*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2115942
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 10 สิงหาคม 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 249 , 12:00:25 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

Boney M. - Rasputin


 

Grigoriy Rasputin นักบวชบ้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุด
เพราะเป็นพระสหายที่ใกล้ชิดกับจักรพรรดิ์รัสเซียพระองค์สุดท้ายและราชวงศ์มากที่สุด
ถูกฆ่าตายในวันที่ 17 ธันวาคม 1916
แต่จริงหรือไม่ที่อังกฤษอ้างว่า  สายลับอังกฤษมีส่วนร่วมด้วยในฆาตกรรมครั้งนี้

ในปี  2004  BBC ได้ออกอากาศเรื่อง
" ใครฆ่า Rasputin " เป็นไปตามการวางแผนของ  The British
โดยอ้างว่าการฆาตกรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยการวางแผนของ
หน่วยสืบราชการลับ British MI6 intelligence office
และเจ้าหน้าที่อังกฤษ Oswald Rayner คือ
คนยิงกระสุนนัดสุดท้ายเข้าที่หัว Rasputin  จริงหรือไม่



 
 
 
ทำไมอังกฤษถึงรับผิดชอบเรื่องนี้

ทั้งนี้ตามบันทึกความทรงจำและเอกสารทางราชการของอังกฤษ
คือ Sir George Buchanan เอกอัครราชทูตอังกฤษ
British Ambassador ได้ไปประจำที่ Russian Empire ช่วงปี 1910-1917
Michael Smith ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ได้เขียนว่า
Mansfield Cumming หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับอังกฤษ
British Secret Intelligence Bureau
ได้สั่งการให้ตัวแทนสายลับจำนวน 3 คนในรัสเซีย
กำจัด Rasputin  ในเดือนธันวาคม 1916

หนึ่งในสายลับนั้น คือ  Oswald Rayner
จบการศึกษาที่ Oxford เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ
เจ้าชาย Felix Yusupov  ซึ่งน่าจะร่ำรวยที่สุดในรัสเซีย
และเป็นพระสวามี Princess Irina หลานสาว Nicholas II
ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่ใกล้ชิดกันมาก


 
ทั้งเจ้าชาย Felix Yusupov กับ Oswald Rayner  เป็นเพื่อนสนิทกันมาก
Oswald Rayner  ก็ปรากฏตัวอยู่ใน St. Petersburg ในวันฆ่า Rasputin
และได้ไปที่พระราชวังของ เจ้าชาย Felix Yusupov ในตอนเย็นวันเดียวกัน
อย่างไรก็ตามไม่มีข้อพิสูจน์และยืนยันว่า
Oswald Rayner ได้ฆ่า Rasputin ในวันนั้น
ต่อมาที่  Europe  Oswald Rayner ได้ร่วมกับ เจ้าชาย Felix Yusupov
แปลหนังสือเล่มแรกของ เจ้าชาย Felix Yusupov  เรื่องการสังหาร Rasputin
มีเรื่องโจษจันกันว่า ทั้งคู่ได้แต่งเรื่องตามที่ตั้งใจจะให้เป็นเช่นนั้นเอง


 
ศาสตราจารย์  Keith Jeffery จาก Queen's University ใน Belfast
ผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ของ
Secret Intelligence Service กล่าวว่า ท่านไม่พบร่องรอยพยานหลักฐาน
กับการกล่าวอ้างครั้งล่าสุดของ MI6 เกี่ยวกับการฆ่า Rasputin ในปี 1916
“ ถ้า MI6 มีส่วนร่วมในการฆ่า Rasputin จริงแล้ว
ผมน่าจะพบร่องรอยในข้อมูลดังกล่าวแล้ว "


 
 
ใครบ้างและทำไมจึงต้องการให้ Rasputin ตาย

Grigoriy Rasputin ทรงอิทธิพลกับพระราชวงศ์พระเจ้าซาร์
เพราะสามารถบรรเทาอาการเจ็บป่วยของ Alexei รัชทายาท
โดยการใช้เทคนิคการสะกดจิตตามข้อกล่าวหาภายหลัง
ซึ่งแพทย์และนักบวชออร์โธด็อกซ์ไม่สามารถทำได้  จึงอิจฉา Rasputin
แต่ก็ยังมีศัตรูของ Rasputin ที่มีอำนาจและเหนือกว่าอีกหลายคน

หลังจากปี 1905-1906 Rasputin ดูเหมือนจะเข้าใจพลังอำนาจของตนเอง
และเริ่มเทศนาสั่งสอนที่โด่งดังมากว่า ยุคสุดท้ายของจักรวรรดิรัสเซียกำลังจะมาถึง
แต่ราชวงศ์โรมานอฟจะยังคงอยู่ได้และอยู่เย็นเป็นสุขตราบที่ Rasputin ยังอยู่
ทังนี้ยังมีคำทำนายอีกว่า มดยักษ์จะทำลายอาณาจักรและเมืองต่าง ๆ
เหล่าผีเสื้อจะกลายเป็นฝูงเหยี่ยว และพวกผึ้งก็จะคลานเหมือนฝูงงู
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่นี่คือ คำทำนายของ Rasputin
(สันนิษฐานว่า มดยักษ์ พวกสหายคอมมิวนิสต์ของ Lenin
ผีเสื้อ พวกไพร่ติดที่ดินที่หลบหนีออกมา จนกลายเป็นกรรมกรในโรงงาน/กรรมกรเดิม
ผึ้ง พวกชาวนาติดที่ดินที่ยังเห็นแก่ตัวและงมงายเชื่อผู้นำที่ครอบงำความคิดจิตวิญญาณ


 
 
ความสามารถในการรักษา Alexei รัชทายาท
และการสะกดจิตของ Rasputin เป็นที่รับรู้กันอย่างมาก
และมีอิทธิพลอย่างมากกับจักรพรรดินี Alexandra และต่อมาคือ พระเจ้า Tsar Nicholas II
ในปี 1911 คริสตจักรออร์โธดอกรัสเซียได้เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับ
Rasputin กับ กระทรวงมหาดไทย ที่สั่งให้มีการเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยให้กับ Rasputin
เรื่องแบบนี้ ไม่ใช้ไม่มีคนรู้  โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูง
ต่างพายอมรับความจริงที่ว่า  มีคนโง่/คนบ้าบางคนที่กำลังควบคุมการเมืองของประเทศ

มีข่าวลือ (ที่ไม่เคยพิสูจน์) ว่า
ในปี 1912  Rasputin ชักจูงพระเจ้า Tsar Nicholas II
ไม่ให้เข้าร่วมในสงครามบอลข่าน Balkan  มีผลทำให้รัสเซียเลื่อนการ
เข้าร่วมรบกับพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 1 ล่าช้าไปถึง 2 ปี

ในปี 1914  Rasputin ก็ยังไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการตัดสินใจเข้าร่วมสงคราม
โดยพยากรณ์ว่า  การเข้าร่วมสงครามจะนำพาประเทศไปสู่ความหายนะ
การกระทำของ Rasputin  ทำให้พวกพันธมิตรของรัสเซียต้องจับตามอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอังกฤษที่มีความสนใจในรัสเซียอย่างชัดเจน
เพราะในการทำสงครามกับเยอรมนี  ถ้ารัสเซียไม่เข้าช่วยเหลืออังกฤษแล้ว
เยอรมันจะยึดครองอังกฤษเป็นเมืองขึ้นได้อย่างแน่นอน




ใครบ้างที่วางแผนสังหาร

มีความทรงจำที่แตกต่างกันมากและเรื่องราว
ของคนที่รับผิดชอบในการฆ่า Rasputin
และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในวันนั้น
แต่ทุกวันนี้ นักประวัติศาสตร์รัสเซียส่วนใหญ่
เห็นพ้องกันว่า การวางแผนสังหารเป็นผลงานร่วมกันของ
เจ้าชาย Felix Yusupov Vladimir Purishkevich (นักการเมืองฝ่ายขวาที่คลั่งชาติ)
และ Grand Duke Dmitri Pavlovich (หลานชายคนแรกของพระเจ้าซาร์)
บุคคลเหล่านี้ต่างอยู่ในบริเวณสถานที่ฆาตกรรม
แต่ก็ยังอีกสองคนที่น่าจะเข้าร่วมวงด้วย คือ
นายแพทย์ Stanislav Lazovert (ผู้มอบยาพิษให้) และร้อยโท Sergey Sukhotin



 
 
ฆาตกรรมจบลงอย่างไร
 
 
ยังมีคำถามอื่น ๆ อีกมากมายกว่าคำตอบที่จะได้
เพราะเจ้าชาย Felix Yusupov เปลี่ยนคำให้การถึง 5 ครั้ง
และหลักฐานนิติเวชของตำรวจก็หายไปแล้ว
แต่พอประมาณการร่องรอยการฆาตกรรมได้ว่า
เจ้าชาย Felix Yusupov อาศัยสถานะและชื่อเสียงของตน
เชิญ Rasputin มาที่พระราชวัง แถวแม่น้ำ Moyka
เพื่อให้ Rasputin ได้เจอกับผู้หญิงบางคนที่มันชื่นชอบ
ที่นั่น Rasputin ได้กินขนมเค้กที่ใส่ยาพิษไซยาไนด์
แต่มันก็กินได้เรื่อย ๆ โดยไม่มีอาการแต่อย่างใด
“ ผมจ้องมองด้วยความตกใจกลัว
ยาพิษควรจะมีผลในทันทีทันใด
แต่จากการสังเกตของผม
Rasputin ยังพูดคุยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "
คำให้การของ เจ้าชาย Felix Yusupov
 

 
 
เจ้าชาย Felix Yusupov จึงเดินออกไปจากห้องอาหารสักครู่หนึ่ง
แล้วเดินกลับมาพร้อมกับปืนพกหนึ่งกระบอก
พร้อมกับลงมือยิงใส่ Rasputin ทันที
แต่ในเวลาเดียวกัน นักบวชบ้า ก็ยังมีสติสัมปชัญญะ
แล้วกระโจนเข้าใส่เพื่อทำร้ายเจ้าชาย Felix Yusupov ทันที
ทำให้ผู้ร่วมก่อการคนอื่นต่างเข้ามาและยิงปืนพกใส่ Rasputin อีกหลายนัด
แต่ Rasputin ยังคงวิ่งหนีไปที่สนามหญ้าข้างนอกได้
โดยพวกผู้ก่อการยังคงไล่ล่าและยิงใส่อีกหลายนัดจนกระทั่งตาย
หลังจากนั้น พวกฆาตกรก็ช่วยกันใช้เชือกมัดร่าง Rasputin ก่อน
แล้วโยนศพลงในแม่น้ำ ก่อนที่จะมีคนพบศพในวันรุ่งขึ้น
 
 



หลักฐานทางราชการที่ไม่สอดคล้องกัน


ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์รัสเซีย พบบาดแผลสามแห่งในร่างกาย
ที่บริเวณ ตับ ไต และหัวของ Rasputin เป็นบาดแผลที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ดังนั้นจึงไม่ชัดเจนว่า Raspution ตายเมื่อไร - และใครเป็นคนฆ่า
เพราะบาดแผลขนาดนี้ Rasputin ไม่น่าจะวิ่งต่อไปได้
(ตามคำให้การว่าวิ่งออกไปถึงสนามหญ้าของพระราชวัง)
เพราะโดยทั่วไปแล้ว ขนาดผู้ชายที่แข็งแรง
มักจะตายภายใน 20 นาทีหลังจากได้รับบาดแผลที่ตับ
นอกจากนี้  ศพที่พามาทำการชัณสูตรก็ไม่ได้สวมเสื้อผ้า
และไม่ได้ถูกมัดกับเชือกตามที่พวกฆาตกรกล่าวอ้าง




ไซยาไนด์มีนัยสำคัญอย่างไร


นักนิติเวชก็ไม่พบยาพิษไซยาไนด์ในท้องของ Rasputin
ดังนั้นเรื่องราวที่ว่า นายแพทย์ Stanislav Lazovert มอบยาพิษให้
โดยได้รับการว่าจ้างจาก เจ้าชาย Felix Yusupov จึงไม่เป็นความจริง
เรื่องเค้กใส่ยาพิษ หรือไวน์ผสมยาพิษจึงไม่มีแต่อย่างใด
เรื่องราวทั้งหมดนี้อาจจะถูกจัดฉากและสร้างขึ้นโดย เจ้าชาย Felix Yusupov
เพราะเหตุผลสำคัญบางประการ






เจ้าชาย Felix Yusupov  กับพวกฆาตกรต่างรู้ดีว่า
การฆ่า Rasputin จะสร้างความหวาดกลัวให้กับบรรดาราชวงศ์พระเจ้าซาร์
ซึ่งนับถือและเชื่อถือพลังอำนาจเหนือธรรมชาติของ Rasputin
และตามคำทำนายที่อ้างไว้ว่า ถ้า Rasputin ตาย ราชวงศ์ก็จะล่มสลาย
ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ว่า Rasputin เป็นเพียงคนบ้าที่มีเนื้อหนัง
และเป็นคนคนนอกรีตศาสนา และมาจากขุมนรก

เจ้าชาย Felix Yusupov จึงสร้างเรื่องราวนี้ขึ้นมาว่า
แม้แต่ยาพิษก็ยังไม่สามารถฆ่า Rasputin ได้
ความสามารถในการรอดตายจากยาพิษ แบบกินแล้วไม่ตาย
ประเพณี/วัฒนธรรมดั้งเดิมของนักมายากลและคริสตจักรออร์โธดอกซ์ 
ต่างไม่ยอมรับเรื่องนี้โดยเด็ดขาด  ถือว่าเป็นพวกนอกรีตและเป็นพวกมาจากนรก
ดังนั้นเจ้าชาย Felix Yusupov จึงอาศัยสาเหตุนี้
เพื่อต้องการพิสูจน์ว่า Rasputin ไม่ใช่คนบริสุทธิ์  
ไม่ได้รับพรจากพระเจ้า แต่ได้รับพรจากนรกอย่างแท้จริง




มีการสอบสวนการฆาตกรรมอย่างถูกต้องหรือไม่

ทันทีที่รู้เรื่องเกี่ยวกับการฆาตกรรม Rasputin
จักรพรรดินี Alexandra  มีคำสั่งให้ประหารชีวิตฆาตกรทุกคน
แต่อย่างไรก็ตาม พระเจ้าซาร์ได้ตัดสินใจที่แตกต่างออกไป
Grand Duke Dmitri Pavlovich ถูกส่งตัวไปร่วมรบกับกองทัพรัสเซียในอิหร่าน
ซึ่งเป็นการช่วยชีวิตเจ้าชายจากการปฏิวัติรัสเซีย
ส่วน เจ้าชาย Felix Yusupov  ถูกสั่งให้กักขังวังหลวง
ภายในพระราชวังส่วนพระองค์ที่มีอยู่หลายแห่งในรัสเซีย
ผลการสอบสวนดำเนินการไปเพียง 2 เดือน
จนกระทั่งพระเจ้า Nicholas II สละราชสมบัติ 
2 วันหลังจากนั้น Alexander Kerensky 
หัวหน้ารัฐบาลชั่วคราวก็สั่งให้ยุติการสอบสวน/ปิดคดีไปเลย


เรียบเรียง/ที่มา


https://bit.ly/2Z0ta5m




 
 



เรื่องเล่าไร้สาระ


Rasputin ในช่วงหลังเริ่มมีข่าวฉาวโฉ่มากขึ้นว่า
มีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับสตรีรัสเซียหลายคน
ด้วยการใช้วิธีการสะกดจิตให้คนเหล่านั้นจำยอม
และหลังจากได้เสียแล้ว บางคนก็ถูก Blackmail
เพื่อให้มอบเงินทองทรัพย์สินหรือพลีร่างกายให้อีก

ทำให้พวกราชวงศ์ด้วยกันเริ่มไม่พอใจกับเรื่องนี้
เพราะภริยาลูกหลานของพวกตนก็ไปหลงเชื่อ
และเป็นสาวกติดตาม Rasputin แบบคลั่งไคล้
แบบพูดเท่าไรก็ไม่เชื่อ  ห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง
จึงต้องสังหารทิ้งเสียเพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม

แต่หลังจากสังหาร Rasputin แล้ว
เมื่อมีการสืบสวนสอบสวนว่าใครเป็นฆาตกรบ้าง
ก็กลายเป็นว่าหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ หรือเชือดเนื้อกันเอง
พระเจ้าซาร์จึงมีบัญชาให้ลงโทษฆาตกรในสถานเบากับเหตุการณ์ครั้งนี้
กอรปกับ Rasputin ก็แค่พวกไพร่/พวกชาวนารัสเซีย
คุณค่าชีวิตในยุคนั้นไม่ต่างกับมดปลวกที่ไร้ค่าไร้ราคา
มีดีที่เคยรักษารัชทายาทให้หายเจ็บป่วยได้เท่านั้น
ส่วนความทุกข์ยากของคนรัสเซียก่อนปฏิวัติ
มีอ่านมากในหนังสือ/วรรณคดีรัสเซียหลายเล่ม
 
 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน