*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2115940
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 514 , 08:25:33 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


 

แม้ว่าพวกมันจะน่ารัก พวกมันจะมีขนนุ่มนิ่ม
แต่พวกมันคือ ศัตรูหมายเลขหนึ่งในออสเตรเลีย

ในปี 2020
ออสเตรเลียกำลังทำสงครามกับแมว(ดุร้าย)
รัฐบาลออสเตรเลียต้องการจะฆ่าแมวเร่ร่อน/แมวจรจัด
จำนวน 2.0 ล้านตัวซึ่งเป็นประชากรแมวส่วนใหญ่ที่ดุร้าย
จากจำนวนแมวทั้งหมดในประเทศที่คาดว่ามีอยู่ราว ๆ 2 - 6 ล้านตัว

ในบางพื้นที่ห่างไกลของประเทศออสเตรเลีย
ในรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐควีนส์แลนด์
สภาท้องถิ่นได้เสนอเงินรางวัล 10 เหรียญสหรัฐ
สำหรับคนที่นำหนังหัวแมวมายื่นขอเงินรางวัล
แต่องค์กรพิทักษ์สัตว์ขนานนามคนพวกนี้ว่า พวกโหดร้าย
นี่คือ คำประณามจากกลุ่ม Ethical Treatment of Animals (PETA) 

ปัญหาเรื่องแมวมีทั้งในออสเตรเลีย
และในประเทศเพื่อนบ้านนิวซีแลนด์
นักสิ่งแวดล้อมที่เชี่ยวชาญก็ยังได้นำเสนอถึง
อนาคตที่ปราศจากแมวบ้านกับแมวป่าที่ดุร้าย
ไม่ว่าจะถูกควบคุมหรือถูกกำจัดทิ้ง

เหตุผลและคำตอบที่ง่าย ๆ คือ
พวกแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมวที่ดุร้ายนั้น
เป็นเหล่า นักฆ่ามืออาชีพ/ฆาตกรต่อเนื่อง

แมวตัวแรกคาดว่ามาถึงออสเตรเลียในบางพื้นที่
ในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยมีลูกเรือนำติดเรือมา
ตั้งแต่นั้นมาจำนวนของพวกแมว 
ก็ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก
โดยคาดว่ามีประชากรแมวในปัจจุบัน
คาดว่าจะครอบคลุมพื้นที่ถึง 99.8% ของประเทศออสเตรเลีย

แม้ว่าพวกแมวดุร้ายจะเป็นสายพันธุ์เดียวกับพวกแมวบ้าน
แต่พวกแมวดุร้ายอาศัยอยู่ในป่า
เพราะพวกมันถูกบังคับให้ต้องหากิน
จึงกลายเป็นนักล่าเพื่อความอยู่รอด

 
burrowing bettong ที่หายากมากซ่อนตัวอยู่ใต้ท่อนซุงเล็ก ๆ
ใกล้กับแม่น้ำ Cygnet River บนเกาะ  Kangaroo Island สายพันธุ์นี้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากแผ่นดินใหญ่ออสเตรเลีย
เพราะพวกสุนัขจิ้งจอกและพวกแมวที่ดุร้าย
 
 
พวกแมวถูกนำมาที่ออสเตรเลียครั้งแรก
โดยผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยุโรปจากอังกฤษ
(มีทั้งนักโทษ ผู้คุม ผู้สอนศาสนา ผู้บุกเบิก ครอบครัวคนเหล่านี้)
พวกแมวดุร้ายได้ช่วยกันกำจัดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ประมาณ 20 สายพันธุ์สูญพันธุ์ไปจากออสเตรเลีย
 
ข้ารัฐการที่ดูแลสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามแห่งชาติ
ได้ให้สัมภาษณ์กับ Sydney Morning Herald  ว่า
เรื่องนี้ทำให้แมวดุร้ายเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุด
ต่อบรรดาสัตว์สายพันธุ์พื้นเมืองของออสเตรเลีย
 
 
และเรื่องที่สำคัญที่สุด คือ
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ิเป็นเกาะ
ตัดขาดจากโลกภายนอก
มาเป็นเวลานานหลายพันปีแล้ว
ทุกวันนี้ประมาณ 80% ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
และ 45% ของนกที่พบในป่า 
ไม่สามารถหาพบได้ที่ไหนในโลก
นอกจากค้นพบที่ออสเตรเลียเท่านั้น
 
สำหรับพวกแมวดุร้ายแล้ว
พวกสัตว์สายพันธุ์พื้นเมืองนั้นเป็นเหยื่อ
เหยื่อที่ล่าได้ง่ายมากเพราะไม่เคยเรียนรู้ศัตรูมาก่อน
เชื่อกันว่าพวกแมวได้ฆ่านกพื้นเมืองมากกว่า 1 ล้านตัว
และสัตว์เลื้อยคลานราว 1.7 ล้านตัวทั่วออสเตรเลียในทุกวันนี้
 
สัตว์พื้นเมืองสายพันธุ์อื่น
ที่ถูกพวกแมวดุร้ายคุกคาม
และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ยังมี
brush-tailed rabbit-rat และ
rat-like golden bandicoot
 
โฆษกของกระทรวงสิ่งแวดล้อมและพลังงาน
ได้ให้สัมภาษณ์กับ CNN โดยอ้างถึงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
“ เราไม่ได้ลดประชากรแมวด้วยเหตุผลดังกล่าว
และเราไม่ได้ทำเพราะเราเกลียดแมว
เราต้องตัดสินใจหาทางเลือก
เพื่อช่วยเหลือพวกสัตว์ที่เรารัก
และเราที่ได้นิยามพวกเราว่าเป็นชนชาติ (ออสเตรเลีย) " Gregory Andrews
 
 
brush-tailed rabbit-ra
 
 
golden bandicoot
 
 
 
รัฐบาลออสเตรเลียได้ประกาศแผนการลดจำนวนแมวลงในปี 2015
โดยให้สัญญาว่าจะสนับสนุนเงินจำนวน  5 ล้านเหรียญสหรัฐ
ให้กับกลุ่มชุมชนที่สามารถกำหนดเป้าหมายกำจัดแมวในระดับแนวหน้า
 
แต่แผนการดังกล่าวเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง
และเรื่องที่น่าประหลาดใจคือ นักอนุรักษ์อยู่ในฝ่ายพวกนักวิจารณ์
 
 
 
Tim Doherty นักอนุรักษ์นิเวศวิทยา
จาก Deakin University ใน Australia ยอมรับว่า
" แมวดุร้ายสร้างความสูญเสียอย่างแรง
ให้กับพวกสัตว์สายพันธุ์พื้นเมืองของออสเตรเลีย
แต่เชื่อว่าการลดจำนวนประชากรแมว
มาจากหลักการวิทยาศาสตร์ที่โอนเอน (มีอคติ)
 
ณ  ในเวลานั้นเมื่อมีการตั้งเป้าหมายในปี 2015
เราก็ยังไม่ทราบว่า มีแมวดุร้ายอยู่จำนวนเท่าไหร่ในออสเตรเลีย
การประมาณการในเวลานั้นทำให้มีจำนวนแมวถึง 18 ล้านตัว
หรือกล่าวได้ว่า  ยอดรวมสูงกว่าประมาณการ
 
ไม่มีวิธีการที่เชื่อถือได้จริง ๆ
ในการประเมิน/ประมาณการแมวดุร้ายทั่วทั้งทวีป
และถ้ารัฐกำหนดเป้าหมาย
กับต้องการทำให้มันมีความหมาย
ก็จะต้องสามารถวัดความก้าวหน้าของงานได้
(งานที่วัดได้ คือ งาน  งานที่วัดไม่ได้ ไม่ใช่งาน
การทำงานที่ไร้ค่าไร้ความหมาย
เป็นการไม่ทำงานและเป็นการทรมานจิตใจ)
 
ปัญหาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ
การฆ่าพวกแมวดุร้ายไม่ได้ช่วยอะไรเลย
เพราะชีวิตนกหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ช่วยให้แมวมีชีวิตอยู่ได้ในพื้นที่ที่คุกคามสัตว์
(เพื่อการยังชีพและอยู่รอดให้ได้)
 
 
เรื่องที่จำเป็นและสำคัญ คือ
ต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่บางแห่ง
ด้วยการยิงตรงเป้าหมาย (นัดเดียวจอด)
มากกว่าวิธียิงแบบเหวี่ยงแห
หรือยิงแบบดาวกระจาย(ปืนลูกซอง) 
 
เรื่องพวกแมวดุร้ายกลายเป็นปัญหาใหญ่
รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับพวกแมวดุร้ายอย่างมาก
มากกว่าต้นทุนและค่าใช้จ่ายในด้านอื่น ๆ ที่สูญเสียไป
(ทรัพยากรธรรมชาติและทุนทางสังคม)
เช่น ปัญหาทางการเมืองที่อ่อนไหวมากขึ้น
การสูญเสียที่อยู่อาศัยที่เกิดจากการขยายตัวของตัวเมือง
การทำป่าไม้ และ การทำเหมืองแร่ในที่ต่าง ๆ 
 
เรื่องมีความเป็นไปได้
ที่พวกแมวดุร้ายถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชน
เราจำเป็นต้องมีแนวทางแบบองค์รวมมากขึ้น
และจัดการกับภัยคุกคามทั้งหมด
ต่อความหลากหลายทางชีวภาพของเรา "
 
นักวิจารณ์ที่มืชื่อเสียงโด่งดังรายอื่น ๆ
ที่เข้าร่วมคัดค้านนโนบายรัฐบาลมี
Morrissey  นักร้องชาวอังกฤษ
และ Brigitte Bardot ดาราภาพยนตร์
 
 
แมวจรจัด ละแวกบ้านใน Washington  DC เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2014
 

 


 
Cats to go




ในประเทศนิวซีแลนด์มีการเรียกร้อง
ให้มีการยุติเลี้ยงแมวในประเทศทั้งหมด

ประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะที่ห่างไกล
ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่สุดท้ายในโลก
ที่มนุษย์ได้เข้าถึงเมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อน
ได้ประกาศเป้าหมายแล้วว่า
ไร้พวกสัตว์นักล่าภายในปี 2050
ตามรายงานที่รัฐบาลได้แถลงไว้
หนู  possums และ  stoats
ได้ฆ่านกพื้นเมืองประจำถิ่นปีละ 25 ล้านตัว

นิวซีแลนด์ไม่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประจำท้องถิ่น
ยกเว้นแต่ค้างคาวที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ทำให้ประเทศนี้มีนกหลากหลายชนิดมาก
รวมทั้งนกกีวีที่ไร้ทางสู้ศัตรู 
เพราะที่ผ่านมาเจริญเติบโตและวิวัฒนาการ
แบบไม่มีศัตรูตามธรรมชาติคุกคามเลย

ภายในดินแดนที่ไร้นักล่า 
ทำให้ตอนนี้ 37% ของนกสายพันธุ์นิวซีแลนด์ถูกคุกคาม
ยิ่งไปกว่านั้นนกประจำถิ่นของนิวซีแลนด์หลายชนิด
เป็นสัตว์ที่หากินตามพื้นดิน(บินไม่ค่อยได้)
ทำให้พวกมันเสี่ยงต่อการเป็นอาหาร/ของเล่นของพวกแมวดุร้าย
ตามรายงานของกรมอนุรักษ์

 
 
นำเข้านิวซีแลนด์เพื่อกำจัดพวกกระต่ายป่า (สัตว์นำเข้า)


 
นกกีวีสองตัวในอ้อมแขนผู้ดูแล ใน Berlin 19 มิถุนายน 2012



ในปี 2013 
Gareth Morgan นักเศรษฐศาสตร์ชาวนิวซีแลนด์ที่เป็นที่รู้จักกันดี
ได้สร้างความโกรธแค้นอย่างแรงให้กับคนรักแมว
รวมถึง John Key นายกรัฐมนตรี
เป็นเจ้าของแมวตัวหนึ่งชื่อ Moonbeam

เมื่อท่านได้ทำการรณรงค์ภายใต้หัวข้อ Cats to Go
สนับสนุนให้คนรักแมวหลีกเลี่ยงการเลี้ยงแมวตัวใหม่อีก
เมื่อแมวตัวเก่าตายลงไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ๆ 

“ แมวเป็นสัตว์โลกประเภทเดียวที่ซาดิสม์อย่างแท้จริง
เป็นนักฆ่าต่อเนื่อง ที่ทรมานเหยื่ออย่างไร้ความปราณี ” 
CNN ได้ติดต่อ Gareth Morgan
ท่านได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้


อีกสองปีต่อมา
Maggie Barry  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอนุรักษ์
ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เริ่มวางแผนเรื่องแมว
เพื่อรักษาประชากรนกพื้นเมือง
และเรียกร้องให้ควบคุมจำนวนประชากรแมวสัตว์เลี้ยง
ซึ่งมีจำนวนประมาณ 1.134 ล้านตัว
ตามที่สภาสัตว์เลี้ยงแห่งนิวซีแลนด์
โดยให้จำกัดครัวเรือนหนึ่งเลี้ยงแมว
ได้เพียง หนึ่งหรือสองตัวต่อครัวเรือน

และเมื่อปีที่แล้ว Omaui ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งเล็ก ๆ
ได้พิจารณาห้ามเลี้ยงแมวบ้านต้วใหม่ภายในพื้นที่
แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นการกลับคำเดิม(ที่ยอมให้เลี้ยงทดแทน)
“ เราไม่ได้เกลียดชังแมว
แต่เราต้องการให้สภาพแวดล้อมของเรา
ให้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่า ” John Collins
ประธาน Omaui Landcare Charitable Trust
ได้กล่าวให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว


เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2GA5I9p
https://bit.ly/2GNvYej
https://bit.ly/2ZOS2xS
https://bit.ly/2GMJ5MN








นโยบาย 2020 ของรัฐบาลออสเตรเลีย
แมวดุร้าย 2 ล้านตัวที่คัดมาจากทั่วออสเตรเลีย
แมวดุร้ายที่จะต้องกำจัดให้หมดไปจาก 5 เกาะ
และ 10 พื้นที่เป้าหมายปิดล้อมในแผ่นดินใหญ่
การกำจัดแมวดุร้ายในพื้นที่ขนาด 10 ล้านเฮกตาร์
โดยการใช้เทคนิคที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละสถานที่
แนวปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับแมวดุร้าย
โดยได้ลงมือปฏิบัติแล้วบนพื้นที่กว่า 2 ล้านเฮกตาร์


สัตว์พื้นเมืองและพันธุ์ไม้ในออสเตรเลีย
ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธ์ ต้องเร่งอนุรักษ์

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม 20 ชนิด

Numbat
Mala
Mountain pygmy-possum
Greater bilby
Golden bandicoot
Brush-tailed rabbit-rat
Eastern bettong
Western quoll
Kangaroo Island dunnart
Eastern barred bandicoot
Leadbeater’s possum
Central rock-rat
Gilbert’s potoroo
Western ringtail possum
Black-footed rock-wallaby
Eastern quoll
Woylie
Northern hopping mouse
Christmas Island flying-fox
Mahogany glider

นก 20 ชนิดที่ต้องอนุรักษ์

Norfolk Island green parrot
Mallee emu-wren
Plains wanderer
Alligator Rivers yellow chat
Night parrot
Helmeted honeyeater
Norfolk Island boobook owl
Hooded plover
Eastern bristlebird
Regent honeyeater
Orange-bellied parrot
Western ground parrot
Southern cassowary
Swift parrot
Australasian bittern
White-throated grasswren
Golden-shouldered parrot
Malleefowl
Eastern curlew
Red-tailed black cockatoo (south-eastern)

พันธุ์ไม้ 30 ชนิดที่ต้องอนุรักษ์

Small purple pea
Little mountain palm
Vincentia banksia
Caley’s grevillea
Magenta lilly pilly
Fairy bells
Mongarlowe mallee
Central Australian cabbage palm
Kakadu hibiscus
Ormeau bottle tree
Ant plant
Purple wattle
Mossman fairy orchid
Bulberin nut
Silver daisy bush
Whibley’s wattle
Fleurieu leek orchid
Blue top sun orchid
Shy susan
Southport heath
Morrisby’s gum
Spiny rice flower
Turnip copperburr
Silver gum
Button wrinklewort
Matchstick banksia
Fitzgerald’s mulla-mulla
Scaly-leaved featherflower
Black grevillea
Glossy-leafed hammer-orchid.





ToxicAnt - เพราะทุกสิ่งล้วนเป็นพิษ

ไส้กรอกพิษกำจัดแมว 


หลายคนคงได้ข่าวเรื่องรัฐบาลออสเตรเลีย
วางแผนกำจัดแมวจรนับล้านตัว
ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสัตว์ป่าท้องถิ่นให้ได้ภายในปี 2020 
โดยใช้ไส้กรอกผสมยาพิษ 
ซึ่งจะโปรยลงมาจากเครื่องบิน
ในบริเวณที่แมวจรอาศัยอยู่ 
ครอบคลุมพื้นที่หลายพันเฮกเตอร์

แน่นอนว่าเรื่องนี้สร้างความขัดแย้ง
ระหว่างคนรักสัตว์กับทางการออสเตรเลีย 
และแม้แต่ในบรรดานักอนุรักษ์ก็ยังโต้เถียงกัน
ถึงความเหมาะสมในการฆ่าเพื่ออนุรักษ์

เรื่องความขัดแย้งนี้มันม่วงจะไม่ยุ่ง

แต่จะพูดถึงไส้กรอกพิษที่นำมาใช้ในปฏิบัติการนี้ 
ซึ่งทางการออสเตรเลียเคลมว่ามีประสิทธิภาพดี
และค่อนข้างจำเพาะต่อแมวจร 
ไม่ (ค่อย) ทำอันตรายต่อสัตว์ตามธรรมชาติ

ไส้กรอกพิษมีชื่อทางการค้าว่า Eradicat 
ทำมาจากเนื้อวัว เนื้อแกะ หรือเนื้อจิงโจ้ 
ผสมกับสารพิษที่ชื่อ โซเดียม โมโนฟลูออโรอะซิเตต (sodium monofluoroacetate) 

เนื่องจากมันยาว คนก็เลยเรียกและจดจำสารพิษนี้ในชื่อเล่นว่า 1080
1080 เป็นพิษต่อกระบวนผลิตพลังงานภายในเซลล์ 
ถ้ายังจำชีววิทยาสมัย ม.ปลายได้ 
พลังงานที่ใช้ในเซลล์และในร่างกายเรา
ผลิตขึ้นจากไมโตคอนเดรีย
ซึ่งเปรียบเสมือนโรงไฟฟ้าที่ผลิตพลังงานให้เซลล์ใช้

สารอาหารที่เรากินและดูดซึม 
จะผ่านเข้ามายังไมโตคอนเดรีย 
และถูกเร่งปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
ด้วยเอนไซม์หลายชนิด เป็นลำดับขั้น

ระหว่างที่สารเปลี่ยนโครงสร้างไป ก็จะได้พลังงานออกมา

จาก A >> B >> C >> D >> E >> F >> G >> H >> A
วนเวียนเป็นวัฏจักรแบบนี้ เรียกว่า วัฏจักรเครบส์ (Krebs Cycle)

เมื่อ 1080 เข้าสู่เซลล์ก็จะถูกส่งไปที่
ไมโตคอนเดรียและเข้าสู่วัฏจักรเครบส์เช่นกัน

1080 หรือ ฟลูออโรอะซิเตต 
มันดันมีโครงสร้างทางเคมีคล้ายกับ
บางส่วนของซิเตรต (citrate) 
ซึ่งเป็นสารหลักในวัฏจักรเครบส์
เอนไซม์ต่าง ๆ ในไมโตคอนเดรีย 
ก็เลยลากเอาฟลูออโรอะซิเตต
เข้ามาทำปฏิกริยาในวัฏจักรไปด้วย 

จาก ฟลูออโรอะซิเตต ถูกเปลี่ยนเป็น ฟลูออโรซิเตรต 
ปัญหาคือ เอนไซม์ในขั้นถัด ๆ ไป ของวัฏจักร 
เมื่อจับกับ ฟลูออโรซิเตรต กลับไม่สามารถเร่งปฏิกิริยาได้ 
ไม่สามารถเปลี่ยนฟลูออโรซิเตรตไปเป็นสารขั้นถัดไป 
และที่แย่กว่านั้นคือจับกันแล้วไม่ปล่อย 

เอนไซม์ที่จับฟลูออโรซิเตรตคาอยู่อย่างนั้น 
ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาสารตามปกติ
ไม่มีสารถูกส่งต่อไปยังขั้นถัดไป 
ซิเตรตที่ควรจะโดนเปลี่ยนไปเป็นสารอื่น
ก็กองสะสมอยู่อย่างนั้น 

วัฏจักรในการผลิตพลังงานหยุดชะงักลง
เพราะเอนไซม์บางตัวถูกบล็อก 

1080 หรือ ฟลูออโรอะซิเตต 
จึงเป็นพิษกับเซลล์ที่ใช้ระบบสร้างพลังงานแบบนี้ 
เซลล์ไหนที่ต้องใช้พลังงานมาก 
ก็มักจะส่งผลก่อน เช่น เซลล์หัวใจ หรือเซลล์สมอง 

แมวที่กินไส้กรอกพิษ 1080 จะตายภายใน 15 นาที 
อ้าว แล้วไส้กรอกมันจะเป็นพิษเฉพาะกับแมวได้ยังไง ? 
ในเมื่อมันบล็อกเอนไซม์ที่เกี่ยวกับ
กระบวนการสังเคราะห์พลังงาน 
ซึ่งสัตว์ทุกชนิดก็ใช้กระบวนการเดียวกัน

คำตอบคือ มีสัตว์บางชนิดที่ทน 
(tolerance) ต่อพิษ 1080 มากกว่าสัตว์อื่น 

ในออสเตรเลีย มีพืชจำพวก Gastrolobium 
ซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่วที่สามารถผลิตสาร 
1080 หรือ ฟลูออโรอะซิเตต ได้ตามธรรมชาติ ขึ้นอยู่อย่างชุกชุม 

สัตว์ท้องถิ่นของออสเตรเลียเติบโต
และวิวัฒนาการร่วมกันมากับการกินพืชมีพิษนี้
ทำให้มีความทนทานต่อ ฟลูออโรอะซิเตต 
หลายสิบถึงร้อยเท่าของสัตว์ที่อื่น
โดยเฉพาะพวกนกที่กินเมล็ดพืชเป็นอาหาร 
เช่น นกอีมู เป็นกลุ่มที่ทนมากที่สุด รองลงไปคือพวกสัตว์กินพืช 
แม้แต่พวกพอสซัมและสัตว์ฟันแทะที่กินทั้งพืชและสัตว์
ก็มีความทนทานต่อพิษมากกว่าสัตว์ที่อื่น

ในขณะที่พวกสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวนั้นไวต่อสารพิษ 1080 มาก 
รัฐบาลต้องประกาศเตือนให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ระวังอยู่เสมอ

ยังไม่มีการศึกษาที่ระบุถึงกลไก
การต้านทานสารพิษในระดับโมเลกุลอย่างชัดเจน 
แต่มีสมมติฐานที่เป็นไปได้หลายทาง เช่น 
ในสัตว์ที่เผชิญกับสารพิษ 
เอนไซม์ที่เปลี่ยนฟลูออโรอะซิเตตเป็นฟลูออโรซิเตรตอาจทำงานช้าลง 
เมื่ออัตราการดึงเข้าสู่วัฏจักรเครบส์ไม่สูงมาก  ทำให้มีเวลากำจัดสารพิษพอ

หรือเอนไซม์ตัวที่เคยจับฟลูออโรอะซิเตตแน่น 
อาจเปลี่ยนแปลงทำให้ไม่จับกันแน่นเกินไป และหลุดจากกันได้

หรือ เอนไซม์ที่ทำหน้าที่กำจัดสารพิษ
อาจเพิ่มประสิทธิภาพสูงมากในสัตว์ที่เติบโตบริเวณที่มีพืชพิษชุกชุม

นอกจากเรื่องความเป็นพิษของ 1080 
ที่ค่อนข้างจำเพาะต่อแมวแล้ว 
ไส้กรอก Eradicat ยังถูกปรุงกลิ่นรส
ตามที่ศึกษาและคาดว่าดึงดูดแมวได้มากกว่าสัตว์ชนิดอื่นด้วย

" มันต้องรสชาติอร่อยสิ ก็นี่คือมื้อสุดท้ายของมันนี่นา "
Dave Algar ผู้ช่วยพัฒนาสูตรไส้กรอกกล่าว

credit :
 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 02/05/2019 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

น่าสงสาร

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน