*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2115942
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 1 เมษายน 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 510 , 21:19:00 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 
38.000 Ears and Noses lay Buried here Mimizuka
 
 
 
Mimizuka Mound in Kyoto. Photo credit: twoKim images / Shutterstock.com
 
 
 
ท่ามกลางใจกลางย่านที่อยู่อาศัยอันเงียบสงบ
ในชานเมือง Kyoto ประเทศญี่ปุ่น
บริเวณเนินเขาที่ปกคลุมด้วยหญ้าสูง 30 ฟุต
มีจมูกชายหญิงเด็กเล็กคนชรากว่า 38,000 ราย
ที่ถูกกองทัพญี่ปุ่นสังหารทิ้งในช่วงการรุกรานเกาหลี  ปลายศตวรรษที่ 16


ในปี 1592
ขุนศึก Toyotomi Hideyosh แม่ทัพญี่ปุ่น
ยกทัพบุกเกาหลีเพื่อพิชิตคาบสมุทรเกาหลีและจีน
ซึ่งอยู่ภายใต้ราชวงศ์หมิง Ming dynasty 
ที่คิดว่าน่าจะค่อนข้างอ่อนแอในช่วงนั้น
กองทัพญี่ปุ่นประสบความสำเร็จอย่างมาก
ในการยึดครองคาบสมุทรเกาหลี
แต่ไม่สามารถรุกเข้าไปในจีนได้
ขุนศึก Toyotomi Hideyosh แม่ทัพญี่ปุ่น จึงต้องถอยทัพกลับ
แม้ว่าจะพยายามรุกอีกในปีต่อมาแต่ก็ไม่ประสพความสำเร็จ

ในปี 1597  เป็นการรุกรานครั้งใหญ่ครั้งที่ 2
ขุนศึก Toyotomi Hideyosh แม่ทัพญี่ปุ่น ได้นำทัพอีกครั้ง
แต่พบกับแนวป้องกันที่แข็งแกร่งจากกองกำลังผสมของ
Ming และ Joseon of Korea ที่บีบบังคับจนกองทัพญี่ปุ่น
ต้องถอนตัวออกจากคาบสมุทรทางตอนใต้
แม้ว่ากองกำลังผสมทั้งสองจะถูกปิดล้อมอยู่นานนับ 10 เดือน
และแล้วสงครามสิ้นสุดลงหลังจากการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ
ขุนศึก Toyotomi Hideyoshi แม่ทัพญี่ปุ่น ในปี 1598

 

 
Statue of Toyotomi Hideyoshi at Hokoku shrine, Osaka. Photo credit: Pumidol / Shutterstock.com

 
ในครั้งนั้นนักรบมักจะตัดหัวศัตรูที่ถูกสังหารทิ้ง
เพื่อเป็นหลักฐานการฆ่า 
โดยหัวศัตรูจะถูกใส่เกลือบรรจุในถัง

แล้วส่งกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น
ที่ซึ่งหัวพวกศัตรูจะถูกนับจำนวน
และพวกนายทหารจะได้รับรางวัล
ตามจำนวนหัวพวกศัตรูที่ถูกทหารสังหารทิ้ง

แต่เมื่อการบุกคืบหน้าไปมากแล้ว
การส่งกลับหัวศัตรูจำนวนมากจากสนามรบ
กลายเป็นเรื่องลำบากในการบริหารจัดการ
ทั้งด้านภาชนะที่บรรจุและเกลือที่จะใส่ไม่ให้เน่า
การขนส่งจากคาบสมุทรเกาหลีไปยังญี่ปุ่น
ในที่สุดก็มีการตัดสินใจว่าจะเก็บเฉพาะจมูกศัตรูเท่านั้น
แม้ว่าพวกข้าศึกจะยังคงถูกตัดหัว
แต่มีเพียงจมูกเท่านั้นที่ถูกเฉือนออกมาแล้วส่งกลับไปยังญี่ปุ่น

คำสั่งของขุนศึก Toyotomi Hideyoshi แม่ทัพญี่ปุ่น
ในระหว่างการบุกรุกคาบสมุทรเกาหลีนั้นชัดเจน
“ ตัดหัวทุกคนให้หมดสิ้น  ไม่ต้องแบ่งแยกว่า
เป็นหญิง หรือ ชาย วัยรุ่น หรือ วัยชรา
พระภิกษุหรือฆราวาส  นายทหารระดับสูงในสนามรบยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ให้ฆ่าตั้งแต่ชาวบ้านตามหุบเขา แม้กระทั่งคนยากไร้ และ คนสำคัญ/ร่ำรวย) "


Stephen R. Turnbull
 ในหนังสือ การรุกรานของซามูไร
Samurai Invasion : Japan's Korean War 1592 -1598 
บอกเล่าเรื่องราวการจดบันทึกของนักบวชชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง
ซึ่งบรรยายถึงความโหดร้ายที่น่ากลัวที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านเกาหลี

ตั้งแต่เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น
พวกเราไล่ล่าและไล่ตามพวกมันในภูเขา
และรอบ ๆ  หมู่บ้านกินเวลาถึงหนึ่งวัน
เมื่อพวกมันถูกต้อนเข้ามุมแล้ว
เราได้ทำการสังหารหมู่พวกมันทั้งหมด
ในช่วงเวลา 10 วันพวกเราจับศัตรูได้ราว 10,000 คน
แต่พวกเราไม่ได้ตัดหัวพวกมัน
พวกเราเฉือนจมูกของพวกมันออกมา
แทนการตัดหัวของพวกมันว่ามีจำนวนกี่หัว
ในตอนนั้นจำนวนรวมของ  Yasuharu
คิดแล้วมากกว่า 2,000 คนทีเดียว 

จากข้อมูลของ Stephen R. Turnbull
กองทัพของขุนศึก Toyotomi Hideyoshi
ได้รวบรวมหัวคนเกาหลีได้ 185,738 คน
และหัวคนจีน 29,014 คน
ที่รู้ตัวเลขที่แน่นอนขนาดนี้ได้
เพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้
ได้ทำการบันทึกเรื่องนี้/จำนวนไว้อย่างละเอียด
พร้อมกับใบสำคัญการจ่ายเงินตามจำนวนหัวศัตรู
ซึ่งเอกสารบางส่วนยังคงเหลืออยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้

อีกเรื่องหนึ่งที่ยังไม่มีใครทราบจำนวนที่แท้จริง
ของชาวบ้านที่บาดเจ็บล้มตายจากการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่น
เพราะจมูกบางอันไม่ได้ตัดอกมาจากศพแต่อย่างใด
แต่เพื่อเพิ่มจำนวนศพที่ทหารญี่ปุ่นฆ่าได้กี่ราย
ด้วยการเฉือนจมูกชาวเกาหลีเป็น ๆ
เพราะมีชาวเกาหลีอีกจำนวนมากที่รอดตาย
และใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากหลายปี
โดยไม่มีจมูกหรือหูแบบคนปกติเลย
(น่าจะมีการฉ้อโกงจำนวนศพของทหารญีปุ่น
หรือแสดงสัญญลักษณ์ชัยชนะต่อศัตรูบางราย
ด้วยการเฉือนจมูกกับใบหูแทนการฆ่าทิ้ง)

จมูกของพวกศัตรูญี่ปุ่นจะถูกส่งกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น
จมูกราว 38,000 รายจะถูกแยกฝังไว้ที่ 2  แห่งคือ Kyoto กับ Okayama
ที่ Kyoto ขุนศึก Toyotomi Hideyoshi ได้สั่งให้ฝังจมูกที่ถูกเฉือนออกมา
ใต้บริเวณ Hokoji Temple และสร้างเนินดินฝังศพขึ้นมา
พฤติกรรมที่ผิดปกติของขุนศึก  Toyotomi Hideyoshi
หัวหน้านักบวชของศาลเจ้าอ้างว่า
สะท้อนถึงความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของ Hideyoshi

(มีความเป็นไปได้ตามความเชื่อคนใต้ว่า
ขุนศึก  Toyotomi Hideyoshi ถูก ขวง
มาหลอกหลอนจนต้องทำบุญล้างบาป)

แต่จริง ๆ ก็ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า  ขุนศึกรายนี้ทำไปทำไม
ทำไมจึงต้องให้เกียรติกับเหยื่อชะตากรรมที่พวกมันฆ่าทิ้ง
ด้วยการฝังศพแบบชาวพุทธ  แต่ขุนศึกรายนี้สั่งให้ทำ

นับเป็นเวลาหลายศตวรรษแล้ว
ที่ Mimizuka Mound เป็นสถานที่แสวงบุญ
สำหรับชาวเกาหลีที่เดินทางไปญี่ปุ่น
ศาลเจ้าเป็นที่รู้จักกันในตอนแรกว่า Hanazuka  หรือ กองจมูก
แต่หลายทศวรรษต่อมา
หลายคนคิดว่าคำนี้ฟังแล้วดูโหดร้ายเกินไป
จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น Mimizuka  หรือ  เนินหู
ทำให้ชื่อใหม่ดูเหมือนว่าจะช่วยลดความโหดร้ายลงอย่างน้อย
แต่อย่างน้อยมันฟังดูดีกว่ามากในถ้อยคำเดิมที่ใช้อยู่

Mimizuka Mound ไม่เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวญี่ปุ่น
จนกระทั่งทศวรรษที่ผ่านมา
ญี่ปุ่นมีนิสัยในการบิดเบือนประวัติศาสตร์
ด้วยการทำให้ประเทศตนอยู่ในแง่ที่น่าสงสาร
แบบนางเอกคนแสนดีที่ถูกสหรัฐย่ำยีจนแพ้สงคราม


ในปี 1970 Park Chung Hee ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในขณะนั้น
ได้เดินทางไปสักการะเนินดิน Mimizuka
มีบางคนเสนอความคิดเห็นว่า น่าจะย้ายสุสานทั้งหมดนี้
กลับไปที่เกาหลีเพื่อปลอบโยนวิญญาณของผู้ตาย
แต่บางคนเสนอความคิดเห็นว่า  ตั้งอยู่ตรงนั้นและดีแล้ว
เพื่อเป็นเครื่องเตือนความทรงจำที่เลวร้ายในอดีตของญี่ปุ่น
แต่สำหรับชาวเกาหลีจำนวนมาก
เนินดินดังกล่าวนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่า
อนุสรณ์สถานแสดงชัยชนะของ  ขุนศึก  Toyotomi Hideyoshi

พวกนี้คือ ผู้เหี้ยมโหดไม่ต่างจากมหาโจรในประวัติศาสตร์
ที่บางประเทศยกย่องเป็นมหาราชเช่น 
อเล็กซานเดอร์  ซีซาร์  เจงกิสข่าน นโปเลียน
แต่จริง ๆ แล้วโลกอยู่เย็นเป็นสุขและสะดวกสบาย
เพราะคนอย่าง เอดิสัน เทสล่า ฟอร์ด สตีฟ จอฟ 
ที่สร้างคุณูประการต่าง ๆ มากกว่าพวกมหาโจร
ตามนิยามของนักประวัติศาสตร์ฝ่ายซ้ายในละตินอเมริกา

 

 
Photo credit: twoKim images / Shutterstock.com
 
 

เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2TOBnq2

https://bit.ly/1NKUfyK
https://bit.ly/2OEaJz9
https://bit.ly/2FNSvZ0



เรื่องเล่าไร้สาระ


การตัดหัวคนเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้สังหารแล้ว
ในสมัยก่อนของจีนจะใช้แช่น้ำผึ้ง
ซึงจะเก็บรักษาไม่ให้เน่าได้เป็นอย่างดี
ส่วนการใช้เกลือของญีปุ่นน่าจะหาน้ำผึ้งยาก
จึงใช้เกลือรักษาหัวของศัตรูแทน

ในสมัยสงครามเวียตนาม
ก็มีการตัดหัวเวียดกงโดยทหารสหรัฐ
เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่ามีการฆ่าศัตรูได้จริง
และเป็นการข่มขู่ศัตรูว่าเอาจริง

 



ในยุคล่าสุด ก็พวก ISIS ใช้วิธีการดังกล่าวในอีรัค ซีเรีย
เพราะได้ผลดีมากในการข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม
ทำให้เกิดความหวาดกลัวได้มากกว่าวิธีการอื่น ๆ

 
 


ส่วนการโฆษณาชวนเชื่อของญี่ปุ่น
ที่มักจะผลิตวาทกรรมซ้ำ ๆ ตลอดมา
ให้กลายเป็นประเทศน่าสงสาร
แบบนางเอกคนแสนดีถูกสหรัฐฯ ย่ำยี
ตามที่หลายประเทศเคยถูกญี่ปุ่นรุกรานระบุว่า
ญี่ปุ่นมักจะใช้ภาพแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2
ที่ถูกสหรัฐอเมริกายำจนสิ้นสภาพ


แต่การรุกรานหรือทำลายประเทศอื่น
จะไม่ยอมรับหรือหลีกหนีความจริงตลอดมา
เช่นเรื่อง Comfort Woman ชาวเกาหลี
หรือการฆ่าข่มขืนคนจีนใน นานกิง
ในมาเลย์ก็มีการฆ่าคนจีนจำนวนมาก 
แต่เพราะคนมาเลย์ไม่ชอบคนจีนส่วนหนึ่ง
เลยไม่มีการบันทึกอย่างเป็นทางการ

ภาพของญี่ปุ่นมักจะเป็นภาพและ 2 เรื่องราวหลัก ๆ คือ

 
 
 

 


 

 

Credit : คนบ้าสงคราม

สงครามระหว่างญี่ปุ่น VS โชซอน+ราชวงศ์หมิง
 
 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน