*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2115942
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 4 เมษายน 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 625 , 18:03:06 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 
 
 
กองทัพปลดแอกจีนชุดที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี
ได้เดินทางเข้าเวเนซุเอลา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ตามโครงการร่วมมือระหว่าง ปักกิ่ง กับ คาราคัส
(กองทัพปลดแอกจีน มีชื่อเต็มว่า กองทัพปลดแอกสาธารณรัฐประชาชนจีน
ก่อตั้งโดยพลพรรคเหมาเจ๋อตุง แต่มักเรียกกันว่า
กองทัพปลดแอกจีน ตามหนังสือฝ่ายซ้ายเก่า)

ตามรายงานข่าวแจ้งว่า
มีทหารกองทัพปลดแอกจีนมากกว่า 120 นาย
เดินทางมาถึงเกาะ Margarita แล้ว
เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม(อาหารและยา)
และอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับกองทัพเวเนซุเอลา

กองทัพปลดแอกจีนเดินทางตามมา
หลังจากที่รัสเซียได้ส่งทหารจำนวนหนึ่งเข้ามาแล้ว
เพื่อฝึกอบรมการกองทัพเวเนซุเอลาบำรุงรักษาเฮลิคอปเตอร์

การเคลื่อนไหวของทหารรัสเซียในเวเนซุเอลา
ได้สร้างความตึงเครียดให้กับรัฐบาลสหรัฐ
และสมาชิกรัฐสภาสหรัฐหลายนายด้วยเช่นกัน

“ Maduro ต้องไปให้พ้นจาก #Venezuela
เพราะเชื้อเชิญพวกทหารจาก Cuba และ Russia
มันกับลูกน้องมันกำลังปล้น Venezuela
ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนทุกคนต้องลุกขึ้นสู้
เพื่อกอบกู้อธิปไตยจาก Russia และ Cuba, #HandsOffVenezuela ”
Mike Pompeo U.S. Secretary of State   ทวีตเตอร์วันที่  28 มีนาคม ที่ผ่านมา

การเคลื่อนไหวทางทหารรัสเซียและจีน
แสดงถึงแสนยานุภาพที่ท้าทายรัฐบาลสหรัฐ
ที่กำลังเพียรพยายามโค่นล้มประธานาธิบดี Nicolas Maduro 

แม้ว่าสหรัฐจะพยายามส่งความช่วยเหลือ
ทางด้านมนุษยธรรม(อาหารและยา)ให้กับเวเนซุเอลาผ่านทางโคลัมเบีย
แต่รัฐบาล Maduro กลับมองว่า มีนัยแอบแฝงแบบลับลวงพราง
ด้วยการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
โดยลอบลำเลียงเข้ามาพร้อมกับอาหารและยา
(แบบรัสเซียช่วยเหลือพวกกบฎในยูเครน)

ตามรายงาน Stockholm International Peace Research Institute
เวเนซุเอลาสั่งซื้ออาวุธจากจีน ในช่วงปี 2010-2014 ถึง 349 ล้านเหรียญสหรัฐ
ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นอุปกรณ์ที่เรียบง่าย
มีความสลับซับซ้อนในการใช้งานไม่มากนัก
เช่น เรดาห์ และเครื่องบินฝึกหัด รถยนต์ลำเลียง
และชิ้นส่วนอะไหล่ต่าง ๆ ฯลฯ
แต่ในปี  2017 เรื่มมีการสั่งซื้อ
รถถัง กระสุน เครื่องแบบและยุทธภัณฑ์ของทหาร
ปริมาณพอ ๆ กับการสั่งซื้ออุปกรณ์/อะไหล่จากรัสเซีย

ตามรายงานล่าสุดของ LA Times
ทั้งรัสเซียและจีนต่างเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในเวเนซุเอลา
"  ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาในปี 2016
จีนให้เวเนซุเอลายืมเงินประมาณ 62 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ซึ่งส่วนใหญ่คารากัสชำระหนี้ด้วยน้ำมันดิบ
มอสโกในช่วงหลายปีที่ผ่านมาให้เงินกู้ยืมและลงทุน
ในเวเนซุเอลาประมาณ  17 พันล้านเหรียญสหรัฐ
และในเดือนธันวาคมรัฐบาลทั้งสองได้ลงนามในข้อตกลงใหม่
โดยรัสเซียจะลงทุน 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ในภาคผลิตน้ำมันและขุดหาแร่ทองคำในเวเนซุเอลา

จีนและรัสเซียเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของเวเนซุเอลา
ทั้งสองประเทศคือ พลังขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจ
ที่ทำให้รัฐบาล Maduro ที่กำลังล้มเหลวเดินหน้าต่อไปได้
ท่ามกลางความสามารถชำระหนี้ได้กับการล้มละลาย ในเวลาเดียวกัน ”
ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินวิเคราะห์

ทัศนคติที่แตกต่างกันระหว่างจีนและรัสเซีย
ในเรื่องพันธะสัญญาทางการเงินในเวเนซูเอลา
จีนเป็นประเทศที่  เน้นผลตอบแทนมากขึ้น
ด้วยการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบน้ำมันราคาถูกและผลตอบแทนอื่น ๆ 
ขณะที่รัสเซียเป็นประเทศ อุดมการณ์มากขึ้น
โดยมอสโกได้รับการยกย่องว่า
มีความมุ่งมั่นในการหยุดยั้งการขยายทางการทหารของสหรัฐฯ
และการตั้งค่ายรอยึดหัวหาดสหรัฐ - และอยู่ห่างจากสหรัฐอเมริกาไม่ไกลนัก ... 

สำหรับรัสเซียการลงทุนและการใช้กำลังทหารเพื่อปกป้องเวเนซูเอล่า
ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในพื้นที่ใกล้กับสหรัฐ
เครมลินพยายามเลียนแบบและทำตามในสิ่งที่เห็นว่า
นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯและนาโต้
ที่มักเข้าไปแทรกแซงประเทศในยุโรปตะวันออก
และอดีตสหภาพโซเวียต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยูเครน "
(ปิดล้อมรัสเซียผ่านกลุ่มประเทศบริวาร เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี
ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ กลุ่ม Nato)

ตามข้อเท็จจริงแล้ว การกล่าวโทษของมอสโก
เกี่ยวกับการแทรกแซงของสหรัฐในเวเนซุเอลานั้น
มีพลังมากกว่าอย่างที่เห็นได้ชัดเจน (เพราะผิดหลักการสหประชาชาติ)
จีนยังได้เรียกร้องให้มีการเจรจาและการเจรจาต่อรอง
เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติการณ์ในเวเนซุเอลา

นักวิเคราะห์ชาวอเมริกันหลายคนสันนิษฐานว่า
แม้ว่าจีนอาจสูญเสียความเชื่อมั่นในประธานาธิบดี Nicolas Maduro
แต่ก็ยังตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อไป
ด้วยการมุ่งเน้นไปทางรูปธรรมในการปล่อยสินเชื่อให้กับเวเนซุเอลา
ด้วยข้อตกลงแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ (เฉือนน้ำเฉือนเนื้ออีกฝ่าย)

เพราะสมมติฐานแบบง่าย ๆ นั้นในเชิงรูปธรรมคือ
การมาถึงของทหารกองทัพปลดแอกจีนอย่างฉับพลัน
บนเกาะ Margarita ที่มีชื่อเสียงในฐานะสถานที่พักผ่อนยอดนิยม
มีหาดทรายและป่าชายเลน วินด์เซิร์ฟ ว่าวบิน
เหตุผลอีกอย่างหนึ่งอาจเป็นได้ว่า
จีนประเมินแล้วว่าความตึงเครียดจะเพิ่มขึ้นในเวเนซุเอลา
และความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
จากการแสวงหาอำนาจของคู่กัดประธานาธิบดีคนปัจจุบัน
กับประธานาธิบดีที่สหรัฐแต่งตั้งและมีหลายชาติรับรอง (50 ชาติจากร่วม 200 ชาติ)
และความขัดแย้งที่แหลมคนอาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคตอันใกล้นี้
ด้วยปัญหาผู้ลี้ภัยที่อพยพออกไปจากเวเนซุเอลา
แล้วหวนกลับมากู้ชาติ/สร้างปัญหาตามมา
จากการสนับสนุน/ให้ท้ายของวอชิงตัน

การเข้ามาของทหารจีนในครั้งนี้
เพื่อลดแรงกดดันการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของคารากัส
ในขณะเดียวกันก็สร้างความสมดุลหรือดุลยภาพที่เกิดขึ้น
ในสถานการณ์ตราบเท่าที่ทั้งสองฝ่าย  ต่างยังไม่ได้รับประโยชน์อย่างเด็ดขาด
(ไม่มีมิตรแท้ ไม่มีศัตรูที่ถาวร ผลประโยชน์ร่วมกันจึงเจรจาได้)

แต่ภาวะสงครามที่กำลังจะก่อตัวอาจจบลงได้
เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสูญเสียความอดทน
และถูกบีบบังคับให้มีการประลองกำลังกัน
ซึ่งดูเหมือนจะไม่น่าเป็นไปได้ในเวลานี้

ส่วนการประเมินของผู้เชี่ยวชาญรัสเซีย
ในขณะที่คู่ชกมวยที่ยังไม่แสดงตัวตน
เกิดขึ้นมากมายทั้งฝั่งอเมริกากับพันธมิตรละตินอเมริกาของสหรัฐ
ถึงแม้ว่าจะคาดหวังว่า สหรัฐจะดำเนินการอย่างรวดเร็ว
แต่เรื่องที่ยากลำบากอย่างแท้จริงก็คือ ไม่มีท้อง/พลัง
แม้ว่าหลายคนออกมาเรียกร้องให้กองทัพเวเนซุเอลาเข้าแทรกแซง
เพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในเวเนซุเอลา

เพราะแม้ว่าทหารจะยึดอำนาจได้แต่บริหารไม่ได้
จากภาวะวิกฤติขาดแคลนอาหาร/ยา สาธารณูปโภค
การบริหารทหารใช้คำสั่งกับอำนาจได้
แต่การบริหารประชาชนยุ่งยากกว่ามาก

นโปเลียนเคยพูดว่า  กองทัพเดินด้วยท้อง
เพราะถ้าไม่มีอาหาร/ยา ส่งเสบียงให้ทหารก็อดอยาก/อดตาย
จากการถอดบทเรียนการพ่ายแพ้การรบในรัสเซีย
เพราะฤดูหนาวที่หนาวเย็นและแสนยาวนาน
จนทหารฝรั่งเศสบางส่วนตกเป็นเชลย/ทาส
ตัองใช้แรงงานในรัสเซียตราบจนวันตาย
มีในร่องรอยวรรณกรรมรัสเซียหลายเรื่องมาก
ที่เขียนแบบสะใจที่มีชัยชนะเหนือทหารฝรั่งเศส
โดยนโปเลียนหนีตายพร้อมกับสมุนได้เพียงไม่กี่คน

วอชิงตันก็ดูเหมือนจะกลัวว่า การแทรกแซงทางทหารใด ๆ
อาจมีผลในทางเชิงลบและอาจเกิดความโกลาหลตามมา
และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น คือ ชาวบ้านเวเนซุเอลาจะต่อต้านสหรัฐ
รวมทั้งความวุ่นวายที่ตามมาในละตินอเมริกาอีกหลายประเทศ

เพราะหลายประเทศในละตินอเมริกา
ในตอนนี้ผู้บริหารมักจะมาจากพวกฝ่ายซ้ายในอดีต
ที่ผ่านการเลือกตั้งจากระบบประชาธิปไตย เช่น อุรุกวัย ชิลี อาร์เจนตินา
ต่างมีหนี้แค้นหนี้รอการชำระ  เพราะสหรัฐหนุนหลังพวกเผด็จการในอดีต
ทำให้หลายประเทศตอนนี้มีการเช็คบิล/ติดตามจับกุมมาลงโทษ
อดีตเจ้าหน้าที่รัฐ พลเรือน หรือแนวร่วมที่เคยบริหารจัดการ
คุก ทหาร ศาล ตำรวจ โรงพยาบาล โรงเรียน ข้าราชการ แนวร่วม

การมาถึงของทหารรัสเซียในเวเนซูเอลา
ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางประสาทในวอชิงตัน (หัวร้อน)
เพราะกระทรวงต่างประเทศมอสโก
ระบุเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา
มีการใช้ถ้อยคำแถลงการณ์ที่รุนแรงโดย
John Bolton ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ
" การส่งยุทธภัณฑ์และกำลังทหารรัสเซีย
ไปยังเวเนซุเอลาหรือที่อื่น ๆ ในซีกโลก 
ก็ด้วย ความจงใจที่จะสร้างหรือขยายการปฏิบัติการทางทหาร
เราจะพิจารณาการกระทำที่ยั่วยุนั้น
เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสันติภาพ
และความมั่นคงระหว่างประเทศในภูมิภาค ”
แถลงการณ์ของ Bolton

 
แต่กระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย
ตอบโต้วาทกรรมของ Bolton ว่า
" ถึงแม้ว่าในทางภูมิศาสตร์ Chukotka Peninsula
ของรัสเซียตั้งอยู่ในซีกโลกตะวันตก
มอสโก ไม่มีความจงใจที่จะสร้างหรือขยายการปฏิบัติการทางทหาร
ในเวเนซุเอลาและที่อื่น ๆ ในซีกโลก
ขอบอกว่า  ไร้สาระมากในการที่สหรัฐฯ
พยายามข่มขู่รัสเซียด้วยการลงโทษต่าง ๆ
และปิดล้อมด้วยมาตรการต่าง ๆ
(เช่น ห้ามกลุ่มนาโตค้าขาย ยึดทรัพย์สินรัสเซีย)
เพราะความร่วมมือรัสเซียกับเวเนซุเอลาถูกกฎหมายระหว่างประเทศ 
ที่มา https://reut.rs/2YOEL87


ทั้งนี้  เพราะแผนการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง
อย่างรวดเร็วในคารากัสล้มเหลว (ฝ่ายที่สหรัฐสนับสนุน)
เพราะความเชื่อมั่นในตนเองของวอชิงตัน
จึงปล่อยให้สมัครพรรคพวกสหรัฐในละตินอเมริกาและยุโรปตะวันตก
ต้องรีบเร่งจดจำ/สนับสนุนนักต้มตุ๋นโดยไม่รู้ตัว
นักต้มตุ๋นที่ชาวบ้านไม่ได้เลือกตั้งขึ้นมาในฐานะหัวหน้าของเวเนซุเอลา
การกระทำดังกล่าวขัดกับหลักสากลระหว่างประเทศและเสียมารยาททางการทูต
มอสโกยืนยันว่า พร้อมจะทำทุกสิ่งภายในอำนาจของเรา
เพื่อส่งเสริมการเจรจาระดับชาติในเวเนซุเอลา
อย่างไรก็ตามมอสโกก็ส่งสัญญาณทางอ้อมเช่นกันว่า
แนวคิดในการจัดตั้งฐานทัพทหารในเวเนซูเอลานั้น 
เพราะจะได้อยู่ใกล้กับชายฝั่งของสหรัฐ
สรุปย่อที่มา  https://bit.ly/2OKjt6Z
 

เห็นได้ชัดว่าท่าทีทางการทหารรัสเซียดูรอบคอบ
ด้วยการสนับสนุนให้จีนเปลี่ยนไปใช้บทบาทเชิงรุกอย่างเปิดเผย
ไม่จำเป็นต้องพูดว่ารัสเซียและคิวบา จะต้อนรับการเปลี่ยนแปลงของจีนครั้งนี้
 

เพราะการปรากฏตัวของรัสเซียและคิวบาในเวเนซุเอลา
ยังสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลของทรัมป์
แต่การมาถึงของกองทัพปลดแอกจีน
กลับกลายเป็นยาขม/ยาหม้อใหญ่ (ยากจะกลืนกิน)
แม้ว่าข้อเท็จจริง จีนกำลังเข้าร่วมรัสเซียในครั้งนี้
เพื่อจะปกป้องผลประโยชน์ที่สำคัญในเวเนซุเอลา(การให้กู้ยืม)
 

เพราะทั้งมอสโคว์และปักกิ่ง ต่างได้ตั้งข้อสังเกตล่าสุดว่า
ประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งใจจะพูดคุยกับฝ่ายรัสเซียและจีนเกี่ยวกับเวเนซุเอลา
ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีพอ ๆ กับการบอกว่า ท่านไม่ได้พิจารณาการแทรกแซงทางทหารใด ๆ
ตามคำพูดเชิงโวหาร/วาทกรรมโดยเจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกา
(โบ้ยว่าลิ่วล้อ/ทหารเลวพูดเองเออเองไม่เกี่ยวกับท่าน)
ที่มา  https://bit.ly/2K43r9h


 
 
การที่กองทัพปลดแอกจีนมาเวเนซุเอลานั้น
ทำให้เกมเล่นสหรัฐที่ใช้สถานการณ์วิกฤติล้อมเวเนซุเอลาต้องเปลี่ยน
เพราะจีนได้ถ่ายทอดความพร้อมและความสามารถในการกอบกู้รัฐบาล Maduro ที่ถูกปิดล้อม
ด้วยการส่งอาหาร/ยา ซ่อมแซมสาธารณูปโภค (เพื่อแลกเปลี่ยนกับน้ำมันดิบราคาถูก)
ปักกิ่งไม่เพียงแค่ตอกย้ำว่า เป็นผู้มีส่วนได้เสีย แต่ยังยืนยันถึงอิทธิพลที่ขยายตัวทั่วโลก
แน่นอนแม้ว่าจีนอ้างว่า ยึดหลักคำสอนของ Monro อย่างมั่นคง
แต่ช่วงเวลานี้ สถานการณ์แบบนี้มีความสำคัญในเวทีการเมืองโลก

หลักการมอนโรสหรัฐ คือ ปิดประเทศไม่ยุ่งกับใคร
แต่อย่ามายุ่งกับอิทธิพล/พื้นที่ในทวีปอเมริกา
ในช่วงการรบในสงครามโลกครั้งที่ 1
ก็วางตัวเป็นกลางก่อนในคราแรก
แต่พออาวุธพร้อมคนพร้อมก็ร่วมมือกับอังกฤษในการรบ
และสนับสนุนรัสเซียจนได้กลายเป็นคอมมิวนิสต์
เพื่อทำให้ชาติยุโรปวิตกจริตกับภัยคอมมิวนิสต์
พร้อมกับปล่อยเงินกู้หากินกับประเทศในยุโรป
ที่ต้องหาเงินมาบูรณะฟื้นฟู/ป้องกันประเทศ
ทั้งยังฉีกแบ่งซีกโลก/ขั้วอำนาจมหาอำนาจ
เยอรมันนี/อาณาจักรออตโตมัน
จากมหาอำนาจกลายเป็นมหาอนาถหลายปี

เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2UdsD1O
https://bit.ly/2WNcyN7
https://bit.ly/2OOJGBd
 
 
 

 
 

Chinese PLA Navy’s hospital ship “The Peace Ark” arrives at the port 
in la Guaira, Venezuela, September 22, 2018.



 
China’s PLAAF conducted its first airdrop and air delivery training exercise 
using the Y-20 strategic transport aircraft last year circa May.


รัสเซียส่งทหารเข้าเวเนซุเอลาเพื่อส่งสัญญาณเตือนประธานาธิบดีสหรัฐ



ลัทธิมอนโร (Monroe Doctrin) เกิดขึ้นโดย เจมส์ มอนโร ประธานาธิบดีคนที่ 5 ของสหรัฐ
แถลงเมื่อ 2 ธ.ค.1823 กล่าวถึงจุดมุ่งหมายที่จะนำพาประเทศอเมริกาให้อยู่ในความสงบ 
ไม่ต้องการให้ชาติยุโรปเข้ามาแทรกแซงทางด้านการเมืองหรือแสวงหาดินแดนในทวีปอเมริกา 
ซึ่งอังกฤษ ฝรั่งเศส ปรัสเซีย ออสเตรีย ต่างก็สนใจให้ความช่วยเหลือทางการทหารแก่สเปน
ในการปราบปรามอาณานิคมในอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้  (เม็กซิโก โบลิเวีย เป็นต้น)
ซึ่งเป็นความพยายามของชาติต่าง ๆ ที่จะเข้าครอบครองดินแดนแถบนี้
(กันท่าชาวบ้านไม่ให้เข้ามาในทวีปนี้ ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามกับสหรัฐเองในอนาคต)

หลักการสำคัญคือ  

อเมริกาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับอาณานิคมของสเปนในทวีปอเมริกา
หากชาติยุโรปเข้ามาแทรกแซงประเทศในทวีปอเมริกา 
อเมริกาจะถือว่าการกระทำนั้นเป็นภัยคุกคามต่อประเทศอเมริกาด้วย
อเมริกาจะไม่ยอมให้ประเทศใดในทวีปยุโรปเข้ามาแสวงหาอาณานิคมในทวีปอเมริกาอีกต่อไป
          
ลัทธิมอนโรสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างความมั่นคงและรักษาผลประโยชน์ให้กับอเมริกาเอง 
เป็นลักษณะการป้องกันตนเองเนื่องจากอเมริกายังไม่มีความเข้มแข็งพอ
แต่ภายหลังเมื่ออเมริกามีความเข้มแข็งมากขึ้น
หลักการมอนโรกลายเป็นเครื่องมือที่อเมริกา
ใช้เข้าควบคุมประเทศในละตินอเมริกาอย่างอิสระเต็มที่ 
โดยไม่มีชาติอื่นใดเข้าขัดขวาง และถือได้ว่า 
หลักการมอนโร คือ การประกาศอย่างเป็นทางการของอเมริกา
ที่กำหนดให้ประเทศในละตินอเมริกาเป็นเขตอิทธิพลของอเมริกา

พัฒนาการ  

- ปธน. โฟล์ค นำหลักการมอนโรถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง ในปี 1848 
ถือกำหนดเขตการสร้างอาณานิคมที่จำเพาะใช้แต่กลุ่มทวีปอเมริกาเหนือเท่านั้น 
และดำเนินนโยบายทางการทูตของชาติยุโรปต่อชาติเกิดใหม่ในละตินอเมริกา
จะไม่ยอมให้สเปนยกคิวบาให้กับชาติอื่น(เพราะใกล้ชิดอเมริกามาก)

- ปธน. รูสเวลท์ นำหลักการนี้มาใช้อีก 50 ปีต่อมา 
หลักการมอนโรได้เปลี่ยนไปเป็นการรุกรานประเทศละตินอเมริกา
เพราะอเมริกามีความเข็มเข็งแล้ว เช่น การผนวกดินแดนเท็กซัส การซื้อที่ดินของแม็กซิโก 
ในปี 1902 ปธน. รูสเวลท์กล่าววาทกรรม  สหรัฐอเมริกา คือ ผู้พิทักษ์อเมริกา

- ปธน. ทาฟท์ ใช้ นโยบายดอลลาร์ นำเงินเข้ามาช่วยเหลือละตินอเมริกาด้วยการปล่อยกู้
และวุฒิสมาชิก เฮนรี่ คอเบต ลอดจ์ แถลงการ ห้ามต่างชาติซื้อที่ดินในละตินอเมริกา

- ปธน. วิลสัน เสนอแผนตะบองใหญ่ (Big Stick) ประกาศว่า 
ประเทศที่เจริญแล้ว (อเมริกา) จะต้องช่วยเหลือประเทศที่อ่อนแอ (ละตินอเมริกา)


ตัวอย่างลัทธิมอลโรในคิวบาและปานามา


คิวบา  ถูกกำหนดให้เป็นรัฐอารักษ์ขาแห่งแรกของอเมริกา
เพราะอเมริกามีผลประโยชน์ในคิวบามากกว่าประเทศอื่น และมีภูมิศาสตร์ใกล้ชิดกัน
เมื่อคิวบาได้รับเอกราชในปี 1898 เกิดจากการช่วยเหลือของอเมริกา
รัฐธรรมนูญฉบับแรกจึงเป็นไปตามประสงค์ของอเมริกา
คือ ให้สิทธิแก่อเมริกาเข้าแทรกแซงได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
ทั้งในเรื่อง สังคม เศรษฐกิจและการเมือง
คิวบาต้องยอมขายหรือให้เช่าที่ดินเพ่อใช้เป็นฐานทัพเรือของอเมริกา
(ตอนนี้ยังมีเกาะกวนตาโม ที่เคยใช้คุมขังพวกต้องสงสัยว่าร่วมมือกับบิลลาเดิน)
อเมริกาแทรกแซงคิวบา 6 ครั้งใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ

ปี 1905 ส่งทหารเพื่อเข้ายึดอำนาจของคิวบา
จากการขัดแย้งทางการเมืองระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมและฝ่ายเสรีนิยม

ปี 1909 ส่งทหารเข้าควบคุมการจลาจลที่คนผิวดำไม่พอใจคนผิวขาว

ปี 1913 เข้าแทรกแซงการเมืองโดยสนับสนุนฝ่ายอนุรักษ์นิยม

ปี 1921 – 1925 แทรกแซงการเกิดคอรัปชัน

ปี 1925 — 1933 ส่งทหารปราบปรามเผด็จการในคิวบา

ปี 1963 สนับสนุนพวกกบฏยึดอ่าวหมู เพื่อโค่นล้มคาสโต 
ที่ยึดอำนาจตั้งแต่ปี 1959 แล้วไม่ยอมขึ้นกับอเมริกา  แต่ผลคือแพ้จนหมดรูป






ปานามา

อเมริกาสนใจปานามาเพราะพื้นที่นี้แคบที่สุดในอเมริกากลาง
อเมริกาได้ให้การสนับสนุนกลุ่มต่อต้านแถบตอนเหนือของโคลัมเบีย
จนสามารถแยกตัวจัดตั้งสาธารณรัฐปานามาได้ในปี 1904
อเมริกาประกาศรับรองปานามาและรัฐบาลใหม่ทันที
โดยอเมริกาเองได้รับสิทธิมากมาย เข้าแทรกแซงกิจการต่าง ๆ
โดยเฉพาะอำนาจเด็ดขาดในการควบคุมคลองปานามา
(ที่ใช้เดินเรือตัดข้ามมหาสมุทรแทนการเดินอ้อมแหลมตอนใต้) 
มีสิทธิตั้งฐานทัพทหารอเมริกาในปานามา
โดยอ้างว่า เพื่อรักษาความปลอดภัยแก่สาธารณะชน
และเส้นทางผ่านระหว่างมหาสมุทรคือ แอตแลนติกและแปซิฟิก
และเพื่อรักษาไว้ซึ่งกฏหมายรัฐธรรมนูญอันเป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศ





ลัทธิมอนโร มีผลต่อประเทศในละตินอเมริกา
และสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนชาวละตินอเมริกาเป็นอย่างมาก 
เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง อีกทั้งยังสร้างความไม่พอใจกับนานาประเทศ
จนเมื่อ ปธน. ฮูเวอร์ ประกาศนโยบายพื่อนบ้านที่ดี (Good Neighbor Policy)
ในปี 1933 ลัทธิมอนโรจึงคลายความเข้มข้นลง
โดยให้กิจการภายในประเทศกลุ่มละตินอเมริกาดำเนินไปตามแต่ละประเทศ
แต่อเมริกาก็ยังเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ  และบางครั้งยังสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการในละตินอเมริกา
(เช่น โค้นล้มรัฐบาลฝ่ายซ้ายในชิลี สนับสนุนเผด็จการอาร์เจนตินา อุรกวัย)

Credit : วาทิน ศานติ์สันติ  ข้อมูลเพิ่มเติม  https://bit.ly/2HUB4by







เรื่องเล่าไร้สาระ


ยุทธวิธีใช้ทหารเลวด่าท้าทายนักรบ
แบบให้คนออกมาด่า/หาเรื่อง รัสเซียกับจีน
มีมาตั้งแต่ยุคสมัยสงครามเลียดก๊ก
แบบคนจีนรุ่นเก่าบอก ใครอ่านเลียดก๊กจนจบ
คบไม่ได้ยิ่งกว่าคนอ่านสามก๊กสามจบ

เลียดก๊ก คือ ซือแป๋/ปรมาจารย์ของสามก๊ก
เพราะครบเครื่องทั้งเรื่องดีเรื่องเลว
เรื่องการแบ่งแยกแล้วปกครอง/ทำลาย
ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร
มีแต่ผลประโยชน์ที่จีรังยั่งยืน
บ้านเมืองวุ่นวายสับสนมากที่สุด
มีการเกิดขึ้นมาทั้งปราชญ์ กับ เปรต 
เช่น เล่าจื๊อ ขงจี๊อ หานเฟย ซุ่นหวู่
หลี่ซือ ซางหยาง เม่งจื๊อ ฯลฯ

ก่อนที่จิ๋นซีฮ่องเต๊จะรวมชาติจีนได้ในที่สุด
แล้วปฏิวัติให้มีภาษาจีน/ระบบชั่งตวงวัด
ที่เป็นระบบมาตรฐานจนกระทั่งทุกวันนี้
ด้วยการสังหารคนหลายคน เผาหนังสือทิ้งทั้งหมด
(เหลือแต่หนังสือเกษตรกรรม การแพทย์ และวิทยาการ)

การเผาหนังสือได้ ก็เผาคนได้เช่นกัน
ดังที่เกิดมาหลายครั้งแล้วในประวัติศาสตร์
ตั้งแต่จีน กรีก โรมัน ออตโตมัน เยอรมันนี ไทย
ไทยในยุครัฐบาลหอย  มีการเผาหนังสือฝ่ายซ้าย
หรือหนังสือที่เข้าข่ายว่าปลุกระดมมวลชนจำนวนมาก

หลังจากที่ทหารเลวออกมาท้ารบ/ด่าท้าทาย
นักรบจริงค่อยเลือกที่จะออกมารบ
หรือออกมาห้ามปรามทหารเลว
เรียกว่าเลือกได้ทั้งสองอย่างตามที่ต้องการ
แบบได้หมดสดชื่นเลย
เรื่องแบบนี้มักจะใช้มากในการเจรจาต่อรองทางการค้า
การเมืองระหว่างประเทศ/คู่ศึกทั้งสองฝ่าย

ถ้ากรณีที่เสียประโยชน์
มักจะเป็นแบบกูไม่ได้พูด  มันพูดเอง
เดี๋ยวกลับไปจะตบปาก/จัดการให้
แต่จริง ๆ มีการเตี๊ยมกันมาก่อนแล้ว

หรือ ทางฝรั่งเรียกว่า  Mutt and Jeff
ที่พวกตำรวจ/ทหาร/โจร ในเมืองนอกชอบใช้กัน
คือ คนหนึ่งด่า กระทืบ ซ้อม ผู้ต้องสงสัยให้รับสารภาพ
อีกคนหนึ่งมาปลอบโยน  ให้ข้าวให้น้ำให้ยาผู้ต้องสงสัย
เพื่อสร้างน้ำใจจนผู้ต้องสงสัยยอมสารภาพกับคนใดคนหนึ่ง
แบบเรียกว่า  เข้าทางโจรในที่สุด หรือเตะอ้อยเข้าปากช้าง


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน