*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2115940
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< ตุลาคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 3 ตุลาคม 2561
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 618 , 10:45:46 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

 
ในอดีต นักชีววิทยาทางทะเลเชื่อว่า แมงกะพรุนมีแคลลอรี่น้อยมากในห่วงโซ่อาหาร
Credit : Hassan Ammar/Associated Press





นักวิทยาศาสตร์เคยตั้งข้อสันนิษฐานไว้นานแล้วว่า
มีสัตว์น้ำจำนวนน้อยชนิดมากที่กิน แมงกะพรุน เป็นอาหาร
แต่ผลการวิจัยล่าสุดนี้มีข้อมูลบ่งชี้ว่า
แมงกะพรุนอาจจะเป็นอาหารสำคัญของสัตว์น้ำในมหาสมุทร
เพราะโดยทั่วไปแล้ว สำหรับพวกปลาที่หิวโหยแล้ว  
การหาแมงกะพรุนกินเป็นอาหาร
น่าจะเป็นเรื่องที่ผิดหวังได้อย่างมาก
เพราะตัวแมงกะพรุนประกอบด้วยน้ำถึง 95%
ทำให้แมงกะพรุนมีแคลลอรี่เพียง 5 แคลลอรี่เท่านั้น
หรือ ราวหนึ่งในสามของปริมาณผักชีฝรั่งหนึ่งถ้วย


จากข้อมูลดังกล่าวเบื้องต้น
ทำให้นักชีววิทยาทางทะเลต่างคิดว่า
แมงกะพรุนจึงเป็นแหล่งอาหาร
ที่ไม่สำคัญของสัตว์น้ำในมหาสมุทร 
เพราะคิดว่าสัตว์ทะเลชนิดอื่น ๆ 
อาจจะไม่ค่อยใส่ใจกับการกินพวกแมงกะพรุน
แต่ความคิดนี้ต้องสิ้นสุดลง
เพราะมันคือ ห่วงโซ่อาหารที่สำคัญในมหาสมุทร


" ในอดีตแมงกะพรุนมักจะถูกละเลยไป  
แต่ผลการวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ แสดงให้เห็นว่า
เรื่องนี้เป็นมุมมองที่ผิดพลาด
เพราะปลาทูน่าหลายชนิด  แม้แต่พวกนกเพนกวิน
ต่างพากันเสาะหาแมงกะพรุนเพื่อกินเป็นอาหาร
ยิ่งเราเพ่งดูสังเกตดูมากเท่าไร  
แมงกะพรุนยิ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งจริง ๆ "

Thomas K. Doyle นักชีววิทยาทางทะเล  University College Cork ใน Ireland 


เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ว่า
แมงกะพรุนจะช่วยรักษาเสถียรภาพของอาหารในมหาสมุทร
ซึ่งพวกแมงกะพรุนจะเป็นทางเลือกสุดท้ายในการเป็นอาหาร
สำหรับสัตว์น้ำประเภทอื่น ๆ  เมื่อถึงเวลาที่ยากลำบาก/อาหารขาดแคลน 


การรับรู้ของพวกเราได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
พวกมันดูเหมือนจะพลิกฟื้นแนวคิดระบบนิเวศวิทยาใหม่
ทำให้แมงกะพรุนเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของระบบมหาสมุทร "

Jonathan D.R. Houghton นักชีววิทยาทางทะเล  
Queen's University Belfast ใน Northern Ireland


แต่เดิมเพราะเหตุผลเพียงอย่างเดียวคือ
แคลอรี่ในตัวแมงกะพรุนที่น้อยนิด
แทบจะมีคุณค่าและสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อสัตว์น้ำ/สัตว์ทะเล
ทำให้พวกนักวิทยาศาสตร์ต่างปฏิเสธพวกแมงกะพรุน
และคิดว่าสัตว์น้ำที่ล่าเหยื่อมักจะไม่กินแมงกะพรุน 


ในอดีต นักชีววิทยาทางทะเลจับปลามาผ่าท้องดู
หรือตรวจสอบจากขี้ของพวกปลากินเนื้อ
ต่างแทบจะไม่พบแมงกะพรุนเลย


แต่ทั้งนี้มีข้อยกเว้น เต่ามะเฟือง และ ปลาแสงอาทิตย์ sunfish 
ที่รู้กันมานานแล้วว่า ชอบกินแมงกะพรุนมาก
และพวกมันกินแมงกะพรุนนับหลายร้อยตัวทุกวัน
แม้ว่าเต่ามะเฟืองและปลาแสงอาทิตย์ จะมีขนาดใหญ่มากในมหาสมุทร
เต่ามะเฟืองจะมีน้ำหนักมากกว่า 2,000 ปอนด์
ปลาแสงอาทิตย์จะมีน้ำหนักมากกว่า 5,000 ปอนด์


เรื่องนี้ทำให้นักชีววิทยาทางทะเลต่างคิดว่า
ขนาดที่ใหญ่โตของสัตว์น้ำสองชนิดนี้ เต่ามะเฟือง ปลาแสงอาทิตย์
ต่างต้องปรับตัวให้มีขนาดพิเศษสำหรับดำรงชีพ
ด้วยการกินแมงกะพรุนเป็นอาหาร 
ที่กรอกเข้าไปในกระเพาะอาหารขนาดใหญ่
ทำให้เหยื่อที่เป็นแมงกะพรุนเข้าไปได้มากเพียงพอที่จะอยู่รอดได้
และได้รับสารอาหารและอาหารในปริมาณที่เพียงพอ


2.

 
Jellyfish Lake in Palau. “There’s a lot more to jellyfish than jelly,” 
Credit : Benjamin Lowy/Getty Images Reportage




แต่สำหรับปลากินเนื้อที่ไม่ได้ปรับตัวให้กินแมงกะพรุนเป็นอาหาร
จะดูเหมือนว่าการกินแมงกะพรุนจะเป็นกลยุทธ์ที่อันตราย 
เพราะอาจจะขาดแคลนสารอาหารและปริมาณอาหารที่เพียงพอ
ดังนั้นปลากินเนื้อน่าจะหาเหยื่อชนิดอื่น ๆ กิดกินเป็นอาหารดีกว่า
เพราะมีปริมาณแคลอรีมากกว่าถึง 30 เท่าของแมงกะพรุน


นักชีววิทยาทางทะเลต่างมีความเห็นว่า
ในมหาสมุทรมีอาหารที่กินไม่ได้มากจนเกินไป 
และไม่มีใครรู้ว่ามี แมงกะพรุนจำนวนเท่าใดแน่
แต่ก็มักจะเจอพวกแมงกะพรุนจำนวนมากมายมหาศาล
ในหลายพื้นที่และในท้องทะเลหลายแห่งมาก


เช่น แมงกะพรุน Barrel สามารถสร้างสายใยหนวดที่หนาแน่น
ถ้านำมารวมกันแล้วยืดให้ยาวจะได้ระยะทางหลายสิบไมล์ 
หนวดแต่ละเส้นสามารถชั่งน้ำหนักได้มากถึงหกสิบปอนด์


" แต่ถ้าพวกสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ไม่กินแมงกะพรุนแล้ว
สิ่งนี้เป็นสารอินทรีย์ที่จะสูญหายไปจากห่วงโซ่อาหาร
พวกมันจะตายลงแล้วตกลงไปสู่ท้องทะเล
แล้วเป็นอาหารชั้นดีของพวกจุลินทรีย์ใต้ท้องทะเล
ความเป็นแมงกะพรุนจึงมีมากกว่าแค่วุ้นเยลลี่ "

Jonathan D.R. D.R. Houghton


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา  ความเข้าใจเรื่องแมงกะพรุน
เพี่งจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากขึ้น
เพราะนักชีววิทยาทางทะเลได้ใช้เครื่องมือใหม่ ๆ 
เพื่อหาว่าสัตว์น้ำที่กินเนื้อกินอะไรในท้องทะเล


เพราะเหยื่อที่ถูกกินต่างทิ้งลายพิมพ์เคมี (DNA
ไว้ในตัวสัตว์ที่ล่าพวกมันกินเป็นอาหาร
ที่องค์ประกอบ เช่น ออกซิเจนและไนโตรเจนในกล้ามเนื้อของสัตว์
จะสามารถเปิดเผยถึงชนิดของเหยื่อที่พวกมันกินเป็นอาหาร


ปรากฏว่ามีปลาหลายตัวมากเลย
ที่มีลายพิมพ์ DNA แมงกะพรุนอยู่ในกล้ามเนื้อของพวกมัน


นักชีววิทยาทางทะเลยังได้คิดค้นวิธีการใหม่ ๆ 
ในการค้นหาสัตว์น้ำกินเนื้อในมหาสมุทร 
แทนที่จะค้นหาเศษซากแมงกะพรุนตัวหรือครึ่งตัว
หลายคนต่างเริ่มค้นหาลายพิมพ์ DNA ของแมงกะพรุน
แล้วพบว่ามีลายพิมพ์ DNA ของแมงกะพรุน
จำนวนมากปรากฏอยู่ในกล้ามเนื้อของพวกสัตว์น้ำ/สัตว์ทะเล


ตัวอย่างเช่น ในท้องของปลาไหล Eel larvae
พบว่า 76% ของลายพิมพ์ DNA เป็นแมงกะพรุน 
และจากการตรวจอุจจาระของนก Albatrosses 
พบว่า 20% ของลายพิมพ์ DNA เป็นแมงกะพรุน


หลังจากที่ได้ทำการติดตั้งกล้องขนาดเล็กบน นกเพนกวิน
ด้วยการจับภาพวิดีโอไว้เป็นเวลาหลายวัน 
ภาพของนกเพนกวินได้เปิดเผยว่า
พวกมันยังกินแมงกะพรุนเป็นอาหาร 
และข้อเท็จจริงยังพบว่า 
นกเพนกวินต่างกำลังค้นหาแมงกะพรุนอย่างจริงจัง
แม้ว่าจะมีตัวเลือกอาหารอื่น ๆ อยู่ก็ตาม
ทำให้แมงกะพรุนอาจจะเป็นอาหาร
ของพวกนกเพนกวินมากกว่า 40%


" จากการใช้เทคนิคใหม่ ๆ เหล่านี้
ช่วยให้เราสามารถเจาะลึกข้อมูล
และมองเห็นโลกทัศน์ในอีกทางได้ได้ " 
Julie McInnes นักชีววิทยา University of Tasmania


มันเป็นโลกที่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย
ของนกเพนกวินที่อยากกินแมงกะพรุน 
ทำไมพวกนกเพนกวินจึงต่างกระตือรือร้น
ที่จะกินอาหารที่ไร้ประโยชน์(แมงกะพรุน)เช่นนี้
(แคลลอรี่ต่ำกว่าอาหารประเภทอื่นในท้องทะเล)



ทั้งนี้ส่วนหนึ่งของเหตุผลที่น่าสนใจ
อาจมาจากการที่เป็นเรื่องง่ายมากในการจับกินแมงกะพรุน
เพราะแมงกะพรุนไม่สามารถหนีพรวดพราดไปได้อย่างรวดเร็ว
และเมื่อกินแมงกะพรุนแล้วจะสามารถย่อยอาหารได้เร็วกว่า


การกินปลาที่เต็มไปด้วยกระดูก/ก้าง 
หรือกุ้งที่เต็มไปด้วยเปลือกและหนวดกุ้ง
สัตว์น้ำบางชนิดจะไม่กลืนแมงกะพรุนทั้งตัว
แต่จะกัดกินเฉพาะส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการ 
ในขณะที่ Bell ของแมงกะพรุนส่วนใหญ่จะเป็นพวกน้ำ  
แต่เนื้อเยื่อและอวัยวะสืบพันธุ์ของแมงกะพรุนจะเต็มไปด้วยแคลอรี่และโปรตีน


ปริมาณแมงกะพรุนจำนวนมหาศาล
ที่สัตว์น้ำต่างกัดกินแมงกะพรุนจากตรวจสอบลายพิมพ์ DNA
ทำให้นักวิจัยต่างตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ
ผลกระทบของห่วงโซ่อาหารทั้งหมดของสัตว์น้ำ/สัตว์ทะเล
มันจึงมีความเป็นไปได้อย่างมากเลยที่
แมงกะพรุนทำให้ระบบนิเวศในมหาสมุทรมีความเป็นเสถียรภาพ


สัตว์น้ำ เช่น ปลามีความเสี่ยงที่จะเกิดปริมาณปลามากเกินไป
แต่พวกปลาก็จะสามารถอยู่รอดได้ ถ้ามีอาหารเพียงพอ
อาหารที่มีขนาดเหมาะสมพอกับปากของพวกปลา
ในการกลืนกินในแต่ละขั้นตอนของวงจรชีวิตของพวกปลา


ในทำนองเดียวกัน  แมงกะพรุนมีความหลากหลายและสำคัญมากขึ้น 
เมื่อมีปลามีขนาดเล็กอาศัยเป็นฝูงอยู่จำนวนมาก
แมงกะพรุนก็สามารถจับกินเป็นอาหารจากหนวดของพวกมันได้ 
แต่ถ้าปลาขนาดเล็ก ๆ หากินได้ยากแล้ว
แมงกะพรุนก็ยังสามารถกินแพลงก์ตอนเล็ก ๆ 
หรือแม้กระทั่งกินเลนท้องทะเลเป็นอาหาร
จากนั้นพวกสัตว์ทะเลอื่น ๆ ก็อาจจะมีชีวิตอยู่ได้
ด้วยการกินแมงกะพรุนที่มีจำนวนมากเป็นอาหาร


" แมงกะพรุนสร้างความมั่นคงในอาหารท้องทะเล
แมงกะพรุนเป็นเสมือนโซ่ข้อกลางของระบบห่วงโซ่อาหาร " 
Jonathan D.R. Houghton


เรียบเรียง/ที่มา


https://nyti.ms/2zMNsp3
http://bit.ly/2IAa7Hy






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อดุลย์ วันที่ : 03/10/2018 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

ปลาราคาแพงชนิดหนึ่งของบ้านเรา
อย่างปลาจะละเม็ด
ก็กินแมงกะพรุนเป็นอาหารครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน