*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2115934
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2561
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 546 , 18:49:39 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

 
Satya Nadella อธิบายว่าโครงการ Project Natick ที่วางตู้ Data Centers ไว้ใต้น้ำ
คือ อนาคตของ Microsoft ที่การประชุม Future Decoded ใน London  Image: Microsoft




Satya Nadella CEO ของ Microsoft
คาดการณ์ว่าโครงการ Natick
มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี 
ในการให้สัมภาษณ์ที่การประชุม Microsoft Future Decoded ใน London
Data Centers ใต้น้ำจะมีบทบาทสำคัญอย่างมาก
ในการขยายแพลตฟอร์มของ Cloud Computing ไปทั่วโลก
Data Centers ของ Microsoft  มีขนาดความยาวตู้ 40 ฟูต
จะวางในท้องทะเลนอกชายฝั่ง Scotland
สามารถติดตั้งได้ทั่วโลกในไม่ช้านี้


ประชากรกว่าร้อยละ 50 ของโลกต่างอาศัยอยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเล
เราคิดว่า เราต้องคำนึงถึงอนาคตของ Data Centers 
ในแต่ละเขตแต่ละพื้นที่และการขยายตัวของบริการดังกล่าว

ทั้งนี้มีข้อเท็จจริงที่ว่า ประชากรราวครึ่งหนึ่งของโลก
ต่างอาศัยอยู่ภายในรัศมี 120 ไมล์จากชายฝั่ง
การสร้าง Data Centers ขนาดเล็กกว่าตั้งอยู่ใกล้ชิดกับผู้ใช้บริการ
จะสามารถให้บริการด้านข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
แบบทันเวลาที่ต้องการ 
Real-time 
ด้านบริการ Cloud services และการเล่มเกมส์ต่าง ๆ"
Satya Nadella ให้สัมภาษณ์


 
Microsoft's Project Natick อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต มี Servers ภายใน  864 เครื่อง บรรจุไว้ 12 Racks 
วางอยู่บนท้องทะเลลึก 117 ฟุตใต้ท้องมหาสมุทรที่ชายฝั่งทะเล Scotland (Photo: Microsoft)




นอกจากการลดเวลาแฝง(การเสียเวลาโดยไม่จำเป็น)
โครงการ Natick ยังมีข้อดีด้านต่าง ๆ มาก
ที่สามารถสร้างและติดตั้ง Data Centers ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมาก


" เรื่องที่น่าสนใจคือ การเกิดขึ้นของเครือข่ายระบบ Cloud 
เมื่อคุณต้องการพลังที่รวดเร็วในการประมวลผล
คุณจำเป็นต้องไปใช้ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีการสร้างขึ้นมา

ภาพวาดในอนาคตของ Microsoft ที่วาดฝันไว้
คือ เทคโนโลยีได้แทรกซึกเข้าไปในชีวิตประจำวันทุกหย่อมหญ้าแล้ว
นี่คือ แนวโน้มที่เรียกว่า  ความเข้มข้นของเทคโนโลยี 
(มีการแข่งขันกันด้านการให้บริการและความรวดเร็ว)

ทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจกำลังเป็นดิจิตอล
คอมพิวเตอร์ได้ฝังรากลึกลงในชีวิตของเราแล้ว
มีระบบควบคุมขนาดเล็กมากกว่า 9 พันล้านชุดที่ขายกันในแต่ละปี
ซึ่งแต่ละชิ้นส่วนอุปกรณ์มักจะมีจุดเชื่อมต่อกับระบบคำนวณพื้นฐาน

มันรวดเร็วมากเลยในด้านการเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด
ตั้งแต่เริ่มต้นประกอบจนติดตั้งเสร็จสิ้น (Data Centers) กินเวลาแค่ 90 วัน 

Satya Nadella รายงานในที่ประชุม


โครงการ Natick  เป็นหลักฐานยืนยันของ Microsoft 
ที่เคยสร้าง Data Centers วางไว้ใต้ทะเลก่อนหน้านี้แล้ว
ที่ช่วยลดเวลาจากการตัดสินใจให้บริการ
จากเดิมที่ต้องใช้เวลาตั้งแต่ 2 ปีเหลือแค่ 90 วัน


วิศวกรโครงการ Natick ได้ให้เหตุผลในบทความใน IEEE Spectrum 
Want an Energy-Efficient Data Center? Build It Underwater ว่า
ช่วงเวลาติดตั้งจนถึงการใช้งานที่สั้นลงนี้
ทำให้ Microsoft สามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตได้มากกว่าและรวดเร็วกว่า
ตอบสนองต่อการคาดการณ์ความต้องการของผู้ใช้บริการในอนาคตได้ 
ด้วยการปรับเพิ่มลดจำนวนอุปกรณ์ภายในตู้ Data Centers ใต้น้ำ
ซึ่งภายในจะบรรจุ Servers ได้หลายพันเครื่อง
และเพิ่ม/ลดไปได้เรื่อย ๆ ตามที่ต้องการและจำเป็น


ภายในตู้ Data Centers Natick มี Rack 12 ชั้น มี Servers  864 เครื่อง
พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่ถ่ายเทความร้อนออกสู่ทะเลโดยรอบ 
ตู้ Data Centers จะถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ใช้ได้ไม่น้อยกว่าระยะเวลา 5 ปี
และจะยังอยู่ในท้องทะเลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี
(ก่อนนำขึ้นมาตรวจสอบและปรับปรุงระบบต่าง ๆ)
ตามหลักการณ์และเหตุผลที่ Microsoft 
คิดวิเคราะห์ต้นทุนรายรับรายจ่ายผลกำไรขาดทุนแล้ว


" ตู้ Data Centers มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว
ในแง่ที่ว่ามันอยู่ใต้น้ำอยู่แล้ว
[และ] มันยั่งยืนเพราะใช้พลังงานลม
 " 
Satya Nadella สรุปเรื่องนี้


ตู้ Data Centers ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียง 250kW
จากพลังงานของกังหันลมบนเกาะ Orkney Islands
ที่มีการผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งเป็นพลังงานทดแทน 100%
ส่วนระบบความเย็นระบายความร้อนใช้น้ำทะเลแทน


เมื่อ 2 ปีที่แล้ว Microsoft เพิ่งจะหย่อนตู้ 
Data Centers ขนาดเล็กกว่าราว 30 ฟุต
ที่นอกชายฝั่ง California ในปี ค.ศ. 2016 
เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ในการให้บริการ Azure จากใต้ท้องทะเล


Satya Nadella ให้คำอธิบายว่า Azure's Cloud Platform  
ว่าเป็น คอมพิวเตอร์ของโลก 
เพราะเป็น Cloud applications และขยายขอบเขต Software 
ที่ให้ผู้ใช้บริการสร้างระบบ Internet of Things Applications 
ที่สามารถเชื่อมระบบงาน/ภาระงานกับระบบ  Cloud Workloads
กับโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจด้าน IT (Corporate IT Infrastructure)
(บริการ Office 365 OneDrive Hotmail เป็นต้น)

ทั้งนี้ ถ้ามีการขยายขอบเขต
ไปติดตั้งตามภูมิภาคต่าง ๆ 54 จุด
โดยมีศูนย์ข้อมูลหลายแห่งกระจายไปในแต่ละภูมิภาค
จะบริการได้ถึง 140 ประเทศในตอนนี้
มากกว่าผู้ให้บริการระบบ Cloud รายอื่น ๆ
Analyst Canalys ประเมินว่าแพลตฟอร์ม Azure ของ Microsoft 
สร้างรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้กระแสเงินสด
ประมาณ 6.2 พันล้านเหรียญตามการคาดการณ์ในไตรมาส 2 ปีนี้
เมื่อเทียบกับคู่แข่ง Amazon Web Services  AWS 


 
วิศวกรกำลังเลื่อน Racks ที่วางระบบ Servers ของ Microsoft และกำลังปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐาน
ระบบระบายความร้อน/ทำความเย็นของ Data Centers ภายใต้โครงการ Project Natick ที่ Northern Isles 
โรงงาน Naval Group ใน Brest ประเทศ France  ขนาดตู้ Data Centers มีขนาดเทียบเท่ากับตู้คอนเทนเนอร์ 40 ฟุต
ตามมาตราฐาน ISO ตู้ Container ที่ใช้บรรทุกสินค้าทางเรือ รถไฟ และรถขนส่ง (Photo: Frank Betermin for Microsoft)







 
พนักงาน Google ร่วมกันตกปลาใต้น้ำแข็งบนที่ตั้ง  Hamina Data Centers ใน Finland




Google  มี Data Centers ที่ Google's Hamina centre 
เดิมเป็นโรงงานผลิตกระดาษ Summa paper mill สร้างในปี 1950
ตั้งอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างเงียบสงบแถวอ่าว Gulf of Finland
ไปทางทิศพายัพของ Helsinki ราว 130 กิโลเมตร
โรงงานนี้เดิมมีอุโมงค์ขนาดใหญ่ขนาด 7x4 เมตร 
วางอยู่ด้านล่างของอาคารโรงงานหลังหนึ่งเชื่อมต่อกับทะเล
Google ได้ลงทุนปรับปรุงพัฒนา Data Centers แห่งนี้
ด้วยเงินลงทุน  200 ล้านปอนด์ หรือ 240 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 
โดยยังใช้พื้นฐานโครงสร้างโรงงานเดิมเป็นหลัก


" Data Centers ที่นี่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่ง
แต่การใช้น้ำทะเลทำความเย็น/ระบายความร้อนไม่ใหญ่ที่สุด
น้ำทะเลทั้งหมดใช้ได้อย่างไม่จำกัด
เราไม่ได้ใช้พลังงานใด ๆ เลยในการนำน้ำ(ไหลเข้า/ไหลออก)จากทะเล "
(ยกเว้นตอนปั้มน้ำทะเลไประบายความร้อน Racks Servers) "
 
Arni Jonsson ผู้จัดการอาวุโสของ Hamina centre ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์


อุโมงค์เดิมที่มีอยู่นำน้ำลงไปที่ถังพักน้ำใต้ดินขนาดยักษ์
ก่อนนำน้ำทะเลเข้าระบบทำความเย็นส่วนกลาง centre's cooling system
ที่ผ่านระบบการกรองน้ำให้มีสิ่งเจอปนเหลือน้อยที่สุด
ก่อนที่จะปั้มน้ำไปตามระบบแลกเปลี่ยนความร้อน
เพื่อระบายความร้อนตาม Racks Servers ภายใน Data Centers 
ก่อนให้น้ำทะเลไหลกลับลงสู่ทะเลในอ่าวอีกครั้ง 
น้ำทะเลมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
และน้ำค่อนข้างสะอาดมากกว่าตอนที่นำเข้ามา

อุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นจากโรงงานต่าง ๆ 
ที่ใช้น้ำทะเลระบายความร้อน 
(เช่น โรงงานผลิตไฟฟ้าที่ใช้ระบบไอน้ำ)
น้ำที่ไหลลงสู่ทะเลอีกครั้ง มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์
ทำให้มีสาหร่ายเกิดขึ้นจำนวนมากจนเป็นเขตปลาตาย
แต่ที่ Hamina Data Centers 
น้ำทะเลที่ใช้งานแล้วจะผสมกับน้ำทะเลให้ได้ระดับที่อุณหภูมิเดิม

" เรากังวลเรื่องผลกระทบจากความร้อนที่ไหลลงสู่ทะเล
ซึ่งจะมีผลต่อปลาในบริเวณอ่าวแห่งนี้ 
เราได้ทำการศึกษาวัดผลกระทบ
เรื่องขนาดและปริมาณปลาบริเวณนี้
แต่ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเชิงบวกอย่างมาก
มีประชากรปลาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย
เพราะไม่มีการใช้สารเคมีในระบบแลกเปลี่ยนความร้อน

องค์กรที่ใส่ใจผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม
กำลังสนใจเรื่องการออกแบบและติดตั้ง Data Centers
เรื่องความสมดุลระหว่างอุตสาหกรรมกับธรรมชาติ 
เพราะ Data Centers จำเป็นต้องมีอยู่
และจำเป็นต้องเข้าใจว่าสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นนั้นมีผลกระทบอย่างไรบ้าง
ทรัพยากรอย่างหนึ่งที่ Data Centers ต้องการมาก
คือ น้ำปริมาณมหาศาลเพื่อทำให้ Racks Servers ไม่ร้อนจนเกินไป 
น้ำทะเลไม่ว่าจะมาจากอ่าวมากน้อยเพียงใด
เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของเรา
ที่ต้องแน่ใจว่าจะได้รับการจัดการอย่างดี
 "
Arni Jonsson ผู้จัดการอาวุโสของ Hamina centre ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์


เรียบเรียง/ที่มา


https://zd.net/2Omirfv
http://bit.ly/2PwVyuz
http://bit.ly/2qr9jwv




หลักการและเหตุผล


เมื่อเปรียบเทียบการติดตั้ง Data Centers บนพื้นดิน/บนบก
จะต้องก่อสร้างอาคารสถานที่รองรับการใช้งาน
พร้อมกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านต่าง ๆ
จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีขึ้นไป
แต่การติดตั้ง Data Centers ไว้ในทะเล
ใช้เวลาเพียง 90 วันก็เสร็จแล้ว 
ไม่ต้องก่อสร้างอาคารสถานที่ทำงาน
ไม่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ มากมาย
ไม่ต้องจัดหาบริเวณที่ดินที่เหมาะสม
ไม่ต้องยื่นคำร้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย
และราคาที่ดินที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือเช่าที่ดิน


Microsoft จะสามารถใช้อาคารสถานที่/ที่ดินเดิม
ไปพัฒนาทำประโยชน์อย่างอื่นได้มากกว่าเดิม
มีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่อไปแสวงหากำไรได้ในระยะยาว


การระบายความร้อนให้กับ  Rack Servers
ที่เป็นปัญหาใหญ่หลวงมากในอดีต
ที่ต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
การใช้พลังงานไฟฟ้า/การใช้พื้นที่
ในส่วนนี้เมื่ออยู่ใต้ทะเลแล้ว
จะระบายความร้อนได้ดีกว่าเดิม
และมีเสถียรภาพมากกว่าอยู่บนบก


ด้านการรักษาความปลอดภัยจากภัยคุกคามที่มาจากคน
หรือจากภัยพิบัติประเภทต่าง ๆ ที่อาจทำลาย Data Centers
จะดูแลได้ง่ายกว่ามาก  ทั้งยังสามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่าย
การลดระยะเวลาในการติดตั้งใช้งาน Data Centers
มีผลกับความสามารถในการหารายได้และทำกำไร
การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ที่จะเหนือกว่าคู่แข่งในตอนนี้


 
Rack Severs ที่มา http://bit.ly/2yLglRd

 





เรื่องเดิม

 
 
 
 


Microsoft's underwater datacenter: Project Natick


 
Indiana University Data Center ที่ Bloomington รัฐ Indiana



 
Data Centers โครงการนำร่องครั้งแรก Project Natick ของ Microsoft  ที่ดึงขึ้นมาจากท้องทะเล

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน