*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 928
  • จำนวนผู้ชม : 2000609
  • จำนวนผู้โหวต : 464
  • ส่ง msg :
  • โหวต 464 คน
<< มิถุนายน 2018 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 14 มิถุนายน 2561
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 467 , 19:10:40 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 
 



ที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิหร่าน
ใกล้กับหมู่บ้าน Hamzehli, Mehrabad และ Chehrabad ในจังหวัด Zanjan 
มีเหมืองเกลือที่เป็นโดมขนาดใหญ่ในภูมิประเทศที่เป็นหินโดยรอบ 
โดมเกลือนี้ประกอบด้วยกองหินเกลือ ซึ่งมียิปซั่ม ดินเหนียว และหินเกลือ
อยู่ในช่วงยุค Miocene ราว 5-23 ล้านปีที่ผ่านมา 
ผลการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาและขาดพื้นผิวดิน/หินปกคลุมด้านบน
ทำให้แหล่งเกลือที่อยู่ใกล้พื้นผิวดินมาก
จนทำให้สามารถทำเหมืองเกลือได้ง่าย ๆ

มีเหมืองเกลืออยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้หลายแห่ง
ซึ่งเหมืองเกลือหลายแห่งทำมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว
ในปี 1994 ช่วงหนึ่งของการทำเหมืองเกลือดังกล่าว
คนงานเหมืองเกลือได้พบกับหัวคนที่ขาดเห็นได้ชัดว่ามีอายุมากแล้ว
เกลือได้ทำให้หัวแห้งและเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี
ที่บริเวณหูมีรอยเจาะพร้อมกับต่างหูทองคำ
ศีรษะมีผมยาว หนวด เครา รุงรัง
ผลการขุดค้นเพิ่มเติมทางโบราณคดี
ทำให้พบชิ้นส่วนร่างกายที่ขาดหายไป
เช่น ขาที่ยังคงสวมรองเท้าบู๊ตหนัง 
ทีมงานยังค้นพบ มีดเหล็ก 3 เล่ม กางเกงขนสัตว์ เข็มเงิน สลิง(ที่ขว้างหิน)
ชิ้นส่วนของเชือกหนังขว้างหิน  หินขัด(ลับให้คม) ลูกวอลนัท
เศษเครื่องปั้นดินเผา เศษชิ้นส่วนสิ่งทอที่มีลวดลาย และเศษกระดูกหัก

ในปี 2004 มีการค้นพบมัมมี่ร่างที่ 2 
จึงเริ่มทำการขุดค้นอย่างเป็นระบบ
และอีก 6 ปีต่อมาค้นพบอีก 4 ศพ
ทำให้พบมัมมี่เกลือรวม 6 ศพ
ทั้งนี้ได้รับทุนวิจัยอุดหนุนจากเยอรมันนี




มัมมี่เกลือหมายเลข 4 ที่รักษาสภาพเป็นอย่างดี Photo credit: DBM/RUB, K. Stange




มัมมี่เกลือรายแรก ตรวจสอบคาร์บอนได้ราว 1,700 ปีก่อน
อยู่ในช่วง Sasanian Empire ที่มีอารยธรรมสูงสุด
มัมมี่เกลือรายที่ 2  ตรวจสอบคาร์บอนได้ราว  1,500 ปีก่อน
มีอายุร่วมยุคกับศพมัมมี่เกลือรายแรก
แต่มัมมี่เกลือรายที่ 3 4 5 น่าจะมาจากในยุคที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 
แต่มัมมี่ทุกรายมีอายุประมาณ 2,200 ปี
ซึ่งเป็นยุคสมัย Achaemenids จักรวรรดิแรกของเปอร์เซีย
นักวิจัยตั้งข้อสงสัยว่า มัมมี่ทุกรายคือเหยื่อของเหมืองเกลือถล่ม

มัมมี่และข้าวของถูกเกลือเก็บรักษาไว้อย่างดีในเหมืองเกลือ
ทำให้นักโบราณคดีและนักวิทยาศาสตร์มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับ
คนงาน อาหาร แหล่งที่มา และสภาพการทำเหมืองเกลือของคนงาน
ตัวอย่างเช่น หนึ่งในมัมมี่ 2,200 ปีมีไข่พยาธิตัวตืดในลำไส้ของมัมมี่
แสดงให้เห็นว่ามัมมี่รายนี้กินเนื้อดิบหรือสุกแล้ว 
นี่คือกรณีตัวอย่างแรกของปรสิตในสมัยโบราณของอิหร่าน
และเป็นหลักฐานชิ้นแรกของปรสิตในลำไส้เล็กบนพื้นที่แห่งนี้

มัมมี่รายแรกมีลักษณะกระดูกหักรอบดวงตา และร่องรอยเสียหายอื่น ๆ 
ที่เกิดขึ้นก่อนตายด้วยการถูกกระแทกที่ศีรษะอย่างแรง
ต่างหูทองคำและรองเท้าหนังบู๊ตที่สวมใส่ไว้
น่าจะแสดงว่ามัมมี่รายนี้เป็นพวกชนชั้นนำที่มีระดับ
แต่การปรากฏตัวของมัมมี่ในเหมืองเกลือนี้ยังเป็นเรื่องลึกลับ
มัมมี่รายนี้อาจจะถูกฆาตกรรมแล้วทิ้งศพไว้ที่นั่น
หรือว่าเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากเหมืองเกลือถล่ม


Photo credit: Ensie & Matthias




เรียบเรียง/ที่มา

https://goo.gl/UeCeSd
https://goo.gl/pm9pfY
https://goo.gl/mwT3fG
https://goo.gl/umQvSY




 
 
พื้นที่เหมืองเกลือ Douzlakh ใกล้ Chehrābād,   Douzlakh ใกล้ Chehrābād จังหวัด Zanjān



รองเท้าบูทของมัมมี่เกลือในเหมืองแร่ พร้อมกับชิ้นส่วนขาคาอยู่ในรองเท้า 
จัดแสดงที่  National Museum of Iran ใน Tehran



มัมมี่เกลือรายแรก Zanjan ที่ค้นพบในเหมืองเกลือช่วงปี 1994 CE 
จัดแสดงที่  National Museum of Iran ใน Tehran

 
มัมมี่เกลือรายที่  2  จัดแสดงที่ Zanjan Musem ที่ Iran

 
มัมมี่เกลือรายที่  3  จัดแสดงที่  Zanjan Museum ที่ Iran


มัมมี่เกลือรายที่  4  จัดแสดงที่  Zanjan Museum ที่ Iran

 
มัมมี่เกลือรายที่  2  จากเหมืองเกลือ  Zanjan Mine ใน Iran จัดแสดงที่  Zanjan Musem




 


 
 


ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้เป็น ภาษาเปอร์เซีย/ฟาร์ซี
ผู้กำกับ นักแสดง เป็นของลูกหลานชาวอิหร่านในสหรัฐอเมริกา
สร้างขึ้นเพื่อต่อต้านรัฐบาลเผด็จการอิหร่าน
โดยนัยว่า  คุก ทหาร ศาล ตำรวจ โรงเรียน โรงพยาบาลบ้า
คือ  เครื่องมือที่ใช้ในการกดขี่/การปกครองของรัฐ  มิเชล  ฟูโก





เรื่องเล่าไร้สาระ


นักประวัติศาสตร์ชาตินิยมเปอร์เซีย/อิหร่าน
ระบุว่าเป็นชาติที่ถูกข่มขืน 2 ครั้ง
ครั้งแรกโดยมหาโจรอเล็กซานเดอร์จากกรีก
ครั้งที่สองโดย Caliph Umar ชนเผ่าอาหรับพร้อมศาสนาอิสลาม
ทำให้เปอร์เซียมีภาษากรีกกับภาษาอาหรับปะปนอยู่มาก
และถือว่าพวกตนเองแต่เดิมมีอารยธรรมเหนือกว่าพวกมายึดครอง


เรื่องนี้จึงมีนัยแฝงเร้นว่า
อิหร่านแม้ว่านับถือศาสนาอิสลาม
แต่ยังแยกนิกายชีอะห์ออกจากนิกายสุหนี่
แบบไม่ยอมรับหลักการนิกายสุหนี่
ที่พวกอาหรับส่วนมากนิยมนับถือกัน
ทำให้พวกอิสลามนิกายสุหนี่ประณามว่า
พวกอิสลามนิกายชีอะห์เป็นพวกนอกรีต
จนเป็นสาเหตุบาดหมางและรบกันมาโดยตลอด

อิหร่านยังให้ความคุ้มครองพวกชนกลุ่มน้อย
ที่ยังนับถือศาสนาไซโรอัสเตอร์ของชนเผ่าฟาร์ซีดั้งเดิม

ตระกูล Tata ในอินเดียยังนับถือศาสนาไซโรอัสเตอร์
เวลาตายจะให้แร้งกินศพแทนการฝังหรือเผาศพ
โดยมีสุสานของพวกตนเองในอินเดีย
มีใน  ฟากฟ้าฝังศพ 


ในยุคแรกชนเผ่าฟาร์ซีที่หลบหนีการกดขี่ด้วยดาบและภาษี
เพื่อให้เปลี่ยนศาสนาจากพวกมุสลิมสุดโต่ง
โดยเดินทางจากอิหร่านจนมาถึงแคว้นคุชราต
เจ้านครรัฐในอินเดียไม่อยากต้อนรับพวกนี้อีกแล้ว
เลยบอกไล่เป็นนัย ๆ ด้วยการเติมนมจนเต็มอ่างทองเหลือง
มีนัยว่าที่นี่มีคนมากพอแล้วไม่อาจจะเพิ่มได้อีก

ผู้นำตระกูล Tata จึงนำน้ำผึ้งหยดลงไปผสมกับนม
สามารถคนหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
นัยว่าจะสามารถผสมผสานกลมกลืนกับคนอินเดียได้
เลยได้ตั้งรกรากทำมาหากินในอินเดียจนถึงทุกวันนี้
ครอบครัว Tata เป็นนักธุรกิจระดับเจ้าพ่ออุตสาหกรรม





จุฬาราชมนตรีท่านแรกของไทย
แต่งตั้งในสมัยพระเจ้าทรงธรรม
เพื่อดูแลกรมท่าขวาในการค้าขายทางเรือ
กับควบคุมกำกับดูแลชาวบ้านมุสลิม

ท่านแรกคือ เฉกอะหมัด เป็นมุสลิมนิกายชีอะห์
มาจากเมืองกูนี (Gūnī) เปอร์เซีย/อิหร่าน (เฉก=ชีค)
เป็นต้นตระกูล บุนนาค ของคนไทย 

เฉกอะหมัดเดินทางมาค้าขายที่เมืองไทย
พร้อมกับเฉกสะอีด น้องชายท่าน
ตั้งแต่ปลายสมัยพระเอกาทศรศ
พระอนุชาพระนเรศ (ชื่อตามประวัติศาสตร์พม่า)
ได้ตั้งรกรากและมีภริยาเป็นชาวไทย

ต่อมา เฉกสะอีดได้กลับบ้านเกิดแล้วไปเสียชีวิตที่นั่น
หลังจากนั้นไปไม่นานนัก อากามหะหมัด
บุตรชายเฉกสะอีดก็เดินทางกลับมาเมืองไทย
แล้วเข้ารับราชการในสมัยพระนารายณ์มหาราช
ซึ่งตอนนั้นเฉกอะหมัดยังมีชีวิตอยู่แต่ชราภาพแล้ว

แต่เดิมเชื่อว่ามาจากเมืองกุม Qom
เคยมีคนไทยไปค้นหาต้นสกุลนี้ 
แต่ชาวบ้านแถวนั้นไม่รู้จัก
เพราะไม่มีตำนานเล่าขานว่า
เคยมีคนอิหร่านมาสร้างชื่อเสียงไว้ที่เมืองไทย

สกุลบุนนาคบางส่วนเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ
ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
เพราะอยากตามเสด็จไปไหว้พระพุทธบาทที่สระบุรี
แต่บางสายสกุลยังนับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์

ในสมัยต้นรัชกาลที่ 1
มีการแยกสายสกุลนับถือศาสนากัน
ที่รวมญาติพี่น้องจะเป็นอันรู้กันว่า
สายพุทธที่ วัดบุปผารามวรวิหาร 
สายอิสลามที่ มัสยิศต้นสน 
รวมญาติประจำปีที่ฝังศพต้นตระกูลเฉกอะหมัด
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา 
แต่มุสลิมชีอะห์บางส่วนเริ่มเปลี่ยนไปเป็นมุสลิมสุหนี่

จุฬาราชมนตรีไทยดูแลทั้งประเทศ
ในมาเลเซียแต่ละรัฐที่มีสุลต่าน
จะมีจุฬาราชมนตรีแต่ละรัฐเอง

จุฬาราชมนตรีไทย
สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา
เป็นตำแหน่งพระราชทาน
ปู่ของพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน
เป็นจุฬาราชมนตรีท่านสุดท้าย
ที่เป็นมุสลิมนิกายชีอะห์


หลังจากนั้นเป็นต้นมา
จุฬาราชมนตรีไทย
จะเป็นมุสลิมนิกายสุหนี่
เพราะมีจำนวนผู้นับถือมากที่สุด
และผ่านจากระบบเลือกตั้ง


ข้อมูลเพิ่มเติม

https://goo.gl/9TDBIs
https://goo.gl/pmWbB1







มุสลิมชีอะห์อีกท่าน คือ สุลต่านซุไลมาน 
อดีตเจ้านครรัฐสงขลา  ต้นสกุล ณ พัทลุง ศรียาภัย ณ ป้อมเพ็ชร ฯลฯ

ที่ตั้งสุสานสุลต่านสุไลมาน ใกล้ทางเข้าคลังน้ำมัน ปตท. สิงหนคร สงขลา
ชาวบ้านมักจะเรียกกันว่า มรหุ่ม สุลต่านซุไลมาน 
คือ เรียกให้เป็นเกียรติแทนคำว่า กูโบร์ (ที่ฝังศพชาวมุสลิมทั่วไป)
คนในพื้นที่จะเรียกท่านด้วยความเคารพว่า ทวดหุม หรือ ทวดหุ่ม

มรหุ่ม มรโหม  สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า อัล-มาร์ฮุม ในภาษาอารบิก 
เป็นคำยกย่องผู้ที่สิ้นชีวิตไปแล้ว คือ ผู้ที่ไปสู่พระกรุณาของพระอัลเลาะห์ 

คำว่า ทวด ในภาษาภาคใต้มีนัยนอกเหนือจาก พ่อของปู่
คือ บุคคลที่ได้รับความเคารพอย่างสูงสุด 
เพราะเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ หรือมีคุณงามความดีมาก
เช่น หลวงพ่อทวดวัดช้างไห้ ทวดเกาะยอ ทวดหัวเขาแดง เป็นต้น 
บางครั้งก็หมายถึงสัตว์ที่มีอายุมาก หนังเหนียว ยิงไม่เข้า
หรือมีขนาดใหญ่โตมาก  เป็นที่น่ากลัวน่าเกรงขามมาก เช่น
ทวดช้าง ทวดงูเห่า ทวดบ้องหลา(งูจงอาง) ทวดฟาน(เก้ง) 
ทวดหมูป่า ทวดปลวก ต้นตะเคียนยักษ์ ต้นโพธิ์ เป็นต้น





อนึ่งที่ ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
ก็ยังมีทวดอีกท่านหนึ่ง  คือ ทวดโค้งปราบเซียน
นัยว่ามีคนตายมาร่วม 100 ศพแล้วตั้งแต่สร้างถนนยุคแรก ๆ
จะทิ้ง = ชัก/ลาก เปรี๊ยะ = พระ (เปรี๊ยะวิเฮียร์ พระวิหาร)
แถวทะเลน้อย ทะเลน้ำจืด (ทะเลสาบสงขลา) 
ยังมีประเพณีชักลากพระทางน้ำด้วยเรือหลังวันออกพรรษาแล้ว 
วัดนี้เดิมติดทะเล ก่อนหาดทรายงอกออกไปจนวัดไกลจากทะเล
จากการขุดชั้นดินที่วัดตรวจสอบตอนบูรณะพระเจดีย์
ยังร่องรอยภาษาขอมที่ตกค้างในภาคใต้ 2,000 กว่าคำ
มีในดุษฏีนิพนธ์จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

 






แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน