*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 904
  • จำนวนผู้ชม : 1986210
  • จำนวนผู้โหวต : 463
  • ส่ง msg :
  • โหวต 463 คน
<< มิถุนายน 2018 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 13 มิถุนายน 2561
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 987 , 00:38:12 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

 

Kalashnikov คือ หนึ่งในปืนไรเฟิลจู่โจมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก
สัญลักษณ์ของความเรียบง่ายและน่าเชื่อถือ/ไว้วางใจได้
จนกระทั่ง Kalash กลายเป็นชื่อสามัญทั่วไปที่เรียกขานกัน
แต่อย่างไรก็ตามยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับปืน Kalashnikov
ที่มักจะเชื่อกันอย่างแพร่หลายเกี่ยวกับตำนานปืนไรเฟิลชนิดนี้




1. AK-47 ลอกเลียนแบบจาก Sturmgewehr

ในเอกสารเกี่ยวกับอาวุธปืนบางฉบับ
มักจะระบุว่าพื้นฐานปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashinkov
ลอกเลียนแบบมาจากปืนไรเฟิลจู่โจมเยอรมัน STG-44 (Sturmgewehr
แต่ความจริงแล้ว เรื่องนี้ยังห่างไกลจากความจริงอยู่มาก
เพราะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสร้างอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม
โดยการใช้แมกกาซีนบรรจุลูกระสุนตรงช่วงกลางของปืนกล
มีการผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในสหภาพโซเวียตช่วงต้นเดือนกรกฏาคม 1943
หลังจากยึดปืนไรเฟิลจู่โจมของเยอรมัน Mkb-42 มาได้


Mkb-42



ในปี 1943 นักออกแบบอาวุธปืนของสหภาพโซเวียตรัสเซีย
ได้รับคำสั่งให้สร้างอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม
ที่มีแมกกาซีนบรรจุกระสุนปืนตรงกลาง

ในปี 1944 มีการประกวดแข่งขันอาวุธปืน
ปืนไรเฟิลจู่โจม (Sudayev AS-44) ได้รับรางวัลในการประกวดครั้งนี้
โดยปืนรุ่นนี้ออกแบบโดย Alexei Sudayev
อย่างไรก็ตามคณะกรรมการได้มีข้อเสนอแนะให้มีการปรับปรุงบางอย่าง




ที่มา https://goo.gl/9fgz8r




ในปี 1946 Alexei Sudayev เสียชีวิตอย่างกระทันหันในวัย 34 ปี
และโชคร้ายไม่มีใครที่จะสามารถสานงานปรับแต่งปืนของท่านได้อีก
พื้นฐานการสร้างปืนไรเฟิลจู่โจมจึงถูกวางทิ้งไว้ก่อน
และได้มีการประกวดแข่งขันกันใหม่อีกครั้ง
โดยมีข้อกำหนดทางเทคนิคส่วนใหญ่
ให้เป็นไปตามคุณสมบัติของปืนไรเฟิลจู่โจมของ Alexei Sudayev 
โดยใช้ปืนไรเฟิลจู่โจม Sturmgewehr Stg-44 เยอรมันนี
นำมาเปรียบเทียบประสิทธิภาพ/ประสิทธิผลในการใช้งานภาคสนาม

ต่อมาภายหลังจากที่มีการทดสอบที่สลับซับซ้อนและยาวนาน
คณะกรรมการจึงได้ตัดสินใจที่จะใช้ปืนไรเฟิลจู่โจม 
Kalashnikov 7.62 มิลลิเมตร (AK) หรือ AK-47


หมายเหตุ

Reverse Engineering วิศวกรรมย้อนกลับ
มีหลายชาติชอบทำกัน เช่น รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยิว อิหร่าน
ด้วยการวัดรายละเอียดทุกชิ้นส่วน รื้อถอด ประกอบใหม่ ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง
แล้วค่อย ๆ พัฒนาปรับปรุงชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
จนแทบเป็นของใหม่ถอดด้ามแทบไม่เหมือนของต้นฉบับ







2. AK-47 ปรากฏตัวครั้งแรกในปี 1947

มักจะมีความเชื่อกันมานานแล้วว่า
ปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov
ปรากฏตัวขึ้นใช้งานในกองทัพสหภาพโซเวียตรัสเซียในปี 1947
แต่เรื่องจริงมันใช้เวลานานมากในการปรับปรุง/พัฒนา
ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม
และนำเข้าประจำการในกองทัพสหภาพโซเวียตรัสเซีย
เช่นเดียวกับอาวุธสงคราม  PPSh-41SKS-45 และปืนรุ่นอื่น ๆ 

 



แม้ว่า ปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov รุ่น 1947 
จะได้รับการขนานนามว่า AK-47 ก็ไม่มีข้อยกเว้น
ในปี 1949 ปืนรุ่นนี้จะเข้าสู่กระบวนการผลิต
และนำเข้าประจำการกองทัพสหภาพโซเวียตรัสเซียในปี 1949

ในปี 1956 ปืนไรเฟิลจู่โจม AK-47 ถูกใช้ในงานรบเป็นครั้งแรก
ในการรบในยุทธการ Vikhr (Whirlwind
ซึ่งกองทัพสหภาพโซเวียตรัสเซียได้เข้าแทรกแซงในฮังการี
เพื่อโจมตีฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์ในเดือนพฤศจิกายน 1956 
ในปี 1957 ชาวบ้านรัสเซียจึงได้เห็นปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov เป็นครั้งแรก 
ในละครชวนหัวของโซเวียตรัสเซีย Maxim Perepelitsa






3. Kalash เป็นปืนยอดนิยมเพราะการประกอบง่าย

บ่อยครั้งเมื่อมีการพูดถึงประโยชน์ของปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov 
หลายคนมักจะพูดถึงความเรียบง่ายและความน่าเชื่อถือของอาวุธนี้ - และนี่เป็นเรื่องจริง 
แต่อย่างไรก็ตาม Kalash ต้องใช้เวลาร่วม 10  ปีจึงจะบรรลุเป้าหมายนี้
ในปี 1959 การออกแบบและพัฒนาปืนจึงสรุปลงตัว 
ได้ปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov AKM  โดยอักษร M คือ สมัยใหม่ modernized

ปัญหาเบื้องต้นของปืนไรเฟิลจูโจม AK-47 
คือ การผลิตตามแบบรุ่นแรกเป็นเรื่องยากมาก
และมีราคาแพงมากในการผลิตออกมาแต่ละครั้ง
เพราะต้องมีการตรวจสอบและส่งกลับไปกลับมาระหว่างโรงงานผลิต
กอปรกับกระบวนการผลิตที่สลับซับซ้อนมาก

ทำให้การผลิตปืนไรเฟิลจู่โจมขาดช่วงเป็นพัก ๆ
และปัญหาการขาดแคลนอาวุธปืนจู่โจมภายในกองทัพ
ทำให้ต้องใช้ปืนไรเฟิล Simonov เป็นการชั่วคราวไปก่อน
เรื่องที่จำเป็นและเร่งด่วนมากที่สุดในโรงงานผลิตอาวุธปืน
คือ ต้องลดความสลับซับซ้อนในการผลิตปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov
โดยมีเป้าหมายใช้เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่และวัตถุดิบที่เป็นเหล็ก



ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอาวุธในหลายจุดมาก 
และรีดน้ำหนักของปืนไรเฟิลจู่โจมลงได้ถึง 600 กรัม
รวมทั้งมีการติดตั้งดาบปลายปืนแบบมาตรฐานเป็นครั้งแรก
ทำให้เป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบหลักของปืนรุ่นใหม่นี้
เมื่อเปรียบเทียบกับปืนไรเฟิลจู่โจม AK-47 รุ่นต้นแบบ
คือ กระบวนการผลิตที่ใช้เครื่องจักรกล
และผลิตได้คุณภาพและปริมาณจำนวนมากทำให้มีต้นทุนต่ำ



Fyodor Tokarev นักออกแบบอาวุธของโซเวียตรัสเซียที่รู้จักกันดี
ในการออกแบบปืนพก TT และปืนไรเฟิล SVT-40 
ได้ให้คำอธิบายปืนไรเฟิลจู่โจม AKM ว่า 
" ปืนรุ่นนี้มีความน่าเชื่อถือในการใช้งาน มั่นใจได้ถึงความแม่นยำสูง
และการยิงที่แม่นยำและมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา ”



ในปี 1960-1976 ปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov รุ่นนี้เป็นรุ่นที่มีการผลิตกันมากที่สุด
และนำเข้าประจำการในกองทัพโซเวียตรัสเซีย จนถึงปัจจุบัน 
โดยปืนไรเฟิลจู่โจม AKM ยังคงประจำการในกองทัพอากาศของโซเวียตรัสเซีย
และมีการติดตั้งอุปกรณ์เก็บเสียงปืนแบบถอดประกอบได้
ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ติดตั้งในปืนไรเฟิลจู่โจม AK-74
ที่ยังเป็นความลับทางรัฐการและมีการใช้งานในวงจำกัด






4.  Kalash มีเอกลักษณ์


ภายใต้กติกาสัญญาวอร์ซอ
มีการใช้อาวุธแบบเดียวกันที่ออกแบบมาให้ใช้กระสุนแบบเดียวกัน
และให้มีอุปกรณ์บางชิ้นส่วนที่ใช้ทดแทนกันได้
ในปี 1958 กองทัพ Czechoslovak ได้บรรจุปืนไรเฟิลจู่โจม Čermak CZ SA Vz.58
ซึ่งมีเอกลักษณ์คล้ายกับปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov 
เพียงแต่มีรูปทรงและการออกแบบที่แตกต่างกันอย่างมาก
แม้ว่าปืนไรเฟิลรุ่นนี้จะมีคุณภาพสูงในการผลิต
แต่ความน่าเชื่อถือยังด้อยกว่าปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov
อนึ่ง Czechoslovakia เป็นประเทศนักออกแบบอาวุธปืน
และมีพัฒนาการการผลิตอาวุธปืนมายาวนานแล้ว






5. ปีนไรเฟิลจู่โจม AKS74U เป็นอาวุธโจมตี


ปืนไรเฟิลจู่โจม AKS74U ซึ่งมีขนาดสั้นลงพร้อมกับพานท้ายปืนแบบใหม่
ผลิตขึ้นมาสำหรับใช้ในกองทัพอากาศโซเวียตรัสเซียเท่านั้น 
แต่เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
เพราะจริง ๆ ปืนรุ่นนี้ผลิตขึ้นมาสำหรับการใช้งานใน
หน่วยทหารยานรบ หน่วยทหารปืนใหญ่ และหน่วยทหารสื่อสาร
ซึ่งบรรดาทหารเหล่านี้มักจะไม่ได้อยู่ในแนวหน้าการรบ

แต่รูปแบบอาวุธปืนแบบนี้จะมีขนาดกะทัดรัดมากขึ้น
และมีการทดสอบปืนไรเฟิลจู่โจมรุ่นนี้ในสนามรบจริงในปี 1982-83
ปืนไรเฟิลจู่โจม AKS74U ถูกนำไปประจำการทหารโซเวียตรัสเซีย
ที่กำลังสู้รบในอัฟกานิสถาน  แล้วแพ้ยับเยินในเวลาต่อมา

แม้ว่าปืนนี้จะมีความแม่นยำในระดับหนึ่ง
แต่ก็มีชื่อเล่นที่ไม่น่าพึงพอใจมากนักเพราะแพ้รบในอัฟกานิสถาน
ทางกองทัพโซเวียตรัสเซียจึงจัดส่งปืนไรเฟิลรุ่นนี้
มีไว้ประจำการในหน่วยรบที่ต้องสู้รบในเมือง/ระยะประชิดตัวมากกว่า

ข้อเสียหลัก ๆ ของปืนรุ่นนี้ที่ผ่านสนามรบมาแล้วคือ
รูปแบบตัดลำกล้องปืนที่ย่อส่วนของปืนรุ่นนี้
ทำให้ความแม่นยำลดลง ยิงได้ในระยะสั้นลง
และลำกล้องปืนร้อนและขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ทำให้กระสุนไม่รีดเกลียวภายในลำกล้อง

ในปี 1989 กองทัพโซเวียตรัสเซียได้ถอนตัวออกจากอัฟกานิสถาน
ปืนไรเฟิลจู่โจม AKS74U จึงถูกถอดออกจากประจำการ
แล้วนำไปเก็บไว้ที่คลังแสงอาวุธเป็นการเบื้องต้นก่อน
แต่ต่อมามีสถานการณ์ด้านอาชญากรรมรุนแรงภายในประเทศ
จึงได้นำออกมาแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความสงบภายในประเทศ
และยังมีใช้กันในหน่วยรักษาความสงบภายในท้องถิ่นด้วย

ปืนไรเฟิลจู่โจมรุ่นนี้  เป็นรุ่นเดียวของ Kalashnikov ที่ผลิตใน Tula 
ในขณะที่การผลิตปืน Kalash รุ่นอื่น ๆ มักจะผลิตกันใน Izhevsk




เรียบเรียง/ที่มา


https://goo.gl/ec1ET8
https://goo.gl/YHXMVK







ค้างคาใจคับ ทำไมคนไทยถึงเรียกปืนตระกูล AK ว่า อาก้า

Credit : หมายเลข 19   

ภาษารัสเซีย A= ah K= kah




ภาษาฝรั่งเศส A= อา K= กา
บางท่านว่าน่าจะมาจากภาษาฝรั่งเศส 
เพราะครั้งหนึ่งเวียตนามเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสมาก่อน
และช่วงหนึ่งเวียตนามรับการสนับสนุนอาวุธจากโซเวียตรัสเซีย  
การออกเสียงตัวสะกดบางคำก็คล้ายเคียงกัน

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 13/06/2018 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ปืนAK47 ที่ผลิตโดยโซเวียต/รัสเซียแท้แท้มีไม่มากนัก ใช้งานในกองทัพโซเวียตเป็นส่วนใหญ่ ที่มากจริงจริงคือ ปืนType56 ที่จีนก๊อปมาผลิตออกมามากมายครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน