*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2115942
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม 2561
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 684 , 20:21:40 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

Oregon's Exploding Whale - 1970 KATU (original report)

 
ซากปลาวาฬที่เกยตื้นบนชายหาด  Credit : Isabelle OHara / Shutterstock.com




ในบางครั้ง ซากปลาวาฬที่เกยตื้นบนชายหาด
จะเกิดการระเบิดขึ้นมาเอง 
เพราะเกิดการสะสมของ ก๊าซมีเทน ส่วนใหญ่
ที่เกิดจากการเน่าเสียภายในซากปลาวาฬ 
แต่ในบางครั้ง ซากปลาวาฬก็มีการใช้วัตถุระเบิด
หลังจากที่ได้ลากซากปลาวาฬไปในท้องทะเล
เพื่อกำจัดซากปลาวาฬให้กลายเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ ด้วยการระเบิดทิ้ง
เพื่อให้เป็นอาหารของสัตว์น้ำในท้องทะเล
เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารต่อไป


ในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ.1970
เหตุการณ์ที่เป็นข่าวฉาวโฉ่และโด่งดังมากที่สุด
เรื่องราวการระเบิดซากปลา วาฬสเปิร์ม ที่ Florence รัฐ Oregon
เมื่อซากปลาวาฬสเปิร์มที่ตายแล้วมาเกยตื้นบนชายฝั่ง
ถูกใช้วัตถุระเบิด ไดนาไมต์ ทำลายซากปลาวาฬตัวนี้
แต่ทำให้เกิดผลกระทบที่ตามมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

 
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1970
ซากปลาวาฬสเปิร์มขนาด 8 ตัน ยาวประมาณ 45 ฟุต
น้ำทะลพัดมาเกยตื้นที่ Florence บนชายฝั่ง Oregon ทางตอนใต้
เจ้าหน้าที่/ชาวบ้านต่างวิตกกันว่า ซากปลาวาฬที่เน่าเปื่อย
จะส่งกลิ่นเหม็นมากในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงอีกไม่นานนัก


ดังนั้น Oregon State Highway Division หรือ ODOT 
หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลชายหาด Oregon
จึงถูกเรียกให้มาจัดการซากปลาวาฬตัวนี้
หลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกับกองทัพเรือสหรัฐ U.S. Navy
George Thornton  ผู้ช่วยวิศวกรประจำเขตนี้ 
จึงตัดสินใจจะใช้ระเบิดไดนาไมต์  เพื่อฉีกซากปลาวาฬเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
โดยคาดว่าจะทำให้สามารถขนย้ายซากปลาวาฬในเวลาต่อมาได้ง่าย ๆ 
ส่วนเศษซากปลาวาฬชิ้นเล็กชิ้นน้อยทีหลงเหลืออยู่
จะกลายเป็นอาหารนกนางนวลและพวกปูตามชายหาด
แต่โชคร้าย คือ George Thornton  ไม่รู้ว่าจะต้องใช้ระเบิดขนาดเท่าใด
จึงใช้ระเบิดไดนาไมต์จำนวนถึง 500 กิโลกรัมในการระเบิดซากปลาวาฬครั้งนี้


ในวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ.1970
หลังจากที่ปล่อยให้ซากปลาวาฬเน่าเหม็นถึง 3 วันแล้ว
บรรดาฝรั่งมุงที่ประกอบด้วยผู้ชมและผู้สื่อข่าวท้องถิ่น
ต่างมารวมตัวกันที่ชายหาด
เพื่อเฝ้าดูการจุดระเบิดซากปลาวาฬ 
โดยต่างอยู่ห่างในระยะที่คาดว่าน่าจะปลอดภัยราว 1/4 ไมล์


เมื่อเวลา 15:45 น. จึงมีการจุดระเบิดไดนาไมต์ขึ้นในซากปลาวาฬ
ผลการระเบิดทำให้กองทรายบนชายหาดฟุ้งกระจายขึ้นสูงราว 100 ฟุต
แล้วในวินาทีต่อมา ซากปลาวาฬที่เน่าเหม็นหลายพันหลายหมื่นชิ้นก็ปลิวกระจาย
ส่งกลิ่นเน่าเหม็นอบอวลหล่นลงบนศีรษะเสื้อผ้าของผู้ชม 
และหล่นใส่บนอาคาร/ด้านหน้าอาคารที่อยู่ใกล้เคียง 
ทั้งยังหล่นใส่ลานจอดรถยนต์ของฝรั่งมุงที่อยู่ใกล้ ๆ 
บนหลังคารถยนต์/ลานจอดรถยนต์
ก็เต็มไปด้วยเศษซากปลาวาฬเน่าเหม็นด้วยเช่นเดียวกัน
คงเหลือแต่เฉพาะเศษซากที่มีขนาดใหญ่ของปลาวาฬ
ที่ยังคงตกค้างอยู่บนชายหาดแห่งนั้น
และต้องใช้คนงานกวาดพวกมันลงท้องทะเลในที่สุด


เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นข่าวเศร้าปนฮา
Paul Linnman ผู้สื่อข่าวจาก KATU-TV  ได้บอกเล่าเรื่องราว
ความทรงจำในเรื่องการระเบิดซากปลาวาฬครั้งนั้น
ที่กลายเป็นเรื่องตลกขบข้นและเป็นที่ล้อเลียนกันว่า
" ระเบิดที่น่ารังเกียจ กลิ่นเหม็นอย่างน่าเหลือเชื่ออย่างแรงเลย "


 
Eugene Register-Guard ลงข่าวในวันที่ 13 พฤศจิกายนปี 1970 
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ทางหลวงได้ระเบิดซากปลาวาฬ




แต่ George Thornton ยืนยันว่าการระเบิดครั้งนั้น
" ได้ทำอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการแล้ว  
แต่เกิดการระเบิดหลุมทรายขนาดใหญ่
พุ่งขึ้นมาจากใต้ซากปลาวาฬ  " 

ทั้งยังรู้สึกว่า การระเบิดครั้งนี้ประสบความสำเร็จโดยภาพรวม
แต่พวกสื่อมวลชนทำตนเป็นปรปักษ์กับเรื่องนี้
แล้วเต้าข่าวให้เหตุการณ์ครั้งนี้ กลายเป็นเหตุภัยพิบัติ
จากการที่มีผลเสียหายเกิดขึ้นกับสาธารณชน 


ในขณะที่ชาวบ้านต่างหัวเราะความโง่เขลาของ  George Thornton 
แต่  George Thornton  คือ คนที่หัวเราะทีหลังดังกว่า
เพราะ  George Thornton  ได้รับการเลื่อนตำแหน่งในอีก 6 เดือนต่อมา
พร้อมกับย้ายไปรับตำแหน่งที่สำนักงาน Medford 
(George Thornton มตะแล้วในวัย 84 ปี)


เรื่องราวของการระเบิดซากปลาวาฬ
จึงกลายเป็นเรื่องเตือนใจให้ต้องระมัดระวัง


ในปี ค.ศ.1979 
เมื่อปรากฎว่ามีซากปลาวาฬสเปิร์มจำนวน 41 ตัว
ถูกน้ำทะเลพัดมาเกยตื้นบนชายหาดทางตอนใต้ของ Florence
เจ้าหน้าที่จึงต้องทำการฝังซากปลาวาฬสเปิร์มไว้ใต้ดินแทนการระเบิด 









George Thornton ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า
จริง ๆ งานนี้ไม่ใช่หน้าที่ของตนโดยตรงเลย
แต่เพราะเพื่อนร่วมงานต่างมีกำหนดการล่วงหน้าไปยิงกวางป่ากัน
ทำให้ภาระความรับผิดชอบครั้งนี้ตกอยู่ที่ตนเพียงผู้เดียว 
" ถ้าพูดด้วยความเป็นธรรมแล้ว 
พวกเพื่อน ๆ ผมมีกำหนดการที่จะไปยิงกวางกันล่วงหน้าแล้ว
แต่เรื่องนี้ก็ทำให้พวกเพื่อน ๆ ผมค่อนข้างกังวลเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน "

ตามคำบอกเล่าของ  George  Thornton


มีการคิดหาวิธีการกำจัดซากปลาวาฬหลายอย่างมาก
เช่น การจุดไฟเผาซากปลาวาฬบนชายหาด
แต่ซากปลาวาฬตัวนี้มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะเผาไหม้ได้ง่าย ๆ 
และคลื่นจากท้องทะเลอาจจะพัดพาชะล้างซากปลาวาฬ
ให้เห็นโครงกระดูกปลาวาฬขนาดใหญ่ได้เด่นชัด
รวมทั้งอาจจะมีผลกระทบจากกลุ่มควันไฟที่เหม็นไหม้


ดังนั้น  George  Thornton จึงเสนอให้วางระเบิดไดนาไมต์ 20 ชุด
รอบ ๆ ข้างซากปลาวาฬสเปิร์มก่อนจะจุดระเบิดทำลาย
โดยคิดว่าเศษซากปลาวาฬส่วนใหญ่จะกระจายลงไปในท้องทะเล
ส่วนเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยของซากปลาวาฬ
จะกลายเป็นอาหารของพวกนกนางนวลและพวกปูแถวชายหาด


Paul Linnman ได้ยืนยันในหน้า Facebook ว่า
" แน่นอน ผมเป็นพวกชื่นชอบปลาวาฬ 
ภาพการระเบิดซากปลาวาฬกลายเป็นคลิปยอดนิยม
ตามรายงานข่าวของ BBC ระบุว่า
ติดลำดับที่ 6 ของข่าวที่น่าชมมากที่สุด "

Paul Linnman ยอมรับเองว่าในตอนที่ออกรายการ TV 
ช่วงเวลานั้นค่อนข้างเครียดเหมือนกัน 
จึงพยายามทำให้ข่าวนี้กลายเป็นเรื่องตลก 
แต่แล้วกลับกลายเป็นเรื่องตลกร้าย  ในเวลาต่อมา


เรื่องนี้ทำให้ George Thornton  คิดเสมอมาว่า
Paul Linnman  กับสื่อมวลชนเต้าข่าวที่ไม่เป็นธรรมกับตน
หลังจากที่ George  Thornton ได้ทำงานที่ ODOT เกือบ 40 ปี
ตั้งแต่ปี 1947 จนถึงปี 1984 ตามการให้สัมภาษณ์ของ 
Don Hamilton  ประชาสัมพันธ์ ODOT 


ในปี 1995  แม้ว่า Paul Linnman ได้พยายามที่จะติดต่อ George Thornton 
เพราะครบรอบวาระ 25 ปีของเหตุการณ์ระเบิดซากปลาวาฬสเปิร์ม
ผ่านทางประชาสัมพันธ์ของ  ODOT เพื่อสัมภาษณ์เรื่องนี้อีกครั้ง
แต่ George  Thornton ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ผ่างทางประชาสัมพันธ์ว่า
" ทุกครั้งที่ ผมต้องพูดเรื่องนี้กับพวกสื่อมวลชน 
มันทำให้ผมรู้สึกโกรธอย่างแรง "



Paul  Linnman เองก็ยอมรับว่า ข่าวการระเบิดซากปลาวาฬ
แม้ว่าตนเองก็ยอมรับว่า  ค่อนข้างเบื่อหน่ายกับวิดีโอเรื่องนี้
และต้องกลายเป็นข่าวชวนหัวและเรื่องราวยอดนิยมในเวลาต่อมา
หลังจากที่ Dave Barry (นักเขียนเชิงหฤหรรษา)
ได้เขียนเรื่องนี้ในคอลัมน์เดือนพฤษภาคม  1990 
เรื่อง Moby Yuck หน้า 21-28


ในการบรรยายให้นักศึกษาชาวอเมริกัน
ที่กำลังศึกษาเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ Italy ทุกปี
บรรดานักศึกษาส่วนใหญ่ต่างเคยชมวิดีโอเรื่องนี้แล้วบน YouTube 
แล้วต่างพากันซักถามเรื่องนี้  จนทำให้เขาต้องเขียนหนังสือเรื่องราวนี้ในปี 2003 เรื่อง
The Exploding Whale and Other Remarkable Stories from the Evening News  
และยังมีเวปไซด์เรื่องการระเบิดปลาวาฬ




แม้กระทั่ง John Kitzhaber ผู้ว่าการรัฐ Oregon 
ที่ยังติดต่อ Paul Linnman ตลอดมา
" ทุกครั้งที่มีซากปลาวาฬเกยตื้น 
ผมจะได้รับโทรศัพท์จากผู้ว่าการรัฐ 
บอกให้ผมไปที่นั่นเพื่อรายงานข่าวด้วย 
เขาต้องการดูวิดีโอที่ทำให้เขารู้สึกขบขัน "



เรียบเรียง/ที่มา


https://bit.ly/2SWCfc9
https://bit.ly/2rG5XpZ
https://bit.ly/2oa7Ish
https://bit.ly/2Eq3JTg









 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน