มีพฤติกรรมแปลกแยกแตกต่างไปจากนกจำพวกเดิม ๆ ในหมู่เกาะแห่งนี้
ทำให้เกิดมีการผสมพันธุ์หนึ่งขึ้นมาด้วยการจับคู่กัน
และปรับปรุงพันธุ์ใหม่ขึ้นมาให้แตกต่างออกไปในที่สุด " 
เกือบสองศตวรรษต่อมาความสงสัยระยะแรกของ Charles Darwin
จึงได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม

โดยนกกระจิบสองพันธุ์ที่ผสมพันธุ์กัน
ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าการผสมข้ามพันธุ์ Hybridisation species 
หรือนกพันธุ์ลูกผสมเพื่อสร้างพันธุ์/วงศ์ใหม่ขึ้นมา



นกกระจิบ Big Bird Finch พันธุ์ใหม่บนหมู่เกาะ Galapagos (© P. R. Grant)




ในระหว่างการเดินทางสำรวจบนเกาะ Daphne Major
Peter กับ B. Rosemary Grant นักชีววิทยา Princeton University
ได้สังเกตเห็นการปรากฏตัวของนกตัวผู้ ผู้บุกรุกที่ไม่ใช่นกพื้นเมือง 
Geospiza conirostris หรือรู้จักกันในชื่อว่า นกกระจิบกระบองเพชรขนาดใหญ่
และมีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะกาลาปากอสอื่น คือ Española Genovesa Darwin และ Wolf
นกชนิดนี้เป็นหนึ่งในพันธุ์นกกระจิบของดาร์วิน Darwin's finches ที่มีขนาดใหญ่
และมีเสียงร้องที่แตกต่างจากนกกระจิบสามพันธุ์ในท้องถิ่นบนเกาะ Daphne Major 
นกตัวผู้ผู้มาใหม่ที่เห็นได้ชัดเจนเลยว่าแตกต่างจากนกท้องถิ่น

" เราไม่ได้เห็นมันบินมาจากท้องทะเล 
แต่เราสังเกตเห็นมันไม่นานนัก
หลังจากที่มันมาถึง มันแตกต่างจากนกอื่น ๆ 
ที่เรารู้เพราะว่า มันไม่ได้เกิดจากการฟักไข่บนเกาะ Daphne Major
(ร่องรอยรังนกพันธุ์นี้บนเกาะแห่งนี้) " Peter Grant กล่าว

และแล้วมันก็จับคู่กับนกตัวเมีย 2 ตัว
หนึ่งในบรรดานกกระจิบสามพันธุ์ทัองถิ่น Geospiza fortis นกกระจิบขนาดกลาง Ground finch
และการจับคู่ครั้งนี้ก็เกิดลูกหน่อเนื้อเชื้อไขขึ้นมา

การผสมพันธุ์ระหว่างสัตว์ที่มีชนิด/พันธุ์ที่แตกต่างกัน
มักจะส่งผลให้ลูกที่เกิดมามีความผิดปกติ
ตัวอย่างที่มีชื่อเสียงได้แก่
ฬ่อ Mules ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างลากับม้า
และ Ligers ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างสิงโตตัวผู้กับเสือตัวเมีย

 
พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของนกลูกผสมพันธุ์ใหม่
G. conirostris (ซ้าย) กับ G. fortis (ขวา) (© K. T. Grant and B. R. Grant)




ผลการผสมพันธุ์ข้ามพันธุ์
ลูกที่เกิดมามักจะเป็นหมัน
หรือผสมพันธุ์ซ้ำไม่ค่อยได้

แต่ลูกนกพันธุ์ใหม่นี้กลับเริ่มสืบเชื้อสายใหม่ได้
มากไปกว่าที่พวกมันควรจะเป็นเช่นนั้น

นกพันธุ์นี้จะมีเสียงร้องที่แตกต่างจากนกพันธุ์ G. fortis 
เช่นเดียวกับขนาดและรูปร่างจงอยปากที่แตกต่างกัน
และนี่คือสิ่งที่นกกระจิบมีไว้ใช้เพื่อดึงดูดนกตัวอื่นในพันธุ์เดียวกัน
เพื่อให้มาจับคู่และผสมพันธุ์สร้างครอบครัวใหม่

นกพันธุ์ใหม่จะแปลกแยกออกจากนกพันธุ์พื้นเมืองอย่างสิ้นเชิง
และมีคู่ครองภายในพันธุ์ของพวกมันเองเพื่อความอยู่รอด/สืบพันธุ์

แต่มันเป็นการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อสืบทอดเชื้อสาย/พันธุ์ที่ยากลำบากยิ่ง
ในช่วงฤดูแล้งบนเกาะในช่วงปี 2002-2003 
เมื่อพันธุ์ของวงศ์ตระกูลใหม่ในรุ่นที่ 4 มีนก 2 ตัวที่ตายไป

และแล้วพวกมันก็กลับมาชุมนุมกันอีกครั้ง

" เมื่อฝนตกอีกครั้ง 
พี่ชายกับพี่สาว น้องชายกับน้องสาว
รุ่นพ่อกับรุ่นแม่ก็มาผสานเข้าด้วยกัน
และผลิตลูกหลานอีกจำนวน 26 ตัว

มีลูกนกเพศผู้ 9 ตัวที่รอดตาย
ลูกนกเพศผู้ตัวหนึ่งผสมพันธุ์กับแม่นก
ลูกนกเพศเมียตัวหนึ่งผสมพันธุ์กับพ่อนก
และลูกนกรุ่นต่าง ๆ ที่เหลือต่างผสมพันธุ์กันเอง
ทำให้เกิดสายเลือดพันธุ์แท้ที่ยอดเยี่ยม "
Rosemary Grant กล่าวในการสัมภาษณ์เมื่อปีที่แล้ว

เนื่องจากนกกระจิบลูกผสมมีขนาดใหญ่กว่านกพื้นเมือง
พวกมันจึงสามารถเข้าถึงทางเลือกอาหารมากกว่า
พวกมันกินอาหารที่นกพื้นเมืองกินไม่ได้
และนั่นทำให้พวกมันยังมีชีวิตอยู่รอดได้

ในการเข้าเยี่ยมเยียนเกาะของนักวิจัยสองท่านนี้
ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้  พวกท่านได้สำรวจและนับนกใหม่
นกรุ่นก่อนเหลืออยู่ 23 ตัวและนกที่ผสมพันธุ์ใหม่อีก 8 ตัว

ความสำเร็จครั้งนี้ตามที่นักวิจัยได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า
การผสมพันธุ์อาจเกิดขึ้นได้หลายครั้ง
ในตอนที่นกกระจิบของดาร์วิน Darwin's finches  ในอดีต
ส่งผลให้เกิดพันธุ์ใหม่จนกลายเป็นพันธุ์ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้

" นักธรรมชาตินิยมรายหนึ่งมาถึงเกาะ Daphne Major 
โดยไม่ทราบว่าพันธุ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่เมื่อไม่นานมานี้
ย่อมรู้จักและเชื่อว่านกพันธุ์นี้เป็นหนึ่งในสี่ของนกชนิด/พันธุ์นี้บนเกาะนี้ 
เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของการศึกษาภาคสนามในระยะยาว "
Leif Andersson จาก Uppsala University ใน Sweden
ซึ่งเป็นผู้ทำการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมของนกพันธุ์ใหม่นี้



นกกระจิบ medium ground finch (Geospiza fortis) บนเกาะ Daphne Major หมู่เกาะ Galápagos 
Credit: Photo Copyright B.R. Grant, Department of Ecology and Evolutionary Biology/Princeton University Press


 


นกกระจิบ large ground finch (Geospiza magnirostris) บนเกาะ Daphne Major หมู่เกาะ Galápagos 
Credit: B. R. Grant Reproduced with the permission of Princeton University Press
 



 
 
เมื่อ 36 ปีก่อนมีนกกระจิบตัวหนึ่งที่บินมาจากเกาะที่ห่างไกลในหมู่เกาะกาลาปากอส
โดยพบหลักฐานทางพันธุกรรมโดยตรงที่เกี่ยวข้องกับนกกระจิบพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นใหม่ในครั้งนี้

ในปี 1981 นักศึกษาระดับบัณฑิตวิทยาลัยที่ทำงานร่วมกับ 
Peter กับ Rosemary Grant บนเกาะ Daphne Major 
ได้สังเกตเห็นนกกระจิบเพศผู้ตัวใหม่ที่มีเสียงร้องที่ผิดปกติ
และมีรูปร่างขนาดใหญ่และจงอยปากที่ใหญ่กว่า
นกกระจิบพื้นเมือง/ทัองถิ่นสามชนิดที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้

การศึกษาครั้งนี้ทำให้พบว่า
นกกระจิบพันธุ์ใหม่สามารถเจริญเติบโต/ขยายเผ่าพันธุ์ได้ภายใน 2 ชั่วอายุนก

นักวิจัยได้เก็บตัวอย่างเลือดนกกระจิบพันธุ์นี้แล้วปล่อยนกไปเป็นอิสระ
นกกระจิบท้องถิ่นขนาดกลางพันธุ์ Geospiz fortis 
ได้ถูกนกกระจิบที่มาจากที่ไกลผสมพันธุ์จนเริ่มต้นวงศ์วานใหม่เป็นพันธุ์ที่เรียกว่า Big Bird
และมีการนำตัวอย่างเลือดนก 6 ชั่วอายุนกกระจิบ
มาใช้ในการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมของนกกระจิบพันธุ์นี้

ผลการศึกษาล่าสุดของนักวิจัยจาก Uppsala University 
ได้ทำการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ DNA ที่เก็บรวบรวมจาก
ตัวอย่างเลือดของนกกระจิบ 120 ตัวจาก 15 พันธุ์
มี 2 พันธุ์ที่บ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่าเป็นต้นสกุล
ของเหล่าบรรดาพ่อแม่นกและลูกหลานของพวกมันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา 

นักวิจัยได้ค้นพบว่าพ่อพันธุ์เป็นนกกระจิบกระบองเพชรขนาดใหญ่ Geospiza conirostris
มาจากเกาะ Española ที่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 100 กิโลเมตร(ราว 62 ไมล์)
ส่วนแม่พันธุ์เป็นนกกระจิบ medium ground finch (Geospiza fortis) บนเกาะ Daphne Major
 
ระยะทางที่ห่างไกลมาก  นั่นหมายความว่า
นกกระจิบตัวผู้คงไม่สามารถบินกลับถิ่นเดิม
เพื่อไปหาคู่ครองกับสมาชิกของนกกระจิบพันธุ์ตัวเองได้
มันจึงเลือกคู่ครองจากนกกระจิบสามเผ่าพันธุ์ที่มีอยู่แล้วที่เกาะ Daphne Major 
ทำให้เกิดการแยกตัวออกมาเป็นนกกระจิบพันธุ์ใหม่จากการสืบพันธุ์ครั้งนั้น
ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการพัฒนาพันธุ์นกกระจิบใหม่ขึ้นมา
ที่แยกพันธุ์ใหม่ออกมาจากนกกระจิบประจำถิ่น 3 พันธุ์ดั้งเดิม

ลูกหลานของนกกระจิบพันธุ์นี้แปลกแยก/แตกต่างกับนกกระจิบชนิดอื่น
จากเสียงร้องของพวกมันซึ่งใช้ในการดึงดูดนกกระจิบพันธุ์เดียวกัน
ในการเลือกคู่ครองตามปกติเพื่อมาผสมพันธุ์และสร้างครอบครัวใหม่
พวกมันจึงไม่สามารถดึงดูดนกกระจิบเพศผู้เพศเมียพันธุ์ท้องถิ่นได้

ลูกหลานนกกระจิบพันธุ์นี้ยังมีรูปร่างและจงอยปากที่แตกต่างจากนกกระจิบพันธุ์ท้องถิ่น
เป็นผลทำให้ลูกหลานนกกระจิบพันธุ์นี้ต้องผสมพันธุ์กับสมาชิกของวงศ์ตระกูลของตัวเอง
เพื่อเสริมสร้างรักษาการพัฒนานกกระจิบพันธุ์ใหม่ของพวกมันเอง

นักวิจัยยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า
การก่อตัวของนกกระจิบพันธุ์ใหม่นี้โดยปกติต้องใช้เวลานานมาก 
แต่ในนกกระจิบพันธุ์ Big Bird เกิดขึ้นในเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วอายุนก
ตามข้อสังเกตที่ทำโดย Peter กับ Rosemary Grant 
ในการศึกษาทางภาคสนามเพื่อทำการศึกษาทางพันธุกรรมนกพันธุ์นึ้

นกกระจิบดาร์วิน Darwin's finches มาจากบรรพบุรุษร่วมกัน
ที่มาสร้างเผ่าพันธุ์นกกระจิบอยู่ในหมู่เกาะ Galápagos ประมาณ 1-2 ล้านปีที่ผ่านมา 
นกกระจิบจึงมีหลากหลายชนิดมาก ตั้งแต่ชนิดต่าง ๆ 
และการเปลี่ยนแปลงขนาดรูปร่างและขนาดจงอยปากนกกระจิบ
ทำให้พวกนกกระจิบสามารถกินอาหารชนิดต่าง ๆ ในหมู่เกาะเหล่านี้
ความต้องการที่สำคัญ/การปรับตัวให้อยู่รอดสำหรับนกกระจิบพันธุ์พิเศษนี้
เกิดขึ้นจากการผสมพันธุ์ของนกกระจิบสองพันธุ์ที่แตกต่างกัน
ทำให้เกิดเชื้อสายนกกระจิบพันธุ์ใหม่ที่จะต้องมีความสามารถในการแข่งขันทางด้านนิเวศวิทยา
นั่นคือ การแข่งขันด้านการหาอาหารการกินและการแย่งชิงทรัพยากรอื่น ๆ กับนกกระจิบพันธุ์อื่น ๆ 
และนี่เป็นกรณีที่เกิดขึ้นสำหรับนกพันธุ์ Big Bird 

" มันน่าทึ่งมาก เมื่อเราเปรียบเทียบขนาดและรูปร่างจงอยปากของนกกระจิบ Big Bird 
กับลักษณะทางสัณฐานวิทยาของนกกระจิบอีกสามชนิดที่อาศัยอยู่ในเกาะ Daphne Major 
นกกระจิบ Big Birds จะครอบครองโพรงของตัวเองในพื้นที่เหมาะสมกับจงอยปากของพวกมัน 

ดังนั้นการผสมผสานระหว่างยีนที่หลากหลายจากนกกระจิบสองพันธุ์ร่วมกัน
กับการคัดเลือกพันธุ์โดยธรรมชาติจึงนำไปสู่วิวัฒนาการ
ของรูปสัณฐานวิทยาของจงอยปากนกกระจิบที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร "
Sangeet Lamichhaney นักวิจัยระดับปริญญาเอกที่ Harvard University

ความหมายของพันธุ์คือ  ความสามารถในการผลิตลูกหลานที่สมบูรณ์อย่างเต็มที่
จากการผสมข้ามพันธุ์ เช่น ในกรณีของม้าและลา
อย่างไรก็ตามผลการศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา 
ได้กลายเป็นเรื่องที่ชัดเจน/มีผลประจักษ์แล้วว่า
พันธุ์ที่ใกล้ชิดกัน/เลือดชิดกันโดยปกติแล้วควรหลีกเลี่ยงการผสมพันธุ์กัน
เพราะลูกหลานของพันธุ์นั้นจะสามารถส่งผ่านยีนด้อยไปยังรุ่นต่อ ๆ ไปได้

ในการศึกษาที่ผ่านมาได้ค้นพบก่อนหน้านี้ว่า
มีการส่งผ่านยีนระหว่างนกกระจิบของดาร์วิน Darwin's finches ในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา


Charles Darwin ถ้ายังมีชีวิตอยู่คงจะยินดีกับเรื่องนี้แน่
เพราะมีการตีพิมพ์งานวิจัยทั้งสองเรื่องนี้พร้อมกัน
ก่อนวันเกิดครบรอบ 206 ปีของท่านเพียง 1 วัน
 

เรียบเรียง/ที่มา
 







Peter กับ Rosemary Grant ยืนอยู่ด้านหน้าโครงกระดูก Allosaurus ที่จัดเรียงขึ้นมาใหม่
ที่ Princeton University's Guyot Hall.JESSICA KOURKOUNIS/QUANTA MAGAZINE




นกกระจิบตัวนี้เป็นสมาชิกของพันธุ์  G. fortis species 
หนึ่งในสองพันธุ์ที่มีการผสมกันจนเกิดวงศ์ Big Bird Credit: Copyright B.R. Grant




สมาชิกตัวหนึ่งของนกกระจิบพันธุ์  G. conirostris species นกตัวนี้บินมาราว ๆ 100 กิโลเมตร 
และได้สร้างครอบครัวนกกระจิบพันธุ์ใหม่บนเกาะ Daphne Major ในหมู่เกาะ Galapagos 
ณ ที่แห่งนี้ นกกระจิบพันธุ์นี้ได้จับคู่กับสมาชิกตัวหนึ่งของนกกระจิบพันธุ์ G. fortis species 
และได้กำเนิดวงศ์ใหม่ Big Bird  Credit: Copyright B. R. Grant




นกกระจิบพันธุ์ต่าง ๆ(นกฟินซ์สปีชีส์ต่างๆ) บนหมู่เกาะกาลาปากอสมีขนาดและสีแตกต่างกันเล็กน้อย
แต่จะมีลักษณะจะงอยปากที่แตกต่างกัน เพื่อความเหมาะสมสำหรับการหาอาหารชนิดต่างๆ
(ที่มา : สีมา ชัยสวัสดิ์ และคณะ, 2548)














 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน