*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2115942
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 22 กันยายน 2561
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 717 , 01:31:20 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

1.


<iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/pNdnjB4xZ4g" frameborder="0" allow="autoplay; encrypted-media" allowfullscreen></iframe>

Mysterious orange cave crocodiles that live in darkness are mutating into a new species

 

ในปี 2008 
Richard Oslisly คือ คนแรกที่ค้นพบ
จระเข้ถ้ำในประเทศ กาบอง
ในเวลาต่อมาช่วงปี 2010-2011 
ทีมนักวิทยาศาสตร์จึงได้เดินทางไปยัง  Gabon
เพื่อเข้าไปสำรวจป่าฝนและทำการวิจัย 
ในตอนที่ทีมนักวิจัยเดินเข้าไปในถ้ำ 
ทีมนักวิจัยได้เผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่ดูน่ากลัว
มีดวงตาเรืองแสงขนาดใหญ่และเกล็ดสีส้มสดใส  พวกมันคือ  จระเข้


ปกติ  คนมักจะไม่ค่อยเจอจระเข้อาศัยอยู่ในถ้ำ
และด้วยรูปลักษณ์ที่ดูโหดร้ายเหล่านี้
ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องยืนแน่นิ่งและอึ้งไปเลย
แต่โชคดีที่จระเข้ก็ตกใจคนที่มันพบเห็นมันเช่นกัน
มันเลยรีบคลานเข้าไปในความมืด


ภายในถ้ำค่อนข้างมืดและอากาศค่อนข้างร้อน 
อากาศที่ไหลเวียนอยู่ภายในถ้ำ
มักจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้
และนักวิจัยต้องลุยผ่านกากตะกอนเหลว
ภายในถ้ำที่เฉอะแฉะและเหม็นมาก


" มันดูเหมือนโคลนเหลว  แต่ไม่ใช่โคลน 
มันเป็นกองตะกอนขี้ค้างคาวจำนวนมาก
ผสมปนเปกับน้ำจนเป็นแอ่งโคลนเหนียวหนืด "
นักวิทยาศาสตร์ Olivier Testa 


" สภาพแวดล้อมภายในร้ายกาจมาก
เมื่อตอนที่เราออกมาจากถ้ำ
เราต้องฉีดน้ำล้างชำระร่างกายทันที " 
Matthew Shirley  นักวิทยาศาสตร์ 
ด้านสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก


นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่ามีจระเข้ 9  ตัว
ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยเลย
ไม่มีแสงภายในถ้ำ ทุกหนทุกแก่งเต็มไปด้วยขึ้ค้างคาว
และมีแหล่งอาหารน้อยมาก  ส่วนมากพวกมันต้องกินค้างคาว
จระเข้บางตัวยังถูกขังอยู่ภายในด้วยช่องแคบและหลุมลึก
และแทบจะไม่มีทางที่จะคลานออกมาข้างนอกได้

 
หลังจากนั้น ก็มีการเดินทางไปถ้ำ Abanda
นับได้หลายครั้งมากในช่วง 2010-2011 
โดยได้รับการสนับสนุนจาก IRD และ Foundation Liambissi
เพราะทีมนักวิจัยพยายามทำความเข้าใจ
ที่มาของพวกจระเข้ที่อาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้ 


จระเข้ถ้ำ  Abanda เป็นสายพันธุ์ของจระเข้แคระแอฟริกา
Dward Crocodile (Osteolaemus tetraspis)
ซึ่งพบเห็นได้ทั่วทางตะวันตกและแอฟริกากลาง 
พวกมันเป็นสายพันธุ์จระเข้ที่เล็กที่สุดในโลกมีความยาวเฉลี่ย 1.5 เมตร 
แต่ฝูงจระเข้ถ้ำมีลักษณะหลายอย่างที่แตกต่างจาก
ฝูงจระเข้ที่อาศัยอยู่ในป่าและที่ราบลุ่ม 
ที่กินพวกปลาและกุ้งในน้ำเป้นหลัก


ฝูงจระเข้ถ้ำมีหัวที่โตขึ้น  มีสายตาไม่ดี
และผิวหนังของจระเข้มีสีส้มแปลกจากสีจระเข้ทั่วไป
ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นผลมาจาก
หลายปีที่ฝูงจระเข้จมปลักอยู่ในกองขี้ค้างคาว
ทำให้เปลี่ยนสีผิวของฝูงจระเข้
เช่นเดียวกับช่างฟอกหนังจระเข้
ที่ใช้สารเคมีในการฟอกสีหนังจระเข้


" ขี้ค้างคาวประกอบด้วย ยูเรีย Urea 
ในเยี่ยวค้างคาวก็ยังอุดมไปด้วยสารเคมี ไนโตรเจน  Nitrogen
ภายในกองขี้ค้างคาวจึงมีค่า พีเอช pH ขั้นพื้นฐานสูง
ที่มากเพียงพอจะฟอกสีผิวหนังของฝูงจระเข้ "
Matthew Shirley 


ยูเรีย สารประกอบอินทรีย์ชนิดหนึ่ง 
สูตรเคมี  คือ NH2CONH2 เป็นของแข็งสีขาว 
มีจุดหลอมเหลว 130oC ละลายน้ำได้ดี ใช้ทำปุ๋ยไนโตรเจน  
ในร่างกายสัตว์ยูเรียเกิดขึ้นจาก 
กรดอะมิโนที่เปลี่ยนแปลงไป
ในกระบวนการเมแทบอลิซึมของโปรตีน [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]

2.




แต่ยังมีความแตกต่างที่ลึกมากกว่าสีผิว
นักวิจัยพบว่าลายเซ็นทางพันธุกรรมของฝูงจระเข้ถ้ำนี้
กลุ่มยีนถ่ายทอดมาจากพ่อแม่คู่เดียวกัน
ทั้งยังแตกต่างจากสายพันธุ์ดั้งเดิมที่พัฒนามาไล่เลี่ยกัน
นักวิจัยเชื่อว่าฝูงจระเข้ถ้ำเหล่านี้กำลังจะกลายพันธุ์
และกำลังจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นสายพันธุ์ใหม่ 


ทั้งนี้ เพราะการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมนี้
จะต้องใช้เวลาหลายร้อยชั่วอายุจระเข้
ในการเก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอ DNA
ทำให้เชื่อว่า  ฝูงจระเข้ถ้ำนี้ได้แยกตัวออกจาก
ญาติห่าง ๆ สายพันธู์ของพวกมันนับพัน ๆ ปีมาแล้ว
เพราะมีค่าแตกต่างกันมากกว่าร้อยละ 2
จากจำนวนตัวอย่าง DNAs ที่มีนัยสำคัญทางสถิติ
จากตัวอย่างจระเข้ถ้ำ 30 ถึง 40 ตัวที่ไม่ซ้ำกัน 
เปรียบเทียบกับตัวอย่างเลือดจากจระเข้แคระทั่วไปประมาณ 200 ตัว


จระเข้ถ้ำตัวใหญ่ที่สุดในถ้ำแห่งนี้มีความยาว 1.7 เมตร
และน่าจะมีอายุมากแล้วในฝูงที่มีอยู่ราว 100-200 ตัว
ซึ่งมีการจับจระเข้ถ้ำขึ้นมาวัดขนาด  เจาะเก็บเลือดจระเข้
แล้วปล่อยพวกมันกลับลงไปอยู่ในถ้ำตามเดิม


3.

 





" บางทีมันอาจจะเป็นการกลายพันธุ์ใหม่
ภายในกลุ่มประชากรจระเข้กลุ่มเล็ก ๆ
เช่น ถ้าคุณนำคนสัก 100 คนให้อยู่กินร่วมกัน
ภายในพื้นที่เดียวกันเป็นเวลากว่า 1,000 ปี
ผู้คนก็จะเริ่มกลายพันธุ์(ผ่าเหล่าผ่ากอ)
เพราะการแต่งงานกันภายในกลุ่มเดียวกัน "
Olivier Testa 


“ เราสามารถพูดได้เลยว่า
เราพบสายพันธุ์ที่กลายพันธู์
เพราะว่าจระเข้ถ้ำมี รหัสพันธุกรรม GenticCode ที่ Haplotype
การกินอาหารของฝูงมันก็แตกต่าง
และสายพันธุ์นี้ก็ปรับตัวให้อยู่รอดได้ในโลกใต้ดิน 

เพราะนอกจากมีค้างคาวนับหมื่น ๆ ตัว
ยังมีฝูงจิ้งหรีดไต่ไปมาตามผนังถ้ำ

เราโชคดีมากที่ชาวบ้านแถวนี้ไม่กล้าเข้าไปในถ้ำ
เพราะกลัวฝูงจระเข้ฝูงนี้อย่างแรง "
Richard Oslisly  ผู้ค้นพบจระเข้ถ้ำคนแรกในปี 2008

4.




มันเป็นเรื่องยากที่จะสรุปได้ว่า
ทำไมฝูงจระเข้นี้จึงเลือกที่จะอยู่ภายในถ้ำ 
บางทีอาจจะเป็นเพราะจระเข้ชอบกินค้างคาว
เพราะนี่เป็นสิ่งเดียวที่จระเข้ได้กินกับกินได้
ซึ่งภายในถ้ำมีค้างคาวนับหมื่น ๆ ตัวเลยทีเดียว
นอกเหนือจากจิ้งหรีดและสาหร่าย 


บางทีฝูงจระเข้ตอนที่ยังเล็กอยู่
ได้เดินทางหาอาหารไกลจากบ้านเดิม
แล้วเดินสำรวจผ่านเข้าทางช่องว่างต่าง ๆ ภายในถ้ำ
หรืออาจจะตกลงไปในถ้ำแห่งนี้
เพราะตอนนี้ตรงทางเดินเข้าออกลึก 7 เมตร
เป็นตะกอนทรายทำให้จระเข้คลานขึ้นมาไม่ได้


แต่เมื่อจระเข้เริ่มมีขนาดใหญ่โตขึ้น
พวกมันก็ถูกกักขังอยู่ภายในถ้ำเลย
และต้องใช้เวลากับชีวิตที่เหลืออยู่
อยู่กันภายในถ้ำให้ผ่านพ้นวันคืนที่มืดมิด
ด้วยการกินค้างคาว จิ้งหรีด สาหร่าย เป็นอาหาร
และว่ายน้ำไปมาท่ามกลางกองขี้ค้างคาว


เรียบเรียง/ที่มา


http://bit.ly/2DidRib
http://bit.ly/2QPD5ar
http://bit.ly/2PRxC1p
http://bit.ly/2QOybKA



5.


Photo credit: Olivier Testa


6.


Photo credit: Olivier Testa


7.


จระเข้ถ้ำกับจระเข้ท้องถิ่นPhoto credit: Olivier Testa


8.


จระเข้ถ้ำกับจระเข้แคระ


9.



10.



11.



12.



13.



14.



15.



16.



17.


จระเข้แคระ


18.


หัวกะโหลกจระเข้แคระ


19.


จระเข้แคระ


20.


ลูกจระเข้แคระ



รายงานการวิจัย

Diet and body condition of cave-dwelling dwarf crocodiles ( Osteolaemus tetraspis , Cope 1861) in Gabon
  African Journal of Ecology · September 2016

21.



22.


พื้นที่ทำการศึกษาในกาบอง


<iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/AClHI75AeLM" frameborder="0" allow="autoplay; encrypted-media" allowfullscreen></iframe>

Bent-Winged Bat in a new cave found in Gabon

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน