*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2115942
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 564 , 20:37:22 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อารยา โหวตเรื่องนี้

 
<iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/ii5HEtmJrew" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
 
Battle of Mactan




ชาวตะวันตกต่างจดจำ Ferdinand Magellan  
ในฐานะนักสำรวจชาว Portuguese ผู้กล้าหาญ
ที่ออกเดินทางทางเรือเพื่อสำรวจไปทั่วโลกครั้งแรก
แต่สำหรับชาว Philippines แล้ว ท่านคือ แค่คนผิวขาวคนหนึ่ง
ที่ตายเพราะพยายามจะยึดครองดินแดนที่ไม่ใช่ของตน/นักล่าอาณานิคม
วีรบุรุษที่แท้จริง คือ Lapu-Lapu ชาว  Filipinos
ชื่อเรียกรวมชนเผ่าพื้นเมืองตามเกาะแก่งในฟิลปปินส์
Lapu-Lapu หัวหน้าชนเผ่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุด
เพราะมีชัยชนะในการรบกับ Ferdinand Magellan ผู้นำทัพทหารสเปน
พร้อมทั้งท่านกลายเป็นวีรบุรุษคนแรกของชาว Filipinos
ที่ประสบความสำเร็จในการต่อต้านการล่าอาณานิคมจากคนต่างชาติ
ทำให้ฟิลลิปปินส์ว่างเว้นจากการถูกล่าอาณานิคมนานกว่า 40 ปี


Ferdinand Magellan  ผู้หยิ่งผยองและเชื่อมั่นในอาวุธของตนเอง
คือ สาเหตุการตายของท่านเอง ในการต่อสู้กับชนเผ่า Filipinos
และการตายของท่านได้ยุติเป้าหมายในการแล่นเรือรอบโลกเป็นคนแรกของโลก


1.



การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของ Magellan, เกาะ Mactan, 1521. ภาพจิตรกรรมโดย Gregory Manchess




Ferdinand Magellan ออกแล่นเรือจาก Spain ในปี 1519 
ด้วยการนำกองเรือ Armada ของ Spain  จำนวน 5 ลำ
มุ่งหน้าลงทางทิศใต้ผ่านมหาสมุทร  Atlantic ไปยัง  Patagonia
ผ่านช่องแคบแห่งหนึ่งที่ตั้งชื่อตามท่าน
และน่านน้ำทะเลที่ชื่อว่า ทะเลสงบสุข peaceful sea
ซึ่งตอนนี้ชื่อใหม่คือ มหาสมุทร Pacific 


วันที่ 16 มีนาคม 1521
Ferdinand Magellan ได้เดินทางมาถึงหมู่เกาะ Philippines
และเป็นชาว European คนแรกที่เดินทางมาถึงหมู่เกาะแห่งนี้


Ferdinand  Magellan มีภารกิจ 2  อย่างคือ
1) ค้นหาเส้นทางตะวันตกเพื่อไปยังหมู่เกาะ  Maluku Islands
หรือที่รู้จักกันดีว่า หมู่เกาะเครื่องเทศ Spice Islands ใกล้กับ Indonesia
2) อ้างว่าเกาะใด ๆ ที่ท่านค้นพบเป็นของกษัตริย์ Spain 
ก่อนที่กองเรือชาว  Portuguese จะมาอ้างสิทธิ์ดังกล่าวและเดินทางมาถึง
และท่านจะได้รับรางวัลอย่างงามจากกษัตริย์ Spain
แม้ว่าความจริงก็คือ ท่านเป็นชาว  Portuguese
ทำให้มีข้อกังขาความจงรักภักดีของ Ferdinand  Magellan
แต่สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากการที่ Ferdinand Magellan ไม่ประสบความสำเร็จ
ในการโน้มน้าวให้กษัตริย์  Portugal สนับสนุน/ลงทุนการเดินเรือของท่าน
ทำให้ท่านต้องหันหน้าเดินทางไปขอเงินทุนสนับสนุนจากกษัตริย์  Spain


Ferdinand Magellan ได้ขึ้นบกบนเกาะ  Homonhon 
และกลายเป็นสหายกับ Rajah Kolambu กับ Rajah Siagu หัวหน้าเผ่า Limasawa
และต่อมาได้ชักนำให้ Ferdinal Magellan รู้จักกับ Rajah Humabon ที่เป็น Rajah of Cebu ด้วย
Rajah Humabon ได้เข้ารับศีลมหาสนิทกลายเป็นชาวคริสต์ นิกาย Catholicism 
พร้อมกับภริยาของตนและบรรดาลูกสมุนบริวารหลายคน
Rajah Humabon  จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นชื่อชาว Christian ว่า Carlos
เพื่อถวายพระเกียรติแด่  King Charles of Spain
ส่วนภริยาของ Carlos ได้รับชื่อว่า Juana of Castile
เพื่อถวายพระเกียรติแด่ พระมารดาของ  King Charles


เรื่องนี้  เห็นได้ชัดเจนว่า Rajah Humabon  ชื่นชมยินดีอย่างแรง
ในการเปลี่ยนชื่อจากชนเผ่าพื้นเมือง
จึงแล่นเรือไปทั่วหมู่เกาะ  Cebu Island 
เพื่อแต่งตั้งชื่อใหม่ ๆ ให้กับพลเมืองของท่าน
ในที่สุด หัวหน้าเผ่าในหมู่เกาะที่ใกล้เคียงกับ Cebu Island หลายคน
ต่างเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ นิกาย Catholicism


ยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวคือ  Lapu-Lapu
ผู้ปฏิเสธอำนาจของ  Rajah Humabon
และไม่ยอมก้มหัวให้กับกษัตริย์  Spain


2.
 
แผนที่การแล่นเรือรอบโลกครั้งแรกของ Ferdinand de Magellan 
และ Juan Sebastián Elcano  ระหว่างปีค. ศ. 1519 ถึง ค.ศ. 1522
 




Rajah of Cebu ได้พยายามโน้มน้าวให้ Ferdinand Magellan
ทำสงครามเพื่อกำจัด Lapu Lapu คู่แข่งของตน 
ผู้ครองครองเกาะ Mactan Island  ที่เพียงแล่นเรือข้ามน่านน้ำจาก Cebu
และการดำรงอยุ่ของ Lapu Lapu จะเป็นภัยคุกคามกับ Rajah of Cebu
โดยตกลงร่วมมือกับ Ferdinand  Magellan ในการไปรบกับ Lapu Lapu
และถ้ามีชัยชนะแล้วจะได้ครอบครองทั้งเกาะ  Cebu กับเกาะ  Mactan 


แต่ Ferdinand Magellan หยิ่งเกินไปที่จะร่วมมือกับ Humabon Rajah of Cebu
ในทางกลับกัน Ferdinand Magellan อยากจะสร้างความประทับใจให้กับ Humabon Rajah of Cebu
ด้วยการบอกว่า อย่าเข้าไปแทรกแซงในการรบของท่านกับ Lapu Lapu หัวหน้าเผ่าบนเกาะ Mactan 
เพราะ Ferdinand Magellan เชื่อว่า ท่านจะมีชัยในสงครามครั้งนี้
เพราะมีอาวุธที่เหนือกว่ามาก ปืนและหน้าไม้ 
ที่ใช้รับกับอาวุธแบบโบราณที่เป็นเพียงแค่ 
หอกแบบดั้งเดิมและคันธนูที่ชนเผ่าใช้ 
และความจริงที่ว่า  Ferdinand Magellan  มีจำนวนทหารน้อยกว่า
มีทหารเพียง 49 คนที่ต้องต่อสู้กับชนเผ่าถึง 1,500 คน
ตามการประมาณการในปัจจุบันนี้


Humabon Rajah of Cebu กลับดีใจมากและได้เวลาฉวยโอกาสเช่นกัน
ด้วยการจ้องมองดูการรบจากระยะไกลจากสนามรบ
แม้ว่า  Rajah of Cebu ยังเชื่อมั่นในพลังอำนาจอาวุธของชาว European 
แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าถ้าเกิดเข้าร่วมในการรบครั้งนี้กับ Ferdinand Magellan
ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา จะทำให้  Lapu-Lapu กลายเป็นผู้แข็งแกร่งมากที่สุดใน Cebu
และหัวหน้าชนเผ่าอื่นจะยอมทำตาม/เป็นสมุนบริวารของ  Lapu-Lapu 
แต่ถ้าเกิด Ferdinand Magellan แพ้ในการรบครั้งนี้
Humabon Rajah of Cebu  ยังรักษาหน้าตาและเกียรติยศได้
ด้วยการบอกว่า  แค่ชมเหตุการณ์ในการรบเท่านั้น 
แบบอยู่บนภูดูเสือกัดกัน


แต่การรบครั้งนั้น  กลับมีเรื่องที่น่าประหลาดใจ
เพราะนักรบของ  Lapu-Lapu ต่างอยู่ในระยะไกลกว่า
วิถีกระสุนปืนและหน้าไม้ของทหาร Ferdinand Magellan  
แม้ว่าทหาร Ferdinand Magellan จะได้พัฒนาการใช้ปืน
และวิธีการบรรจุกระสุนปืนได้ค่อนข้างรวดเร็ว
ใช้เวลาเพียง 10 วินาทีถึง 1 นาทีเต็มก็พร้อมยิงแล้ว
แต่ทหารของ Ferdinand Magellan อยู่ในชัยภูมิที่เสียเปรียบมาก
เพราะต้องเคลื่อนไหวไปมาบนชายหาดและไร้ที่กำบัง
ต้องลุยน้ำขึ้นจากทะเลเพื่อไปรบกับนักรบชนเผ่า
ทั้งยังถูกล้อมด้วยนักรบของ Lapu-Lapu ที่มีจำนวนมากกว่ามาก
และนักรบของ Lapu-Lapu หลายคนต่างมุ่งโจมตี  Ferdinand Magellan โดยเฉพาะ


" เพราะนักรบชนเผ่าหลายคนจำกัปตัน (Ferdinal Magellan) ได้  
จึงร่วมกันเข้ามารุมล้อมตัวท่าน
และใช้อาวุธตีท่าน
จนกระทั่งหมวกนักรบของท่านร่วงหล่นถึงสองครั้ง

มีนักรบชาวอินเดียขว้างหอกไม้ไผ่(หลาว)ใส่เข้าที่ใบหน้าของท่าน

แต่ในทันใดนั้น ท่านก็โต้กลับด้วยหลาวอันนั้น
พุ่งใส่ร่างของนักรบอินเดียอีกคน

ต่อจากนั้น ท่านก็พยายามจะดึงดาบออกมา

แต่ก็สามารถดึงออกมาได้เพียงครึ่งด้าม

เพราะท่านได้รับบาดเจ็บที่แขนเพราะหอกไม้ไผ่อีกอัน 

เมื่อบรรดานักรบพื้นเมืองเห็นอาการเช่นนี้แล้ว

ต่างวิ่งตรูกันเข้าไปรุมล้อมท่านทันที

และมีนักรบรายหนึ่งได้ฟันซ้ำเข้าที่ขาซ้ายของท่านจนได้รับบาดเจ็บ
โดยฟัน
ด้วยมีมีดขนาดใหญ่ซึ่งคล้ายกับดาบ 
แต่มีขนาดใหญ่กว่าธรรมดาทั่วไปมาก
เพราะมีดเล่มนั้น ทำให้กัปตัน (Ferdinal Magellan) ต้องก้มหน้าล้มลง

แล้วพวกนักรบชนเผ่าต่างทิ่มแทงท่านด้วยหลาวไม้ไผ่และมีดนานาด้าม

จนกระทั่งพวกนักรบได้ฆ่าท่านตาย


ท่านผู้เป็นกระจกเงาของเรา แสงสว่างของเรา

ความสบายอกสบายใจของเรา และผู้นำทางที่แท้จริงของเรา
ตอนที่พวกนักรบทำให้ท่านบาดเจ็บ 
ท่านหันกลับมามองหลายต่อหลายครั้ง
เพื่อมองว่าพวกเราทั้งหมดกลับขึ้นไปบนเรือได้แล้วหรือยัง

หลังจากที่เห็นท่านตายแน่นอนแล้ว

พวกเราหลายคนต่างได้รับบาดเจ็บ 
ต่างพยายามถอยหนีอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

กลับไปขึ้นบนเรือที่รีบถอนสมอหนีให้ไกลจากสนามรบ




ศพของ Magellan แหลกเละไม่เหลือสภาพ
แม้ว่า Rajah Humabon จะพยายามเกลี้ยกล่อม Lapu-Lapu 

ให้ Lapu-Lapu คืนศพของ Ferdinand Magellan (เพื่อไปทำพิธีศาสนาคริสต์)

แต่หัวหน้าผู้มีชัยปฏิเสธ  เพราะเขาตั้งใจจะเก็บซากศพ(กระดูก) นี้ไว้

เป็นรางวัลของขวัญที่มีชัยชนะในสงคราม 


ภรรยาและลูกของ Ferdinand Magellan ทุกคนต่างเสียชีวิตใน Seville ที่สเปน 

ก่อนที่สมาชิกกองเรือผจญภัยจะเดินทางกลับไปยังสเปน เพื่อแจ้งข่าวนี้
ให้ทราบ
ดูเหมือนว่าพยานหลักฐานต่าง ๆ ของ Ferdinand Magellan

จะหายสาบสูญไปจากโลกนี้แล้ว “ Antonio Pigafetta 
นักวิชาการชาวอิตาลีที่ร่วมเดินทางกับ Ferdinand Magellan  ได้เขียนต่อในบันทึกของท่าน

3.


Antonio Pigafetta

4.


Map of Borneo by Pigafetta

 

5.


การตายของ Ferdinand Magellan  




หลังจากการตายของ Ferdinand Magellan 
ลูกเรือที่รอดตายอยู่ภายใต้การสั่งการของ Gonzalo Gómez de Espinoza
ที่ขึ้นคุมบังเหียน/บัญชาการเรือแทน  Ferdinand Magellan 

แล้วสั่งให้ลดเรือเดินทางลงเหลือเพียง 2 ลำ

เนื่องจากลูกเรือไม่เพียงพอกับการเดินเรือลำที่ 3 ได้
เพราะโรคภัยไข้เจ็บกับเรือเกิดการอับปางลง

ทำให้การเดินทางของ Gonzalo Gómez de Espinoza
ต้องหยุดชะงักลง
และลูกเรือส่วนใหญ่ต่างเสียชีวิต
มีเรือลำหนึ่งถูกชาวโปรตุเกสยึดไป
ขณะที่อีกลำหนึ่งหนีรอด
และลำที่หนีรอดสามารถเดินทางต่อได้
จนสำเร็จตามภารกิจ
ภายใต้การบัญชาการของ Juan Sebastián Elcano 

6.


Gómez de Espinosa acompañó a Magallanes a bordo de La Trinidad. (iStock) ที่มา  http://bit.ly/2RwyXes


7.


Juan Sebastián Elcano




ในขณะเดียวกัน Lapu-Lapu กับ  Rajah Humabon 

ก็กลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ฉันมิตรกันอีกครั้ง

Rajah Humabon  ยังทรยศชาวสเปนด้วยการช่วย Lapu-Lapu 
ฆ่าคนของ Ferdinal Magellan หลายคนด้วยการวางยาพิษในอาหาร 
(น่าจะแสแสร้ง/หน้าไหว้หลังหลอก Ferdinal Magellan

เพราะแพ้ทางเรื่องอาวุธกับนักรบสเปน 

กับลับลวงพรางสมคบคิดล่วงหน้ากับ Lapu-Lapu)


Lapu-Lapu ในภายหลังได้เดินทางกลับไปยัง
ดินแดนบ้านเกิดบนเกาะบอร์เนียว

และไม่ได้ยินข่าวคราวอะไรของท่านอีกเลย




ทุกวันนี้ Lapu-Lapu ได้รับเกียรติย้อนหลังว่าเป็น 
วีรบุรุษแห่งชาติฟิลิปปินส์คนแรก
ที่จะต่อต้านการปกครองต่างประเทศ/นักล่าอาณานิคม

แม้ว่าในตอนนั้น จะยังไม่มีดินแดน/เขตแดน/รัฐชาติฟิลิปปินส์



มีรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ที่สูงเด่นและส่องแสงเป็นประกาย

หัวหน้าเผ่าที่ถือดาบในมือข้างหนึ่งและโล่ในแขนอีกข้างหนึ่ง
ตั้งสถิตย์บนใจกลางเกาะ Mactan 

ทั้งยังมีรูปปั้นของที่ระลึกมากมายรายทางฟิลิปปินส์ 

Lapu-Lapu คือ ชื่อเมืองหลวงของเกาะ Cebu  

เรียกแทนชื่อปลากะรังแดงหลากหลายชนิดในท้องถิ่น 

Lapu-Lapu ยังปรากฏบนตราประทับอย่างเป็นทางการ
ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์


ทุก ๆ ปีในเดือนเมษายน สงคราม Mactan 
ระหว่างกองทัพของ Ferdinal Magellan กับ  Lapu-Lapu 

จะมีพิธีกรรมเฉลิมฉลองชัยชนะทุกครบรอบปี


8.




เรียบเรียง/ที่มา


http://bit.ly/2G6ufD1
http://bit.ly/2G5qPQK
http://bit.ly/2DQe0HM


 

9.



10.



11.



12.



13.



14.



15.



16.



17.



18.

 

19.


20.



Antonio Pigafetta  ได้บันทึกเรื่องนี้ไว้ว่า


" เมื่อวันศุกร์ที่ 26 เมษายน (ก่อนหน้าวันสู้รบอีกหนึ่งวัน)
Datu Zula รองหัวหน้า(คนที่สอง)ของเกาะ Mactan 
ได้ส่งลูกชายคนหนึ่งของเขา เพื่อนำแพะสองตัวมากำนัลกับหัวหน้ากัปตัน Ferdinand Magellan
และให้ลูกชายมาบอกว่า เขาจะส่งมอบทุกอย่างที่เขาได้ให้สัญญาไว้ 
แต่เขาไม่สามารถส่งมอบให้ได้  เพราะหัวหน้าคนอื่น ๆ Lapu-Lapu
ปฏิเสธที่จะเชื่อฟัง/ก้มหัวให้กับกษัตริย์แห่งสเปน 


Rajah Humabon และ Datu Zula จึงได้แนะนำให้  Ferdinand Magellan 
บุกขึ้นบนเกาะ Mactan และบังคับให้หัวหน้าเผ่า Datu Lapu-Lapu 
ปฏิบัติตามคำสั่งของ Ferdinand Magellan 
และ Ferdinand Magellan ก็เห็นเป็นโอกาสเหมาะ
ที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์มิตรภาพ
ที่มีอยู่กับผู้ปกครองของภูมิภาค Visayan 
และตกลงที่จะช่วยให้เขาปราบ Lapu-Lapu ที่ต่อต้านได้


ในเวลาเที่ยงคืนพวกเรา 60 คนได้เดินทางพร้อมอาวุธกับชุดเกราะและหมวกเหล็ก
พร้อมด้วยกษัตริย์คริสเตียน Rajah Humabon เจ้าชายหัวหน้าเผ่าคนสำคัญบางคน
เดินทางบนเรือ balanguais [เรือประเภทหนึ่งของฟิลิปปินส์] ราว 20 หรือ 30 ลำ
พวกเราไปถึงเกาะ  Mactan ราว 3 ชั่วโมงก่อนหัวรุ่ง (รุ่งสาง)
กัปตันไม่ต้องการต่อสู้ในเวลานั้น  แต่ได้ส่งข้อความไปยังชาวพื้นเมืองว่า
ถ้าพวกเขาเชื่อฟัง/ยอมรับกษัตริย์แห่งสเปน
และรำลึกว่ากษัตริย์คริสเตียน Rajah Humabon เป็นกษัตริย์ของพวกเขา
และจ่ายส่วยให้กับพวกเรา พวกเราจะถือว่าเขาเป็นเพื่อนของพวกเรา
แต่ถ้าพวกเขาต้องการจะเป็นอย่างอื่น
พวกเขาควรรอดูว่าหอกไฟ(ปืนยาว)ของเราจะทำให้รับบาดเจ็บได้อย่างไร 
แต่พวกเขากลับตอบว่า  ถ้าพวกเรามีหอกไฟ
พวกเขาก็มีหลาว(กับดัก)ต้นไผ่และไผ่ที่แข็งด้วยไฟ 
(ไม้ไผ่เวลาลนไฟจะแข็งแรงมากกว่าปกติ) 
พวกเขาบอกว่า ต้องการให้พวกเราลุยเข้าไปรบ/ค้นหาพวกเขา 
เพราะพวกเขาได้ขุดหลุมลึก หลุมที่เต็มไปด้วยหนามแหลมซ้อนกัน
เพื่อให้พวกเราจะได้ตกลงไปในนั้น (ไม่ตายก็บาดเจ็บสาหัส)


Ferdinand Magellan  ได้นำทหารจำนวน 49 นาย
พร้อมดาบ  ขวาน  โล่ หน้าไม้  และปืน
แล่นเรือไปยังเกาะ Mactan ในเช้าวันที่ 28 เมษายน 
นักรบพื้นเมืองจำนวนมากที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์
ก็มาช่วย Ferdinand Magellan ด้วยเช่นกัน 
แต่เพราะโขดหิน(หินโสโครก)และปะการังใกล้ชายหาดมาก
ทหารสเปนจึงไม่สามารถแล่นเรือลงจอดบนชายฝั่งเกาะ Mactan ได้
ทำให้เรือของทหารสเปนต้องจอดออกไปไกลจากชายฝั่งมาก
Ferdinand Magellan จึงไม่สามารถใช้ปืนใหญ่บนเรือ
ยิงไปทำลายนักรบของ Lapu-Lapu ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 1,500 คน


ในตอนเช้า  พวกเราจำนวน 49 คนจึงกระโดดลงในน้ำ
เดินลุยน้ำไปจนถึงที่ระดับความลิกต้นขาของพวกเรา
ระยะทางไกลประมาณการยิงหน้าไม้ถึง 2 ครั้ง
ก่อนที่พวกเราจะเดินทางไปถึงฝั่งบนชายหาดได้
เรือของพวกเราไม่สามารถเข้าไปใกล้เพราะหินโสโครกในน้ำ
ยังมีทหารคนคนอื่น ๆ ยังคงอยู่ข้างหลังเพื่อป้องกันเรือของพวกเรา
เมื่อพวกเราไปถึงดินแดน [ชาวพื้นเมือง] 
ชนเผ่าได้ก่อตั้งขึ้นนักรบเป็นสามเส้า
มีจำนวนนักรบมากกว่า 1,500 คน
เมื่อพวกเขาเห็นพวกเราแล้ว 
พวกเขาก็ต่างร้องตะโกนกันอย่างเสียงอื้ออึงและเสียงเสียดแก้วหูมาก  
พวกนักรบกับนักธนูต่างยิงหน้าจากระยะไกลนานประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ไร้ประโยชน์ 


ทหารของพวกเราที่ถือปืนคาบศิลา  ก็อยู่ไกลเกินกว่าจะเล็งและยิงได้
เพราะอยู่ห่างไปถึงครึ่งทางจากระยะทางที่นักรบชนพื้นเมืองคุมเชิงอยู่


Ferdinand Magellan และทหารจึงพยายามทำให้พวกชนเผ่าตกใจ
ด้วยการเผาบ้านเรือนใน  Bulaia  แต่แล้วพวกชนเผ่ากลับทำให้พวกเราประหลาดใจ
ด้วยการยิงด้วยลูกธนูจำนวนมาก  แต่ด้วยโล่และหมวกนิรภัยของชาวสเปน
คุ้มกันพวกเราไว้จึงไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด


เมื่อเห็นว่า Ferdinand Magellan ได้ส่งทหารบางคนไปเผาบ้านของพวกเขา
เพื่อทำให้พวกเขาหวาดกลัว  เมื่อพวกเขาเห็นบ้านของพวกเขาถูกไฟไหม้
พวกเขาก็ยิ่งโกรธมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม   ทหารเราบางคนถูกฆ่าตายใกล้บ้าน
ในตอนที่พวกเราได้เผาบ้านไปแล้ว 20-30 หลัง 


พวกเขาหลายคนต่างวิ่งมาห้อมล้อมพวกเรา
และกัปตัน(Ferdinand Magellan) ก็ถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษที่ขาซ้าย
ในสถานะการณ์เช่นนั้น  ท่านสั่งให้ทหารพวกเราลุยไปข้างหน้า
แต่เราพวกเราอีกราว 10-15 คนที่ยังคุ้มกันกัปตันอยู่
พวกนักรบชนเผ่าต่างยิงธนูเข้าแถวขาของพวกเรา
เพราะไม่เกราะ/โล่กำบังเหมือนด้านบน
ทำให้หลายคนถูกหอก ลูกธนู และก้อนหินจำนวนมากที่ยิงใส่
จนพวกเราหลายคนได้รับบาดเจ็บจากการนี้
พวกเราจึงไม่อาจจะต้านทานการรบจากพวกชนเผ่าได้
ปืนใหญ่บนเรือก็ไม่สามารถยิงช่วยเหลือพวกเราได้เพราะอยู่ระยะไกลเกินไป


และตอนที่นักรบชนเผ่าอยู่ในระยะยิง(สังหาร) ของพวกเราแล้ว
Ferdinand Magellan ได้สั่งให้ทหารทำการยิงด้วยปืนคาบศิลาและธนู
แต่เพียงระยะเวลาไม่นานนัก กระสุนดินปืนก็หมด
พวกทหารจึงชักดาบและขวานเข้าร่วมสู้รบพร้อมกับกัปตัน
มีทหารสเปนจำนวน 10 รายที่ตายในสนามรบส่วนคนอื่น ๆ ต่างถอยหนี


เพราะนักรบชนเผ่าหลายคนจำกัปตัน(Ferdinal Magellan) ได้  
จึงร่วมกันเข้ามารุมล้อมตัวท่าน
และใช้อาวุธตีท่าน
จนกระทั่งหมวกนักรบของท่านร่วงหล่นถึงสองครั้ง

มีนักรบชาวอินเดียขว้างหอกไม้ไผ่(หลาว)ใส่เข้าที่ใบหน้าของท่าน

แต่ในทันใดนั้น ท่านก็โต้กลับด้วยหลาวอันนั้น
พุ่งใส่ร่างของนักรบอินเดียอีกคน



ต่อจากนั้น ท่านก็พยายามจะดึงดาบออกมา

แต่ก็สามารถดึงออกมาได้เพียงครึ่งด้าม

เพราะท่านได้รับบาดเจ็บที่แขนเพราะหอกไม้ไผ่อีกอัน 

เมื่อบรรดานักรบพื้นเมืองเห็นอาการเช่นนี้แล้ว

ต่างวิ่งตรูกันเข้าไปรุมล้อมท่านทันที

และมีนักรบรายหนึ่งได้ฟันเข้าที่ขาซ้ายของท่านจนได้รับบาดเจ็บ
โดยฟัน
ด้วยมีมีดขนาดใหญ่ซึ่งคล้ายกับดาบ 
แต่มีขนาดใหญ่กว่าธรรมดาทั่วไปมาก
เพราะมีดเล่มนั้น ทำให้กัปตัน (Ferdinal Magellan) ต้องก้มหน้าล้มลง

แล้วพวกนักรบชนเผ่าต่างทิ่มแทงท่านด้วยหลาวไม้ไผ่และมีดนานาด้าม

จนกระทั่งพวกนักรบได้ฆ่าท่านตาย
ท่านผู้เป็นกระจกเงาของเรา แสงสว่างของเรา

ความสบายอกสบายใจของเรา และผู้นำทางที่แท้จริงของเรา
ตอนที่พวกนักรบทำให้ท่านบาดเจ็บ 
ท่านหันกลับมามองหลายต่อหลายครั้ง
เพื่อมองว่าพวกเราทั้งหมดกลับขึ้นไปบนเรือได้แล้วหรือยัง

หลังจากที่เห็นท่านตายแน่นอนแล้ว

พวกเราหลายคนต่างได้รับบาดเจ็บ 
ต่างพยายามถอยหนีอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

กลับไปขึ้นบนเรือที่รีบถอนสมอหนีให้ไกลจากสนามรบ




Antonio Pigafetta  กับทหารจำนวนหนึ่งหนีไปได้


ศพของ Magellan แหลกเละไม่เหลือสภาพ
แม้ว่า Rajah Humabon จะพยายามเกลี้ยกล่อม Lapu-Lapu 

ให้ Lapu-Lapu คืนศพของ Ferdinand Magellan (เพื่อไปทำพิธีศาสนาคริสต์)

แต่หัวหน้าผู้มีชัยปฏิเสธ  เพราะเขาตั้งใจจะเก็บซากศพ(กระดูก) นี้ไว้

เป็นรางวัลของขวัญที่มีชัยชนะในสงคราม 


 

21.

22.
 
อนุสรณ์สถานที่สเปนสร้าง




เรื่องเล่าไร้สาระ


ชาวยุโรป/ชาวสเปนยังเข้าใจผิดว่า  ชนเผ่าฟิลิปปินส์คือ ชาวอินเดีย
แม้กระทั่งโคลัมบัส ก็ยังคิดว่า ทวีปอเมริกาคือ อินเดีย เช่นเดียวกับ ชนเผ่าอินเดียนแดง


สยามรัฐเรียกชาวโปรตุเกสว่า  โพธิเกส หรือ พุทธเกส
เพราะมาเป็นทหารรับจ้างในสมัยอยุธยาจำนวนมาก
ในกองอาสาแม่นปืน  ที่รับจ้างรบให้กับสยามกับพม่า
แบบใครเงินถึงจ่ายเงินถึงก็รับจ้างรบให้
ในสมัยแรกตั้งป้อมหลักที่เมืองกัว อินเดีย
ก่อนขยายอาณาเขตมาที่มะละกา มาเก๊า 
และเดินทางบุกพม่ายึดเมืองหงสาวดี
โดยพยายามจะยึดระฆังใบที่หนักที่สุดโนโลกไป
ทำให้ชาวมอญและพม่าเคียดแค้นมาก
จึงทำการรบแบบยอมตายถวายหัว
เรื่องเดิม การค้นหามหาระฆังธรรมเจดีย์ที่หนักที่สุดในโลก
ก่อนจะแพ้มารับจ้างเป็นทหารในสยาม
รวมทั้งโปรตุเกสได้สิทธิพิเศษค้าขายกับญี่ปุ่นเฉพาะที่เมืองนางาซากิ
ขณะที่ชาติอื่น ๆ ไม่สามารถเข้าไปค้าขายที่ญี่ปุ่นได้เลย
จนภายหลังญี่ปุ่นยอมเปิดประเทศเพราะเรือปืนสหรัฐอเมริกา
และนำไปสู่การพัฒนาเปิดประเทศยุคเมจิ  
สู่การพัฒนาการค้า/อุตสาหกรรม/การทหาร


โปรตุเกสจากมหาอำนาจกลายเป็นมหาอนาถ
เพราะถูกแผ่นดินไหวและซูนามิถล่มทำลายเมืองในปี 1755
ผู้คน/ชนชั้นนำล้มตายหลักแสน กองเรือรบที่เกรียงไกรก็จมหายไปในมหาสมุทร
บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหายจำนวนมากจนกลายเป็นชาติยากจน 
มีข้อมูลใน แผ่นดินไหวในลิสบอน
สาเหตุดังกล่าว  ทำให้ความเชื่อในพระเจ้าหายไปมากในยุโรป
และมีหนังสือเขียนโจมตีศาสนาและความเชื่อตามมา
จนในหนังสือ กองดีด  เขียนตอนจบว่า  ไปทำสวนกันเถอะ
แบบ หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร  เขียนว่า   เงินทองของมายา ข้าวปลาของจริง


หนังสือ Harry Potter ที่เขียนถึง Lord Voldemort 
ที่จบจากบ้าน  Slytherin House ตั้งโดย  Salazar Slytherin
J. K. Rowling นำชื่อมาจากจอมเผด็จการ António de Oliveira Salazar ของโปรตุเกส
ที่ครองอำนาจยาวนานถึง 36 ปีกว่าจะตายลง
เธอคงรับรู้เรื่องราวโหดร้ายเจ้าเล่ห์ของจอมเผด็จการนี้จากสามีคนแรกของเธอ
ที่เป็นนักข่าวในโปรตุเกสว่า Salazar มีดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียว เลวที่สุด
มาแสดงบทบาทความชั่วร้ายใน  Lord Voldemort


เผด็จการที่ยาวนานและการคอร์รัปชั่นที่ยาวนาน 
ทำให้โปรตุเกสมีปัญหาความยากจนเรื้อรังสืบต่อมาอีกนาน
และหลังจากจอมเผด็จการรายนี้ตายไป
Marcelo Caetano ก็ขึ้นครองอำนาจต่อมา
และต้องการส่งทหารไปรบในอาณานิคม  Angola กับ Mozambique
แต่กองทัพเบื่อหน่ายกับการไปตายและการรบเพื่อพวกเผด็จการ
จึงเกิดการปฏิวัติ Carnation Revolution 
โดย António Sebastião Ribeiro de Spínola แกนนำในการปฏิวัติ/เปลี่ยนผ่านอำนาจ
จัดว่าเป็นการปฏิวัติครั้งแรกในยุโรปหรือของโลกก็ว่าได้
ที่ทหารนำประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประชาชน
แทนการยึดอำนาจปกครองต่อแบบเผด็จการรายเดิม


 

<iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/CbTuQ1gX5HE" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe> 

Portugal's Carnation Revolution through the eyes of a coup leader



23.



24.



25.



26.



27.



28.

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน