*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1038
  • จำนวนผู้ชม : 2108647
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 239 , 00:40:10 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

 
Palazzo dei Papi di Viterbo. Photo credit: s74 / Shutterstock.com
 
 
แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในเมืองโบราณ Viterbo
ตั้งอยู่ในตอนกลางของอิตาลี
ในศตวรรษที่ 13 เคยเป็นพระราชวัง
ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็น Palazzo dei Papi
หรือพระราชวังของสมเด็จพระสันตะปาปา
และยังเป็นสถานที่ลี้ภัยที่สำคัญที่สุดอีกแห่งหนึ่ง
ทุกครั้งที่เกิดความรุนแรงรบพุ่งกันในกรุงโรม
เพราะการแย่งชิงกันระหว่างสองขั้วอำนาจ
ระหว่าง Guelphs กับ  Ghibellines
ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนสมเด็จพระสันตะปาปา
อีกฝ่ายหนึ่งสนับสนุนจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
แบบแยกอำนาจศาสนาออกจากอำนาจรัฐ
ไม่ต้องการให้มีการควบรวมทั้งสองตำแหน่ง
ในที่สุดตระกูลซาวอยแห่งซาดีเนียรวมชาติอิตาลีได้สำเร็จ
และให้สมเด็จพระสันตปาปาครอบครองแค่อาณาจักรวาติกันในปี 1870

หนึ่งในห้องโถงใหญ่ในพระราชวัง
หรือที่เรียกว่าห้องประชุม Conclave
เคยเป็นสภาคณะพระคาร์ดินัลที่ทำการเลือกตั้ง
สมเด็จพระสันตะปาปาครั้งที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์
การเลือกตั้งที่กินเวลาถึง 2 ปี 9 เดือน
ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1268
จนถึงวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1271
เพราะพระคาร์ดินัลที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
จำนวน 20 รูปแบ่งฝักแบ่งฝ่ายออกเป็น 2 ขั้ว
เพราะผลประโยชน์ส่วนตัว/ชาตินิยม
และความระหองระแหงของตระกูล

หมายเหตุ

ตระกูลมาดิซีเมืองฟลอเรนต์เคยมีอำนาจในการแต่งตั้งสมเด็จพระสันตปาปา
แบบผูกขาดอำนาจไว้นานหลายพระองค์เลยทีเดียว
รวมทั้งบางครั้งมีตระกูลเจ้านครรัฐรายอื่นเข้ามาร่วมวงศ์ไพบูลย์
หรือกษัตริย์ฝรั่งเศสก็เข้ามามีบทบาทในการแต่งตั้งด้วย
ทำให้ทุกฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
เพราะมีผลประโยชน์แอบแฝงจำนวนมาก
แบบคนเลี้ยงช้างก็ยังชีพจากอาหารช้างได้
 
สมเด็จพระสันตปาปา Alexander VI (มาจากพระคาร์ดินัลชาวสเปญ)
คือ ผู้ขีดเส้นแผนที่แบ่งซีกโลกด้านตะวันตก Inter caetera
แถวละตินอเมริกายกเว้นบราซิลให้เป็นของสเปญ
ส่วนนอกเหนือจากนั้นใครมือยาวสาวได้สาวเอา
 
 

 
The Conclave Hall. Photo credit: Sailko/Wikimedia
 
 
เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปา Pope Clement IV
สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1268
องค์คณะพระคาร์ดินัลซึ่งเป็นบาทหลวงตำแหน่งสูงสุดรองจากสมเด็จพระสันตปาปา
และส่วนมากมักจะเป็นผู้อาวุโสมากทั้งทางโลกและทางธรรมของศาสนจักร
ได้มาพบกันเพื่อประชุมสภาคณะบาทหลวงที่ Viterbo
เพื่อเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งแทนสมเด็จพระสันตะปาปา Pope Clement IV
เพราะตามประเพณีดั้งเดิมที่ทำสืบต่อกันมา
มักจะให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเมืองที่
สมเด็จพระสันตะปาปาสิ้นพระชนม์

บรรดาพระคาร์ดินัลต่างเริ่มทำการเลือกตั้ง
ด้วยการประชุมและออกเสียงลงคะแนนวันละครั้ง
ใน Palazzo dei Papi ใน Viterbo
ก่อนที่จะกลับไปที่พักส่วนตัวของแต่ละรูป
องค์คณะพระคาร์ดินัลในเวลานั้นแบ่งเป็นสองฝ่ายเท่ากัน
ระหว่างพระคาร์ดินัลฝรั่งเศสกับพระคาร์ดินัลอิตาลี
โดยแต่ละฝ่ายต่างต้องการสมเด็จพระสันตะปาปา
ที่ได้รับเลือกตั้งมาจากประเทศของตนเอง
การเลือกตั้งลากยาว/กินเวลาไปหลายเดือน
พระคาร์ดินัล 3 รูปเสียชีวิตเพราะวัยชรา

หมายเหตุ

เมือง Avignon ในฝรั่งเศส 
เคยเป็นพระราชวังของสมเด็จพระสันตปาปา Pope
มี Pope 7 พระองค์ที่ดำรงตำแหน่ง
อยู่ในฝรั่งเศสรวมเวลายาวนานถึง 67 ปี
เพราะกษัตริย์ฝรั่งเศสกับ Pope มักจะขัดแย้งกัน
จนนำไปสู่ความรุนแรง/การทำสงครามกัน

ผลคือ ถ้าฝรั่งเศสได้รับชัยชนะ   
กษัตริย์ฝรั่งเศสก็จะมีอิทธิพลเหนือ Pope
และสามารถแต่งตั้ง Pope ได้    
มีในหนังสือ The Prince ของ Niccolò Machiavelli
ที่เขียนเกี่ยวกับการทรยศหักหลัง
และการร่วมมือกับฝรั่งเศสจากนครรัฐอิตาลี
ในการแย่งชิงดินแดนระหว่างกันในนครรัฐอิตาลี

 
Credit : Dr.Pepper

 
 
หลังจากใช้เวลานานเกือบหนึ่งปี
ได้สร้างความไม่แน่ใจ/ความผิดหวัง
สาเหตุจากความล่าช้าในการเลือกตั้ง
ทำให้พลเมือง Viterbo ภายใต้การนำของ
Ranieri Gatti ได้ทำการกักขังพระคาร์ดินัลทุกรูปไว้ในพระราชวัง
และสั่งว่าจะออกมาได้ก็ต่อเมื่อมีรายชื่อ
ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นสมเด็จพระสันตปาปา
ทั้งยังได้สั่งให้รื้อหลังคาอาคารที่กักขังออกด้วย
ให้พระคาร์ดินัลอยู่ภายใต้ความเมตตาของพระเจ้า
ต้องแดดต้องลมต้องฝนต้องพายุแล้วแต่ฤดูกาล
เหลือให้แต่เพียงขนมปังและน้ำเท่านั้น

แหล่งข่าวบางแห่งอ้างว่า
หลังคาถูกประกอบขึ้นใหม่อีกครั้ง
หลังจากที่บรรดาพระคาร์ดินัลขู่ว่า
จะทำให้ชาวเมือง Viterbo ทุกคน
ตกอยู่ภายใต้คำสั่งของศาลศาสนา
ที่ประกาศให้ชาวบ้านกลายเป็นพวกนอกรีตศาสนาคริสต์
มีผลร้ายถึงตาย/ถูกยิดทรัพย์ทั้งหมด
หรือตายโดยไม่มีบาทหลวงไปทำพิธีให้
หรือห้ามฝังศพตามหลักศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค

การใช้ความรุนแรงแบบนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้
การประชุมเลือกตั้งก็ยังลากยาวไปอีกปี
ในที่สุดในเดือนสิงหาคมปี 1271
บรรดาพระคาร์ดินัลจึงตัดสินใจ
แต่งตั้งคณะกรรมการจำนวน 6 รูป
เพื่อเจรจาหาข้อยุติในเรื่องนี้

แต่เมื่อทั้ง 6 รูปต่างไม่เห็นด้วยกับ
การเลือกหนึ่งในองค์คณะพระคาร์ดินัล
คณะกรรมการทั้งหมดจึงได้ตัดสินใจ
ที่จะมองผู้เหมาะสมออกนอกกรอบเดิม
ที่จะต้องเลือกจากคณะพระคาร์ดินัล

รายชื่อของ Teobaldo Visconti
ผู้ช่วยบาทหลวง Archdeacon of Liège
ซึ่งในเวลานั้นกำลังทำสงครามอยู่ในปาเลสไตน์
และคณะกรรมการทุกรูปต่างเห็นด้วย
ทำให้ Teobaldo Visconti ได้กลายเป็น
สมเด็จพระสันตะปาปา Gregory X
ในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1271

ในช่วงยุคนั้น  สมเด็จพระสันตปาปาบางรูป
มีกองทัพของตนเองและนำทัพในการรบด้วย
เพราะยังไม่มีข้อห้ามในเรื่องการทำศึกสงคราม
และการมีลูกเมียแต่อย่างใดในยุคนั้น

เพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกตั้งที่ยืดเยื้อต่อไปในภายหน้า
สมเด็จพระสันตะปาปา Gregory X จึงได้ออกกฎที่เข้มงวด
พระคาร์ดินัลต้องขังตนเองไว้ในพื้นที่เฉพาะและไม่มีห้องส่วนตัว
ไม่อนุญาตให้พระคาร์ดินัลพบปะผู้ใดอีก
เว้นแต่เจ็บป่วยจะมีคนดูแลได้มากกว่า 2 คน
จะมีการจัดส่งอาหารผ่านทางหน้าต่าง
เพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อกับบุคคลภายนอก
หลังจาก 3  วันของการประชุมสรรหา
พระคาร์ดินัลจะได้รับอาหารจานเดียวต่อวัน
หลังจากนั้นอีก 5 วัน
พระคาร์ดินัลจะได้รับอาหารแค่ขนมปังและน้ำ
ในระหว่างการประชุมสรรหาเลือกตั้ง
พระคาร์ดินัลทุกรูปจะไม่ได้รับเบี้ยหวัดใด ๆ จากโบสถ์

น่าเสียดายที่สมเด็จพระสันตปาปา Adrian V
ผู้สืบทอดตำแหน่งของสมเด็จพระสันตปาปา Gregory X
พบว่ากฎระเบียบดังกล่าวเข้มงวดจนเกินไป
จึงได้สั่งการให้ยกเลิกกฎระเบียบนี้
แต่เมื่อมีการหยุดชะงักในการเลือกตั้งนานถึง 2 ปี
หลังจากการสิ้นพระชนม์ของ
สมเด็จพระสันตะปาปา Nicholas IV ในปี 1292
สมเด็จพระสันตะปาปาองค์ต่อมาคือ
สมเด็จพระสันตปาปา  Celestine V
จึงได้ฟื้นฟูกฎเหล่านี้ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง


 
Palazzo dei Papi di Viterbo. Photo credit: Fabianodp/Shutterstock.com
 
 
ทุกวันนี้การสรรหาสมเด็จพระสันตะปาปา
จะจัดให้มีขึ้นในโบสถ์ Sistine Chapel ใน Vatican
เมื่อการประชุมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
บรรดาพระคาร์ดินัลจะต้องกินนอนและลงคะแนน
ภายในบริเวณห้องที่ถูกปิดไว้(ถูกกักขังไว้)
จนกว่าจะมีการเลือกสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่เสร็จสิ้น

บรรดาพระคาร์ดินัลจะไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับโลกภายนอก
ยกเว้นกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์เท่านั้น
ผู้มีสิทธิ์จะได้คัดเลือกเป็นสมเด็จพระสันตปาปาจะต้องเป็นความลับ
โดยจะต้องมีคะแนนเสียงรับรอง 2 ใน 3 จึงจะมีสิทธิ์ได้รับเลือกตั้ง

หากภายในระยะเวลา 3 วันยังไม่มีการลงคะแนน
เลือกตั้งสมเด็จพระสันตปาปาได้ว่าเป็นผู้ใด
กระบวนการนี้จะยุติเป็นเวลาไม่เกินหนึ่งวัน
เพื่อทำการสวดมนตร์ภาวนาพิษฐานให้พระเจ้าดลใจ
และตำแหน่งนี้น่าจะเป็นของพระคาร์ดินัลอาวุโส
ในตำแหน่ง Order of Deacons

แต่ถ้ายังไม่มีข้อยุติในเรื่องนี้
การประชุมก็จะดำเนินการต่อไปอีกภายในระยะเวลา 7 วัน
ถ้ายังไม่มีข้อยุติกระบวนการนี้จะยุติเป็นเวลาไม่เกินหนึ่งวัน
เพื่อทำการสวดมนตร์ภาวนาพิษฐานให้พระเจ้าดลใจ
และตำแหน่งนี้น่าจะเป็นของพระคาร์ดินัลอาวุโส
ในตำแหน่ง Cardinal Priest

แต่ถ้าหากยังไม่มีข้อยุติในเรื่องนี้
การประชุมก็จะดำเนินการต่อไปอีกภายในระยะเวลา 7 วัน
ถ้ายังไม่มีข้อยุติกระบวนการนี้จะยุติเป็นเวลาไม่เกินหนึ่งวัน
เพื่อทำการสวดมนตร์ภาวนาพิษฐานให้พระเจ้าดลใจ
และตำแหน่งนี้น่าจะเป็นของพระคาร์ดินัลอาวุโส
ในตำแหน่ง Cardinal Bishop

ถ้ายังไม่มีข้อยุติ ในระยะเวลา 7 วันต่อมา
จะเป็นวันแห่งการพิษฐาน การไตร่ตรองและการสนทนาเจรจา
บัตรลงคะแนนต่อไปนี้จะมีเพียงรายชื่อ 2 รูปเท่านั้น
ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในการลงคะแนนเสียงครั้งสุดท้ายเท่านั้น
จึงจะมีสิทธิ์ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมเด็จพระสันตปาปา
แต่คะแนนเสียงต้องอย่างน้อย 2 ใน 3 ตามเดิม

ในระหว่างการประชุมเลือกตั้งสมเด็จพระสันตปาปา
จะมีการปล่อยควันไฟด้วยการเผากระดาษพิเศษวันละ 2 ครั้ง
ให้ควันล่องลอยออกมาจากโบสถ์ Sistine
เพื่อเป็นการส่งสัญญาว่าการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสำเร็จหรือไม่
ถ้าหากมีควันเป็นสีดำแสดงว่าการประชุมล้มเหลว
หากควันเป็นสีขาวแสดงว่าการประชุมเสร็จแล้ว
มีสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่แล้ว

เรียบเรียง/ที่มา

http://bit.ly/2NHMy63
http://bit.ly/2xDDggw
 

 
หมายเหตุ
 
สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2 
ได้มีพระสมณสาส์นแต่งตั้งอัครมุขนายกไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู 
ประมุขเขตมิสซังกรุงเทพฯ เป็นพระคาร์ดินัลชาวไทยคนแรก เมื่อวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 1983
และมีพิธีสถาปนาสมณศักดิ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน
ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร กรุงโรม นครรัฐวาติกัน
 
ท่านได้ขอเกษียณตำแหน่งบริหารแล้ว
และตอนนี้ท่านมีอาวุโสมากที่สุด
ท่านมีส่วนอย่างมากในหนังสือไวยกรณ์อังกฤษ
ที่โรงเรียนในเครือซาเลเซียนหลายแห่งใช้เรียนกันในอดีต
ชื่อ A Practicle English Course มีจำนวน 6 เล่ม
สอนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 5 6 7 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 1 2 3
ที่ทำให้ผมรู้ว่าภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว
ที่เหลือยากสุด ๆ เกินจะจินตนาการ
 
วันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 2015
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงประกาศว่า
พระคุณเจ้าฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช
ได้รับแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัล ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015
ที่มา  http://bit.ly/2XTlNzh
 
 
พระคาร์ดินัลทุกรูปมีสิทธิลงเลือกตั้งเป็นสมเด็จพระสันตปาปา
แต่บางรูปก็ขอสละสิทธิ์เพราะชราภาพมากแล้ว
หรือไม่สนใจจะดำรงตำแหน่งดังกล่าว
ก็จะไม่เข้าร่วมประชุมทำให้หมดสิทธิ์โดยปริยาย
 
 


 
 
เรื่องเดิม







เรื่องเล่าไร้สาระ


ครั้งหนึ่งมีการรัฐประหารในนครรัฐฟลอเรนติน่า
ทำให้ตระกูล Medici  ต้องขนข้าวของหนีออกจากเมือง
เพราะสาเหตุธุรกิจการค้าทางเรือล่มจม
และล้มละลายลงในช่วงเวลาหนึ่ง

ชาวเมืองต่างออกมาขับไล่ตระกูลนี้
รวมทั้งมิเกลลานเจโล่ก็มีส่วนด้วย
และมีการตั้งรูปปั้น David หันหน้าไปทางกรุงโรม
นัยว่าท้าท้ายอำนาจและไม่พอใจสมเด็จพระสันตปาปา
ที่เป็นคนในครอบครัว Medici เจ้าพ่อมาเฟีย/เจ้านครรัฐ

แต่พอตระกูล Medici ได้กองหนุนกลับมายึดอำนาจ
ทำให้มิเกลลานเจลโล่กลัวตายอย่างแรง
จนต้องหลบซ่อนตัวในสุสาน
ที่ทำเป็นป่าช้าประจำตระกูล Medici
กินเวลากว่า 2 เดือน
ก่อนที่ท่านจะหลบหนีออกจากเมืองนี้ได้
และทำให้ท่านกลายเป็นศิลปินพเนจรรับจ้างทั่วไป
แบบหาเงินอย่างเดียวไม่สนใจเรื่องการเมืองอีก
จนมีบางท่านวิจารณ์ว่าท่านเป็นคนหิวเงินมาก




อนึ่งกระดูกนิ้วกลางข้างขวาของ Galieo
บรรดาผู้คนที่ชื่นชอบ Galieo 
ก็เคยมีการใส่ไว้ในครอบแก้ว
ให้หันกระดูกนิ้วกลางข้างขวา
ชี้ไปยังทิศที่สมเด็จพระสันตปาปาประทับอยู่
นัยว่าไม่พอใจคำตัดสินของศาลศาสนาคริสต์
ที่บีบบังคับให้ท่านจำคุกและยอมรับผิดว่า
หนังสือโลกกลมของท่านผิด/ขัดแย้งกับความเชื่อ
เรื่องระบบสุริยะจักรวาลของ Plato 
ที่บาทหลวงเชื่อกันมาตลอด
ที่เชื่อกันว่าโลกคือ ศูนย์กลาง
ถ้าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางแล้ว
ก็จะมีอำนาจที่เหนือกว่าโลกและพระเจ้าในที่สุด
ศาสนาคริสต์ที่สอนมาผิด ๆ ก็จะผิดไป
และเป็นการพาประชาชนลงเหวไปด้วย
เพราะตอนนั้นยังไม่มีแนวคิดการสอนศาสนา
ให้สอดคล้องกับแนวคิดของ Galieo ได้
เลยต้องกำราบให้อยู่หมัดและห้ามนำเสนออีก

การยกนิ้วกลางทางฝรั่งคือ
การแจก...และคือการด่ากันด้วยสัญรูปทางนิ้วมือ







คำว่า สมเด็จมาจากภาษาเขมร
ไทยนำมาใช้สมัยพระบรมไตรโลกนาถ
ที่มีชัยเหนืออาณาจักรเขมร 
มีการกวาดต้อนไพร่พลฤาษีชีพราหมณ์ราชบัณฑิต
และขนพวกตุ๊กตาหินจำนวนมากจากเขมร
ก่อนที่จะถูกพม่าขนไปวางที่ย่างกุ้ง
คาดว่ายังหลงเหลืออยู่ที่พระมหาเจดีย์ชะเวดากองจำนวนมาก
หลังจากพม่ามีชัยเหนือกรุงศรีอยุธยา 2 ครั้ง (2112/2310)


ในยุคนั้นได้มีการตั้งจตุสดมภ์
เวียง วัง คลัง นา  เลียนแบบเขมร
และมีเสนาบดีใหญ่ 2 ท่าน
คือ สมุหกลาโหม กับ สมุหนายก
เพื่อกำกับเวียงวัง หนึ่งตำแหน่ง
คลัง นา อีกหนึ่งตำแหน่ง
มีตำแหน่งเป็นสมเด็จ 2 ท่าน
ไว้คานอำนาจกันไม่ให้ปฏิวัติง่าย ๆ
โดยพระมหากษัตริย์ทรงพระราชอำนาจสูงสุด
แต่ก็ยังป้องกันการปฏิวัติรัฐประหารไม่ได้
เพราะอาณาจักรอยุธยา 417 ปี
มีพระมหากษัตริย์ปกครองถึง 33 พระองค์
หรือเฉลี่ย 12 ปีเศษมีการเปลี่ยนแปลงการครองราชย์

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์_(ช่วง_บุนนาค)
ในปีพ.ศ. 2393 ปลายรัชกาลที่ 3
ท่านได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น
พระยาศรีสุริยวงศ์ จางวางมหาดเล็ก
และดำรงบรรดาศักดิ์ ระดับ สมเด็จเจ้าพระยา
เป็นคนสุดท้ายของประวัติศาสตร์สยาม
โดยการพระราชทานของรัชกาลที่ 4


ในเขมรมีครั้งหนึ่ง ที่มีการตั้งนายกรัฐมนตรี 2 ท่าน
คือ สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์
กับ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน
ก่อนที่สมเด็จฮุนเซ็นจะกินรวบเหลือตำแหน่งเดียว
และได้รับพระราชทานตำแหน่งนี้จาก
พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ
คนเขมรบางคนพูดกันว่า
นัยว่าเป็นเกียรติยศสูงสุดกับอดีตทหารเขมรแดง
และในพระทัยของพระองค์ทรงได้เจรจา
ฝากฝังให้ฮุนเซ็นให้อภัย/ช่วยดูแลพระโอรสของพระองค์ด้วย
แบบทำผิดคิดร้ายแต่อย่างใด
ให้เนรเทศอย่างเดียวอย่าฆ่าอย่าแกง
(อย่างสมเด็จรณฤทธิ์ ก็ได้รับอภัยโทษจากฮุนเซน)


ดังนั้น คำว่าสมเด็จจึงเป็นเรื่องธรรมดา
เพราะเป็นภาษาเดิมของเขมร
ก่อนที่จะหายไปในยุคลอนนอนกับเขมรแดง

 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน