*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2115942
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 8 สิงหาคม 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 151 , 22:06:23 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 
ทหารรวมตัวกันรอบ ๆ เปียโนที่ฐานทัพ Meade รัฐ Maryland 
 
 
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สินค้าทุกชนิดที่ต้องใช้โลหะ เช่น
เหล็ก ทองแดงและทองเหลือง ถ้าไม่จำเป็นต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
และไม่มีส่วนในการสนับสนุนการทำสงครามแล้ว จะถูกระงับการผลิตโดยรัฐบาลอเมริกัน
เพราะโลหะเหล่านี้จำเป็นต้องใช้มาก ในการผลิตปืน ปืนใหญ่ รถถังและกระสุน
ผู้ผลิตเครื่องดนตรีหลายโรงงาน ต่างได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบใหม่นี้
นั่นหมายความว่าโรงงานต้องผลิตสินค้า ชนิดที่กองทัพสามารถใช้งานในสงคราม
หรือรอให้สงครามสิ้นสุดก็ค่อยผลิตต่อ หรือถ้าให้ดีเลิกทำธุรกิจไปเลย

Steinway & Sons หนึ่งในผู้ผลิตเปียโนระดับยักษ์ใหญ่ ที่มีจำนวน 4 ราย
Bechstein Blüthner  Bösendorfer และ Steinway ที่มา http://bit.ly/2JuTgIp
Steinway & Sons สืบทอดการผลิตเปียโนมายาวนานถึง 90 ปี
ในเวลาที่เกิดสงครามในยุโรป ทุกโรงงานก็ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดเรื่องนี้เช่นกัน

แต่แทนที่ Steinway & Sons จะปิดโรงงานเพื่อรอสงครามสงบไปก่อน
กลับตัดสินใจซื้อเวลาไปก่อน  ด้วยการผลิตโลงศพ
และชิ้นส่วนสำหรับเครื่องร่อนขนส่งของทหาร
Baldwin Piano Company ผลิตปีกเครื่องบินทำจากไม้
Gibson Guitar Company ผลิตของเล่นไม้
สินค้าที่กิจการเหล่านี้ผลิตขึ้นมาแทบจะไม่มีกำไร
แต่อย่างน้อยก็ทำให้ธุรกิจยังเดินหน้าการประกอบการพอมีรายได้บ้าง

แต่ความอดทนของ Steinway & Sons ก็ได้รับรางวัลตอบแทน
เพราะกองทัพสหรัฐได้อนุญาตให้โรงงานสร้างเปียโนทหาร
เพื่อให้หน่วยดุริยางค์ทหารใช้แสดงดนตรีในแนวหลังพื้นที่สนามรบ
ภายในเดือนมิถุนายน 1942  ผู้จัดการโรงงานของ Steinway & Sons
ได้ออกแบบเปียโนขนาดเล็กสูงไม่เกิน 40 นิ้วและหนัก 455 ปอนด์(206 กิโลกรัม)
มีขนาดเบาพอที่จะใช้ทหาร 4 นายจับยกเคลื่อนย้ายไปมา
เปียโนแต่ละหลังจะมีการใช้น้ำยากำจัด/ป้องกันปลวกและแมลง
พร้อมกับทากาวที่ทน/กันน้ำเพื่อป้องกันความชื้นทำลายสภาพกาว
ปุ่มงาช้าง(ที่ดีดเปียโน)ก็ทำมาจากเซลลูลอยด์สีขาว
เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศในเขตร้อน/ร้อนชื้น
เพราะเปียโนจะต้องใช้ในภาคพื้นสนาม/ขนส่งไปมา
มากกว่าเปียโนที่โดยทั่วไปใช้งานในที่ร่ม/ภายในบ้านพัก
เปียโนรุ่นนี้มีการใช้ขดลวดสายเบสที่ผลิตขึ้นจากเหล็กอ่อนแทนทองแดง
ข้อสำคัญอย่างหนึ่งคือ  เปียโนแต่หลังนี้
ใช้โลหะเพียง 33 ปอนด์ประมาณ 1/10 ของเปียโนทั่วไป

Victory Verticals หรือ G.I. pianos คือ ชื่อเปียโนเหล่านี้
ซึ่งจะบรรจุลงในลังไม้ขนาดใหญ่ และทิ้งลงจากเรือบินได้อย่างสะดวก
ด้วยการผูกกับร่มชูชีพพร้อมกับอุปกรณ์ปรับแต่งและเอกสารคำแนะนำในการติดตั้ง
เปียโนประมาณ 2,500  หลังถูกทิ้งให้ทหารอเมริกันในสนามรบถึง 3 ทวีป

2.
 
 
ดนตรี คือ เครื่องมือที่มหัศจรรย์และยอดเยี่ยมมาก
ในการป้องกันไม่ให้ทหารเกิดอาการต่าง  ๆ
จากภัยสงครามที่น่ากลัวและการคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน
เปียโนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในหน้านี้อย่างยิ่ง
ช่วยหันเหความสนใจต่าง ๆ ของทหารได้นานหลายชั่วโมง
เช่น การศึกษา การบันเทิง การสวดมนตร์ภาวนา
และกิจกรรมอื่น ๆ ที่นอกเรื่องนอกราวที่อาจผิดระเบียนทหาร

Kenneth Kranes พลทหารรายหนึ่งได้เขียนจดหมายถึงแม่ที่ New York ว่า
"  สองคืนแล้ว ที่พวกเราต่างยินดีกับความบันเทิง
เมื่อรถจี๊ปได้ลากรถพ่วงอีกคันมาที่ค่าย
รถพ่วงคันนี้ติดตั้งระบบไฟฟ้า/แสงเสียง
และมีเปียโน Steinway pianna หนึ่งหลัง
ถ้าแม่เห็นแล้วแม่จะหัวเราะ เพราะรูปทรงและรูปร่าง
ไม่ได้เป็นแบบเปียโน Steinway ของลุง Jake
มันมีขนาดเล็กและทาสีเขียวมะกอกเหมือนรถจี๊ป
พวกเราทุกคนต่างออกมาร่วมสนุก และแน่นอนว่าสนุกสนาน
เพราะหลังมื้อค่ำ พวกเราต่างรวมตัวกันรอบ ๆ เปียโนเพื่อร้องเพลง
ผมนอนหลับทุกคืนพร้อมกับรอยยิ้ม และฮัมเพลงที่เคยร้องเมื่อคืนก่อน ๆ ในตอนกลางวัน "
จดหมายฉบับนี้ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 1943
แต่ Kenneth Kranes เสียชีวิตเพราะกระสุนรถถังนาซีเยอรมัน

Steinway & Sons ยังได้ส่งมอบเปียโนอีก 5,000 หลัง
แต่ไม่ใช่เพื่อกิจการทหารทั้งหมด โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นของกองทัพสหรัฐ
แต่เปียโนส่วนที่เหลือต่างถูกซื้อโดยองค์กรทางศาสนา สถาบันการศึกษา
โรงแรม และสถานที่สาธารณาะสำหรับชุมชนต่าง  ๆ ใช้เพื่อการบันเทิง

หลังสงครามสิ้นสุดลงแล้ว
เปียโน Steinway ยังคงรับใช้กองทัพสหรัฐเป็นเวลายาวนานมาก
เมื่อเรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ USS Thomas A. Edison ถูกสร้างขึ้นในปี 1961
เปียโน Steinway ยังมีการวางไว้ประจำที่รวมพลลูกเรือ 
ทั้งนี้ ตามคำขอร้องของผู้บัญชาการเรือดำน้ำ
โดยเปียโน Steinway ได้ประจำการอยู่ในเรือดำน้ำ จนกระทั่งถูกปลดประจำการในปี 1983
ทุกวันนี้ เปียโน Steinway หลังนี้ยังอยู่ที่ศูนย์ประวัติศาสตร์กองทัพเรือ ใน Washington, D.C
 
 
เรียบเรียง/ที่มา
 
 

3.

เปียนโนที่คลังสินค้า Steinway & Sons.

4.

Benjamin DeLoache
 นักร้องเสียงทุ้มปรากฎตัวที่  U.S. premiere of Berg’s Wozzeck
ร่วมร้องเพลงกับบรรดาทหารในแนวหน้าสนามรบพร้อมกับมือเล่นเปียนโน

5.

วงดนตรี Dance band รวมตัวกันเล่นที่ Philippines

6.

การบรรเลงจาก  Music Self entertainment ที่กองพัน 19th Special Field Unit
กำลังเล่นดนตรีในสนามรบ  Company of bivouac at Fort Huachuca, AR. June 10th 1943

7.

Joseph Hoffman
 คนเล่น  W R Steinway กับ Theo Steinway กำลังยืน

8.

Guadalcanal. T/4 William Kuehl จากกองพันที่ 10th Special Service Co.
กำลังปรับแต่ง GI pianos ในห้องช่างดนตรีที่  Guadalcanal

9.

Victory Vertical บรรจุในลังขนาดใหญ่พร้อมจะขนส่ง

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.



“ THIS STEINWAY RODE IN A FLYING FORTRESS! ” 
ในปี 1943 โฆษณาของ Steinway & Sons
ภาพเปียโนวางไว้ด้านล่างภาพเครื่องบินทิ้งระเบิด B-17
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
เครื่องบินทิ้งระเบิด B-17 ต้องบรรทุกระเบิดหลายพันปอนด์
แต่เพื่อภาระกิจพิเศษนี้ เครื่องบินทิ้งระเบิด B-17 ต้องเพิ่มระวางการบรรทุกสินค้าเป็น 2 เท่า
เพื่อบรรทุกเปียโน G.I. pianos หรือฉายาที่เรียกว่า Victory Verticals
เครื่องดนตรีที่ผูกติดกับร่มชูชีพตามคำโฆษณาที่ว่า
ทุกที่ทั่วโลก England Australia New Guinea และทุกหนทุกแห่ง

เปียโน Victory Verticals ที่สูงเพียง  40 นิ้ว
จะมีการลงสีตามสีประจำของแต่ละเหล่าทัพ (เขียวมะกอก น้ำเงิน และเทา)
แต่เปียโนไม่ได้ติดตั้งขาเหยียบด้านหน้าไว้ก่อนเพราะเปราะบาง/เกะกะตอนขนส่ง
เปียโนราว 2,500 หลังถูกลำเลียงส่งไปยังสถานที่จัดแสดงดนตรีในแนวหลังช่วงสงคราม
เช่น Asia Africa Europe North America และ South Pacific
มีการแสดงดนตรีเพื่อการลีลาศใน Philippines และหน่วยรบพิเศษใน Alaska
พร้อมกับนักพูดเรื่องตลก Bob Hope นักไวโอลิน Isaac Stern ไปร่วมการแสดงหลายครั้ง
ตามคำเชิญฐานะแขกพิเศษของ United Service Organizations (USO)

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
Steinway & Sons ก็เหมือนกับธุรกิจผลิตเครื่องดนตรีรายอื่น ๆ
ที่ถูกคำสั่งห้ามของรัฐบาลในเรื่องการใช้วัสดุประเภท เหล็ก ทองเหลือง ทองแดง หรือวัตถุดิบอื่น ๆ
ทำให้โรงงาน Steinway & Sons ใน New York ที่ยังเหลือช่างฝีมือเพียงไม่กี่คน
ยังคงทำการผลิตปีก หาง อะไหล่ เครื่องร่อนทหาร สำหรับการขนส่ง
และ Steinway & Sons ยังผลิตโลงศพตามคำสั่งซื้อของ National Casket Company
โดยยอมทำสินค้าที่ทั้งที่ไม่ชอบและทั้งที่ไม่มีกำไรเลย




ปลายปี  1941  Theodore E. Steinway ประธานรุ่นที่ 4
ได้รับคำขอร้องจาก U.S. government’s War Production Board
ให้ผลิตเปียโนทหารที่ต้องทน ถึก ใช้ในสนามรบได้เป็นอย่างดี
ท่านมีบุตรชายจำนวน 4 คนที่รับราชการทหารในเวลานั้น
รวมทั้งเครือญาติพี่น้องอีกหลายคนที่รับใช้ชาติเช่นกันในเวลานั้น
ท่านตระหนักดีว่า ดนตรีมีศักยภาพในการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหาร
มิถุนายน 1942 เปียโนต้นแบบก็ถูกผลิตขึ้นมา
เพื่อให้รัฐบาลสหรัฐได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ

เปียโนรุ่นนี้ออกแบบโดย Paul H. Bilhuber
ผู้จัดการโรงงาน Steinway ที่ต่อมาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองประธานในปี 1941
เปียโนต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งานในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น
มีสารป้องกันปลวกและแมลง กันน้ำ กันชื้น พร้อมกับกาวชนิดพิเศษที่ใช้ติดกับไม้แล้ว 
ไม้ต้องไม่บิดตัวหรือตัวกาวร่อนหลุดออกมา ทำให้เสียของ
เปียโนรุ่นนี้มีนำหนักเพียง 455 ปอนด์ (206 กิโลกรัม) มีที่จับ/ร่องยกด้านหน้าและด้านหลัง
ใช้ทหารเพียง 4 นายก็ขนขึ้นลงและเคลื่อนย้ายไปที่ต่าง ๆ ได้เลย
ภายในลังขนส่งขนาดใหญ่  นอกจากบรรทุกเปียโนหนึ่งหลังแล้ว
ยิ่งมีเครื่องดนตรีอื่น ๆ คู่มือ/อูปกรณ์ติดตั้ง อะไหล่เปียโน หนังสือดนตรี บทเพลงเนื้อร้อง
และสารบัญเพลงต่าง ๆ แผ่นเสียงเพลงคลาสสิค เพลงยอดนิยม เพลงสวด Protestant

ในเอกสารเตรียมการผลิตของของช่างทำเปียโน Steinway
ระบุว่าต้องใช้วัสดุที่ไม่ใช่ใช้งานทั่วไปในเชิงพาณิชย์
แป้นกดเสียงเปียโนทำจาก เซลลูลอยด์ celluloid สีขาวใช้แทนแบบแป้นกดเปียโนแบบงาเดิม
ที่ไม่ทนต่อสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น  มักจะหลุดร่อน/ลอกหรือเสื่อมสภาพได้ง่าย
ลวดเสียงเบสทำจากลวดเหล็กแทนทองแดงที่หายากและแพง
มีการทาสีเปียโนสำหรับกองทัพเรือ นาวิกโยธิน อากาศ หน่วยตรวจยามชายฝั่ง
ส่วนการสร้างเก้าอี้สำหรับเล่นเปียโน ไม่มีข้อมูลชันเจนว่ามีการผลิตหรือไม่

ตามข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง เปียโน G.I. มีการสร้างมาก่อนแล้ว
ในชื่อรุ่น Regency  ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของ Steinway
ต่อมามีการผลิตซ้ำ/ออกแบบใหม่ให้กับกองทัพสหรัฐเพื่อใช้ในภาระกิจทางทหาร
ในปี 1943 War Production Board ได้สั่งซื้อเปียโน Victory Verticals จำนวน 405 หลัง
และอีก 8 เดือนต่อมาได้สั่งเพิ่มอีก 800 หลัง
ในปี 1944  U.S. Armed Forces ได้สั่งซื้อจำนวน 589 หลัง (ราคาหลังละ 486 เหรียญ)
แม้ว่าช่างฝีมือทำเปียโนในโรงงาน New York จะมีจำนวนเพียงไม่กี่คน
แต่บันทึกภายใน Memo ของ U.S. War Department ได้เขียนว่า 
" ตารางการส่งมอบเปียโนดูเหมือนมีจำนวนไม่มากนัก
แต่เราต้องการให้พวกคุณช่วยเอาใจใส่กับเรื่องนี้หน่อย
เพราะเปียโนเหล่านี้จะมอบให้ทหารดุริยางค์วัยฉกรรจ์ของเรา
ทหารหลายคนกำลังรับใช้ชาติอยู่ในสนามรบ ”



STEINWAY & SONS MAHOGANY CSE REGENCY UPRIGHT PIANO
Stamped 324682, dates 1945-1950. 45 1/2" tall x 57 1/2' x 25". With matching bench.  Credit: https://bit.ly/2Y8EUFE



" ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง
เปียโนอีก 5,000 หลังก็ยังมีการผลิตขึ้นมา
แต่ไม่ใช่เพื่อกิจการทหารทั้งหมด แม้ว่าเกือบครึ่งหนึ่งเป็นของกองทัพสหรัฐ
แต่ส่วนที่เหลือต่างถูกซื้อโดยองค์กรทางศาสนา สถาบันการศึกษา
โรงแรม และสถานที่สาธารณะสำหรับชุมชนต่าง  ๆ ใช้เพื่อการบันเทิง "
Richard K. Lieberman นักเขียนประวัติศาสตร์ของ  Steinway & Sons

แต่เครื่องดนตรีรุ่นนี้ก็ไม่พ้นคำติฉินนินทา/กระแนะกระแหน
มีคนถามในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า
" ทำไมเรากำลังซื้อเปียโน Steinways ให้กับทหารหาญของเรา
(เพราะเปียโนยี่ห้อนี้มีคุณภาพสูงและราคาแพงกว่าเปียโนทั่วไป)
ในเมื่อเราก็ไม่ซื้อรถยนต์ Rolls-Royces ไปขับในสนามรบอยู่แล้ว ”

แต่พนักงานของ  Steinway ได้ตอบกลับว่า 
" ก็เหมือนกับเราซื้อถุงเท้าขนสัตว์ที่ดีที่สุดให้กับทหาร " 
(ใช้ทนใช้นาน ใช้จนรำคาญ สู้ภัยหนาวได้เป็นอย่างดี)


สายการผลิตเปียโน G.I. ยังมีอยู่จนถึงปี 1946
ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงปี 1948 - 1953
คุณภาพและความทนถึกของเปียโนเหล่านี้
ยังมีการใช้งานประจำค่ายทหารหลายแห่งมาก
แม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานในแนวหน้าสนามรบแล้วก็ตาม

ในปี 1950 มีบทความในนิตยสาร Etude 
ได้บอกเล่าถึงชะตากรรมของเปียโน G.I.
จำนวน 3 หลังที่อยู่ท่ามกลางฤดูมรสุมใน Philippines

“ แม้ว่าเสียงโน๊ตในเปียโน 88 เสียงจะไม่เหมือนเดิมแล้ว
แต่ก็ยังคงเล่นดนตรีจากเปียโนเหล่านี้ได้
สภาพที่พบเห็นได้จากเปียโนรุ่นนี้ คือ
ค้อนเคาะเสียงขนาดใหญ่มาก เสียงที่เปียกชุ่ม Waterlogged
แป้นกดKeys ที่ฝืด  แถบงาช้างที่หายไป
คันเหยียบส่งเสียงดังเอี้ยดอ้าด มีรอยแผลเป็น/ถลอก
บิ่นชำรุด  สีน้ำตาลอมเหลือง(มะกอก) ไร้ความสวยงาม
ไม่มีการดูแลเพื่อต่ออายุให้กับเปียโนรุ่นนี้ 
พวกมันผ่านศึกสงครามและสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นมาหลายปีแล้ว
การสับเปลี่ยนหมุนเวียนของทหารในกองทัพ ทำให้ขาดการดูแลเอาใจใส่
เมื่อชิ้นส่วนเปียโนที่ซ่อมแซมยากแล้ว ก็จะถูกแยกชิ้นส่วนเป็นอะไหล่สำรอง/เศษพัสดุ
การทำแบบนี้เหมือนคนไม่มีหัวคิดเลย ในเรื่องดูแลรักษาคุณภาพของเครื่องดนตรี "
Elizabeth Randall เขียนไว้ในบทความ 

จากคำบอกเล่าของบุคคลต่าง ๆ ในยุคหลังสงคราม
มีการให้ความบันเทิงกับทหารโดยนักดนตรีที่ใช้เปียโนรุ่นนี้
ขณะที่จัดการแสดงโดย USO  มีนักร้อง นักดนตรี วาทยากร เช่น
Jascha Heifetz  Yehudi Menuhin และ Lily Pons
ต่างเป็นแขกรับเชิญร่วมร้องเพลงตามค่ายทหารสหรัฐ

 

Death of  a Piano

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน