*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2115940
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< ตุลาคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 6 ตุลาคม 2561
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 489 , 21:54:23 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

1.
 
Photo credit: Sangaroon/Shutterstock.com



60 ปีก่อน สหรัฐอเมริกาต้องเผชิญหน้ากับ
ความท้าทายอย่างมากในการขจัด โรคมาลาเรีย
ให้หมดจากประเทศในพื้นที่ 3.8 ล้านตารางไมล์ 
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) 
ซึ่งเป็นสถาบันสาธารณสุขชั้นนำของประเทศ
ได้รับการยกย่องอย่างมากจากแผนการนี้


ในเวลาอีก 4 ปีต่อมา  
CDC  ได้ทุ่มเทให้กับการฉีดพ่น DDT
ในบ้านเรือนนับล้าน ๆ แห่งทั่วประเทศ 
เพียงเวลาแค่  3 ปี ผู้ป่วยด้วยโรคมาลาเรียลดลง
จาก 15,000 คนในปี 1947 เหลือเพียง 2,000 คนในปี 1950
ในปีต่อมา ผู้ป่วยด้วยโรคมาลาเรียก็ไม่พบอีกเลย
(ต่อมาภายหลังอีกหลายปี จึงรู้ถึงพิษตกค้าง DDT)

ประสิทธิภาพการทำงานของ DDT ในการฆ่ายุง
ยังไม่เป็นที่ทราบกันมาจนกระทั่งในปี 1939 
เมื่อ Paul Hermann Müller นักเคมีชาวสวิส 
ได้ค้นพบสารเคมีดังกล่าวใช้ในการฆ่าแมลง 
ก่อนหน้านี้การควบคุมโรคมาลาเรีย
ถูกจำกัดไว้เฉพาะมาตรการเชิงรุก
เช่น การกำจัดยุงโดยการระบายน้ำไม่ให้ท่วมขัง
หรือการใช้สารพิษ Paris green หรือ Pyrethrum

 
ในช่วงเปลี่ยนศตวรรษที่ผ่านมา
ก่อนที่โรคมาลาเรียจะกลายเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรง
ต่อประชากรและปศุสัตว์ในท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา
นายแพทย์ท่านหนึ่งของรัฐ Texas ได้เริ่มทดลอง
ใช้ฝูงค้างคาวเพื่อต่อสู้กับยุงที่ติดเชื้อมาลาเรีย




ในตอนแรก นายแพทย์  Charles Campbell 
ได้พยายามสร้างรังที่อยู่ของค้างคาว
โดยใช้กล่องใส่ของที่มีขนาดและรูปทรงต่าง ๆ 
แต่หลังจากที่ทดลองมาหลายปีก็ไม่ประสบความสำเร็จ
ท่านจึงได้ตระหนักว่าค้างคาวแตกต่างนกชนิดต่าง ๆ 
ค้างคาวต้องการรังที่อยู่ที่ใหญ่กว่าพวกนัก


ในปี 1907 ท่านจึงลงทุนด้วยเงินส่วนตัว 500 เหรียญสหรัฐ
ด้วยการสร้างบ้านค้างคาวหลังแรกเป็นหอสูง 30 ฟุต
ที่ท่านเรียกว่า  อนุสาวรีย์ (หอคอยค้างคาว) 
ที่ U.S. Experimental Farm ใกล้กับ San Antonio 
ภายในบ้านค้างคาวมีการสร้างชั้นต่าง ๆ
วางเอียงเรียงรายให้มีค้างคาวเกาะพักอยู่ได้
และมีเศษผ้ายาว 20 หลาที่เต็มไปด้วย Guano ฉี่และขี้ของค้างคาวแขวนไว้
เพื่อทำให้ค้างคาวรู้สึกเหมือนอยู่ที่รังที่อยู่ของพวกมัน
ด้วยการเลียนแบบรังที่อยู่ของสัตว์ที่หากินกลางคืน
และท่านยังได้วางเศษเนื้อขาหมูรมควันไว้ข้างใน


แต่โชคร้ายที่ความพยายามของท่านไม่ประสบความสำเร็จ
เพราะไม่มีค้างคาวแม้แต่ตัวเดียวที่เข้ามาพักในรังแห่งนี้
ในเวลาอีก 3 ปีต่อมา ท่านยังใช้เงินในการปรับปรุงหอคอยแห่งนี้อีก
แต่ค้างคาวก็ไม่เข้ามาพักในรังสักตัวอีก
ก่อนที่ท่านจะสิ้นหวัง 
ท่านได้จับค้างคาวมาราว 500 ตัว
โดยจับค้างคาวมาจากสถานที่อื่น
และขังพวกมันอยู่ภายในหอคอยแห่งนี้
โดยหวังว่าการที่พวกมันอยู่ข้างในนี้
จะช่วยทำให้ฝูงค้างคาวที่บินผ่านไปมาจะเข้ามาอยู่ร่วมด้วย
แต่ผลการทดลองครั้งนี้ก็ยังล้มเหลวอีก
ก่อนที่ท่านจะโค่นหอคอยแห่งนี้ลงมาบนพื้นดิน
เพราะมีฝูงนกกระจอกหลายร้อยตัวเข้าไปอยู่แทน


หลังจากความล้มเหลวในครั้งนั้น
นายแพทย์  Charles Campbell ได้ปลีกวิเวก
โดยหยุดทำหน้าที่การเป็นหมอรักษาคนไข้
แล้วปล่อยให้ครอบครัวอยู่ตามลำพัง
โดยท่านเดินทางขึ้นไปอยู่ตามป่าเขา
และใช้เวลานานหลายเดือนที่นั่น
เพื่อศึกษาพฤติกรรมและถิ่นที่อยู่อาศัยของฝูงค้างคาว
เมื่อท่านได้ข้อมูลมากเพียงพอแล้ว
ท่านจึงเดินทางกลับบ้าน
แล้วเริ่มสร้างหอคอยค้างคาวอีกครั้ง







ท่านเรียนรู้ว่าฝูงค้างคาวชอบที่จะอยู่ใกล้น้ำ
ดังนั้นท่านจึงสร้างหอคอยค้างคาวอยู่ใกล้กับทะเลสาบ Mitchell
พื้นที่ราบลุ่มที่มีน้ำท่าไหลเข้าสู่เป็นสถานที่เพาะพันธุ์ยุงที่ดีมากเลย
ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูใบไม้ร่วง
พื้นที่นี้ต่างเต็มไปด้วยการรบกวนของฝูงยุง
จนทำให้พวกชาวนาในพื้นที่โดยรอบ 
ต้องยอมหลบหนีโดยยอมทิ้งพืชผล/ผลผลิตของพวกตน
และขณะเดียวกันปศุสัตว์ก็ยังต้องทนทุกข์ทรมานจากฝูงยุง


ในฤดูใบไม้ผลิปี 1911 หอคอยค้างคาวแห่งใหม่สร้างเสร็จแล้ว
มีผู้ใหญ่และเด็กเพียง 78 คนจากจำนวนประชากร 87 คน
ที่อาศัยอยู่รอบทะเลสาบ Mitchell ที่เป็นโรคมาลาเรีย


ในที่สุด ท่านก็ได้ลิ้มรสชาติแห่งความสำเร็จ 
ในฤดูร้อนปีนั้น ท่านกลับไปที่ทะเลสาบ Mitchell
และเฝ้าดูด้วยความพึงพอใจ
เมื่อค้างคาวจำนวนหลายร้อยตัวพุ่งตัวออกจากหอคอยค้างคาว
เป็นแนวยาวโดยใช้เวลาถึง 5 นาทีกว่าจะหมดแนวบินของฝูงค้างคาว
ท่านรู้ว่า หอคอยค้างคาวของท่านที่สร้างไว้
ยังมีที่เพียงพอให้ค้างคาวอยู่ได้อีกหลายพันตัว
ท่านจึงหันความสนใจไปยังป่าไม้ที่มีบ้านพักคนล่าสัตว์
ซึ่งเป็นพื้นที่พักนอนของค้างคาวในเวลากลางวัน


พื้นที่แห่งนั้นอยู่ห่างออกไปประมาณ 500 หลาจากหอคอยค้างคาว
เป้าหมายของท่าน คือ การไล่ต้อนฝูงค้างคาวทั้งหมด
ให้ออกจากพื้นที่ค้างคาวพักนอนหลังล่าเหยื่อในตอนกลางวัน
ให้พวกมันบินเข้าไปพักนอนในหอคอยค้างคาว
และผลของการทำแบบนี้หอคอยท่านก็เต็มไปด้วยค้างคาว


ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนพ้องน้องพี่
พวกท่านได้รอคอยจนถึงใกล้รุ่งอรุณแล้ว
ก่อนที่ฝูงค้างคาวจะกลับมานอนที่รังป่าไม้/ที่พักคนล่าสัตว์หลังเดิม
เพื่อนพ้องน้องพี่ของท่านต่างร้องรำทำเพลง
พร้อมเสียงเครื่องดนตรี  ClarinetsPiccolosTrombones 
ตีกลองและฉิ่งฉาบ พร้อมส่งเสียงดังกันอย่างเต็มที่
ฝูงค้างคาวต่างตกใจกับเสียงที่ได้ยิน
ต่างพากันบินหนีไปพักตามหอคอยค้างคาวที่สร้างรอไว้
และต่อมา  พวกท่านยังได้ไล่ต้อนให้ฝูงค้างคาว
ให้ไปพักนอนตามบ้านร้างหลังต่าง ๆ ที่วางแผนไว้


เย็นวันต่อมา  ท่านได้เดินทางไปรอคอยที่หอคอยค้างคาวริมทะเลสาบ
และในตอนนี้ฝูงค้างคาวที่เดินทางออกไปหากิน
ต้องใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะออกมาหมดหอคอยค้างคาว
ท่านจึงเชื่อว่า ท่านได้ประสบความสำเร็จแล้ว
ในการนำฝูงค้างคาวทั้งหมดออกจากพื้นที่ป่าไม้
กระท่อมล่าสัตว์และไร่ปศุสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง
ให้ไปพักอาศัยยังหอคอยค้างคาวของท่าน


ในปี 1914 ที่ทะเลสาบ Mitchell
4 ปีให้หลังจากการสร้างหอคอยค้างคาว
ไม่ปรากฏว่ามีคนไข้เป็นโรคมาลาเรีย
จากประชากรที่อาศัยอยู่รอบทะเลสาบแห่งนี้


เมื่อผลการทดลองของท่านมีการแพร่กระจาย
จึงมีการสอบถามเกี่ยวกับหอคอยค้างคาว
มาจากทั่วประเทศและแม้แต่ในอิตาลี 
เพราะผลงานที่ยิ่งใหญ่แบบนี้มีต้นทุนต่ำมาก
และมีประสิทธิภาพในการกำจัดยุงและโรคมาลาเรีย


City Council of San Antonio จึงออกฎหมาย
ห้ามไม่ให้ใครฆ่าค้างคาวภายในเขตเมือง 
ในปีเดียวกัน Municipal Bat Roost เป็นเมืองแรก
ที่ให้การสนับสนุนสร้างหอคอยค้างคาวใน San Antonio
และในเวลาต่อมา การฆ่าค้างคาวเป็นเรื่องผิดกฎหมายทั่วทั้งรัฐ Texas


หอคอยค้างคาวที่ทะเลสาบ Mitchell 
กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชาวบ้าน
ในทุกเย็นจะมีคนมานั่งรอชมฝูงค้างคาวบินออกมา
ไม่น้อยกว่า 250,000 ตัวในทุกตอนเย็น
ทางท้องถิ่นจึงได้สร้างที่นั่งและทำให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อน
สำหรับประชาชนทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย


ตั้งแต่ปี 1914-1929
มีหอคอยค้างคาวรวม 16 แห่งที่สร้างขึ้นตั้งแต่ Texas ถึง Italy
แต่ตอนนี้เหลืออยู่ราว 2-3 หลังในที่ดินส่วนบุคคล
เพราะหอคอยค้างคาว ที่ทะเลสาบ Mitchell ถูกรื้อลงในปี 1950
เพราะเกิด โรคพิษสุนัขบ้า ในตัวค้างคาว
ทำให้รัฐ Texas ต้องยกเลิกกฎหมายคุ้มครองค้างคาว


หอคอยค้างคาวที่ยังเหลืออยู่สร้างขึ้นในปี 1918
ใกล้กับเมือง Comfort ในรัฐ Texas 
เขตบ้านพักชนบทของอดีตนายกเทศมนตรี
หอคอยรูปทรงปิรามิดที่มีความสูง 30 ฟุต
และยกพื้นเหนือคอนกรีตประมาณ 7 ฟุตจากพื้นดิน
ซึ่งจะช่วยเก็บ Guano ของเสียที่ค้างค้าวถ่ายออกมา
Guano เป็นปุ๋ยชั้นดีและเป็นผลพลอยได้
จากการใช้เป็นประโยชน์ของหอคอยค้างคาว 
แต่เดิมหอคอยค้างค้างที่ทะเลสาบ Mitchell 
มีค่าเฉลี่ย Guano ประมาณ 2,000 กิโลกรัมต่อปี


หอคอยค้างคาวที่  Comfort 
มีการตั้งชื่อว่า Hygieostatic Bat Roost
Hygieostatic ถูกประดิษฐ์คำจาก
Albert Steves อดีตนายกเทศมนตรี 
มาจากภาษา Greek  Hygiea (สุขภาพ) และ Stasis (ความยั่งยืน)
ทุกวันนี้ยังมีค้างคาวราวพันตัวที่อาศัยอยู่
จากเดิมที่เคยมีร่วมหมื่นตัว


เรียบเรียง/ที่มา


https://bit.ly/2QfRxrO
https://bit.ly/2RulIw3


 



The Hygieostatic Bat Roost  ใกล้ Comfort, Texas. Photo credit: Larry D. Moore/Wikimedia




หอคอยที่ประสพความสำเร็จไม่มากนัก  Sugarloaf Key ใน Florida
พายุเฮอริเคนทำลายลงในปี 2017 Photo credit: donielle/Flickr




Municipal Bat Roost สนับสนุนงบประมาณโดย  City Council of San Antonia, Texas 17 มีนาคม 1916







ข้อมูล https://bit.ly/2IG9xZ8



 <iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/GLZnHiErAdk" frameborder="0" allow="autoplay; encrypted-media" allowfullscreen></iframe>


เพลงค้างคาวกินกล้วย



ข้อมูลเพิ่มเติม https://bit.ly/2yf1j5k




ค้างคาวมีลักษณะตรงตามที่คำอุปมา
ที่คนไทยเรียกมาตั้งแต่โบราณว่า  นกมีหู หนูมีปีก
แต่ค้างคาวไม่ใช่หนู และไม่ใช่นก
ค้างคาวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในอันดับ Chiroptera


มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมหลายชนิด
นอกจากค้างคาวที่ใช้ชีวิตเหินหาวกลางอากาศได้ เช่น บ่าง กระรอกบิน
แต่การเคลื่อนที่ของสัตว์เหล่านั้นเป็นการร่อน 
ส่วนการเคลื่อนที่ของค้างคาวเป็นการบิน
นับเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมเพียงชนิดเดียวที่บินได้อย่างแท้จริง
ปีกของค้างคาวคือพังผืดที่เชื่อมระหว่างนิ้ว
กระดูกนิ้วที่ยืดยาวทำหน้าที่เป็นโครงปีก


ค้างคาวมีจำนวนชนิดพันธุ์หลากหลายมาก มีถึงราว 1,240 ชนิด 
หรือคิดเป็นหนึ่งในห้าของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทั้งหมด


ค้างคาวมีเขตกระจายพันธุ์กว้างขวางไปทั่วโลก พบได้ในทุกทวีปยกเว้นแอนตาร์กติกา


ในระบบนิเวศ ค้างคาวมีบทบาทสำคัญมากในฐานะผู้ผสมละอองเกสร และผู้กระจายเมล็ดพันธุ์ 
พืชเขตร้อนหลายชนิดที่ต้องพึ่งพาค้างคาวเพียงอย่างเดียวในการแพร่พันธุ์ 
ค้างคาวยังเป็นผู้ควบคุมประชากรแมลงที่สำคัญอีกด้วย 
ค้างคาวราว 70 เปอร์เซ็นต์เป็นค้างคาวกินแมลง


ค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลกคือ ค้างคาวคุณกิตติ (Kitti's hog-nosed bat) 
มีน้ำหนักเพียง 2-3 กรัม ความกว้างปีกจากปลายปีกถึงปลายปีกเพียง 15 เซนติเมตร 
ส่วนค้างคาวที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน (Malayan flying fox) 
มีความกว้างปีก 1.5 เมตร หนักประมาณ 1 กิโลกรัม
ค้างคาวน้ำตาล Brown Bat จะกินยุงได้ถึงชั่วโมงละ 1,000 ตัว
และมีอายุยืนถึง 40 ปี https://bit.ly/2y3d4MK

ลำตัวของค้างคาวคล้ายหนู ชื่อเรียกค้างคาวในภาษาต่าง ๆ หลายภาษา
จึงเกี่ยวข้องกับหนู เช่นภาษาฝรั่งเศส เรียก chauve-souris (หนูหัวล้าน) 
สเปนเรียก murciélago (หนูตาบอด) รัสเซียเรียก летучая мышь (หนูบิน), เอสโทเนียเรียก nahkhiir (หนูหนัง)


ค้างคาวมีสองกลุ่มใหญ่ ๆ ค้างคาวใหญ่ มีสายตาดี กินผลไม้ น้ำหวาน หรือเกสรดอกไม้ 
อีกชนิดคือ ค้างคาวเล็ก เป็นค้างคาวสายตาไม่ดี บางชนิดถึงกับตาบอด ส่วนใหญ่กินแมลง 
ยกเว้นบางชนิดที่กินสัตว์ใหญ่กว่านั้น เช่นกินปลา กบ หรือบางชนิดเป็นค้างคาวดูดเลือด

ความสามารถอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของค้างคาวคือ 
มีระบบโซนาร์ค้นหาวัตถุ ความสามารถนี้มีในค้างคาวเล็ก 
ค้างคาวใหญ่เพียงบางชนิดที่มีความสามารถนี้

ในประเทศไทยมีค้างคาวประมาณ 120 ชนิด


ทราบหรือไม่

ค้างคาวเป็นสัตว์พาหะโรคพิษสุนัขบ้า 
เคยมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ที่มาจากค้างคาวมาแล้ว

Chiroptera แปลว่า "ปีกรูปมือ"

ในสหรัฐอเมริกา รัฐเทกซัส เวอร์จิเนีย และโอกลาโฮมา มีค้างคาวเป็นสัตว์ประจำรัฐ

ขี้ค้างคาว เป็นปุ๋ยคุณภาพเยี่ยม

Credit :  โลกสีเขียว



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน