*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1038
  • จำนวนผู้ชม : 2108621
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 349 , 22:16:45 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

 
บ้านคอนกรีตใน Gary รัฐ Indiana สร้างโดยใช้วิธีการที่พัฒนาโดย Thomas Edison Credit : Eric Allix Rogers / Flickr
 
 

คอนกรีต คือ สิ่งประดิษฐ์ของ Thomas Edison
ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก
เพราะมันคือหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ของ Thomas Edison
ที่ประสบความสำเร็จทางการตลาดที่น้อยที่สุด
แต่ก็ยังมีนัยสำคัญทางประวัติศาสตร์เช่นกัน

ก่อนสิ้นสุดศตวรรษที่ 19
Thomas Edison ก็คิดไม่ต่างจากนักธุรกิจและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ที่ต่างคิดถึงรายได้และผลกำไรจากธุรกิจที่พัฒนา/สร้างจากซีเมนต์
รวมทั้ง Thomas Edison ยังเชื่อว่า คอนกรีต คือ อนาคต
และคือ คำตอบในการแก้ไขปัญหาเรื่องบ้าน
และท่านก็ตัดสินใจที่จะลงทุนดำเนินการ
ตามแนวความคิดและแรงจูงใจใฝ่ฝันเรื่องนี้

การลงทุนเรื่องซีเมนต์ของ Thomas Edison
เกิดจากเหตุบังเอิญมากกว่าความจงใจที่จะทำแต่แรก
นับเป็นเวลาสิบปีแล้วที่ท่านทำเหมืองแร่เหล็ก
โดยไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใดเลย
จึงต้องขายทรายให้กับโรงงานผลิตซีเมนต์
แต่ต้องแข่งขัน/ต่อสู้กันอย่างแรงในด้านราคา
กับบรรดาเหมืองแร่หลายแห่งใน Midwest

Thomas Edison จึงพยายามที่จะทำให้ธุรกิจของตน
เหนือกว่าบรรดาคู่แข่งด้วยเงินทุนและหุ้นของ
General Electric Company ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก
ที่สามารถระดมเงินทุน/หาผู้ร่วมทุนได้ง่ายกว่ารายอื่น ๆ
เพราะท่านตระหนักดีว่าการขายแต่ทรายอย่างเดียว
ก็เหมือนกับการโบยม้าตายให้วิ่งแข่งขันกับคู่แข่ง
ท่านจึงตัดสินใจผลิตปูนซีเมนต์แทนการขายแต่ทราย
การขายแต่ทรายก็เหมือนขายของเหลือทิ้ง/ของเสียในโรงงาน
ไม่สร้างมูลค่าและราคามากมายเหมือนกับสินค้าอุตสาหกรรมอย่างอื่น
เพราะขายของแบบเดียวกับคู่แข่งขันที่มีล้นตลาด
มีราคาไม่แพงและสร้างรายได้/ผลกำไรไม่มาก


 

 
ใบหุ้นของ Edison Portland Cement
 

ในปี 1899  Thomas Edison จึงได้ก่อตั้ง
บริษัทปูนซีเมนต์ Edison Portland Cement Company
และสร้างโรงงานขนาดใหญ่ที่สุดในรัฐ New Jersey ฝั่งตะวันตก
โดยมีเตาเผาหมุนได้ขนาด 150 ฟุตซึ่งใหญ่ที่สุดในโลกในเวลานั้น
ภายในเวลาเพียงหนึ่งทศวรรษเอง
ท่านเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่อันดับ 5 ของโลก
นักวิจัยของท่านได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์อย่างต่อเนื่อง
แต่ Thomas Edison  จะเก็บเกี่ยวประโยชน์ด้วยการจดสิทธิบัตรในชื่อตนเอง
ทำให้ท่านมีชื่อเสียงในฐานะนักประดิษฐ์
ที่ถือสิทธิบัตรถึง 49 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการผลิตปูนซีเมนต์

ความฝันอันสูงสุดและเหลือเชื่อของ Thomas Edison
คือ การผลิตบ้านคอนกรีตราคาถูกจำนวนมาก
ท่านจดสิทธิบัตรกระบวนการผลิตบ้านในปี 1917
ที่จะผลิตตัวบ้านขึ้นมาด้วยการเทคอนกรีตอย่างต่อเนื่องทีเดียวครั้งเดียว
แทนที่จะเทคอนกรีต/เทพื้นทีละชั้นแบบเดิมที่ทำกัน
แต่เท่านั้นยังไม่พอ นอกจากผนังและพื้นอาคาร
Thomas Edison ต้องการให้โครงสร้างภายในทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นอ่างอาบน้ำ ห้องน้ำ อ่างล้างมือ ตู้ เตียง
หรือแม้แต่ตู้เย็นและเปียโน ทุกอย่างสร้าง/มีองค์ประกอบจากคอนกรีต


“ เป้าหมายการประดิษฐ์ของผม
คือ การสร้างอาคารผสมปูนซิเมนต์ด้วยการขึ้นรูปเพียงชิ้นเดียว/ครั้งเดียว ”
ทุกส่วนของอาคารรวมถึงด้านข้าง/ฝาผนัง หลังคา กำแพงผนังกั้นห้อง
อ่างอาบน้ำ พื้นห้อง และอื่น ๆ ต่างถูกสร้างขึ้นมา
จากมวลรวมของปูนซีเมนต์(ด้วยการเทเพียงครั้งเดียว)
สิ่งประดิษฐ์นี้สามารถใช้ได้กับอาคารทุกประเภท
แต่ผมคิดว่า คอนกรีตจะถูกใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
สำหรับการก่อสร้างที่อยู่อาศัย  บันได หิ้งบนเตาผิง
เพดานประดับ การตกแต่งภายในและการติดตั้งอื่น ๆ
ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นด้วยการขึ้นแบบที่สร้างขึ้นเพียงครั้งเดียว
และผสมผสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับบ้านทีเดียว
ตัวบ้านจึงยากมากที่จะถูกทำลายอย่างง่ายดาย ”
ตามเอกสารที่นำเสนอในการจดสิทธิบัตรของท่าน 

ความฝันของ Thomas Edison นั้นเหลือเชื่อมาก
แต่ท่านก็ยังมุ่งมั่นที่จะแสดงให้โลกเห็นว่าเรื่องนี้เป็นไปได้
Thomas Edison จึงได้สร้างอาคารทดลอง/ต้นแบบขึ้นมา 2 แห่ง
บ้านสวนและโรงรถ - ที่คฤหาสน์ Glenmont ในรัฐ New Jersey ในปี 1910
จากนั้นท่านก็ประกาศว่า จะมอบข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับสิทธิบัตรครั้งนี้
ให้กับถึงผู้สร้างงานที่มีคุณภาพแทนที่ท่านจะทำกำไรจากสิทธิบัตรฉบับนี้

การประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ของ Thomas Edison
ได้ดึงดูดความสนใจของ Henry Phipps Jr. ผู้ใจบุญ
ที่ต้องกานสร้างบ้านคอนกรีตเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของ New York City
Henry Phipps Jr. ได้ประกาศว่าจะสร้างบ้านคอนกรีตทั้งเมือง
สำหรับครอบครัวชนชั้นแรงงานในเมือง New York City
โดยใช้เทคนิคการหล่อคอนกรีตเพียงครั้งเดียว
ตามแบบที่ Thomas Edison ได้ประกาศเจตนารมย์ไว้
แต่พอถึงเวลาที่จะส่งมอบจริง Thomas Edison ทำไม่ได้ตามแผนที่ประกาศไว้
(บางคนวิเคราะห์ว่า Thomas Edison เป็นคนขี้เหนียว/หิวเงินรายหนึ่ง
เช่นเคยเบี้ยวเงินรางวัลประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้า Tesla 
โดยอ้างว่าเป็นตลกของชาวอเมริกัน และจดสิทธิบัตรในชื่อตนเอง)

 
Thomas Edison แสดงแบบจำลองของบ้านคอนกรีต

 

บ้านคอนกรีตที่สร้างโดยใช้แนวคิดของ Thomas Edison

เพราะหลังจากนั้น Thomas Edison ก็ตระหนักว่า
ความฝันดังกล่าวนี้ยังไม่สามารถทำได้ในยุคของท่าน
หนึ่งในปัญหาทางเทคนิคที่สำคัญของการสร้างบ้านของท่าน
คือ ความซับซ้อนของแม่พิมพ์/เบ้าหล่อของบ้าน
เพราะบ้านแต่ละหลังต้องการแม่พิมพ์มากกว่า 2,300 ชิ้น
แต่ละชิ้นต้องจัดวางแบบอย่างแม่นยำถูกต้อง
และในการแยกชิ้นส่วนแต่ละชิ้นต้องทำอย่างระมัดระวัง
และเริ่มต้นวางแบบใหม่อีกครั้งสำหรับบ้านหลังถัดไป
กระบวนการดังกล่าวนี้แสนจะยุ่งยากและสลับซับซ้อนอย่างแรง
และไม่ต้องพูดถึงราคาค่าแรงที่แสนแพงสำหรับผู้รับเหมา

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเทคอนกรีตให้เป็นไปอย่างราบรื่น
กลายเป็นความท้าทายสำหรับบรรดาวิศวกรของ Thomas Edison
คือ การกำหนดส่วนผสมคอนกรีตที่เหลวเพียงพอ
ที่จะไหลเข้าไปในทุกซอกทุกมุมของแม่พิมพ์ได้
แต่ก็ต้องมีส่วนผสมที่มีความหนาเพียงพอและรวมตัวกันได้เป็นอย่างดี
และส่วนผสมที่ไม่ใช่คอนกรีตจะไม่ตกลงไปออรวมกัน
ที่ด้านล่างของแม่พิมพ์ตามหลักแรงโน้มถ่วง
(ส่วนมากมักจะเป็นพวกเศษหินเศษทรายที่คลุกเคล้ากับคอนกรีตไม่เต็มที่)

แม้ว่าปัญหาเหล่านี้ดูเหมือนว่ายากจะทำได้
แต่ Thomas Edison สร้างบ้านคอนกรีตต้นแบบจำนวนหนึ่ง
ใน Union และ Montclair รัฐ New Jersey
ที่ยังคงมีการใช้งานอยู่จนทุกวันนี้

ในปลายปี 1920
ก่อนที่ Edison Portland Cement Company จะปิดตัวลง
ในช่วงปี 1930 เพราะภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
บริษัทหลายแห่งต้องปิดตัวลง/เลิกกิจการ/
Lean ลดไขมันธุรกิจ/ควบรวมกิจการ แบบไม่เซ้งก็เจ๊ง
แทบไม่ต่างจากวิกฤตการณ์ของประเทศไทยในช่วงปี 2540

บริษัทของ Thomas Edison ได้รับสัญญาก่อสร้างครั้งใหญ่เป็นครั้งสุดท้ายในปี 1920
คือ การก่อสร้างสนามกีฬา Yankee Stadium ใน The Bronx รัฐ New York
ซึ่งเป็นสนามกีฬาหลักของทีมกีฬาเบสบอลจนกระทั่งปี ปี 2008
ก่อนที่จะย้ายไปที่สนามกีฬาแห่งใหม่(ใกล้ ๆ กัน)

สนามกีฬาแห่งเดิมก็ถูกรื้อถอนใน 2010
2 ปีภายหลังจากปิดสนามกีฬานี้
และพื้นที่ 8 เอเคอร์(20 ไร่) ก็ถูกดัดแปลง
ให้กลายเป็นสวนสาธารณะที่เรียกว่า Heritage Field

เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2RDEYb7
https://bit.ly/2GcCgVs
https://bit.ly/2LipxV6
https://bit.ly/2LgysXi

 
 
Old Yankee Stadium and Heritage Field


 
 

 
บ้านคอนกรีตใน Gary รัฐ Indiana โดย Thomas Edison Credit : Eric Allix Rogers / Flickr
 



 
Yankee Stadium อาคารใหม่ด้านหน้า อาคารเก่าด้านหลัง

 
Yankee Stadium ในสภาพปัจจุบัน

 
 
 
บ้านและอาคารสนามกีฬา

  
 
แบบจำลองบ้านและเตาเผาแกนนอน

 
 
ภาพตัวแทนช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ

 
 

 
 
 

 
หมายเหตุ
 
 
แนวคิดของ Thomas Edison มีการพัฒนาปรับเปลี่ยน
ด้วยการใช้แนวคิดเทคนิคการก่อสร้างแบบนี้เช่นกัน
และเริ่มมีการใช้งานกันมากในประเทศไทย
ค้นหาได้จากคำว่า Precast
เพราะลดระยะเวลาก่อสร้าง วัสดุ แรงงาน ฝุ่นละออง
แม้ว่าจะต้องลงทุนเครื่องจักรอุปกรณ์/การขนย้าย
แต่สามารถควบคุมต้นทุน ลดการสูญเสีย ลดฝุ่นละออง
ลดอัตราของถูกลักขโมยได้มากกว่าเดิม
แบบกองอิฐ กองทราย กองปูน ที่สามารถหยิบฉวยไปใช้/ขายได้
 
รายใหญ่บางรายที่มีเงินทุนหนา
มีเครื่องจักรเครื่องมือครบจะใช้วิธีการหล่อ
แผ่นพื้น/ผนังในพื้นที่ก่อสร้างบางชิ้นได้เลย
โดยใช้แบบแผ่นเหล็ก
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน