*/
  • ravio
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 1047
  • จำนวนผู้ชม : 2116801
  • จำนวนผู้โหวต : 480
  • ส่ง msg :
  • โหวต 480 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม 2562
Posted by ravio , ผู้อ่าน : 335 , 19:35:59 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

 
1.
 
 
Men testing the Chrysler-Bell Victory Siren in RCA, New York. Photo credit: Marie Hansen/The LIFE Picture Collection
 
 


Chrysler Air Raid Siren at Ederville

 

.
Chrysler Air Raid Siren มีขนาดเทียบเท่ากับรถยนต์หนึ่งคัน
มีความยาว 12 ฟุตและสูง 6 ฟุตและน้ำหนักราว 3 ตัน
ไซเรนขนาดยักษ์นี้ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์เบนซิน 8 สูบ 180 แรงม้า
ขับเคลื่อนเครื่องอัดอากาศแบบ 2 ขั้นตอนและ Rotary Chopper หรือ
rotary cutter ทางกลศาสตร์  คือ เครื่องตัดเจาะที่ใช้กับเครื่องจักรหมุน
เช่น ที่ใช้ในแท่นกลึงเครื่องสับแบบหมุน เครื่องสับเศษไม้กิ่งไม้ เครื่องบดเนื้อ
คอมเพรสเซอร์ที่อัดอากาศ 2,610 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที เกือบ 7 PSI  ปอนด์/ตารางนิ้ว
ผ่านเครื่องยนต์ลูกสูบหมุนที่หั่นอากาศให้เป็นพัลส์ Pulses เพื่อสร้างเสียง
โดยอัดอากาศออกมาผ่านแตรยักษ์ 6 ตัวด้วยความเร็ว 400 ไมล์ต่อชั่วโมง
ส่งผลให้เกิดเสียงดังอย่างไม่น่าเชื่อถึง 138 dB  โดยวัดห่างจากไซเรนระยะทาง 100 ฟุต
ความดังของไซเรนนี้ยังคงไม่มีอุปกรณ์เดือนภัยชนิดใด ๆ ที่เคยผลิตขึ้นมาดังได้ขนาดนี้
 
วัตถุประสงค์หลักของ Chrysler Air Raid Siren
คือ การแจ้งเตือนประชาชนให้รับรู้/สนใจให้ได้มากที่สุด
ถ้าเกิดการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์โดยโซเวียตรัสเซียในช่วงสงครามเย็น
ไซเรนถูกสร้างขึ้นโดย บริษัทผลิตรถยนต์  Chrysler
ร่วมมือกับ Bell Telephone Laboratories
ด้วยการพัฒนารูปแบบการสร้างเสียงแบบใหม่
ที่ใช้การไหลของอากาศที่อัดแน่นมาแล้ว
ผ่านเครื่องยนต์ลูกสูบหมุนที่หั่นอากาศเป็นพัลส์ Pulses เพื่อสร้างเสียงโดยตรง
และ Chrysler นำการออกแบบของ Bell มาทำการผลิต


 
Pulse sound effect (free)
 
 
 
Thunderbolt 1003 Pulse

.
Chrysler ผลิตไซเรนเตือนภัยการโจมตีทางอากาศถึง 3 รุ่น
ที่ได้รับความนิยมอย่างมากตามการออกแบบของ Bell Telephone Laboratories
โดยไซเรนเตือนภัยการโจมตีทางอากาศรุ่นแรกเรียกว่า Chrysler-Bell Victory Siren
ผลิตจำหน่ายในปี 1942 และขายได้ถึง 120 เครื่องทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา
การออกแบบในช่วงแรกใช้เครื่องยนต์ 140 แรงม้า
ราคาขาย 3,760 เหรียญสหรัฐ ชุดแรกซื้อโดย New York  Detroit และ Chicago

ปลายปี 1942 วิศวกร Chrysler ได้ผลิตรุ่นที่เล็กลงจากรุ่นแรก
โดยรุ่นที่ 2 ได้ตั้งชื่อว่า Chrysler-Bell Gas Siren
มีขนาดเล็กลงและใช้เครื่องจักรขนาด 6 สูบให้กำลังแรงม้า 120 แรงม้า 
ในการปลดปล่อยพลังงานเสียง 300 ลูกบาศก์ฟุต/วินาที
เพื่อให้เสียงดังแทนตัวเป่าลมหรือคอมเพรสเซอร์ที่อัดอากาศ
Chrysler-Bell Gas Siren  รุ่นนี้วางบนรถยนต์/ลากจูงไปใช้งานได้

ตามมาด้วยรุ่นที่มีการปรับปรุงและพัฒนา Chrysler Air Raid Siren
ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 180 แรงม้า  เป็นรุ่นที่แนะนำในปี 1952

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ช่วยเลือกรัฐและชุมชนเป้าหมาย
ในการซื้อไซเรนเหล่านี้และติดตั้งในสถานที่สำคัญ
ในย่านที่มีประชากรจำนวนมาก เช่น Los Angeles County
โดยได้ซื้อไซเรนเตือนภัยทางอากาศถึง 6 ชุด
และอีก 10 ชุดขายให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ในรัฐ California
Big Red Whistles คือ ชื่อฉายาไซเรนเตือนภัยทางอากาศ
แต่มีการทดลองและเปิดใช้งานเพียงไม่กี่ครั้ง
ในระหว่างการทดสอบช่วงติดตั้งและฝึกซ้อมการทำงาน 
มีรายงานข่าวเสียงกรีดร้องของ Big Red Whistles
คนที่อยู่ห่างไกลออกไป 25 ไมล์ยังได้ยินเสียงนี้

2.




Chrysler Air Raid Siren นั้นทรงพลังมาก
จนสามารถใช้ในการกระจายหมอกออกไปจากพื้นที่เป้าหมาย

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
หมอกเป็นอันตรายร้ายแรงต่อการบินในเวลานั้น
เพราะอุปกรณ์เครื่องบินยังไม่ทันสมัยเหมือนทุกวันนี้
นักบินต้องพึ่งพาทัศนวิสัยมากกว่าอุปกรณ์เครื่องมือแบบปัจจุบัน
กองทัพเรือสหรัฐฯและวิศวกรกองทัพอากาศ จึงได้ร่วมมือกัน
ทำการทดลองด้วยเทคนิคต่าง ๆ ในการกระจายหมอก
กองทัพอังกฤษก็ใช้กองไฟในการระเหยหมอกออกไป

แต่อีกสหรัฐใช้อีกวิธีหนึ่ง โดยใช้ Chrysler Air Raid Sirens จำนวนหนึ่ง
ติดตั้งห่างกันประมาณ 100 ฟุตตามแนวขึ้นลงของเครื่องบิน
คลื่นเสียงที่เกิดจากไซเรนขนาดยักษ์เหล่านี้
ทำให้อนุภาคหมอกที่ลอยตัวกันอยู่รวมตัวกันและทำให้ฝนตกลงมาได้

ข้อด้อยที่สำคัญเกี่ยวกับวิธีการกระจายเสียงไล่หมอก
คือ เสียงของไซเรนดังมากจนทำให้ผู้คนงงงวยและคลื่นไส้
แม้ว่าบุคลากรที่ทำงานในสนามบินจะปกป้องหูด้วยผ้าฝ้ายหุ้มด้วยฟองน้ำยาง
แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันการเปลี่ยนแปลงของความดันอากาศ
ทั้งเสียงก็ยังเป็นอันตรายต่อสัตว์และนกบนท้องฟ้า
บทความที่ตีพิมพ์โดย Mechanix Illustrated ในช่วงทศวรรษที่ 1940
ได้เสนอว่าสามารถใช้ คลื่นอุลตร้าโซนิค ทำลายหมอกได้
โดยจะไม้สร้างความรู้สึกที่ไม่สบายต่อผู้คน สัตว์ และนก

Chrysler Air Raid Siren ตัวสุดท้ายผลิตขึ้นในปี 1957
โดยไซเรนนี้ยังคงมีการใช้งานจนถึงปี 1970
หลังจากนั้นก็การขาดการใช้งานและการบำรุงรักษา
ทำให้ไซโรนตกอยู่ในสภาพทรุดโทรม
ไซเรนจำนวนมากจึงถูกปลดลงมา
จากเดิมที่ติดตั้งด้านบนของหอสังเกตการณ์และอาคารต่าง ๆ
และเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์อื่น ๆ ทดแทน
(มีบางรุ่นติดตั้งบนรถยนต์เคลื่อนที่ได้)

Chrysler Air Raid Siren หลายตัวจึงถูกขายเป็นเศษเหล็ก
เหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวที่ยังติดตั้งอยู่ในสถานที่เดิม
แต่ก็มีสภาพเป็นสนิมและยากเกินกว่าจะกอบกู้/ฟื้นฟู
เช่น ในตัวเมือง Greenville  ที่ South Carolina
ที่ติดตั้งอยู่ด้านบนของโรงแรม Westin Poinsett
และอีกหนึ่งตัวที่อยู่บนยอดอาคารบำรุงรักษา
แผนกดับเพลิง Rochester ในเมือง Rochester รัฐ New York

เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2He2hnG
https://bit.ly/2Ms915B
https://bit.ly/2zaW6MN


3.
 
Superintendent of the Office of Civil Defense, Los Angeles, California,
examining the Chrysler Air Raid Siren in January 22, 1954. Photo credit: gsjansen/Flickr


4.





5.

Men testing the Chrysler-Bell Victory Siren in RCA, New York. Photo credit: Marie Hansen/The LIFE Picture Collection



6.


7.



8.


9.


10.

 
บทความที่ตีพิมพ์โดย Mechanix Illustrated



11.



12.

 


13.



การจุดไฟไล่หมอกของอังกฤษ ภาพ a.  - e.  ที่มา https://bit.ly/2M8dhrs



b.



c.



d.



e.


FIDO pumps at RAF Graveley May 1945


 


ไซเรน (อังกฤษ: Siren; กรีก: Σειρήν, Σειρῆνες)
เป็นปีศาจในเทพปกรณัมกรีก  มีบทบาทอย่างยิ่งจาก
ในตำนานเรื่องเจสันและเรืออาร์โกและโอดิสซีย์
ไซเรน มีลักษณะของสัตว์ผสม 3 อย่าง คือ
คล้ายนางเงือก มีขาเป็นครีบปลา มีปีกและเสียงเหมือนนก
แต่บ้างก็ว่า ไซเรน เป็นมนุษย์ครึ่งนกเหมือนกินร กินรี ในวรรณคดีไทย

จากบทประพันธ์ตอนหนึ่ง ระบุว่า
อาโกนอทจำเป็นต้องผ่านน่านน้ำที่ไซเรนอาศัยอยู่
แต่ ออร์เฟียส ได้ดีดพิณเป็นทำนองเพลงที่ไพเราะยิ่งกว่าของไซเรน
ดึงความสนใจของลูกเรืออาร์โกนอทไว้จึงผ่านมาได้อย่างปลอดภัย
และในเวลาต่อมา โอดิซูส อยากรู้ว่าเสียงเพลงของไซเรนเป็นอย่างไร
จึงให้ลูกเรือทุกคนใช้ขี้ผึ้งอุดหูแล้วมัดเขาไว้กับเสากระโดงเรือ

ไซเรน มีเสียงอันไพเราะ รูปร่างที่งดงามรองจากเงือกเล็กน้อย
มีความสามารถในการสะกดจิตให้ผู้อื่น ทำตามในสิ่งที่ตนเองต้องการ
เสียงของไซเรนไพเราะเพราะพริ้ง จนทำให้คนที่เดินเรือผ่านมายังบริเวณใกล้เคียง
ที่ไซเรนอาศัยอยู่หลงทางเข้ามาตามเสียงเพลงของไซเรน
ผู้ที่ทนฟังเสียงของนางไซเรนได้โดยไม่เสียสติ
จะได้รับปัญญาในการรู้จุดอ่อนของตน

ในลุ่มแม่น้ำไรน์ในประเทศเยอรมนี มีอุบัติเหตุทางเรือเกิดขึ้นบ่อย ๆ 
เชื่อว่าเกิดจากไซเรน ที่เรียกว่า ผู้หญิงแห่งแม่น้ำไรน์
ซึ่งปรากฏอยู่ในคติชนนิยมและวรรณกรรมต่าง ๆ 
ไซเรน ได้ถูกอ้างอิงถึงในวัฒนธรรมร่วมสมัยมากมาย
เช่น เป็นตัวละครหนึ่งในการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง เซนต์เซย่า ที่ชื่อ ไซเรน โซเรนต์

Credit : https://bit.ly/33M9cxX







เรื่องเล่าไร้สาระ


หลายประเทศก็ใช้เสียงกลบเสียง
สยบการชุมนุมไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามปราศรัยได้
ในเมืองไทยก็มีการใช้กันมากในยุคชุมนุมของทั้งสองฝ่าย
มีทั้งการส่งเสียงรบกวน ส่งเสียงห้ามปราม
และเปิดคลื่นเสียงอัดใส่ฝ่ายชุมนุมให้เกิดอาการข้างเคียง
และเมืองไทยก็ซื้อ Long Range Acoustic Device (LRAD) 
ซึ่งสหรัฐผลิตขึ้นมาใช้งานครั้งแรกในปี 2009
และมีการใช้งานขับไล่ผู้ชุมนุมในสหรัฐ
ที่มาประท้วงการประชุมกลุ่มเศรษฐกิจ G20 ที่เมือง Pittsburgh
เครื่องมือนี้มีความสามารถทำลายประสาทการรับฟัง
และยังสามารถทำให้หูดับได้อย่างยาวนานเช่นกัน






ที่มา https://bit.ly/2TOPPjt







Long Range Acoustic Device (LRAD) G20 Pittsburgh






LRAD is the round black device on top of the New York City police Hummer.




LRAD on a U.S. Navy ship






LRAD operator wearing hearing protection






LRAD on RMS Queen Mary 2








บริษัทรถยนต์ Chrysler เคยเกือบล้มละลายไปในยุค 80
แต่ด้วยฝีมือประสานสิบทิศของ ลี ไอเอค็อกคา (Lee Iacocca
เจ้าพ่อค่ายรถอุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐฯ 
ที่เคยทำงานเป็นประธานบริษัทรถยนต์ Ford มาก่อน
แต่ต่อมาถูกหลานชาย Henry Ford ที่ 2 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ปลดออกจากตำแหน่งในปี 1978 
เพราะเก่งเกินหน้าเกินตา/ใหญ่คับฟ้าในสายตา
ท่านจึงย้ายมาทำงานที่ Chrysler ซึ่งใกล้ล้มละลายแล้ว
ถ้าฟื้นฟูได้ก็เย้ย Ford ถ้าฟื้นฟูไม่ได้ก็แล้วไป

ท่านมีบทบาทสำคัญช่วยให้  Chrysler ผ่านวิกฤตครั้งร้ายแรง 
และทำให้สามารถกลับมาแข่งขันได้อย่างแท้จริง
โดยท่านสามารถหว่านล้อมรัฐสภาคองเกรส
เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือเป็นเงินกู้ 1.2 พันล้านดอลลลาร์ ในปี 1979
รวมทั้งยังสามารถหว่านล้อมซัพพลายเออร์ ดีลเลอร์ และสหภาพแรงงาน
ในการช่วยเหลือ Chrysler ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนั้น
และที่สำคัญท่านยอมลดเงินเดือนตัวเองเหลือแค่ 1 ดอลลาร์ต่อปี 
(แต่สิทธิ์ประโยชน์อื่น ๆ เช่น ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่ารับรอง ฯลฯ
ยังได้รับเหมือนเดิม  แบบเดียวกับ Steve Jobs  เคยทำไว้)

ผลการอัดฉีดเงินโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
ทำให้แรงงานอเมริกันไม่ต้องตกงานร่วม 500,000 ตำแหน่ง
แม้ว่าสหรัฐฯ เดิมมีนโยบายไม่อุ้มธุรกิจเอกชน
แต่การต่อรองด้วยตัวประกันคือ คนงานจำนวนมาก
และต่างก็มีคนครอบครัวรวมแล้วหลักล้านคนขึ้นไป
ซึ่งนี่คือ ฐานเสียงนักการเมืองในอนาคต
รวมทั้งอ้างอิงชื่อเสียงเกียรติภูมิรถยนต์สหรัฐ
ที่ผลิตกันมาอย่างยาวนาน ถ้าไม่อุ้มญี่ปุ่นก็จะซื้อไป
มีผลทำให้นโยบายรัฐต้องเปลี่ยนแปลงไป

ผลความสำเร็จในการฟื้นฟูกิจการบริษัทรถยนต์ Chrysler 
ทำให้ท่านมีชื่อเสียงมากจนเป็นตัวเก็งที่มีคนทาบทาม
ให้สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ
และหนังสืออัตชีวประวัติของท่านขายดีมากในยุค 80
แต่ตอนนี้ Chrysler  ได้ควบรวมบริษัทเป็น Fiat Chrysler 
เพราะรัฐบาลสหรัฐ(ยุค Obama) ปล่อยให้ฟื้นฟูกิจการเองในปี 2009
ทำให้ต้องไป Swap หุ้นควบรวมกับ Fiat (อิตาลี)
ท่านเพิ่งจะมตะ 2 กรกฏาคม ปีนี้(2019)


ข้อมูลเพิ่มเติม


https://bit.ly/2zewz5f
https://bit.ly/2KVmQGy
 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน