*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 959
  • จำนวนผู้ชม : 2019160
  • จำนวนผู้โหวต : 472
  • ส่ง msg :
  • โหวต 472 คน
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 13 กันยายน 2561
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 1314 , 19:34:43 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้



 

สงครามถังไม้โอ๊ก Oaken Bucket
เป็นการรบระหว่างสองนครรัฐคือ
Bologna กับ Modena ในคาบสมุทรอิตาลี 


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงปี 1325
จากการที่ทหาร Modena ได้ลักลอบเข้าไปในนครรัฐ Bologna
แล้วขโมยถังไม้โอ๊กที่ใช้ตักน้ำบ่อในใจกลางเมือง 
ทั้ง ๆ ที่ตัวถังไม้โอ๊กใบนี้ก็ไม่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
หรือมีคุณค่าทางจิตใจต่อพลเมืองแต่อย่างใด






แต่เรื่องนี้ทำให้ชาว Bologna รู้สึกว่า
เสียเหลี่ยม(เล่ห์เหลี่ยม)เสียหน้าเสียศักดิ์ศรี
จึงได้ขอให้ทาง Modena ส่งถังไม้โอ๊กคืนด้วย
แต่ Modena ปฏิเสธที่จะส่งถังไม้โอ๊กคืน
ทำให้ Bologna ประกาศสงครามทันที
โดยได้รวบรวมทหารราบจำนวน 30,000 นาย
และนักรบบนหลังม้าจำนวน 2,000 นาย
ทำการเดินทัพเข้าไปยังสนามรบ
ที่ตั้งอยู่ใกล้กับที่ปัจจุบัน
คือ Zappolino ใน Bolagna


ในการเผชิญหน้ากันในสนามรบ
กองทัพ Modena  จะมีคนน้อยกว่า
เพราะระดมทหารราบได้เพียง 5,000 นาย
และนักรบบนหลังม้าจำนวน 2,000 นาย
รวมทั้งตอนที่ตั้งรับเพื่อเตรียมรบ
กองทัพกลับอยู่กันอย่างกระจัดกระจายในที่ราบ


ขณะที่ทหารฝ่ายศัตรู Bologna 
ได้ยึดครองอยู่บนพื้นที่สูงรอบเนินเขา
ซึ่งเป็นชัยภูมิที่ได้เปรียบกว่าในการรบ
แม้จะกองทัพ Bologna  จะมีจำนวนทหาร
มากกว่า Modena ถึง 6 เท่าหรือ 6/1
และล้อมฝ่ายศัตรู Modena ไว้หมดแล้ว


แต่กองทัพ Modena  กลับสู้รบอย่างกล้าหาญ
ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการสู้รบ
ผลการรบจบลงด้วย 
กองทัพ Bologna ต่างพากันวิ่งหนีตาย
โดยมีกองทัพ Modena ไล่ล่าติดตามกองทัพ  Bologna
จนรุกเข้าไปในเขตนครรัฐ Bologna 
พร้อมกับเดินทัพผ่านประตูเมือง
และทำลายป้อมปราการปราสาทหลายแห่ง
พร้อมกับปิดประตูน้ำสายน้ำ Reno 
ซึ่งชักน้ำเข้าเมือง Bologna 
ทำให้คนทั้งเมืองขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้






เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว
กองทัพ Modena  ที่ล้อมเมืองไว้จะเข้าพิชิตชัยก็ได้ 
แต่กองทัพ  Modena  กลับเลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้น 
แต่ตัดสินใจที่จะทำชาวเมือง Bologna  อับอายขายหน้า
ด้วยการจัดมหกรรมการแสดงล้อเลียนชาวเมือง Bologna 
โดยการจำลองการแข่งขันกรีฑาแบบยุคโบราณ
การละเล่นเรื่อง ความละอายชั่วนิรันดร์ของ Bologna
ที่ส่งกองทัพเดินทางออกไปสู้รบ(แต่แพ้หลุดลุ่ย)
และราวกับว่ายังเย้ยหยันชาวเมือง Bologna  ยังไม่พอ
ดังนั้น ก่อนที่กองทัพ Modena จะยกทัพกลับ
พวกทหารก็ยังหยิบถังไม้โอ๊กใบที่ 2
ที่ใช้ตักน้ำจากบ่อน้ำด้านนอกประตูเมืองบานหนึ่ง


ประมาณการว่ามีคนตาย 2,000 คน
ในการสู้รบเรื่องที่ไร้สาระและหลีกเลี่ยงได้
ตามที่ Alessandro Tassoni กวีอิตาลี ในศตวรรษที่ 17 
ได้เขียน La secchia rapita หรือ War of the Bucket
ผู้นิพนธ์เรื่องราวนี้ได้เขียนเย้ยหยันไว้


อีกหลายปีต่อมา
ทั้งสองฝ่ายได้เจรจาสงบศึกและทำข้อตกลงสันติภาพ
ทางนครรัฐ Modena ได้ส่งคืนทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง
ที่เคยยึดมาจากนครรัฐ Bologna เพื่อแสดงความปรารถนาดี
แต่ ถังไม้โอ๊ก ทางนครรัฐ Modena ไม่ยอมส่งคืนแต่อย่างใด


จนถึงทุกวันนี้เมือง Modena ได้เก็บรักษาถึงไม้โอ๊ก
ไว้ในห้องใต้ดิน Torre della Ghirlandina 
ส่วนรูปจำลองของถังไม้โอ๊กใบเดิม
จะวางโชว์ที่ศาลากลางเมือง Modena




Torre della Ghirlandina











มูลเหตุของสงคราม




ตั้งแต่ตอนปลายยุคกลาง Middle Ages 
จนกระทั่งถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ Renaissance
ทางตอนเหนือของ Italy
มีการแบ่งกลุ่มสนับสนุนทางการเมืองเป็น 2 ขั้วอำนาจ
คือ Ghibellines กับ Guelfs


Ghibellines ถือข้าง Holy Roman Emperor สัญลักษณ์จักรวรรดิ์โรมัน
นครรัฐ Modena เป็นฝ่าย Ghibellines


Guelfs ถือข้าง Pope สัญลักษณ์ศาสนาจักร แต่อยาก 2 in 1 ในช่วงน้น
นครรัฐ Bologna เป็นฝ่าย Guelphs อยู่ทางตอนเหนือ


ความขัดแย้งทางการเมืองของทั้งสองฝ่าย
คือ การแย่งชิงดินแดนระหว่างพรมแดนกัน
และอ้างสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะเหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง
ด้วยกองทัพที่บุกเข้ายึดดินแดนอีกฝ่ายหนึ่งได้มากกว่า
หรือสิทธิ์ที่พระเจ้ามอบหมายให้ผ่านทางพิธีกรรมทางศาสนา


ในปี  1176 Frederick Barbarossa แพ้ในสงคราม Battle of Legnano 
ที่รบกับ Lombard League ผู้นำทัพ
โดยมี Pope Alexander III เป็นผู้หนุนหลัง


นั่นคือ  จุดเริ่มต้นเรื่องราวบาดหมางไม่พอใจ
ตั้งแต่ยุคกลางของฝ่าย Guelphs กับ Ghibellines
ที่ต่างทำสงครามระหว่างกันหลายครั้งและยืดเยื้อยาวนาน


ในปี 1296  Bologna ได้ยึดเมือง Bazzano กับ Savigno จาก Modena
Pope Boniface VIII ก็ยืนยันสิทธิ Bologna ในเรื่องนี้


Azzo VIII d'Este  Marquis of Ferrara
ที่ปกครองนครรัฐ Modena ช่วง 1837-1851
เริ่มเผชิญหน้ากับ Bologna ฝ่าย Guelphs


ต่อมา Mantuan Passerino Bonacolsi ผู้สืบทอดอำนาจ
โดยได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากพวกขุนนาง Modena
และยังยังฝักใฝ่ Emperor Louis IV of Bavaria
ที่ไม่พอใจ Pope เป็นทุนเดิมอยู่แล้วและอยากแย่งชิงอำนาจ/ดินแดนเพิ่ม
Mantuan Passerino Bonacolsi  ฝ่าย Ghibellines
จึงเริ่มนโยบายทำสงครามกับฝ่าย Guelphs
และยึดเมือง Parma กับ Reggio มาได้


Pope John XXII ที่ถือข้าง Guelphs
จึงประกาศคว่ำบาตร Mantuan Passerino Bonacolsi  โทษฐานกบฏต่อศาสนจักร
แล้วขอให้ใครก็ได้อุทิศตนเป็นนักรบศาสนา Crusader
ทำสงครามศักดิ์สิทธิ์กับคนที่เป็นอันตรายต่อพระองค์หรือทรัพย์สินของพระองค์


ในช่วงหลายเดือนก่อนสงครามถังไม้โอ๊กจะเกิดขึ้น
มีการปะทะกันระหว่างพรมแดนรุนแรงขึ้น


ในเดือนกรกฎาคม
กองทัพ Bologna ได้บุกเข้าเขตแดน Modena
และทำลายทุ่งนาที่มีคลองกั้นด้วยไฟและดาบ


ในเดือนสิงหาคม
กองทัพ Bologna ได้ปลุกระดมมวลชน
บุกเข้าทำลายทรัพย์สินและดินแดนต่าง ๆ ของ Modena 
โดยทำการเลวร้ายนานถึง 2 สัปดาห์


ในตอนปลายเดือนกันยายน
Mantuan Passerino Bonacolsi ผู้นำทัพ  Modena จึงเริ่มตีโต้กลับ
ที่ป้อมปราการ Monteveglio ของ Bologna
คนเฝ้าประตูป้อมทรยศรับสินบนจากทหาร Modena
ด้วยการแอบเปิดประตูให้ทหาร Modena 2 คนเข้าเมืองได้


ภายใต้บรรยากาศที่ตึงเครียด/สถานะการณ์สู้รบ
และความเป็นปรปักษ์ระหว่างกันที่ยาวนาน
ทหาร Modena ที่ลอบเข้าไปในใจกลางเมือง Bologna
จึงขโมยถังไม้โอ๊กที่ตักน้ำบ่อใจกลางเมืองออกมา 1 ใบ
เรื่องนี้สร้างความอับอายให้กับชาว Bologna
เพราะถือว่าเสียเหลี่ยม/ถูกหยามน้ำหน้า
จึงเรียกร้องให้ Modena  ส่งถังไม้โอ๊กคืน
แต่เมื่อถูกปฏิเสธจึงประกาศสงครามกับ Modena ทันที
ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างยับเยินของ Bolagna


แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา
คือ ความบาดหมางที่ยืดเยื้อยาวนานแบบไม่เผาผีกัน
ระหว่างฝ่าย Guelphs กับ Ghibellines
และบางทีความขัดแย้งระหว่าง Guelphs กับ  Ghibellines
ได้กลายเป็นบทละครอังกฤษที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ
ความบาดหมางระหว่างสองตระกูล
Montague และ Capulet ใน Romeo and Juliet ของ Shakespeare 


 
ภาพวาดสีน้ำมันในปี 1870  โดย Ford Madox Brown




หลังจากสงครามถังไม้โอ๊ก
ฝ่าย Ghibellines ที่เมือง Modena เป็นแกนนำ
ก็ผงาดมีอำนาจเหนือฝ่าย Guelphs
ที่มีเมือง Bologna เป็นแกนนำ


ในปี 1447 ฝ่าย Ghibellines กลับแพ้ภัยตนเอง
เพราะจัดตั้งสาธารณรัฐ  Ambrosian Republic


แต่สงครามระหว่างฝ่าย Ghibellines กับ  Guelphs ก็ยังรบกันต่อเนื่อง


ในปี 1529 Charles I จาก Spain
ได้ทำสงคราม Italian Wars
ซึ่งเป็นสงครามแย่งชิงดินแดนในอิตาลีหลายครั้ง
จากกองทัพของหลายชนชาติที่ต้องการยึดนครรัฐ Italy เป็นเมืองขึ้น


ฝ่าย Ghibellines กับ  Guelphs ต่างมีศัตรูร่วมกัน
เพราะราชันย์ผู้รุกรานเป็นชนต่างด้าวคนต่างแดน
ทั้งสองฝ่ายจึงเจรจาสงบศึกและร่วมกันรบกับศัตรูร่วมกัน




เรียบเรียง/ที่มา


http://bit.ly/2QpXjr6
http://bit.ly/2NALwaJ





เรื่องเล่าไร้สาระ


ในอดีตนครรัฐในอิตาลีต่างแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน
ต่างมีภาษาและวัฒนธรรมแตกต่างกัน
และต่างไม่ชอบขี้หน้าพลเมืองต่างนครรัฐ
มีดีอยู่อย่างคือ การยอมรับผลงานด้านศิลป์กับวิชาการ
ทำให้ศิลปิน/นักวิชาการ(สอนเป็นภาษาละติน)ต่างออกเดินสาย
หารายได้และรับจ้างเจ้านครรัฐต่าง ๆ
ก่อนหน้านั้นมีหลายรายมาก  ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
เช่น มิเชลลานเจโล่ กับ ลีโอ นาโด ดาวินซี่
ลูก้า พาซิโอลี่ ผู้คิดค้นหลักการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้+ทุน
ท่านยังเป็นเพื่อนซี้กับดาวินซี  ทั้งคู่ชอบเดินทางร่วมกัน
ไปรับจ้างเจ้านครรัฐต่าง ๆ ร่วมกันในวัยฉกรรจ์


Pope มักอ้างสิทธิ์อันชอบธรรมว่า
ศาสนจักรเหนือราชอาณาจักร
(Rome คือ สัญลักษณ์จักรวรรดิ์)
โดย Pope ได้สร้าง Vatican อาณาจักรมุ้งเล็กในมุ้งใหญ่ใน Rome
กับพยายามทำให้ศาสนจักรอยู่เหนือราชอาณาจักรหลายชาติ
ทำให้มีปัญหากระทบกระทั่งกับหลายชาติ เช่น อังกฤษ เยอรมัน
รวมทั้งหลายนครรัฐในคาบสมุทรอิตาลี
ต่างเกลียดชังคนในตระกูล Medici 
ที่ทำตนเป็นเจ้าพ่อมาเฟีย
ผูกขาดอำนาจในการแต่งตั้ง Pope
จากพ่อสู่ลูกสู่หลานในตระกูล Medici
มีบทเรียนความเจ้าเล่ห์/เหี้ยมโหดของตระกูลนี้
คือ Cesare Borgia (1475–1507) กับพ่อ Pope Alexander VI
ซึ่งในยุคนั้นยังไม่บังคับให้บาทหลวงต้องถือพรหมจรรย์
ที่ราชาต้องทำตนเป็นทั้งหมาจิ้งจอกกับราชสีห์
ในหนังสือ เจ้าผู้ปกครอง โดย นิคโคโล มาเคียเวลลี


อนึ่งก่อนหน้านั้น โยฮันน์ กูเทนแบร์ก (1398-1468)
ได้ผลิตเครื่องพิมพ์ทำให้มีการพิมพ์หนังสือแพร่หลาย
และในยุคนั้นไม่มีเรื่องลิขสิทธิ์สิทธิบัตร
จึงมีการ C&D Copy and Development 
จากเดิมที่พิมพ์แต่หนังสือภาษาละติน
ก็กลายเป็นภาษาชาวบ้านของแต่ละชาติ
เพราะซื้อง่ายขายคล่องอ่านเข้าใจง่ายกว่า
ภาษาท้องถิ่นทำให้เกิดชาตินิยม
และความอยากรู้อยากเห็นของผู้คนจึงมีมากขึ้น
พอ ๆ กับเอกสารใต้ดินที่ผลิตขึ้นมา
ได้บ่อนทำลายความเชื่อ/ความมั่นคง


ในที่สุดอำนาจตระกูล Medici ก็สิ้นสุดลง
การแต่งตั้ง Pope จึงเริ่มเปลี่ยนแปลง
จากการผูกขาดโดยตระกูลมาเฟีย
เป็นการเลือกตั้งในแบบปัจจุบัน


ผู้มีบทบาทมากที่สุด
ในการหลอมรวมชาติอิตาลี
คือ เบนิโต มุสโสลินี
เป็นผู้นำที่มีคนรักคนชังมากที่สุด
เพราะทำให้อิตาลีมีชัยกับแพ้สงคราม
พอ ๆ กับทีมชาติอิตาลีในศึกฟุตบอลโลก

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน